<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานกมธ.งบฯ ขึงขัง เรียกสอบกราวรูดอนุฯ รีดเงินอธิบดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.63 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2564 กล่าวถึงกรณีอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลระบุมีบางคนในอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 เรียกเงิน 5 ล้านบาท ว่า เรื่องที่เกิดขึ้น กมธ.งบฯ จะเรียกอนุกรรมาธิการชุดดังกล่าวเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนพิจารณาว่าจะมีการตั้งกรรมการสอบเรื่องนี้หรือไม่ แต่ส่วนตัวขอชี้แจงว่า คณะอนุกรรมาธิการฯไม่มีอำนาจตัดลดงบประมาณ และไม่ใช่แหล่งผลประโยชน์ มีเพียงหน้าที่ตรวจสอบความเหมาะสมในการจัดสรรงบประมาณของแต่ละหน่วยงาน เพื่อเสนอ กมธ.งบฯชุดใหญ่เท่านั้น ดังนั้น อำนาจการตัดสินใจทั้งหมดจึงอยู่ที่ กมธ.งบฯชุดใหญ่เท่านั้น และจะเริ่มปรับลดงบประมาณในช่วงปลายเดือนส.ค.นี้ ทั้งนี้ ในการพิจารณาของ กมธ.งบฯชุดใหญ่ จึงไม่มีเหตุจำเป็นอะไรที่หน่วยงานต้องเอาใจอนุกรรมาธิการฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะสามารถให้ความมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ใน กมธ.งบฯชุดใหญ่ นายสันติ กล่าวยืนยันว่า การพิจารณาในชั้นกมธ.งบฯชุดใหญ่ มีการเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายร่วมกันแสดงความคิดเห็น และมีการถ่ายทอดสดการประชุมทุกครั้ง ตั้งแต่มีการประชุมมายังไม่เคยมีการประชุมลับ จึงมั่นใจว่าการพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใส เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นภาษีของประชาชน กมธ.ฯต้องตรวจสอบเรื่องนี้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าไม่ได้มีแค่คณะอนุกรรมาธิการฯชุดนี้แค่ชุดเดียวที่มีการเรียกเงินนั้น นายสันติ กล่าวว่า จะเชิญอนุกมธ.ฯทุกคณะมาสอบเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73990</URL_LINK>
                <HASHTAG>รีดเงิน, ส.ส., สันติ พร้อมพัฒน์, อธิบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f31063f0b230.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เละ! &#039;เรืองไกร&#039; แฉผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาลตั้งแก๊งรีดเงินอธิบดีแลกผ่านงบฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.63 -&amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะ อนุกรรมาธิการแผนบรูณาการ 1 ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 กล่าวว่า ในช่วงเช้า วันที่ 10 สค. ได้ยื่นหนังสือให้ตรวจสอบ 2 กรณี คือ 1.เรื่องค่าค้างตั๋วเครื่องบินของอดีต ส.ส. 113 คน และ 2.ตรวจสอบกรณีมี ส.ส.เรียกรับเงินจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเพื่อให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ตรวจสอบ เพราะตนไม่เห็นด้วยที่ กมธ.ชุดใหญ่จะเป็นผู้ตรวจสอบกันเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะเรื่องที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการเรียกรับเงินจากอธิบดีกรมฯบาดาล &amp;nbsp;ซึ่งตนได้เห็นคาตาว่าประเด็นดังกล่าวมีการโต้แย้งกันในห้องประชุม 418 &amp;nbsp;และยืนฟังอยู่ รวมทั้งมี ส.ส.ที่เป็นกมธ.ยืนอยู่หลายคน &amp;nbsp;ซึ่งตนในฐานะที่เป็นนักตรวจสอบเชื่อว่าเรื่องนี้มีมูล แต่สุดท้ายก็อยากให้อธิบดีกรมฯ บาดาล มาเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ โดยเชื่อว่ากระบวนการนี้ต้องมี ส.ส.ในอนุ กมธ.เกี่ยวข้องเกินกึ่งหนึ่ง จากทั้งหมด 10 คน ถึงจะดำเนินการใดๆ ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า นอกจากนี้ภายหลังเกิดเรื่องยังมี ส.ส.พูดกับตนว่าอย่ายุ่งเรื่องนี้ได้หรือไม่ ในขณะเดียวกันภายหลังที่ตนยื่นเรื่องให้นายชวน ก็ปรากฎในไลน์กลุ่ม ส.ส.ว่ามีการเขียนระบุเลยว่า &amp;ldquo;ปวดตับ&amp;rdquo; &amp;nbsp;และมีคนส่งมาให้ตน ซึ่งตนก็ถามว่าทำไมต้องปวดตับ ถ้าเป็นความจริงก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง &amp;nbsp;โดยเรื่องเงิน 5 ล้านบาท ตนได้ยินว่ามีผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 ฝ่าย โดยมีฝ่ายรัฐบาล 2 คน รวมทั้งอดีต ส.ส.ที่ไปอยู่กับฝ่ายรัฐบาล และอาจจะเกี่ยวข้องกับฝ่ายค้านด้วย ซึ่งตนก็ตอบกลับไปว่าตนหยุดไม่ได้เพราะประชาชนอยากรู้ นอกจากนี้ในการทำงานยังมีหนังสือจาก กมธ.ชุดใหญ่ ลงมาแทรกแซงคณะอนุมธ.ให้ดำเนินการตาม ซึ่งตนเรียกเอกสารมาดูก็เป็นเช่นนั้น และเป็นเรื่องที่ชุดใหญ่จะต้องชี้แจงด้วย ตนถามไปหลายครั้งก็ไม่ได้รับคำตอบ แต่พอมาวันนี้จะมาเต้นแร้งเต้นกาเร่งตรวจสอบเฉพาะคณะอนุกมธ.บูรณการชุด 2 เท่านั้น ตนว่าไม่ใช่ ดังนั้นนายชวนจึงควรลงมาดูด้วยตนเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าขบวนการที่เกิดขึ้น ส.ส.มีการฮั้วกันทั้งหมดใช่หรือไม่ นายเรืองไกร กล่าวว่า ได้ยินมานานแล้ว อย่างไรก็ตามเรื่องงบประมาณมีความผิดปกติมาตั้งแต่ปี 2563 แล้ว เพราะที่ผ่านมามีการตั้งอนุ กมธ.เพียง 5 คณะ แต่ปีนี้แปลกมากที่มีการตั้งอนุกมธ.ถึง 8 คณะ มีผู้ใหญ่จากพรรคร่วมรัฐบาลบ่นกับตนว่าจะเอากันขนาดนี้เลยหรือ และมีการแย่งตำแหน่งประธาน อนุกมธ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากล และมีความพยายามจะปิดให้จบ และพยายามจะทำงบให้จับภายในวันที่ 11 ก.ย. เพราะสภาจะปิดสมัยประชุมวันที่ 20 ก.ย. แล้วก็ทำกันอย่างนี้ ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เข้าสู่คณะอนุกมธ.น้อยมาก แล้วห้องใหญ่ก็ดูงานกัน มีข้อคำสั่งสั่งการมายังคณะอนุกมธ. ผมได้บันทึกการประชุมไว้แล้ว ซึ่งสิ่งที่ผมนำเสนอมานั้นเป็นข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ไม่มีความเห็นผสมเลย&amp;rdquo;นายเรืองไกร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า ดังนั้นจึงต้องสอบข้อเท็จจริงต่อไป รวมทั้งประเด็นใหม่เรื่องเรือยางของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ที่มีกระแสข่าว ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ไม่ใช่คณะอนุ กมธ.คุรุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ที่มีนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน พยายามล็อบบี้ใม่ให้มีการตัดงบ รวมทั้งให้ตรวจสอบ 6 คณะอนุ กมธ.อื่นๆ ว่ามีเรื่องทำนองเดียวกันหรือไม่ เพราะตอนนี้สภาพของสภาคือ &amp;ldquo;กิจการโรงงานสภา&amp;rdquo; รวมทั้งตนเห็นว่า สตง.ควรมาร่วมสอบด้วย เพราะว่าประเด็นนี้เข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 144 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73985</URL_LINK>
                <HASHTAG>รีดเงิน, ส.ส., สภา, อธิบดี, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f30fee5147cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 07:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 07:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระยันจริง!โดนตำรวจตั้งด่านเรียกเงิน 4 หมื่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - จากกรณีพระวัดป่าใน ต.ดงเย็น &amp;nbsp;อ.เมือง จ.มุกดาหาร พาโยมที่มาทำบุญที่วัดแล้วถูกตำรวจตั้งด่านตรวจฉี่ปรากฏว่าผลออกมาเป็นสีม่วง และมีการเรียกรับเงินจำนวน 40,000 บาท ในเวลาต่อมาและเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 63 ได้เข้าร้องเรียนกับสื่อในจังหวัดมุกดาหาร แล้วมีการไลฟ์สด ผ่านเพจเฟซบุ๊ก จนมีการแชร์และมีการกล่าวถึงเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วานนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่วัดป่าเทพนิมิต &amp;nbsp;ต.ดงเย็น &amp;nbsp;อ.เมือง &amp;nbsp;จ.มุกดาหาร วานนี้ได้พบกับ พระอาจารย์คำนวณ &amp;nbsp;ฐิตญาโณ &amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดป่าเทพนิมิต &amp;nbsp;ได้ให้ข้อมูลว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องที่เกิดกับโยมที่มาทำบุญที่วัดเป็นชาวจังหวัดขอนแก่น โดยได้มาส่งญาติเพื่อปฏิบัติธรรม ชื่อว่านายสำเนียง &amp;nbsp;มโนทัย อายุ 46 ปี และ &amp;nbsp;นาย สุริยัน &amp;nbsp;แสนเมือง &amp;nbsp;อายุ 63 ปี &amp;nbsp;เป็นชาว ต.โคกสี &amp;nbsp;อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เมื่อส่งญาติเสร็จทั้ง 2 คน ได้ขับรถเพื่อจะกลับจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;โดยใช้เส้นทาง หนองพอก-หนองสูง เมื่อถึงด่านตรวจมีเจ้าหน้าที่ 6 &amp;nbsp;นาย ได้ทำการขอตรวจสารเสพติด แยกบริเวณวัดภูจ้อก้อ โดยผลออกม าพบปัสสาวะ นายสำเนียง &amp;nbsp;มโนทัย เป็นสีม่วง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลหนองสูง ผลที่ออกมาก็เป็นบวกเช่นเดิม แต่ไม่มีเอกสารยื่นยัน นายสำเนียง &amp;nbsp;ถึงกับงง เพราะตัวเองไม่เคยข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ที่ผ่านมาก็กินแค่ยาพวกโรคเบาหวาน &amp;nbsp;โรคเก๊า &amp;nbsp;ความดัน &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าที่ได้เรียกรับเงิน &amp;nbsp;40,000 บาท &amp;nbsp;จึงได้ไปขอความช่วยเหลือจากพระอาจารย์คำนวณ &amp;nbsp;ฐิตญาโณ &amp;nbsp;พร้อมกับได้มีการต่อรองลดเหลือ 15,000 บาท และได้มีการจ่ายเงินกันที่ข้าง สภ.หนองสูง ในเวลา 19.00 น. วันที่ 21 มีนาคม 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระอาจารย์คำนวณ &amp;nbsp;ฐิตญาโณ &amp;nbsp;กล่าวว่า ที่เข้าไปร้องสื่อในครั้งนี้ต้องการแค่ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ทำตัวแบบนี้ เพราะที่ผ่านมามีหลายครั้งแต่ไม่อยากจะทำอะไรมากมาย &amp;nbsp;ในการกระทำผิดครั้งนี้มีหลายข้อและตอนนี้ในการดำเนินการทางกฎหมาย ได้พาผู้เสียหายเข้ายื่นหนังสือต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร โดยได้นำหลักฐานไม่ว่าจะเป็น ผลการตรวจปัสสาวะ &amp;nbsp;คลิปเสียง พร้อมหลักฐานประกอบต่างๆ ส่วนในเรื่องของการตรวจปัสสาวะนั้นได้พานายสำเนียง &amp;nbsp;ไปตรวจที่โรงพยาบาลหนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ปรากฏว่าไม่เจอสารเสพติด จึงทำให้ผล 2โรงพยาบาลขัดแย้งกันต้องพิสูจน์กันอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่มตำรวจที่ถูกกล่าวหา เข้ามาหาเพื่อเจรจากับพระอาจารย์แต่ทางพระได้บอกกับกลุ่มตำรวจว่าให้ว่ากันไปตามกฎหมาย ที่จริงแล้วก็ไม่อยากไปร้องสื่อและยื่นหนังสือต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร แต่ก็ต้องว่ากันไปตามความถูกต้องสำหรับข้อสงสัยทำไมถึงร้องสื่อช้าเพราะกำลังคิดกลับไปกลับมาว่าจะดำเนินการเอาเรื่องหรือไม่ จนมาถึงวันนี้จึงตัดสินใจเข้าร้องสื่อและยื่นเรื่องร้องเรียน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68548</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งด่าน, พระ, พระวัดป่าใน, มุกดาหาร, รีดเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee423f1602c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
