<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 21:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯปลด 2 นายทหารสัญญาบัตร ขาดความสำนึกในการเป็นทหารมหาดเล็กฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62- ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศให้ปลดนายทหารสัญญาบัตรออกจากราชการ และถอดออกจากยศทหารพร้อมเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ปลดนายทหารสัญญาบัตรออกจากราชการ และถอดออกจากยศทหาร พร้อมเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จำนวน ๒ นาย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. ว่าที่ร้อยเอก พิทักษ์รณชัย สุขวัฒนามัย ตำแหน่ง รองผู้บังคับหมวดปฏิบัติการที่ ๒(๑) หมวดมาตรฐานเสริมและฝึกปฏิบัติการราชสำนักที่ ๓ กองร้อยเสริมและฝึกปฏิบัติการราชสำนัก กองพันราชสำนัก กรมทหารรักษาวังมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็ก ราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ให้ปลดออกจากราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถอดออกจากยศทหาร พร้อมเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา เนื่องจากหย่อนยาน ไม่ได้มาตรฐานของทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับยศและตำแหน่งขาดความสำนึกในการเป็นทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นนายทหารพ้นราชการประเภทที่ ๒ โดยไม่มีบำเหน็จบำนาญ สังกัด ส่วนราชการในพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. ร้อยโทหญิง กัญญาณัฎฐ ทรัพย์ปัณทากุล ตำแหน่ง รักษาราชการ ผู้บังคับตอน ปฏิบัติการที่ ๑ หมวดปฏิบัติการที่ ๒ หมวดมาตรฐานสุนัขหลวง/สัตวบาลและพระราชอุทยาน กองร้อยราชสำนักที่ ๒ เขตพระราชฐานชั้นในและชั้นกลาง กองพันราชสำนัก กรมทหารรักษาวังมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ให้ปลดออกจากราชการ และถอดออกจากยศทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา เนื่องจากหย่อนยาน ไม่ได้มาตรฐานของทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับยศและตำแหน่ง ขาดความสำนึกในการเป็นทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นทหารหญิงพ้นราชการ โดยไม่มีบำเหน็จบำนาญ สังกัดส่วนราชการในพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ปลดนายทหารสัญญาบัตรทั้ง ๒ นาย ออกจากราชการ และถอดออกจากยศทหาร พร้อมเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทาน ทุกชั้นตรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านรายละเอียด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49146</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารมหาดเล็ก, ประพฤิตนไม่เหมาะสม, ปลดนายทหารสัญญาบัตร, ราชกิจจานุเบกษา, ริบเครื่องราชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 21:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯลงโทษไล่&#039;2พันโท&#039;ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ทำผิดราชสวัสดิ์เชิงชู้สาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62- ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ ให้ลงโทษไล่ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือนออกจากราชการ
และถอดออกจากยศทหาร พร้อมเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ลงโทษไล่ข้าราชการในพระองค์ ฝ่ายพลเรือนออกจากราชการ และถอดออกจากยศทหาร พร้อมเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จำนวน ๒ นาย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. พันโท เอกชัย คู่กระสัง ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ ระดับ ๘ ฝ่ายมหาดเล็กรับใช้ แผนกมหาดเล็กห้องบรรทม กองกิจการในพระองค์เขตพระราชฐานชั้นในสุด กรมมหาดเล็ก ๙๐๔ สำนักพระราชวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. พันโท มาฆฤกษ์ คูสำราญ ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ ระดับ ๘ ฝ่ายมหาดเล็ก ห้องบรรทม แผนกมหาดเล็กห้องบรรทม กองกิจการในพระองค์เขตพระราชฐานชั้นในสุด กรมมหาดเล็ก ๙๐๔ สำนักพระราชวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากได้กระทำความผิดวินัยกรณีประพฤติตนไม่เหมาะสมในการเป็นข้าราชบริพาร กระทำการ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และกระทำผิดราชสวัสดิ์ในลักษณะเชิงชู้สาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงทรงพระกรุณ าโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ลงโทษไล่ พันโท เอกชัย คู่กระสัง และ พันโท มาฆฤกษ์ คูสำราญ ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน ออกจากราชการ โดยไม่ได้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ และถอดออกจากยศทหาร พร้อมเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทาน ทุกชั้นตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49144</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดยศทหาร, ผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง, ราชกิจจานุเบกษา, ริบเครื่องราชย์, ลงโทษข้าราชการในพระองค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ริบเครื่องราชฯทักษิณ โปรดเกล้าฯเรียกคืนเพราะศาลสั่งจำคุกหลบหนีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลอื่น จาก &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; เหตุเพราะถูกศาลสั่งจำคุก หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพฤติการณ์การกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ราชกิจจานุเบกษาประกาศว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลอื่น เนื่องจากนายทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาถึงที่สุดลงโทษจำคุก และยังมีข้อหาฐานอื่นๆ อีกหลายคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพฤติการณ์การกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นปฐมดิเรกคุณาภรณ์ และเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1 ของนายทักษิณ ชินวัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม พุทธศักราช 2562 ประกาศ ณ วันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32600</URL_LINK>
                <HASHTAG>พฤติการณ์ไม่เหมาะสม, ริบเครื่องราชย์, ศาลสั่งจำคุก, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190330/image_big_5c9f570e6e34b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมริบเครื่องราชฯ &#039;บาชาร์ อัลอัสซาด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสอ้างเหตุผลสวยหรูว่าการรุมโจมตีซีเรียของฝรั่งเศส, สหรัฐและอังกฤษ ทำเพื่อปกป้อง &amp;quot;เกียรติของประชาคมระหว่างประเทศ&amp;quot; และเตรียมถอดเครื่องราชฯ ชั้นสูงสุดที่เคยมอบให้ &amp;quot;บาชาร์ อัลอัสซาด&amp;quot; ขณะรัฐบาลของเขาอ้างมี &amp;quot;ความเป็นไปได้สูง&amp;quot; ที่หลักฐานการใช้อาวุธเคมีจะปลาสนาการจากเมืองดูมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง กล่าวต่อรัฐสภายุโรป เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2561/ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสแถลงเมื่อวันอังคารที่ 17 เมษายน 2561 กล่าวหารัสเซียและซีเรียว่า ปฏิเสธไม่ให้คณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การห้ามอาวุธเคมี (โอพีซีดับเบิลยู) ลงพื้นที่เมืองดูมาชานกรุงดามัสกัส เพื่อตรวจพิสูจน์ว่ามีการใช้อาวุธเคมีโจมตีพื้นที่ที่เคยอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายกบฏ เมื่อวันที่ 7 เมษายน หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีความเป็นไปได้สูงว่า หลักฐานและองค์ประกอบที่สำคัญจะสูญหายไปจากสถานที่นั้น ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพรัสเซียและซีเรียอย่างสมบูรณ์&amp;quot; สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างคำแถลงของฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียปฏิเสธว่าตนไม่ได้พยายามขัดขวางการสืบสวน และว่าคณะผู้ตรวจสอบซึ่งเดินทางถึงกรุงดามัสกัสเมื่อวันเสาร์ มีกำหนดเยือนเมืองดูมาในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสกล่าวด้วยว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ซีเรียต้องอนุญาตตามคำร้องขอของโอพีซีดับเบิลยูอย่างเต็มที่ทันทีโดยไม่มีอุปสรรค ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการลงพื้นที่ การสัมภาษณ์ผู้คน หรือเอกสารสำหรับการค้นหาข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าคำเตือนของฝรั่งเศส เคน วอร์ด ทูตสหรัฐประจำโอพีซีดับเบิลยู ก็แสดงความหวั่นเกรงเช่นกันว่ารัสเซียอาจเปลี่ยนแปลงทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว แต่เซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียปฏิเสธกับบีบีซีว่า รัสเซียไม่เข้าไปยุ่งเหยิงกับสถานที่นั้นแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศสและอังกฤษ ร่วมมือกับสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อซีเรียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยยิงมิสไซล์มากกว่า 100 ลูกถล่มเป้าหมาย 3 แห่ง ที่พวกเขาอ้างว่าเกี่ยวข้องกับอาวุธเคมี เมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีมาครงได้ขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภายุโรปที่เมืองสตราสบูร์ก และได้แก้ต่างให้ปฏิบัติการนี้ว่ามีเป้าหมายเพื่อปกป้อง &amp;quot;เกียรติของประชาคมระหว่างประเทศ&amp;quot; ต่อพฤติกรรมของซีเรียที่ต้องสงสัยว่าละเมิดอนุสัญญาห้ามอาวุธเคมีแห่งองค์การสหประชาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นเมื่อคืนวันจันทร์ สำนักงานของมาครงเปิดเผยว่า รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังเตรียมกระบวนถอดถอนเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ชั้นสูงสุด ที่ฝรั่งเศสเคยมอบให้กับประธานาธิบดีอัสซาดของซีเรียเมื่อปี 2544&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีฌากส์ ชีรัก (ขวา) จับมือกับประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด ที่มาเยือนกรุงปารีส&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2544 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีฌากส์ ชีรัก ของฝรั่งเศสขณะนั้น มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์กร็อง-ครัว หรือชั้นนักบุญมหากางเขนซึ่งเป็นชั้นประถมาภรณ์ ให้แก่อัสซาด ไม่นานภายหลังอัสซาดขึ้นสืบทอดอำนาจต่อจากฮาเฟซ อัลอัสซาด บิดาของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเพียงประธานาธิบดีฝรั่งเศสซึ่งดำรงตำแหน่งสูงสุดของกองพลเกียรติยศนี้เท่านั้น ที่สามารถตัดสินใจถอดถอนเกียรติยศที่เคยมอบให้แก่ชาวต่างชาติได้ แต่ละปีมีผู้ได้รับมอบเครื่องราชฯ ประมาณ 3,000 ราย ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 400 รายที่ได้รับการยอมรับว่าได้สร้างคุณูปการต่อฝรั่งเศส หรือปกป้องสิทธิมนุษยชน, เสรีภาพสื่อมวลชน หรือสร้างประโยชน์ด้านอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัสซาดถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชนของตนเองหลายครั้งในช่วงสงครามกลางเมืองยาวนาน 7 ปี ชาติมหาอำนาจตะวันตกรังเกียจเดียดฉันท์เขา แต่อัสซาดยังได้รับการอุ้มชูจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่เข้าแทรกแซงทางทหารจนช่วยให้อัสซาดสามารถกำราบพวกกบฏลงได้ ปูตินก็ได้รับมอบเครื่องราชย์ชั้นเดียวกันนี้จากชีรัก เมื่อปี 2549&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัสซาดไม่ใช่ชาวต่างชาติคนแรกที่มาครงริบเครื่องราชฯ ชั้นสูงสุดนี้ ก่อนหน้านี้ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน นักสร้างภาพยนตร์ผู้ทรงอิทธิพลของฮอลลีวูด ก็ถูกถอดเกียรติยศนี้ภายหลังผู้หญิงหลายคนกล่าวหาเขาว่าคุกคามทางเพศและข่มขืน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, ฝรั่งเศส, มาครง, ริบเครื่องราชย์, องค์การห้ามอาวุธเคมี, อัสซาด, อาวุธเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5fa35a131f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
