<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับยกแก๊ง 5 ตำรวจปลอมตระเวนข่มขู่รีดไถกรรโชกทรัพย์ เลือกเหยื่อพัวพันยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp;ก.ย.64 - พ.ต.อ.มุสตอพา มะนิ ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งจาก นายอันวา เจ๊ะโซ๊ะ กำนันตำบลแหลมโพธิ์ ว่า ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นตำรวจได้เข้ามาในพื้นที่บริเวณ ม.3 บ.ปาตาบูดี ต.แหลมโพธิ์ หลังได้รับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบชายดังกล่าวจำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนแต่งตัวเลียนแบบคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการสวมใส่คล้ายชุดเกราะ เมื่อสอบถามจากทางกำนันได้ให้รายละเอียดว่า ชายทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนเข้ามาทำการตรวจค้นกลุ่มวัยรุ่น ภายใน ริมทะเล รีสอร์ท แล้วพยายามรีดไถเงินจากผู้ที่ถูกตรวจค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบชายทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนปรากฏว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตามที่แอบอ้างจึงจึงได้ควบคุมตัวทำการสอบสวนที่ สภ.ยะหริ่ง&amp;nbsp; ทราบชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นายมูฮัมหมัดฮาดีมัน หวังพึ่งฉาย ที่อยู่ 60 ถ.โรงอ่าง ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี (หัวโจก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายอุสมาน ยามา ที่อยู่ 49/1 ม.4 ต.บางโกระ&amp;nbsp; อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.นายสุกรี เจ๊ะโต๊ะ ที่อยู่ 17/2 บ.ตราย ต.จะแน อ.สะบาย้อย จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.นายกามี สามะ ที่อยู่ 81 ม.11 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.นายบัสมี บากา ที่อยู่10/3 ม.2 บ.วังโอ๊ะ อ.สะบาย้อย จ.สงขลา พร้อมยึดของกลาง ประกอบด้วย 1.รถยนต์ เก๋ง โตโยต้าวีออส สีบอร์ดเทา ทะเบียน ฆฆ 6037 กทม. &amp;nbsp;2.รถยนต์ เก๋ง โตโยต้าวีออส สีบอร์ดเทา ทะเบียน กต. 9456 ปน. ตรวจสอบเป็นรถที่ได้มาจากการขู่กรรโชก 3.เสื้อเกราะกันกระสุน จำนวน 3 ตัว และเครื่องแต่งกาย จนท. และ 4.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 9 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.มุสตอพา มะนิ ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า มีกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เข้าไปข่มขู่ประชาชนในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีการทำการตรวจปัสสะวะและตรวจค้นของประชาชน และได้กรรโชกเพื่อเอาทรัพย์สิน หลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.ยะหริ่งได้ทราบ จึงได้มีการกระจายข่าวไปยังผู้นำหมู่บ้านพื้นที่ต่างๆ เนื่องจากว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้ เมื่อไปปฏิบัติในพื้นที่ ชอบอ้างตัวว่ามาจาก สภ.ยะหริ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้ ได้ไปยังพื้นที่แหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง จึงได้ประสานไปยังกำนันพื้นที่แหลมโพธิ์ให้ตั้งด่าน จนเมื่อเวลา&amp;nbsp;03.00&amp;nbsp;น. กลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้าไปยังพื้นที่ก่อเหตุ ทางกำนันและทีมงานจึงได้เข้าล็อคตัว และประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพบเป็นกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน ซึ่งหลังจากการตรวจค้น ก็ได้พบของกลางเป็น เสื้อเกราะ และหมวก ที่แสดงสัญลักษณ์เป็นของหน่วยงานฝ่ายปกครอง และหน่วยงานอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เหล่านี้ จะลงมือกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเป็นส่วนใหญ่ เพราะว่าง่ายในการปฏิบัติการซึ่งได้ลงมือทำแบบนี้มานานกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน ซึ่งฝ่ายผู้เสียหายที่ถูกกระทำ ยังไม่มีการแจ้งความในพื้นที่ของอำเภอยะหริ่ง แต่ทราบว่าในพื้นที่อำเภอยะรังได้มีการแจ้งความไว้แล้ว และทราบว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้เป็นคนในพื้นที่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และอำเภอสะบ้าย้อย จ.สงขลา โดยหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการกับกลุ่มบุคคลเหล่านี้ตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีรายงานว่า กลุ่มผู้ต้อหาทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนยังเคยมีการแอบอ้างว่าเป็นนายตำรวจระดับผู้บังคับการจังหวัดและรองผู้กำกับการสืบสวนสืบสวนในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผู้ต้องหาได้มีการโทรไปยังสิบเวรตามโรงพักว่าเป็นผู้บังคับบัญชาและมีรายงานว่ามีผู้ต้องหาคดียาเสพติดถูกคุมตัวที่โรงพักกี่รายและเมื่อรู้ข้อมูล ก็ได้มีการติดตามไปทางญาติของผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ถูกคุมตัวที่โรงพัก โดยอ้างว่าตนเองสามารถวิ่งเต้นคดีให้หลุดแต่ต้องมีค่าใช้จ่าย จนกระทั่งญาติหลงเชื่อก็ได้มีการโอนเงินเข้าบัญชี และเมื่อโอนแล้วปรากฏว่าเรื่องก็เงียบหายไป ทำให้มีผู้ถูกหลอกลวงหลายราย อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าว ทาง พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้กำชับให้สืบสวนสอบสวนอย่างรอบคอบเนื่องจากเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียหายอีกหลายราย ซึ่งหากประชาชนคนใดที่เคยถูกกลุ่มบุคคลทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนหลอกก็ให้มาแจ้งความไว้เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117310</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกทรัพย์, จังหวัดปัตตานี, ตำรวจปลอม, รีดไถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_614877231e550.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัน 3 ข้อหาหนักแก๊งตำรวจท่องเที่ยวยกพวกรีดไถร้านรับซื้อของเก่า เหยื่อผวาถูกนักข่าวขู่ห้ามแจ้งความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แจ้ง 3 ข้อหาหนักบุกรุก กรรโชกทรัพย์ ซ่องโจร แก๊งตำรวจท่องเที่ยว นักข่าว ไฟแนนซ์ รวม 9 คน ยกพวกบุกรีดเงิน 8 หมื่นเจ้าของรับซื้อของเก่า ผู้เสียหาย พยานผวาถูกตามข่มขู่คุกคาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.63 - จากกรณีนายสุรินทร์ กาลสังข์ อายุ 39 ปี เจ้าของร้านรับซื้อของเก่าชื่อ &amp;ldquo;ฉอ ค้าของเก่า&amp;rdquo; เลขที่ 109/1 หมู่ 1 ตำบลบางหมาก อ.เมือง จ.ชุมพร นำคลิปวิดีโอกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร หลังมีกลุ่มบุคคลทำตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวนอกเครื่องแบบอ้างชื่อ &amp;ldquo;ผู้กองตุ้ม&amp;rdquo; พร้อมเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์และนักข่าวรวม 9 คน บุกเข้าไปตรวจค้นซากอะไหล่รถยนต์กล่าวหาว่ารับซื้อของโจรในช่วงเวลากลางคืนโดยไม่มีหมายค้นและความผิดใดๆ แล้วข่มขู่กรรโชกเรียกเงิน 150,000 บาท แต่ต่อรองจนเหลือ 8 หมื่นบาท เพราะเจ้าของเกิดความกลัวจึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ร.ต.อ.ธณ เนตรบุญใจบุญ รอง สว.ส.ทท.2 กก.2 บก. เป็นนายตำรวจท่องเที่ยวประจำสำนักงานระนอง-ชุมพร หรือ &amp;ldquo;ผู้กองตุ้ม&amp;rdquo; ได้เดินทางเข้าแสดงตัวและรับทราบข้อหาโดยให้การเบื้องต้นยอมรับว่าบุคคลในภาพคลิปวิดีโอเป็นตนเองจริงที่อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการไปเรียกรับเงินแต่อย่างใด ซึ่งเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันบุกรุกและร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ก่อนเจ้าหน้าจะปล่อยตัวไปก่อนเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้ากรณีดังกล่าวเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 3 เมษายน 2563 &amp;nbsp;นายสุรินทร์ กาลสังข์ อายุ 39 ปี นางดวงฤทัย คลี่บำรุง อายุ 43 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของร้าน &amp;ldquo;ฉอ ค้าของเก่า&amp;rdquo; ผู้เสียหายได้เดินทางมาพบ ร.ต.อ.หญิงนันทิยา รักดี รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์และยืนยันชี้ตัวบุคคลตามภาพคลิปวิดีโอตามที่ปรากฏในหลักฐานการแจ้งความดำเนินคดี โดยทั้งสองสามีภรรยายังคงยืนยันตัวตนและชื่อกลุ่มบุคคลทั้ง 5 ราย เหมือนเดิม คือ &amp;ldquo;ผู้กองตุ้ม&amp;rdquo;เป็นตำรวจท่องเที่ยว 1 นาย ที่มาแสดงตัวและรับทราบข้อกล่าวหาไปแล้วเมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ นักข่าว 3 คน และพนักงานไฟแนนซ์ 1 คน ส่วนที่เหลืออีก 5 คนอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ โดยพนักงานสอบสวนใช้เวลาสอบปากคำเพิ่มเติมนานร่วม 3 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองชุมพร อยู่ระหว่างดำเนินการทำเรื่องขอตรวจเก็บภาพกล้องวงจรปิดจากทางเจ้าของปั๊มน้ำมันและหน้าตู้เอทีเอ็มภายในปั๊มดังกล่าวที่ตั้งอยู่บริเวณริมถนนชุมพร-ปากน้ำชุมพร ตำบลปากหมากห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ตามมุมต่างๆจำนวนหลายตัว เพื่อขอดูภาพที่เพื่อนของเจ้าของร้านค้าของเก่าผู้เสียหายได้มากดเงินจากตู้เอทีเอ็มจ่ายให้กับแก๊งตำรวจและนักข่าวที่เข้าไปรับในบริเวณดังกล่าวจำนวน 8 หมื่นบาท ซึ่งถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรินทร์ กาลสังข์ และนางดวงฤทัย คลี่บำรุง สองสามีภรรยา กล่าวว่าวันนี้นอกจากจะมาให้ปากคำและชี้ยืนยันตัวบุคคลตามภาพวงจรปิดต่อพักงานสอบสวนแล้ว ตนได้มาให้ปากคำเพิ่มเกี่ยวกับเมื่อวานที่ผ่านมาได้มีนักข่าวคนหนึ่งตามที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดกับพวกบุกไปหาญาติตนที่เขารู้จักไปพูดจาข่มขู่ฝากมาถึงตนว่าหากไม่หยุดเรื่องคดีความ เขาจะพาตำรวจอีกชุดหนึ่งเข้าไปตรวจค้นจับกุมร้านขายของเก่าแห่งนี้ให้ได้ และจะขุดคุ้ยประวัติการกระความผิดต่างๆว่าทำอะไรบ้างเพื่อจะได้จับกุมดำเนินคดี ซึ่งทำให้ตนรู้สึกหวาดกลัวจึงได้มาให้ปากคำและแจ้งกับทางตำรวจไว้ แต่ถ้ายังไม่หยุดพฤติกรรมการข่มขู่คุกคาม ตนก็จะแจ้งความในข้อหาข่มขู่ต่อไป นอกจากนี้หลังเป็นข่าวได้มีพรรคพวกเพื่อนฝูงที่ทำอาชีพเดียวกันได้โทรมาสอบถามและบอกว่าเคยตกเป็นเหยื่อแก๊งนี้มาเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ภ.จ.ชุมพร กล่าวว่าจากกรณีดังกล่าวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งกำชับให้เร่งรัดควบคุมการดำเนินคดีอย่างเคร่งครัดเนื่องจากมีตำรวจท่องเที่ยวเข้าไปร่วมทีมด้วย ทำให้เกิดความเสียหายแก่วงการตำรวจอย่างมาก ซึ่งเบื้องต้นทราบจากหัวหน้าพนักงานสอบสวนว่าได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแล้วเบื้องต้นมี 5 คน เป็นตำรวจท่องเที่ยว 1 นาย นักข่าว 3 คน พนักงานไฟแนนซ์ 1 คน ในข้อหาร่วมกันบุกรุกเคหะสถาน ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และซ่องโจร ส่วนทีที่เหลืออีก 4 ราย อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ ซึงทราบว่า 1 ในนั้นมีอดีตทหาร 1 คน ขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหาได้มาแสดงตัวรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 1 ราย เป็นตำรวจท่องเที่ยว ส่วนที่เหลือจะได้พิจารณาออกหมายเรียกหรือหมายจับมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61947</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกทรัพย์, ข้อหาซ่องโจร, จังหวัดชุมพร, บุกรุก, รีดไถ, สภ.เมืองชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e870bf2924c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บช.ทท.ตั้งกรรมการสอบ &#039;ร.ต.อ.&#039;  รีด 8 หมื่น ร้านรับซื้อของเก่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.63 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มชายอ้างเป็นตำรวจข่มขู่รีดเงิน 8 หมื่นบาทร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่ สภ.เมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ว่า ได้รับรายงานเพิ่มเติมจาก สภ.เมืองชุมพร จากการสืบสวนสอบสวนขณะนี้ทราบว่ามีผู้ก่อเหตุทั้งหมดจำนวน 9ราย สามารถพิสูจน์ทราบได้แล้วจำนวน 5ราย ตำรวจท่องเที่ยว 1ราย ,เจ้าหน้าที่บริหารทางการเงิน (ไฟแนนซ์) 1ราย , นักข่าว 3ราย ในส่วนผู้ก่อเหตุอีก 4ราย อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบว่าเป็นผู้ใด มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 5ราย ในข้อหา ร่วมกันบุกรุกเคหสถาน ตาม ป.อาญา ม.362 ประกอบม.80 &amp;nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ,ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ตาม ป.อาญา ม.337 ประกอบม.80 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท และเป็นซ่องโจร ตาม ป.อาญา ม.210 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ได้รับรายงานจากกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 ว่า ขณะนี้ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงข้าราชการตำรวจในสังกัดที่มีพฤติกรรมดังกล่าว โดยหากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาดไม่มีละเว้น ไม่มีการให้ความช่วยเหลือ ว่ากันไปตาม ข้อเท็จจริงพยานหลักฐานที่ปรากฎ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับและมีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการ ผู้กำกับ หน.หน้าหน่วยในทุกต้นสังกัดทุกพื้นที่ ให้มีการควบคุม ดูแลความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537 หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ โดยให้ดำเนินการตรวจสอบกระทำด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากผลการตรวจสอบพบว่าได้กระทำผิดจริงให้ดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฎชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอดไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61925</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, รีดไถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e86d5597b7aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนองคำสั่งผบ.ตร.!เด้งตำรวจสืบ 1 ยัดยาบ้ารีดเงินพ่อค้าส้มตำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.61- &amp;nbsp; พ.ต.อ.กฤษณะ &amp;nbsp;พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่นายศักดิ์ชัย แน่นอุดร อายุ 49 ปี พ่อค้าส้มตำ ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ยัดยาบ้า เรียกรับเงินจำนวน 50,000 บาท ว่า ได้รับแจ้งจาก สน.พญาไท ว่า ด้วยเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2561 เวลาประมาณ 13.00 น. นายศักดิ์ชัย แน่นอุดร อายุ 49 ปี ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.พญาไทย ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ซึ่งอ้างว่าได้เรียกรับเงินสินบนจากตนเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท ไปนั้น &amp;nbsp;โดยประกอบไปด้วยนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 3 นาย ชั้นประทวนจำนวน 4 นาย รวม 7 นั้น ในความผิดฐาน &amp;nbsp;&amp;ldquo;ร่วมกันกรรโชกทรัพย์และใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดนั้น&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ทาง สน.พญาไท นั้นได้รับคำร้องทุกข์ตามคดีอาญาไว้แล้วและอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจะได้ดำเนินคดี กับทั้งได้รายงานเรื่องให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล 1 ทราบ และได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง กับทั้งได้มีคำสั่งให้กลุ่มข้าราชการตำรวจที่ถูกกกล่าวหานั้น มาปฏิบัติราชการ ที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยขาดจากหน้าที่เดิมตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2561 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า ยังกล่าวต่ออีกว่า ในกรณีดังกล่าวการกระทำผิดกฎหมายเป็นเรื่องของความประพฤติส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับองค์กรแต่อย่างใด ยืนยันทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่มีการปกป้องข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดกฎหมายอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งพนักงานสอบสวนและคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง จะดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ ตามกรอบกฎหมาย และระยะเวลาที่กำหนด &amp;nbsp;ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการมาโดยตลอด ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปยุ่งเกี่ยว เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือนร้อนแก่พี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานด้วยความสุจริต เป็นธรรม ให้บริการประชาชนด้วยใจ เสมือนเป็นคนในครอบครัว นึกถึงความเดือดร้อน หรือปัญหาต่างๆที่ประชาชนมาขอความช่วยเหลือเป็นสำคัญ คอยบำบัดทุกข์บำรุงสุกแก่ประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชา คอยสอดส่องดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ จะดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17288</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ่อค้าส้มตำ, ยัดยาบ้า, รองโฆษก ตร., รีดไถ, สน.พญาไท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180727/image_big_5b5aba6f1dd09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2018 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2018 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัชระ&#039; เหน็บแก้กฎหมายให้ตำรวจติดเตารีด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.61 - นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขกฏหมายให้มีการเพิ่มโทษปรับกรณีไม่พกใบอนุญาตขับขี่ เป็น 5 หมื่นบาท ว่า ขอคัดค้านในการเสนอแก้ไขของกรมการขนส่งทางบก และขอเรียกร้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระงับการพิจารณา และชะลอการบังคับใช้ เพราะการเพิ่มโทษปรับดังกล่าวจะเป็นการเอื้อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนทุจริต และถือเป็นการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถือเตารีดใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย ที่ผ่านมาสังคมไทยรู้กันดีว่าการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีต่อผู้กระทำผิดกฏหมายจราจรเป็นอย่างไร และมักจะตั้งศาลเตี้ยตามริมถนนและสี่แยกไฟแดง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16130</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวัชระ เพชรทอง, รีดไถ, เตารีด, เพิ่มโทษไม่มีใบขับขี่, ใบขับขี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180825/image_big_5b80eb1f46f5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2018 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2018 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สันธนะ: ผมเป็นลูกค้าวีวีไอพี สตช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.2561 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ร.ต.ท.ทศพร ดุดง รอง สว.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง ควบคุมตัว พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับสันติบาล และที่ปรึกษาของบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด มาขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรก โดยทันทีที่ลงจากรถตู้ของตำรวจ พ.ต.ท.สันธนะได้เดินลงมาก่อนชูมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกล่าวว่า &amp;ldquo;นี่เป็นออเดอร์ ผมเป็นลูกค้าวีวีไอพีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่นั่งรถมามีคำสั่งพิเศษบอกว่า ให้กลับไปที่สถานีตำรวจใหม่อีกรอบหนึ่ง เมื่อคืนมีคนของตัวเองดูแลก็เรียบร้อยดี ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วง ได้เตรียมหลักทรัพย์มาพร้อม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมมั่นใจในกระบวนการศาลยุติธรรม ผมไม่ได้กระทำผิดอะไร ถ้าประเทศนี้แผ่นดินนี้ คนไม่ได้กระทำผิดแล้วถูกกระทำแบบผม ประชาชนสังคมจะอยู่ได้ไหม มีพ่อค้าแม่ค้า 8 ราย มาบอกว่าผมไปรีดเก็บเงินไถเงิน เดือนละ 1,500 บาท เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ผมได้รับรายชื่อ 8 เดนนรกแล้ว ผมดำเนินการฟ้องร้องพ่อค้าแม่ค้าพวกนี้กลับแน่ คนอย่างผม ผมดูชื่อ ผมไม่เคย เขาขายอยู่ตรงไหน ร้านไหน ผมไม่เคย ไม่รู้จัก เป็นเรื่องจริงที่ 8 หมายไม่มีผู้เสียหายมันเป็นกระบวนการที่ผิดปกติไปทุกขั้นตอน ผมไม่มีวันยอมพวกคุณ&amp;quot;พ.ต.ท.สันธนะกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9075</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ปรึกษาของบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง, พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์, รีดไถ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, อดีตรองผู้กำกับสันติบาล, เดนนรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180512/image_big_5af68883b4d05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
