<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 00:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 00:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ริโอปรี๊ดผีเจ๊งคาบ้าน แพ้กระทั่งทีมบ๊วย โอเล่โวยลูกแรกฟาวล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดโอกาสกลับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงของตาราง พรีเมียร์ลีก หลังจากแพ้ช็อคต่อทีมบ๊วย เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด คาบ้าน 2-1 เมื่อคืนวันพุธ ริโอ เฟอร์ดินานด์ จวกทีมเก่ายับเสียฟอร์มให้กับทีมอันดับสุดท้ายของตารางที่ชนะมาได้แค่นัดเดียวก่อนหน้านี้ ด้าน โอเล กุนนาร์ โซลค์ชาร์ ยอมรับทีมขาดไอเดีย แต่ที่คาใจคือประตูขึ้นนำของทีมเยือน ที่ผู้ตัดสินใจยอมให้เป็นประตูทั้งที่ ดาวิด เด เคอา โดนทำฟาวล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอเล กุนนาร์ โซลค์ชาร์ รับว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขาดบางสิ่งบางอย่างไป หลังพ่ายช็อคให้กับทีมก้นตารางอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ไป 2-1 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา โดย 2 ประตูจาก คีน ไบรอัน กับ โอลลี เบิร์ก จากทั้ง 2 ครึ่ง น.23 กับ 74 ช่วยให้ ทีมดาบคู่ เก็บ 3 คะแนนเต็ม กลับออกจากโอลด์แทรฟฟอร์ด ได้อย่างเหลือเชื่อ ส่วนประตูเดียวจากทางฝั่งเจ้าบ้าน ได้จาก แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เป็นประตูตีเสมอ 1-1 ตอน น.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นเท่ากับว่า ยูไนเต็ด ได้พลาดโอกาสที่จะกลับขึ้นไปเป็นทีมนำของตาราง หลังจากเพิ่งโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงได้ด้วยการถล่ม เวสต์ บรอม 5-0 เมื่อคืนวันอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพ่ายแพ้นัดนี้ถือว่าเป็นเซอร์ไพรส์อย่างแรง ทั้งที่ทีมปีศาจแดงช่วงนี้กำลังเล่นด้วยความมั่นใจ ขณะที่ฟอร์มก่อนหน้านี้ก็ดีมาตลอดหลายนัด ล่าสุดยังชนะ ลิเวอร์พูล ได้ในศึก เอฟเอ คัพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซลค์ชาร์ ยอมรับว่าทีมของตนขาดจังหวะการเล่นลูกมหัศจรรย์อย่างหลายนัดที่ผ่านมา รวมถึงขาดวิญญาณเพชฌฆาตที่หน้าปากประตู แต่ไม่ว่าจะอย่างไร บอสทีมปีศาจแดง ดูจะไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินอย่างแรงที่ให้ เชฟฯ ยูฯ ได้ประตูแรกขึ้นนำไปก่อนในเกมนี้ ทั้งที่มีการฟาว์ผู้รักษาประตู คือ ดาวิด เด เคอา ในจังหวะนั้น แต่พอถึงทีของ มาร์กเซียล ขึ้นไปเอาคืนเล่นคล้ายๆกัน กลับโดนจับฟาวล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประตูแรก แน่นอนมันต้องเป็นการฟาวล์ บิลลี่ ชาร์ป วิ่งพุ่งไปชน ดาวิด เด เคอา ข้างหลัง เขาจึงขึ้นหาบอลไม่ได้ถนัด มันเป็นการฟาวล์ แต่ถ้าเป่าให้เป็นประตูได้ แต่จังหวะที่เราทำคล้ายๆกันบ้าง กลับโดนจับฟาวล์เร็วมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริโอ เฟอร์ดินานด์ กับ ปีเตอร์ เคราช์ อดีต 2 นักเตะทีมชาติอังกฤษ นักวิเคราะเห์เกมทาง บีที เห็นด้วยกับ บอสปีศาจแดง โดยบอกว่า การตัดสินในครึ่งแรกมีปัญหาจังหวะการเล่นในเขตโทษของทั้งสองฝั่งซึ่งขัดแย้งกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชาร์ป ไม่ได้มองบอลเลยในตอนนั้น&amp;quot; เคราช์ กล่าว &amp;quot;เขาตั้งใจที่จะเข้าไปทำลายจังหวะ เด เคอา และนั่นคือการทำฟาวล์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนอีกด้าน แฮร์รี่ แม็คไกวร์ สายตามองบอล ชาร์ป ไม่ หากคุณให้ทีมหนึ่งทำได้ อีกทีมต้องได้ด้วย ถ้าเป็น 20 ปีที่แล้ว ไม่มีใครโดนจับฟาวล์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟอร์ดินานด์ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ขอตำหนินักเตะยูไนเต็ดที่เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานในช่วงหลัง และยืนยันว่าจังหวะนั้น ชาร์ป ต้องถูกเป่าฟาวล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91344</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, โอเล กุนนาร์ โซลค์ชาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_6012ed33f2dbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 00:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 00:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราฮีมโดนดร็อป!เก็บตัวทีมชาติหวิดบู๊นักเตะหงส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราฮีม สเตอร์ลิง จะไม่ได้ลงเล่นให้ ทีมชาติอังกฤษ ในศึกรอบคัดเลือก ฟุตบอลยูโร 2020 กับ มอนเตเนโก หลังอารมฌ์ยังค้างจากเกมที่แอนฟิลด์ จนหวิดซัดกับนักเตะลิเวอร์พูลระหว่างเข้าแคมป์ทีมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทัพนักเตะสิงโตคำราม รวมตัวซ้อมกันที่ เซนต์ จอร์จส ปาร์ค เมื่อวันจันทร์ หลังจบโปรแกรมพรีเมียร์ลีกครบทุกคู่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งไฮไลท์คือเกมบิ๊กแมทช์ระหว่าง 2 ทีมเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่สนามแอนฟิลด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่าฝูง ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายคว้าชัยเหนือ แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 3-1 แบบมีข้อกังขาในการตัดสินของ ไมเคิล โอลิเวอร์ ที่ภายหลังถูกแฟนบอลบางคนนำมาล้อเลียนทางโซเชียลว่าเป็นผู้เล่นอีกคนของ เจอร์เกน คล็อปป์ เกมนั้น สเตอร์ลิง มีปัญหากับแนวรับของทีมเจ้าบ้านบางคนที่ตามสกัดและเล่นนอกเกม อย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ รวมถึงเหตุการณ์ที่จะมีเรื่องกับ โจ โกเมซ ในช่วงท้าย ที่นักเตะหลายๆคนต้องเข้าไปขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวออกมาว่า ทั้งคู่มามีเรื่องกันอีกหลังเจอกันระหว่างเก็บตัวในทีมชาติ เมื่อวันจันทร์ ส่งผลให้ สมาคมฟุตบอล ต้องออกแถลงการตามมาในวันนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในแถลงการณ์ของทาง เอฟเอ ยืนยันออกมาว่า ราฮีม สเตอร์ลิง จะไม่ได้รับการพิจารณาให้ลงสนามในเกมรอบคัดเลือก ศึกยูโร 2020 กับ มอนเตเนโกร คืนวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวเฉพาะทีมชาติ ที่ เซนต์จอร์จสปาร์ค แต่ ปีกจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะยังคงเก็บตัวอยู่กับทีมต่อไปตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมทช์นี้ อังกฤษ น่าจะค่อนข้างมั่นใจ ถึงยอมพักนักเตะที่เป็นคู่กรณีกันออกไปหนึ่งคน แม้เกมกับ มอนเตเนโกร หากทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต คว้าชัยได้ ก็จะลอยลำเข้าสู่รอบสุดท้ายได้ทันที นอกจากนั้นแล้วแมทช์นี้จะเป็นเกมนัดที่ 1,000 ของทีมชาติอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซาธ์เกต บอสทีมสิงโตคำราม กล่าว &amp;quot;เราได้ตัดสินใจกันแล้วว่าจะไม่พิจารณา ราฮีม สำหรับแมทช์กับ มอนเตเนโกร คืนวันพฤหัสฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หนึ่งในความท้าทายและเป็นจุดแข็งสุดสำหรับเรา คือเราสามารถที่จะตัดความเป็นอริกันในทีมสโมสรออกจากทีมชาติได้มาตลอด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โชคไม่ดีที่อารมฌ์จากเกมเมื่อวานนี้ยังคงระอุกันอยู่ ความรู้สึกของผมก็คือ เราต้องมีแอคชั่นเพื่อสิ่งที่ถูกต้องสำหรับทีม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ณ ตอนนี้ การตัดสินใจที่ออกมา มาจากการตกลงร่วมกันของทั้งทีม สิ่งสำคัญคือเราสนับสนุนผู้เล่นแต่ละคนและโฟกัสกับเกมในคืนวันพฤหัสฯนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตอร์ลิง ที่ผ่านมา ถือว่าอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดสำหรับ อังกฤษ โดยซัดไปถึง 8 ประตู ทำแอสซิสต์ไป 5 ในศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกเมซ ที่ถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 87 ในเกมเมื่อคืนวันอาทิตย์ เคยเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ ชุดใหญ่ มาแล้ว 7 นัด โดยนัดสุดท้ายเป็นเกม เนชั่นส์ ลีก นัดเพลย์ออฟ ชิงที่สาม กับ สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือน มิถุนายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน สเตอร์ลิง อดีตนักเตะของ ลิเวอร์พูล ภายหลังจากที่รู้ชะตากรรมว่าโดนดร็อปจากเกมทีมชาตินัดต่อไป ได้ใช้โซเชียล มีเดีย เพื่ออธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อันดับแรกสุดทุกคนรู้ว่าเกมนั้นมีความหมายสำหรับผม ทั้ง โจ และผมมีการปะทะคารมกัน และเคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว และไม่ได้ไปใส่ใจแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราอยู่ในกีฬาที่มีเรื่องอารมฌ์ร่วมของเกมมีสูงมาก และผมเป็นลูกผู้ชายพอที่จะยอมรับว่าปล่อยให้อารมฌ์เหล่านั้นครอบงำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมากล่าวโจมตี เซาธ์เกต สำหรับการจัดการเรื่องของ สเตอร์ลิง ที่เขามองว่าไม่ดีพอ โดยชี้ว่าเรื่องแบบนี้ควรจะเคลียร์กันเป็นการภายในมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตอร์ลิง ที่ว่ากันว่า คว้า โกเมซ เข้าที่คอตอนที่มีเรื่องกันในโรงอาหารของแคมป์ทีมชาติ ได้ออกมากล่าวขอโทษและยอมรับว่าระงับอารมฌ์ไม่อยู่เอง ซึ่ง เฟอร์ดินานด์ คิดว่า เซาธ์เกต น่าจะจัดการกับสถานการณ์นี้เป็นการส่วนตัว แต่กลับเปิดเผยออกมาให้สื่อได้เอาไปชำแหละต่อ เรื่องนี้น่าจะเคลียร์กันได้แล้วและให้จับมือเลิกรากันไป ที่ผ่านไป ริโอ บอกว่าที่ผ่านมาเขาเจอหนักกว่านี้เยอะทั้งชกเข้าที่หน้า อัดกันซี่โครงหัก ดั้งจมูกหัก หัวโดนเตะเหมือนลูกฟุตบอล แค่จับคอเรื่องแบบนี้ไม่น่าให้กลายมาเป็นประเด็นใหญ่ น่าจะจัดการเป็นการภายในเงียบๆมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50159</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติมอนเตเนโกร, ทีมชาติอังกฤษ, ฟุตบอล, ฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก, ราฮีม สเตอร์ลิง, ริโอ เฟอร์ดินานด์, แกเร็ธ เซาธ์เกต, โจ โกเมซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcae7d92b8c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2018 00:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2018 00:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ริโอโวยแทน&quot;มิโตรวิช&quot;VARไม่ทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลังทีมชาติอังกฤษ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวโจมตีผู้ตัดสิน เฟลิกซ์ ไบรข์ รวมถึงผู้ช่วยที่ดู VAR &amp;nbsp;หลังจากที่ไม่ยอมให้จุดโทษ เซอร์เบีย ในเกมที่แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 1-2 เมื่อคืนวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฟอร์ดินานด์ วิจารณ์ผู้ตัดสินที่ไม่ให้จุดโทษ เซอร์เบีย จังหวะที่ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช โดยฟาวล์อย่างชัดแจ้งในช่วงครี่งหลัง ที่โดนกองหลังสวิสสองคนรุมกอดปล้ำอย่างกับเล่นรักบี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สกอร์ในเวลานั้นยังเสมอกันที่ 1-1 และเฟลิกซ์ ไบรช์ ไม่ยอมไปดู VAR ก่อนที่ สวิส มาได้ประตูชัยจาก เซอร์ดาน ชากีรี ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์นี้ถูกโยงไปเปรียบเทียบกับ จังหวะที่ แฮร์รี่ เคน ของอังกฤษ ถูกฟาวล์ในลักษณะเดียวกันในเกมกับ ตูนิเซีย เมื่อจันทร์ที่แล้ว แต่ผู้ตัดสินก็ปฏิเสธที่จะเรียกใช้ VAR&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่าจังหวะนี้ควรต้องมีการขอใช้ VAR&amp;quot; เฟอร์ดินานด์ กล่าว &amp;quot;ผมไม่รู้ว่าบรรดาผู้ช่วยที่ดู VAR อยู่ คิดอะไรกัน แต่พวกเขาคงต้องทบทวนตัวเองแล้ว เพราะนี่มันตั้งสองคนที่กอดปล้ำไม่ให้ มิโตรวิช ขยับไปไหนได้ เขาอยู่ของเขาดีๆ กองหลังคนหนึ่งไม่มองแม้แต่ที่จะมองบอลเลยด้วยซ้ำ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11975</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์, ทีมชาติเซอร์เบีย, ฟุตบอล, ริโอ เฟอร์ดินานด์, อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180624/image_big_5b2e855cc95ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
