<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิกร&#039;ท้วงร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาริบอำนาจส.ส.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 2563ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯได้พิจารณาเสร็จแล้ว และเตรียมนำเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาในวันที่ 24 ก.ค.นี้​ ว่า เนื้อหาตามร่างดังกล่าวมีเนื้อหาที่มีปัญหาทั้งหลักการและเหตุผลในส่วนที่ 1 การเสนอและการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ที่จะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ ในร่างข้อ บังคับการประชุมข้อ105 ที่กำหนดให้การเสนอกฏหมายปฏิรูปทำได้เฉพาะคณะรัฐมนตรี (ครม.) เท่านั้น นอกจากนี้​ ยังเขียนผูกเอาไว้ในข้อ 108 ยกเว้นในการนำร่างกฏหมายมารวมพิจารณาด้วย ซึ่งหลักการนี้อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นจำกัดอำนาจของส.ส.ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติผู้เป็นตัวแทนของประชาชนในการเสนอกฏหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 133 และที่สำคัญในกรณีนี้ยังให้พิจารณาโดยรัฐสภาอยู่แล้ว ซึ่งตามปกติของการพิจารณากฎหมายทั่วไป ต้องพิจารณาโดยสภาผู้แทนราษฎร ผ่านสามวาระ ก่อนเสนอให้วุฒิสภาในฐานะผู้กลั่นกรองกฎหมายพิจารณาต่อ แต่ในหมวดปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญมีการอ้างถึงเหตุผลถึงการเร่งรัดการพิจารณากฎหมาย จึงทำให้การออกกฏหมายที่ต้องทำ 2 สภา เหลือแค่รัฐสภาเพียงส่วนเดียว ถือเป็นการลดทอนอำนาจของตัวแทนประชาชนโดยตรงที่ส.ส.ต้องจำใจยอมรับ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้แบบนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกร​ กล่าวว่า​ ตนคิดว่าเรื่องนี้ สภาผู้แทนราษฎร แม้ไม่ได้เป็นต้นทาง แต่ก็สมควรมีส่วนร่วมในการยื่นร่างกฏหมายปฏิรูปในนามพรรคการเมืองหรือในนามส.ส. ที่มีเนื้อหาในลักษณะเดียวกันประกบ เพื่อเข้าไปร่วมพิจารณาได้ เพราะขณะนี้กฎหมายหรือพระราชบัญญัติที่ถูกกำหนดเป็นรายการในการปฏิรูปมีถึง 240 กว่าฉบับ ซึ่งเป็นกฎหมายเล็กกฎหมายน้อยเต็มไปหมด บางฉบับก็เล็กน้อยเกินไป เช่น กฎหมายว่าด้วยตำรวจศาล เป็นต้น หรือบางฉบับก็ใหญ่เกินไปที่จะพิจารณาโดยรัฐสภาตามลำพังได้ เช่น กฎหมายเกี่ยวว่าเกี่ยวกับยาเสพติดที่ต้องฟังความเห็นอย่างรอบด้าน ดังนั้น ส่วนตัวจึงเห็นว่า ควรตัดคำว่า คณะรัฐมนตรี ตามร่างข้อ105 ออกไปเพื่อเปิดช่องให้ส.ส.มีส่วนร่วม แม้การยื่นร่างกฏหมายปฏิรูปจะยุ่งยากกว่ากฏหมายปกติที่ต้องใช้ส.ส.เข้าชื่อสนับสนุนขอให้กรรมการที่ตั้งขึ้นพิจารณา 1 ใน 3 ของสมาชิกอีกด้วย นอกจากนี้ ข้อยกเว้นตาม ข้อ 108 ควรตัดออก เพราะถือเป็นการยกเว้นข้อ 87 ในการนำร่างกฏหมายมารวมพิจารณา เพราะตามข้อเท็จจริง แม้จะมีการยื่นร่าง กฏหมายประกบ ร่วมพิจารณาเข้าสู่สภาฯ ก็ยังสามารถใช้ร่างของ ครม.เป็นร่างหลักได้อยู่แล้ว แต่การตัดสิทธิไม่ให้ส.ส.มีส่วนร่วมในการเสนอกฏหมายประกบเลย ถือเป็นการขัดหลักการรัฐธรรมนูญ และขาดเหตุผลในการห้ามส.ส.มีส่วนร่วมในฐานะตัวแทนของประชาชนด้วย โดยที่ไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราใดห้ามไว้เลย ทั้งนี้​ วันที่​ 20​ ก.ค.จะนำเข้าแจ้งหารือในการประชุมวิปรัฐบาล และในวันที่ 24 กค.นี้ ตนจะอภิปรายในการประชุมร่วมรัฐสภา​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71857</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิกร จำนง, ริบอำนาจ ส.ส., ร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ....</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1d3a2e69821.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
