<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หึ่ง!ก๊วนกทม.เซ็งถูกริบรมต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สะพัด กลุ่ม กทม.พลังประชารัฐฉุนหนักไม่พอใจโผปรับ ครม. เหตุโดนริบโควตาเรียบ หลังหมดยุค &amp;quot;ณัฏฐพล-พุทธิพงษ์&amp;quot; ทั้งที่มี ส.ส.เขต 12 คน ขู่อาจเสียแชมป์ กทม. แต่สอง ส.ส.เขตรีบปฏิเสธพัลวัน ไม่ติดใจหากวืดหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ ถึงความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี ที่เริ่มมีความชัดเจนถึงรายชื่อที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เสนอไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็น น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จากข่าวเรื่อง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง จะเป็น รมว.ศึกษาธิการ และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ จะได้เป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นั้น ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายในพรรคว่า การเสนอรายชื่อดังกล่าวไม่ตอบโจทย์การเกลี่ยโควตาภาคที่อ้างอิงจำนวน ส.ส.ของแต่ละกลุ่ม ตามที่เคยหารือในการประชุมพรรคที่มี พล.อ.ประวิตรเป็นประธานเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของ ส.ส.ภาคใต้ ที่รอบนี้ก็ยังไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี รวมไปถึงภาค กทม. ที่เมื่อนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หลุดจากตำแหน่งไป ทำให้ไม่เหลือรัฐมนตรีที่เป็นสายตรงของภาค กทม.แม้แต่คนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีดังกล่าวทำให้มีการพูดคุยกันในกลุ่ม ส.ส.กทม. ว่าในการประชุมพรรควันที่ 16 มี.ค.นี้ จะมีการเสนอให้ พล.อ.ประวิตรทบทวนการพิจารณาเสนอชื่อ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการเสียโอกาสการทำพื้นที่ใน กทม. ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงการเลือกตั้งใหญ่ในอนาคต เนื่องจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐได้ ส.ส.กทม.มากที่สุด 12 ที่นั่ง และคะแนน ส.ส.เขตของ กทม.ของพรรครวมทุกเขตได้ถึงกว่า 8 แสนคะแนน แม้ความนิยมส่วนหนึ่งมาจากกระแส พล.อ.ประยุทธ์ แต่ส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดกระแสนี้ได้คือการจัดตั้งของทีม ส.ก.-ส.ข. และเจ้าของพื้นที่ซึ่งเป็น ส.ส.จากกลุ่ม กทม. กลับกัน บางจังหวัดที่มีรัฐมนตรีไม่สอดคล้องกับฐานคะแนนเสียงของพรรค อาทิ จ.ชลบุรี คะแนนรวมของพรรค 3 แสนคะแนน มี ส.ส. 5 คน แต่มีรัฐมนตรี 2 คน, จ.พะเยา ฐานคะแนน 1.2 แสนคะแนน ส.ส. 2 คน มีรัฐมนตรี 1 คน, จ.สุโขทัย ฐานคะแนน 1.1 แสนคะแนน ส.ส. 2 คน มีรัฐมนตรี 1 คน หรือ จ.สิงห์บุรี ฐานคะแนน 4.8 หมื่นคะแนน ส.ส. 1 คน กำลังจะมีรัฐมนตรี 1 คน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส.ส.ส่วนใหญ่ไม่ติดใจเรื่องตัวบุคคล แต่อยากให้ผู้ใหญ่คำนึงถึงการทำพื้นที่ที่ควรมีรัฐมนตรีดูแลรับผิดชอบ โดยเฉพาะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก. ที่จะเลือกในปีนี้ และอีกไม่เกิน 2 ปีก็จะมีการเลือกตั้งใหญ่ หากเป็นเช่นนี้ พรรคพลังประชารัฐอาจเสียแชมป์ ส.ส.กทม.&amp;quot; แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐสาย กทม.กล่าวต่อไปว่า วงพูดคุยของ ส.ส.กทม.ยังพูดกันด้วยว่า ถ้าการปรับ ครม.เป็นไปตามกระแสข่าว โดยไม่มีรัฐมนตรีจากสัดส่วน กทม. ย่อมเกิดผลกระทบต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลและของพรรคใน กทม.อย่างแน่นอน โดยเฉพาะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในเร็วๆ นี้ ในกลุ่ม กทม.มีความเป็นห่วงว่าพรรคพลังประชารัฐจะสูญเสียคะแนนจัดตั้งเดิมที่เคยช่วยพรรคในการเลือกตั้งใหญ่ แล้วอาจตีกลับไปให้คู่แข่งที่ไม่ได้อยู่ในเครือข่ายของพรรค ทั้งพรรคก้าวไกลที่เจาะกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ กลุ่มของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่กำลังจะตั้งพรรคใหม่ และกลุ่มการเมืองที่เข้มแข็งใน กทม. หรือแม้กระทั่งตัวเต็งสนามผู้ว่าฯ กทม.อย่างนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ทั้งหมดนี้ประกาศอย่างชัดเจนว่าไม่มีวันสังฆกรรมกับพรรคพลังประชารัฐมาโดยตลอด หรือกระทั่งพรรคประชาธิปัตย์เองก็กำลังรอโอกาสทวงพื้นที่ กทม.คืน ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า กทม.เป็นเมืองหลวงของประเทศ ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะเป็นเสียงสะท้อนในการตัดสินอนาคตของรัฐบาล และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงต่อการเมืองในระดับชาติอยู่เสมอ เหมือนทฤษฎีที่ว่า &amp;quot;คนชนบทเลือกรัฐบาล คน กทม.ล้มรัฐบาล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ข่าวดังกล่าว ทางด้าน ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ ก็ออกมาปฏิเสธทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานภาค ส.ส.กทม. กล่าวว่า ได้อ่านข่าวว่ามีกลุ่ม ส.ส.กทม.เรียกร้องให้มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีมาจากตัวแทนกลุ่ม ส.ส.กทม.แล้วทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เพราะข่าวนี้ไม่เป็นความจริง กลุ่ม ส.ส.กทม.เห็นด้วยที่จะให้หัวหน้าพรรคเป็นผู้คัดเลือกและส่งรายชื่อรัฐมนตรีเพื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา โดยไม่ต้องคำนึงถึงโควตากลุ่ม กทม.หรือกลุ่มจังหวัดใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเชื่อมั่นในหัวหน้าพรรค ว่าจะคัดเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานให้บ้านเมือง และ ส.ส.พลังประชารัฐทุกคนมีความรักความสามัคคีกัน ไม่ได้มีการแบ่งแยกเป็นกลุ่มภาคหรือกลุ่มจังหวัด ทุกคนพร้อมที่จะทำงานร่วมกันกับรัฐมนตรีทุกคน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ส.ส.กทม.ไม่เคยมีปัญหาในเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ และไม่ได้เรียกร้องให้มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีในโควตา กทม. ส.ส. กทม.ทุกคนเชื่อมั่นว่าพวกเราและพรรคพลังประชารัฐพร้อมที่จะทำงานรับใช้ชาวกรุงเทพฯ โดยไม่จำเป็นต้องมีรัฐมนตรีในโควตาของ กทม. ตามที่มีแหล่งข่าวนำมากล่าวอ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย และ ส.ส.อ่างทอง กล่าวถึงบทลงโทษสำหรับ 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ พรรคพลังประชารัฐ ที่โหวตญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจสวนทางกับวิปพรรคร่วมรัฐบาลว่า จนถึงขณะนี้พรรคภูมิใจไทยยังรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคว่าบทลงโทษสำหรับ 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์จะถูกดำเนินการอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราต้องการความชัดเจนจากพรรคแกนนำรัฐบาลว่าจะมีบทลงโทษอย่างไรกันแน่ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลสั่นคลอน เพราะนั่นคือความศักดิ์สิทธิ์ของมติพรรคร่วมรัฐบาล หากมีคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่งทำได้ ต่อไปก็จะมีกลุ่มอื่นๆตามมา พรรคแกนนำจึงควรจะมีมาตรการทำโทษที่ชัดเจนออกมาเป็นแนวทาง เรายังรอผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ ว่าจะมีมติอย่างไร แล้วแจ้งกลับมาให้พรรคภูมิใจไทย หลังจากนั้นพรรคภูมิใจไทยจะมีการแนวทางต่อไป&amp;rdquo; นายภราดรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ทำไม พรรคประชาธิปัตย์พ่ายเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10-11 มีนาคม 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้
จำนวน 1,317 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับสาเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายเลือกตั้งซ่อมจังหวัดนครศรีธรรมราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงสาเหตุที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งซ่อมที่นครศรีธรรมราช (7 มีนาคม 2564) พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 46.62 ระบุว่าประชาชนเบื่อ/ไม่ชอบวิธีการดำเนินงานทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ รองลงมา ร้อยละ 18.53 ระบุว่ากระแส/ผลงานพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในภาคใต้ ทำให้พรรคพลังประชารัฐชนะการเลือกตั้ง, ร้อยละ 16.17 ระบุว่ากระแส/ผลงานนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในภาคใต้ ยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ควรทำเพื่อให้ภาคใต้ยังคงเป็นฐานเสียงหลักของพรรค พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 45.94 ระบุว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ส. อดีต ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคควรลงพื้นที่ดูแลประชาชนให้มากขึ้น รองลงมา ร้อยละ 41.38 ระบุว่าผู้บริหารพรรคควรทุ่มเทและแสดงผลงานให้เด่นชัดมากขึ้น, ร้อยละ 33.86 ระบุว่าพรรคควรปรับวิธีการดำเนินงานและยุทธศาสตร์ทางการเมืองของพรรค และร้อยละ 9.72 ระบุว่าควรเปลี่ยนหัวหน้าพรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96065</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับ ครม., ปรับคณะรัฐมนตรี, พลังประชารัฐ, ริบโควตา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e18a8d28ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
