<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;รำไท้เก๊กเพื่อการกุศล&quot; ได้บุญแข็งแรงทั้งกาย-ใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้ทั้งทำบุญและสุขภาพดีในคราวเดียวกัน สำหรับ &amp;ldquo;กิจกรรมรำไท้เก๊กเพื่อการกุศล&amp;rdquo; ที่จัดขึ้นโดยห้างสรรพสินค้า &amp;ldquo;เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์&amp;rdquo; เป็นครั้งแรก ส่วนหนึ่งเพื่อส่งเสริมสุขและการแบ่งปัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ทว่าก็อุ่นหนาฝาคั่งไปด้วยกลุ่มวัยเก๋ารักสุขภาพที่สนใจมาร่วมกิจกรรมกันไม่น้อย ที่สำคัญแต่ละคนก็ได้เตรียมสิ่งของเพื่อนำมาบริจาคให้กับ &amp;ldquo;มูลนิธิปันกัน&amp;rdquo; เพื่อสนับสนุนการศึกษาของน้องๆ ที่ขาดโอกาส ภายใต้ &amp;ldquo;มูลนิธิยุวพัฒน์&amp;rdquo; และอย่างที่รู้กันดีว่า ประโยชน์ของท่ากายบริหารดังกล่าวไม่เพียงเหมาะกับผู้สูงวัย แต่ยังช่วยฝึกสมาธิไปในคราวเดียวกัน ไม่รอช้า มีคำบอกเล่าจากวัยเก๋าที่มาร่วมกิจกรรม อธิบายถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายด้วย &amp;ldquo;การรำไท้เก๊ก&amp;rdquo; ซึ่งได้จากงานที่จัดขึ้นไว้น่าสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;สุณีย์ วัชรินทร์ธาดา (ซ้าย), อุทุมพร รักษา ทิพย์ (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มกันที่ คุณป้าสุณีย์ วัชรินทร์ธาดา วัย 73 ปี ที่ปกติเคยออกกำลังกายด้วยไท้เก๊กมาก่อนแล้ว บอกว่า &amp;ldquo;ส่วนตัวก็เคยรำไท้เก๊กมาก่อนแล้ว แต่ปัจจุบันออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิกด้วยเช่นกัน อันที่จริงแล้วทุกการออกกำลังกายก็ดีต่อสุขภาพค่ะ แต่ในส่วนความแตกต่างระหว่างไท้เก๊กและแอโรบิกคือ ไท้เก๊กนั้น คนทุกเพศทุกวัยสามารถเล่นได้หมดค่ะ และก็ไม่ได้หนักจนเกินไปสำหรับผู้อายุสูง หรือเป็นกายบริหารที่เบาๆ ช้าๆ แต่ได้เหงื่อ และยังช่วยทำให้ระบบเผาผลาญไขมันทำงานได้ดีค่ะ รวมถึงจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ฝึกไท้เก๊กบ่อยๆ ก็ทำให้อาการหายปวดหัวดีขึ้นค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกหนึ่งคนรักสุขภาพซึ่งอยู่ย่านรัตนาธิเบศร์ ที่มาเอกเซอร์ไซส์เต้นแอโรบิก ซึ่งจัดโดยห้างเซ็นทรัลเป็นประจำ อย่าง คุณป้าอุทุมพร รักษาทิพย์ บอกว่า กิจกรรมรำไท้เก๊กที่จัดขึ้นได้ทั้งสุขภาพดี และได้ทำบุญในคราวเดียวกัน &amp;ldquo;คิดว่ากิจกรรมรำไท้เก๊กที่จัดขึ้นทำให้เราได้มีสุขภาพที่ดีค่ะ เป็นท่าออกกำลังกายที่เหมาะกับคนสูงวัยมาก แม้ว่าจะเป็นท่ากายบริหารที่ช้า แต่เมื่อออกกำลังแล้วช่วยทำให้หายใจได้โล่งขึ้น ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการฝึกลมหายใจเข้า-ออกได้เป็นอย่างดี และหลังจากฝึกก็ทำให้มีสมาธิมากขึ้นค่ะ ที่สำคัญยังได้พบปะเพื่อนใหม่ๆ ด้วย นอกจากนี้ยังได้ช่วยทำบุญกับน้องๆ ด้อยโอกาสจากมูลนิธิยุวพัฒน์ด้วยค่ะ เพราะได้นำเอาปิ่นโตและแก้วน้ำเป็นชุดมาบริจาคให้กับ &amp;ldquo;มูลนิธิปันกัน&amp;rdquo; ค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ป้าติ้ง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน คุณป้าติ้ง วัย 60 ปี เจ้าของธุรกิจร้านเพ็ตช็อป ที่ชื่นชอบการออกกำลังทั้งแอโรบิก ปั่นจักรยาน วิ่ง และมีประสบการณ์ออกกำลังด้วยท่ารำไท้เก๊กมาก่อนหน้า บอกว่า &amp;ldquo;ก่อนหน้านี้เคยรำไท้เก๊กมาก่อนค่ะ จึงมาร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้น ส่วนประโยชน์ของท่ากายบริหารนี้ คิดว่าเป็นสิ่งที่เหมาะกับคนสูงวัย เพราะไม่ใช่การออกกำลังกายที่ฮาร์ดคอร์สำหรับคนวัยเก๋า และเท่าที่ศึกษามาเขาบอกว่ามีประโยชน์ในแง่ของการฝึกสมาธิ ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เรียกได้ว่าเป็นความแข็งแรงที่ซ่อนอยู่ในท่วงท่านุ่มนวลค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ คุณป้าวัลดา มันไทรทอง ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายอย่าง การรำชี่กง แต่ก็อยากมีความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการรำไท้เก๊ก ว่าจะแตกต่างกันอย่างไร จึงมาร่วมกิจกรรมดังกล่าว ที่สำคัญไม่ลืมนำกระติกน้ำดื่มมาร่วมทำบุญหย่อนกล่องรับบริจาคเช่นเดียวกัน บอกว่า &amp;ldquo;นอกจากประโยชน์ด้านร่างกายจากการรำไท้เก๊กที่ใช้อุปกรณ์น้อย และช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีสมาธิแล้ว ยังพบว่ามันช่วยทำให้ฝึกสมองป้องกันโรคอัลไซเมอร์ จากการจำท่าของการฝึกที่มีอยู่หลายท่าทางค่ะ และยังทำให้เรามีเพื่อนกลุ่มใหม่ๆ ที่ชื่นชอบในการออกกำลังกายเหมือนกันกับเราค่ะ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างความสามัคคีในการรวมกลุ่มออกกำลังกาย และการร่วมแบ่งปันสิ่งดีๆ ไปสู่ผู้อื่นค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ชนาภา คงสว่าง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ครูอ๋อง-ชนาภา คงสว่าง ครูสอนออกกำลังกาย บอกว่า &amp;ldquo;ประโยชน์ของการรำไท้เก๊กสำหรับผู้สูงอายุนั้น เนื่องจากเราจะสังเกตได้ว่าการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้สูงอายุจะค่อนข้างช้า และกระดูกก็ไม่ค่อยดีแล้ว ดังนั้นการเคลื่อนช้าๆ แบบนี้ก็จะทำให้ข้อต่อต่างๆ ไม่เป็นอันตราย รวมถึงเรื่องลมหายใจที่เราหายใจเข้า-ออกลึกๆ ยาวๆ นั้น ก็จะช่วยทำให้ระบบหายใจของผู้สูงอายุทำงานได้ดีขึ้น ส่วนบางคนอาจจะป่วยโรคความดันโลหิต และโรคต่างๆ การหายใจเข้า-ออกลึกๆ ช้าๆ ก็จะช่วยปรับความดันโลหิต และยังทำให้การทำงานของหัวใจดีขึ้น ปอดดีขึ้น และข้อต่อต่างๆ ดีขึ้น และกล้ามเนื้อที่เคยไม่แข็งแรงก็จะแข็งแรงขึ้น ด้วยการออกกำลังกายแบบเบาๆ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องทำท่าออกกำลังกายให้หนักมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนระยะเวลาที่เหมาะกับการรำไท้เก๊ก คือ 15-20 นาทีก็ได้ ถ้าได้ทุกวันก็จะดี ส่วนข้อจำกัดก็มีอยู่บ้าง เช่น ผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าหรือกระดูกยังอักเสบอยู่ หรือพึ่งจะผ่าตัดใหม่ๆ ไม่แนะนำ เพราะไท้เก๊กเป็นการออกกำลังกายที่ต้องขยับข้อต่ออยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ผู้สูงอายุที่ป่วยโรคดันโลหิตที่รักษามานาน และกินยาโรคประจำตัวอยู่ ไม่แนะนำ เพราะขณะออกกำลังกายจะต้องหายใจเข้า-ออกช้าๆ และต่อเนื่อง ดังนั้นหากเกิดการติดขัดของลมหายใจอาจทำให้ผู้สูงอายุเป็นลมได้ค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29063</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, มูลนิธิยุวพัฒน์, รำไท้เก๊ก, วัลดา มันไทรทอง, สุณีย์ วัชรินทร์ธาดา, อุทุมพร รักษาทิพย์, เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c6406a4da804.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พักผ่อนเพียงพอ-หมั่นออกกำลัง ตัวช่วยป้องกันโรคหวัดหน้าฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่ต้องแปลกใจที่ช่วงนี้เราจะพบผู้สูงอายุไอ จาม ซึ่งเป็นอาการของโรคหวัดที่มักพบได้ในช่วงฤดูฝน เนื่องจากอากาศชื้นทำให้เชื้อไวรัสกระจายตัวได้ดี ประกอบกับร่างกายของผู้สูงอายุมักจะอ่อนแออยู่แล้ว ทั้งจากภาวะความเสื่อมในร่างกาย จึงทำให้เกิดโรคได้ง่าย การดูแลสุขภาพของคุณตาคุณยายเป็นสิ่งที่ต้องนำมาเสนอ เพราะเพียงแค่การที่ท่านพักผ่อนไม่เพียงพอก็อาจทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ และเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยโรคทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอาการเจ็บคอ ไอ และไม่มีเรี่ยวแรง พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย ให้คำแนะนำถึงการดูแลสุขภาพของคุณตาคุณยายในช่วงหน้าฝน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.พลอยลดากล่าวว่า &amp;ldquo;การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุให้ห่างจากโรคหวัด ที่อาจจะนำมาซึ่งอาการเจ็บคอและปวดเมื่อยร่างกาย กระทั่งรับประทานอาหารไม่ได้ โดยเริ่มกันที่การดูแลเรื่อง &amp;ldquo;อาหาร&amp;rdquo; การกินให้กับท่าน เช่น ให้เน้นที่ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีเป็นหลัก ที่สำคัญต้องปรุงให้มีความนิ่ม เพื่อให้คนสูงวัยรับประทานได้ง่าย แต่บางครั้งการกินข้าวต้มอย่างเดียวอาจทำให้ท่านขาดสารอาหาร และภูมิคุ้มกันลดน้อยลงได้เช่นกัน นอกจากนี้ก็ควรให้ผู้สูงวัยหมั่นจิบน้ำให้เยอะ เพื่อให้ร่างกายมีความชุ่มชื่น และพยายามพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะถ้าท่านนอนน้อยก็จะทำให้ภูมิคุ้มในร่างกายตก เมื่อนั้นก็จะเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะโรคหวัดในช่วงหน้าฝนอย่างนี้ ที่สำคัญหมอแนะนำว่า ทุกๆ เช้า ลูกหลานควรพาผู้สูงอายุไปเดินรับแดด เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินดีที่มีสรรพคุณกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงานปกติ ก็ถือเป็นวิธีป้องกันโรคหวัดได้ทางหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ป้องกันโรคทางเดินหายใจช่วงหน้าฝน อากาศชื้น ผู้สูงอายุควรเดินออกกำลังกายช่วงเช้าเพื่อรับวิตามินดี ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกายให้ทำงานต่อสู้เชื้อโรค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไล่มาถึงเรื่องการ &amp;ldquo;ออกกำลังกาย&amp;rdquo; ที่ถือเป็นยาวิเศษ ป้องกันโรคทางเดินหายใจได้ทางหนึ่ง ซึ่งการจะเลือกชนิดกีฬาที่เหมาะกับท่าน ต้องดูว่าผู้สูงอายุป่วยเป็นโรคอะไรอยู่หรือไม่ ถ้าท่านมีสุขภาพดีปกติ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องปวดเข่าหรือปวดข้อ ก็แนะนำว่าให้ฝึก &amp;ldquo;รำไท้เก๊ก&amp;rdquo; ซึ่งเป็นกีฬาที่ช่วยฝึกการทรงตัว ช่วยให้หัวใจทำงานปกติ ที่สำคัญยังเป็นกายบริหารร่างกายที่ทำให้อารมณ์แจ่มใส และยังทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนแข็งแรง หรือถ้าหากผู้สูงอายุคนไหนมีปัญหาปวดเข่าและปวดข้อ แนะนำให้ &amp;ldquo;ว่ายน้ำ&amp;rdquo; ก็เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเซฟการบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่าหรือข้อได้ค่อนข้างดี ที่สำคัญแรงต้านของน้ำถือเป็นตัวบำบัดอาการปวดเมื่อยไปด้วยในตัว หรือ &amp;ldquo;เดินเบาๆ ในสวน&amp;rdquo; หากว่าผู้สูงอายุมีอาการปวดเมื่อยร่างกาย หรือเลือกที่จะ &amp;ldquo;ยืนแกว่งแขน&amp;rdquo; ให้ได้วันละประมาณ 600 ครั้ง ส่วนระยะเวลาของการออกกำลังแต่ละประเภทนั้น เป็นไปได้ควรเอกเซอร์ไซส์แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่จำเป็นจะต้องกำหนดว่า 20-30 นาทีต่อครั้ง แต่ให้ท่านได้ทำท่ากายบริหารเท่าที่สุขภาพจะเอื้ออำนวย ซึ่งบางรายอาจจะทำได้ประมาณ 10-15 นาทีต่อครั้ง ก็ถือว่าเพียงพอแล้วค่ะ นอกจากนี้ การ &amp;ldquo;ไม่เครียด&amp;rdquo; ทำให้อารมณ์ให้แจ่มใส จากการพูดคุยกับลูกหลาน หรือการดูรายการทีวีที่ชอบ, อ่านหนังสือ หรือทำสวน ก็ถือเป็นเทคนิคสุขภาพดีที่ทำให้ห่างไกลโรค โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่โรคหวัดมักถามหาคุณตาคุณยายอยู่บ่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นอกจากโรคหวัดในช่วงหน้าฝนแล้ว การรับประทานปลาร้าในที่ฝนตกและมีปลาชุกชุม อาจทำให้ผู้สูงอายุเป็นโรคพยาธิจากการบริโภคอาหารดิบ หรือปรุงสุกๆ ดิบๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากโรคหวัดแล้ว การหลีกเลี่ยงอาหารดิบที่ไม่ได้ผ่านการปรุงให้สุกอย่าง &amp;ldquo;ปลาร้า&amp;rdquo; ก็สามารถทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายผู้สูงอายุต่ำ เสี่ยงต่อการป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะ &amp;ldquo;โรคพยาธิ&amp;rdquo; ที่อาจถามหาได้เช่นกัน ดังนั้นเป็นไปได้ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารไม่สุก หรือปรุงสุกๆ ดิบๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนูลาบ ก้อยต่างๆ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของคุณตาคุณยาย&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13224</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, จาม, พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล, รำไท้เก๊ก, ออกกำลังกาย, อาหาร, อ่านหนังสือ, เจ็บคอ, โรคพยาธิ, โรคหวัด, โลกวัยเกษียณ, ไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b4601e7aa49f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
