<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 22:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 22:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกส.ว.จอร์เจีย เดโมแครตคว่ำรีพับลิกัน จ่อคุมสภาสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐจอร์เจียของสหรัฐจัดการเลือกตั้งชี้ขาด ส.ว. 2 ที่นั่ง ผลคะแนนวันพุธชี้เดโมแครตชนะแล้ว 1 ที่นั่ง อีกหนึ่งคะแนนนำฉิวเฉียด หากชนะได้ทั้งคู่จะทำให้เดโมแครตสามารถคุมเกมในสภาสูง เอื้อต่อการบริหารงานของโจ ไบเดน ผู้ที่คองเกรสมีกำหนดลงมติรับรองผลเลือกตั้งประธานาธิบดีของคณะผู้เลือกตั้งในวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราฟาเอล วอร์น็อก ศาสนาจารย์ผิวดำ ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีวันพุธที่ 6 มกราคม กล่าวว่า รายงานผลการนับคะแนนของเครือข่ายโทรทัศน์หลายแห่งของสหรัฐชี้ว่า ศาสนาจารย์ราฟาเอล วอร์น็อก ซึ่งเป็นคนแอฟริกันอเมริกันวัย 51 ปี กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นคนผิวดำคนที่ 3 ที่ชนะการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในรัฐทางใต้แห่งนี้ โดยเขาสามารถเอาชนะเคลลี โลฟฟ์เลอร์ นักธุรกิจหญิงวัย 50 ปี ที่ได้รับแต่งตั้งมาดำรงตำแหน่งนี้เมื่อเดือนธันวาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐจอร์เจียต้องจัดให้มีการลงคะแนนชี้ขาดส.ว. 2 ที่นั่งในครั้งนี้ เนื่องจากไม่มีผู้สมัครรายใดชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนด้วยคะแนนเกิน 50% การเลือกตั้งในวันอังคารที่่ผ่านมา ผลต่างคะแนนของคู่แข่งจากทั้งสองพรรคฉิวเฉียดกันมาก สื่อสหรัฐเผยว่าผลการนับคะแนนผ่านไป 98% วอร์น็อกชนะโลฟฟ์เลอร์ด้วยคะแนน 50.6% ต่อ 49.4% โดยมีคะแนนมากกว่าโลฟฟ์เลอร์ 53,430 คะแนน หรือเกิน 1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกที่นั่งนั้น จอน ออสซอฟฟ์ จากพรรคเดโมแครต มีคะแนนนำเดวิด เพอร์ดู เจ้าของเก้าอี้เดิมจากรีพับลิกัน เล็กน้อย ที่ 50.2% ต่อ 49.8% หรือมีคะแนนนำ 16,370 คะแนน ซึ่งเป็นผลต่างที่มากกว่าชัยชนะของไบเดนเหนือทรัมป์ในรัฐนี้ นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า ออสซอฟฟ์มีโอกาสมากที่จะชนะ เนื่องจากคะแนนที่ยังเหลือนั้นอยู่ที่เขตชานเมืองแอตแลนตาที่มีแนวโน้มเทคะแนนให้เดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเดโมแครตชนะได้ทั้ง 2 ที่นั่ง จะทำให้วุฒิสภาสหรัฐ ที่เดิมรีพับลิกันครองเสียงข้างมาก แบ่งเป็นรีพับลิกันและเดโมแครตครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งเอื้อสำหรับรัฐบาลใหม่ของโจ ไบเดน เนื่องจากรองประธานาธิบดีคือผู้มีอำนาจชี้ขาดมติของสภาสูงหากผลคะแนนออกมาเสมอกัน และจะทำให้ไบเดนผลักดันนโยบายสำคัญๆ ผ่านคองเกรสได้ โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมและระบบประกันสุขภาพที่รีพับลิกันคัดค้านอย่างแข็งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพุธตามเวลากรุงวอชิงตันของสหรัฐ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเดโมแครตมีเสียงข้างมาก และวุฒิสภา จะประชุมร่วมกันเพื่อลงมติรับรองผลคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งที่ยืนยันว่าไบเดนคือประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ และคามาลา แฮร์ริส คือรองประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ดึงดันไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ มีแผนจะปราศรัยต่อผู้ชุมนุมใกล้ทำเนียบขาว เพื่อประท้วงการรับรองผลการเลือกตั้ง โดยผู้สนับสนุนเขาหลายร้อยคนที่สวมหมวก &amp;quot;ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง&amp;quot; มาชุมนุมรอท่าแล้ว ท่ามกลางการวางกำลังอย่างแน่นหนาของเจ้าหน้าที่ ส่วนร้านค้าในพื้นที่ใกล้เคียงพากันใช้แผ่นไม้มาตอกปิดกระจกหน้าต่างด้วยความหวั่นเกรงว่าจะเกิดความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เรียกร้องรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ซึ่งจะทำหน้าที่ประธานการประชุม ให้ &amp;quot;ปฏิเสธผู้เลือกตั้งที่ฉ้อโกง&amp;quot; แต่ในทางกฎหมายนั้นรองประธานาธิบดีไม่มีอำนาจกระทำตามที่ทรัมป์ร้องขอได้ ขณะที่ ส.ส.รีพับลิกันหลายสิบคน และ ส.ว.อีก 12 คน กล่าวกันว่าพวกเขาจะปฏิเสธการรับรองผล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89039</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอน ออสซอฟฟ์, ราฟาเอล วอร์น็อก, รีพับลิกัน, วุฒิสภาสหรัฐ, ส.ว.จอร์เจีย, เดโมแครต, เลือกตั้ง ส.ว.สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff5da96c6770.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เมลาเนีย ทรัมป์&#039;เรียกร้องความสามัคคีต่างสีผิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมแห่งชาติพรรครีพับลิกันผ่านทางระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์จากทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร แสดงความเห็นอกเห็นใจต่อเหยื่อของไวรัสโคโรนาและเรียกร้องให้มีความสามัคคีระหว่างคนต่างสีผิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมลาเนีย ทรัมป์ ภริยาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมแห่งชาติพรรครีพับลิกันวันที่ 2 จากโรสการ์เดนในทำเนียบขาวเมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม เริ่มต้นด้วยการขอให้ร่วมกันสวดภาวนาให้แก่ผู้ป่วยและผู้ได้รับความทุกข์ทรมานจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทุกคน และขอแสดงความเสียใจต่อทุกคนที่ต้องสูญเสียบุคคลที่รักเพราะโรคนี้ ก่อนหน้านี้ในการประชุมวันแรก ผู้ที่กล่าวปราศรัยคนอื่นๆ หรือแม้แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้กล่าวถึงเหยื่อของโรคโควิด-19 แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐกล่าวว่า ช่วงเวลาที่พิเศษเช่นนี้เธอจะไม่ใช้ไปเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม เธอกล่าวว่าได้ทบทวนถึงความรุนแรงทางเชื้อชาติสีผิวที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา นี่เป็นความจริงที่เจ็บปวด เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของประเทศของเราที่เราไม่ได้ภูมิใจ เธอขอเรียกร้องให้พลเมืองทุกคนของประเทศนี้มีช่วงเวลาที่หยุดนิ่ง และมองสิ่งต่างๆ จากทุกมุมมอง เรายังมีสิ่งต่างๆ อีกมากมายที่จะได้เรียนรู้จากกันและกันด้วยท่าทีของคนที่มีวัฒนธรรม เราสามารถทำงานด้วยกันและใช้ชีวิตตามมาตรฐานของชาวอเมริกัน และเรียกร้องให้ประชาชนหยุดใช้ความรุนแรงและหยุดการปล้นสะดมที่ทำลงไปด้วยข้ออ้างว่าเพื่อความยุติธรรม และอย่าได้ตัดสินคนอื่นจากแค่สีผิวของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมลาเนียเล่าถึงประสบการณ์ที่เป็นผู้อพยพมาอยู่สหรัฐว่า ตอนนั้นเธอเป็นนางแบบแฟชั่นอายุ 26 ปีมาจากสโลวีเนีย แต่เธอได้ยินถึงสถานที่น่ามหัศจรรย์ที่เรียกว่าอเมริกามานานแล้ว หลังใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนแห่งโอกาสแห่งนี้มา 10 ปี เธอก็ได้เป็นพลเมืองสหรัฐ เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เธอภูมิใจมากที่สุดในชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมลาเนียกล่าวถึงประธานาธิบดีทรัมป์ว่า เป็นคนที่ไม่มีความลับว่าเขารู้สึกอย่างไร ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ แต่คุณจะรู้เสมอถึงสิ่งที่เขากำลังคิด ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขาเป็นบุคคลที่รักชาติอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75654</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมแห่งชาติพรรครีพับลิกัน, รีพับลิกัน, เมลาเนีย ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f466c96113e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รีพับลิกันปลุกผีฝ่ายซ้าย-กลียุคถ้า&#039;ไบเดน&#039;ชนะ&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พรรครีพับลิกันเปิดประชุมแห่งชาติเมื่อวันจันทร์ เสนอชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงเลือกตั้งอีกสมัย สมาชิกดาหน้าแสดงสุนทรพจน์ฉายภาพอเมริกามืดหม่นหากโจ ไบเดน ชนะ ปลุกความกลัวสังคมนิยมจลาจลปล้นสะดม ขณะทรัมป์ยังท่องคาถาเดโมแครตหนุนโหวตทางไปรษณีย์เพื่อโกงเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ชูนิ้วหลังกล่าวสุนทรพจน์ในวันแรกของการประชุมแห่งชาติพรรครีพับลิกัน ที่เมืองชาร์ลอตต์ นอร์ทแคโรไลนา เมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การประชุมแห่งชาติพรรครีพับลิกันเพื่อเสนอชื่อผู้แทนพรรคลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ เปิดฉากวันแรกของการประชุม 4 วันเมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม โดยทรัมป์ได้รับการเสนอชื่ออย่างเป็นเอกฉันท์ เวทีนี้ซึ่งจัดที่เมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา โดยปราศจากผู้ชมเพราะสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; พยายามวาดภาพทรัมป์แบบชี้นำผิดๆ ว่าเป็นประธานาธิบดีที่ตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนสามารถรักษาชีวิตได้นับหมื่นและทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกชายหัวเอียงขวาของประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ถ่ายทอดจากกรุงวอชิงตันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกระหว่าง &amp;quot;โบสถ์, การทำงาน และการเรียน&amp;quot; กับ &amp;quot;การก่อจลาจล, การปล้นสะดม และทำลายทรัพย์สิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูกชายของทรัมป์ รวมถึงผู้กล่าวในที่ประชุมนี้เกือบทุกคน ไม่ได้เอ่ยถึงผู้ป่วยกว่า 177,000 คนที่ตายเพราะโควิด-19 ในสหรัฐ โดยทรัมป์ จูเนียร์ อ้างว่า พ่อของเขาดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อขัดขวางไม่ให้โรคนี้แพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ปราศรัยคนอื่นๆ กล่าวโจมตีไบเดนว่าจะนำพาระบอบสังคมนิยมมาสู่อเมริกาและเป็นอันตรายต่อประเทศนี้ &amp;quot;พวกเขาต้องการทำลายประเทศนี้และทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต่อสู้ให้ได้มาและรักษาไว้&amp;quot; คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์ ที่ปรึกษาการหาเสียงของทรัมป์ซึ่งเป็นแฟนสาวของทรัมป์ จูเนียร์ กล่าว &amp;quot;พวกเขาต้องการขโมยเสรีภาพ อิสรภาพของพวกคุณ พวกเขาต้องการควบคุมสิ่งที่คุณเห็น คิด และเชื่อ เพื่อให้สามารถควบคุมการวิธีการใช้ชีวิตของคุณได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายหนึ่งเป็นผู้สนับสนุนพรรคชื่อแพทริเซีย แม็กคลอสกีย์ ซึ่งเป็นข่าวโด่งดังเมื่อเธอและสามีใช้ปืนเล็งใส่ผู้ประท้วงชีวิตคนดำมีความสำคัญที่เดินขบวนผ่านบ้านของพวกเขาในเมืองเซนต์หลุยส์เมื่อเดือนมิถุนายน &amp;quot;ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ครอบครัวของคุณจะไม่ปลอดภัยในอเมริกายุคเดโมแครตหัวรุนแรง&amp;quot; แม็กคลอสกีย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุม ตอกย้ำคำกล่าวหาเดิมๆ ของเขาที่ว่า พรรคเดโมแครตต้องการ &amp;quot;ขโมย&amp;quot; การเลือกตั้งที่โพลเกือบทุกสำนักพบว่าเขามีคะแนนตามหลังไบเดน ทรัมป์บอกให้สมาชิกพรรครีพับลิกันเฝ้าระวังแผนโกงเลือกตั้งของเดโมแครตผ่านการลงคะแนนทางไปรษณีย์ ซึ่งเดโมแครตอ้างว่าจำเป็นเพื่อปกป้องประชาชนจากการติดเชื้อไวรัสหากไปลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขากำลังพยายามขโมยการเลือกตั้ง&amp;quot; ผู้นำสหรัฐกล่าวต่อผู้แทนเลือกตั้งของพรรค ซึ่งหลายคนสวมหน้ากากอนามัย &amp;quot;หนทางเดียวที่พวกเขาสามารถชิงการเลือกตั้งไปจากเราได้ก็คือ การเลือกตั้งนี้เป็นการเลือกตั้งโกง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายคัดค้านกล่าวกันว่า การต่อต้านอย่างสุดโต่งมากขึ้นของทรัมป์ต่อการขยายการใช้สิทธิเลือกตั้งทางไปรษณีย์ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้อย่างแพร่หลายในสหรัฐอยู่แล้ว เป็นความพยายามหยุดยั้งการใช้สิทธิลงคะแนนและหาข้ออ้างเพื่อท้าทายผลการเลือกตั้งหากทรัมป์แพ้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75540</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้งสหรัฐ, รีพับลิกัน, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f4508788e252.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 21:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุฒิสภาผ่านมติสกัด &#039;ทรัมป์&#039; เปิดสงครามอิหร่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ส.ว.รีพับลิกัน 8 รายแตกแถวลงมติร่วมกับเดโมแครตเมื่อวันพฤหัสบดี ผ่านข้อมติจำกัดอำนาจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการประกาศสงครามเชิงรุกกับอิหร่าน เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากทรัมป์อนุมัติส่งโดรนสังหารนายพลคนสำคัญของอิหร่านจนสถานการณ์เกือบบานปลายเป็นสงคราม แต่เชื่อว่าทรัมป์จะวีโตอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ว.แทมมี ดักเวิร์ธ แถลงข่าวร่วมกับ ส.ว.ทิม เคน จากพรรคเดโมแครต ภายหลังวุฒิสภาโหวตผ่านข้อมติอำนาจการทำสงครามอิหร่าน เมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 กล่าวว่า สมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันทั้ง 8 รายที่แตกแถวนี้ล้วนเคยลงมติว่าทรัมป์พ้นข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนจากตำแหน่งเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน แต่ในการลงมติเมื่อวันพฤหัสบดี พวกเขากลับลงคะแนนเห็นชอบญัตติของ ส.ว.เดโมแครต ทำให้ญัตตินี้ผ่านเสียงข้างมากได้ด้วยคะแนน 55 เสียง ต่อ 45 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมติฉบับนี้จะห้ามการดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน เว้นแต่สภาคองเกรสจะลงมติให้ประกาศสงครามหรือให้ความเห็นชอบอำนาจพิเศษในการใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัค ชูเมอร์ แกนนำ ส.ว.เดโมแครตเสียงข้างน้อย กล่าวภายหลังการลงมติว่า วุฒิสภาเพิ่งส่งสารชัดเจนถึงทรัมป์ว่า ส.ว.เสียงส่วนใหญ่จากทั้งสองพรรคไม่ต้องการให้ประธานาธิบดีทำสงครามโดยปราศจากความเห็นชอบของคองเกรส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมตินี้จะส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎรที่เดโมแครตครองเสียงข้างมากต่อไป เพื่อให้ลงมติ เดือนที่แล้วสภาล่างก็เคยผ่านข้อมติลักษณะเดียวกันแต่ด้วยคะแนนที่ไม่ถึง 2 ใน 3 โดยมีความเป็นไปได้ที่ข้อมติของสภาสูงฉบับนี้จะผ่านความเห็นชอบจากสภาล่างเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนหลังจากนั้นคือการส่งให้ประธานาธิบดีลงนาม แต่เชื่อแน่ว่าทรัมป์จะใช้อำนาจยับยั้ง ในแบบเดียวกับที่เขาเคยวีโตความพยายามของคองเกรสก่อนหน้านี้ ที่ต้องการบีบให้รัฐบาลยุติการสนับสนุนปฏิบัติการเชิงรุกของซาอุดีอาระเบียในเยเมน ซึ่งคองเกรสก็ไม่มีเสียงมากพอถึง 2 ใน 3 เพื่อหักล้างการวีโตของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างแหล่งข่าวความมั่นคงสหรัฐและอิรักว่า ช่วงเวลาไม่นานก่อนการลงมติที่กรุงวอชิงตันนั้น มีจรวดลูกหนึ่งโจมตีฐานทัพในอิรักที่มีทหารอเมริกันประจำการอยู่ ถือเป็นการโจมตีครั้งแรกนับแต่จรวดโจมตีฐานทัพแห่งนี้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีที่แล้ว ฆ่าทหารสัญญาจ้างชาวอเมริกันเสียชีวิต 1 ราย ยังไม่มีรายงานว่ามีคนเสียชีวิตในการโจมตีเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตายของทหารสัญญาจ้างอเมริกันรายนี้จุดชนวนวิกฤติที่บานปลายในเวลาต่อมา เมื่อทรัมป์สั่งให้ส่งโดรนยิงจรวดโจมตีใกล้สนามบินแบกแดด สังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่าน เมื่อวันที่ 3 มกราคม อันนำไปสู่การตอบโต้ของอิหร่านด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพ 2 แห่งในอิรักที่ทหารอเมริกันประจำการ เมื่อวันที่ 8 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทิม เคน ส.ว.เดโมแครต เป็นผู้เสนอญัตตินี้ภายหลังการสังหารสุไลมานี ด้วยความกังวลว่าสหรัฐจะกระโจนเข้าสู่สงครามตะวันออกกลางอีกรอบ โดยที่รัฐบาลไม่ถามความเห็นของสภาคองเกรส เคนอภิปรายในสภาว่า วัตถุประสงค์หลักของเขาคือการกู้คืนอำนาจของคองเกรสในการประกาศสงคราม ซึ่งเป็นอำนาจที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สงครามเชิงรุกต้องผ่านการอภิปรายและการลงมติของสภาคองเกรส นี่ไม่ควรเป็นญัตติที่ต้องมาถกเถียงกัน&amp;quot; เคนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ข้อมตินี้มีข้อยกเว้นไว้ด้วยสำหรับกรณีที่สหรัฐต้องป้องกันตนเองจากการกระทำในภาวะจวนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคนยอมรับด้วยว่า แม้ต่อให้คองเกรสไม่สามารถหักล้างการวีโตของทรัมป์ แต่ผู้สนับสนุนข้อมตินี้หวังว่า มติของคองเกรสจะสามารถโน้มน้าวทรัมป์ได้หากเขาจะดำเนินการทางทหารอีกในอนาคต อย่างน้อยแม้จะไม่แยแสวุฒิสภา แต่ทรัมป์ก็น่าจะใส่ใจความคิดเห็นของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ส.ว.แทมมี ดักเวิร์ธ ทหารผ่านศึกอิรัก จากพรรคเดโมแครต กล่าววิจารณ์ความมุทะลุของทรัมป์อย่างตรงไปตรงมากับผู้สื่อข่าวว่า ลูกของเธอวัย 21 เดือนยังรู้จักควบคุมตนเองได้ดีกว่าประธานาธิบดีคนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57221</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่านข้อมติ, รีพับลิกัน, วุฒิสภาสหรัฐ, สงครามอิหร่าน, เดโมแครต, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200214/image_big_5e46afeb256a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.รีพับลิกันอุ้ม &#039;ทรัมป์&#039; รอดถอดถอนตามคาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รอดพ้นจากการถอดถอนตามคาด ส.ว.รีพับลิกันเสียงข้างมากลงมติให้ทรัมป์พ้นข้อกล่าวหาทั้งหมดเมื่อวันพุธ ขณะมิตต์ รอมนีย์ สร้างประวัติศาสตร์เป็น ส.ว.คนแรกที่ลงมติถอดถอนประธานาธิบดีจากพรรคตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชูป้ายประณาม ส.ว.รีพับลิกัน ที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาสหรัฐเมื่อค่ำวันพุธ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์วัย 73 ปีเป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐที่โดนสภาคองเกรสไต่สวนข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอน และเขาก็สามารถรอดพ้นการถอดถอนได้เหมือนกับประธานาธิบดี 2 คนก่อนหน้าเขาจากพรรคเดโมแครตทั้งคู่ คือ ประธานาธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสัน ปี 2411 และประธานาธิบดีบิล คลินตัน ปี 2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติของสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 แยกเป็น 2 ข้อกล่าวหา โดยการถอดถอนต้องใช้มติ 2 ใน 3 ของสมาชิก 100 ที่นั่งในสภาสูง ซึ่งในทางปฏิบัติไปได้ยากเนื่องจาก ส.ว.รีพับลิกันครองเสียงข้างมาก และเกือบทุกคนลงมติตามแนวทางของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อกล่าวหาแรกเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีที่ทรัมป์เรียกร้องให้รัฐบาลยูเครนของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี สอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัวเก็งที่จะเป็นคู่แข่งของเขาในการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 3 พฤศจิกายนปีนี้ ส.ว.ลงมติด้วยคะแนน 52 ต่อ 48 ให้ทรัมป์พ้นข้อกล่าวหา โดยที่ ส.ว.มิตต์ รอมนีย์ รัฐบุรุษของพรรครีพับลิกันที่ยึดแนวทางสายกลาง ลงมติสวนพรรค ส่วนเดโมแครตไม่มีโหวตสวนแม้แต่รายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ส.ว.ลงมติข้อกล่าวหาที่ 2 ด้วยคะแนน 53 ต่อ 47 ว่าทรัมป์พ้นผิดจากข้อกล่าวหาขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส จากการขัดขวางการให้การของพยานและการมอบเอกสารให้สภาผู้แทนราษฎร ข้อกล่าวหานี้รอมนีย์ลงมติว่าทรัมป์ไม่ผิด ขณะที่เดโมแครตทั้งหมดโหวตว่าทรัมป์ผิดตามข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติแต่ละข้อกล่าวหานั้น ส.ว.แต่ละคนจะขานมติจากที่นั่งของตนไล่ทีละคน โดยมีผู้พิพากษาจอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลฎีกา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคะแนนที่ออกมาแม้จะเป็นไปตามความคาดหมาย แต่ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของทรัมป์ ที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งสมัยที่ 2 อีก 4 ปี และคาดว่าจะเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันโดยปราศจากคู่ต่อกรเมื่อถึงการประชุมพรรคระดับประเทศเพื่อเสนอชื่อในเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบรด พาร์สเคล ผู้จัดการหาเสียงของทรัมป์ กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์พ้นผิดอย่างสิ้นเชิง และตอนนี้ถึงเวลากลับมาทำงานของประชาชนชาวอเมริกันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนเพื่อถอดถอนทรัมป์ในสภาสูงเริ่มอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 มกราคม โดย ส.ว.มิตช์ รอมนีย์ ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างมาก และสมาชิกรีพับลิกันคนอื่นๆ ใช้เสียงข้างมากปฏิเสธการเรียกพยานหรือนำหลักฐานใหม่มาเสนอ รวมถึงความพยายามครั้งสุดท้ายของเดโมแครตเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ที่ต้องการให้วุฒิสภาเรียกพยานหลายปาก รวมถึงจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติที่ขัดแย้งกับทรัมป์จนโดนปลด เข้าให้การ แต่สภาลงมติ 51 ต่อ 49 คัดค้าน โดยมี ส.ว.รีพับลิกัน 2 คนลงมติเห็นด้วยกับเดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคเดโมแครตกล่าวถึงการไต่สวนของสภาสูงว่าเป็นการเล่นตลกและปกปิดความผิด ในขณะที่ทรัมป์โจมตีเดโมแครตว่าพยายามก่อรัฐประหารและล้มล้างผลการเลือกตั้งปี 2559 ที่เขาเป็นฝ่ายชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ต้องสงสัยเลยว่าประธานาธิบดีจะโอ้อวดว่าเขาพ้นจากความผิดโดยสิ้นเชิง แต่พวกเรารู้ดีกว่าว่านี่ไม่ใช่การไต่สวน ไม่ว่าจะด้วยคำนิยามใดๆ&amp;quot; ส.ว.ชัค ชูเมอร์ แกนนำในพรรคเดโมแครตกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คะแนนนิยมในตัวทรัมป์ยังค่อนข้างคงเส้นคงวาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ฐานเสียงฝ่ายอนุรักษนิยมยังคงหนุนหลังเขาอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะกลุ่มชายผิวขาว, คนชนบท, ชาวคริสต์อีวานเจลิคัล และกลุ่มคาทอลิกหัวอนุรักษ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56502</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน, ประธานาธิบดีทรัมป์, รีพับลิกัน, วุฒิสภาสหรัฐ, ส.ว.สหรัฐ, เดโมแครต, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3c16a1c6961.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติถอดถอน &#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตามคาด สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่เดโมแครตครองเสียงข้างมาก ลงมติเมื่อค่ำวันพุธเห็นชอบข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; พ้นตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐทั้ง 2 ข้อกล่าวหา เพื่อส่งให้วุฒิสภาที่รีพับลิกันกุมเสียงส่วนใหญ่ไต่สวนต่อไป ทำให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ที่โดนอิมพีช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต เป็นประธานการประชุมลงมติเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐโดนคณะกรรมาธิการหลายชุดของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งพรรคเดโมแครตเป็นแกนนำ ไต่สวนเพื่ออิมพีชเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว และเมื่อวันพุธที่ 18 ธันวาคม 2562 ตามเวลาสหรัฐ สภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายเพื่อลงมติข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์พ้นจากตำแหน่ง 2 ข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ภายหลังอภิปรายโต้เถียงกันนาน 10 ชั่วโมง ข้อกล่าวหาแรกที่ระบุว่าทรัมป์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในตำแหน่งประธานาธิบดีเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองและผลประโยชน์ส่วนตัวนั้นได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนน 230 เสียง ต่อเสียงคัดค้าน 197 เสียง และข้อกล่าวหาที่ 2 เรื่องการขัดขวางกระบวนการไต่สวนของสภาผู้แทนราษฎร ได้คะแนนเห็นชอบ 239 ต่อ 198 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคเดโมแครตกล่าวกันว่า พวกเขา &amp;quot;ไม่มีทางเลือก&amp;quot; นอกจากตั้งข้อกล่าวหาทรัมป์อย่างเป็นทางการ โดยขั้นตอนต่อไป จะส่งให้วุฒิสภาไต่สวนข้อกล่าวหาเหล่านี้ แต่คาดว่า ส.ว.รีพับลิกันซึ่งครองเสียงส่วนใหญ่จะลงมติว่าทรัมป์ไม่ผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อกล่าวหาของสภาล่างมีมูลเหตุจากการเปิดโปงว่า ทรัมป์พยายามกดดันประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ให้สอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมืองของเขา ที่เป็นตัวเก็งแคนดิเดตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีในฐานะตัวแทนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งปลายปี 2563 โดยทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าใช้ความช่วยเหลือทางทหารและซัมมิตที่ทำเนียบขาวเป็นข้อต่อรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนของสภาล่างเรียกเจ้าหน้าที่ 17 คนเข้าให้การ แต่ทรัมป์ปฏิเสธจะให้ความร่วมมือ และประณามกระบวนการอิมพีชเมนต์นี้ว่าเป็น &amp;quot;การล่าแม่มด&amp;quot;, &amp;quot;ก่อรัฐประหาร&amp;quot; และเป็น &amp;quot;การประทุษร้ายอเมริกา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างไปปราศรัยต่อผู้สนับสนุนที่มิชิแกนค่ำวันเดียวกัน ผู้นำรีพับลิกันวัย 73 ปีกล่าวโจมตีเดโมแครตว่าเป็นพวกซ้ายจัดที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เดโมแครตกำลังพยายามทำให้บัตรลงคะแนนของชาวอเมริกันผู้รักชาติหลายสิบล้านคนกลายเป็นโมฆะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าทรัมป์ มีประธานาธิบดีสหรัฐ 2 คนที่โดนสภาผู้แทนราษฎรถอดถอนซึ่งมาจากพรรคเดโมแครตทั้งคู่ ได้แก่แอนดรูว์ จอห์นสัน ปี 2532 และบิล คลินตัน ปี 2541 แต่ทั้งคู่รอดพ้นข้อหาในสภาสูงและยังคงทำหน้าที่ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดขวางกระบวนการไต่สวน, ถอดถอน, ถอดถอนประธานาธิบดี, ยูเครน, รีพับลิกัน, สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ, สภาล่าง, สหรัฐ, เดโมแครต, โดนัลด์ ทรัมป์, ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfafb72bcd07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 21:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 21:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เดโมแครตครองสภาล่างสำเร็จ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รอดตัวจากกระแสคลื่นสีน้ำเงินของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อวันอังคาร แม้เดโมแครตจะสามารถชนะที่นั่ง ส.ส.ได้เกินเป้าหมายและสามารถทวงเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐคืนได้เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี แต่รีพับลิกันยังควบคุมวุฒิสภาไว้ได้ต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน สวมกอดแคเธอรีน คลาร์ก บนเวทีในคืนวันเลือกตั้งของพรรคเดโมแครต ที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะพ่ายที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมากที่ทำให้พรรคเดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาล่างได้สำเร็จ แต่ทรัมป์ยังคงคุยโวว่าผลการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อวันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน&amp;nbsp; 2561 เป็น &amp;quot;ความสำเร็จครั้งมโหฬาร&amp;quot; ชัยชนะในวุฒิสภาทำให้โอกาสที่ทรัมป์จะโดนถอดถอนนั้นหมดไปก่อนในตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์ทวีตเมื่อเช้ามืดวันพุธ ภายหลังการปิดหีบเลือกตั้งในรัฐชายฝั่งตะวันตกว่า เขาได้รับการโทรศัพท์แสดงความยินดีจากผู้คนมากมายต่อชัยชนะครั้งใหญ่เมื่อคืนวันอังคาร ซึ่งรวมถึงโทรศัพท์จากมิตรในต่างแดนที่รอคอยและคาดหวังให้เขาไปทำความตกลงการค้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งเมื่อวันอังคารมีการเลือก ส.ส.ใหม่หมดทั้งสภา 435 ที่นั่ง พรรคเดโมแครตต้องการ ส.ส.เพิ่มจากเดิม 23 ที่นั่งเพื่อทวงคืนเสียงข้างมากในสภาล่างเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี การคาดการณ์ของเครือข่ายโทรทัศน์สหรัฐเก็งกันว่า เดโมแครตอยู่บนเส้นทางที่จะชนะ ส.ส.เพิ่มถึง 30 ที่นั่ง เกินเป้าหมายไปมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวุฒิสภานั้นมีการเลือก ส.ว.ใหม่ 35 ที่นั่ง จากสภา 100 ที่นั่ง แต่คาดการณ์ว่าพรรครีพับลิกันจะรักษาเสียงข้างมากเดิมที่มีอย่างน้อย 51 ที่นั่งไว้ได้ รวมถึงชัยชนะในรัฐสำคัญที่ทรัมป์คว้าชัยมาได้ในการเลือกตั้งปี 2559 เช่นที่รัฐฟลอริดา, อินดีแอนา, มิสซูรี และนอร์ทดาโคตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความในทวิตเตอร์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ประกาศความสำเร็จอย่างมโหฬารในการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะในสภาล่างจะทำให้นางแนนซี เพโลซี ได้กลับมาเป็นประธานรัฐสภา ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญอันดับ 3 ของสหรัฐรองจากประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี โดย ส.ส.รุ่นเก๋าวัย 78 ปีเคยสร้างประวัติศาสตร์เป็นสตรีคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้เมื่อปี 2550 และได้ครองเก้าอี้นี้นาน 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพโลซีซึ่งมีแนวทางสายกลางกล่าวว่า เดโมแครตจะทำหน้าที่ถ่วงดุล แต่ก็จะทำงานร่วมกับประธานาธิบดี &amp;quot;วันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องระหว่างเดโมแครตกับรีพับลิกันอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการรื้อฟื้นการตรวจสอบและการถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญต่อรัฐบาลชุดนี้&amp;quot; นางกล่าว และว่าสมาชิกเดโมแครตในคองเกรสจะทำงานเพื่อหาทางออกที่จะทำให้คนอเมริกันร่วมมือกัน เพราะชาวอเมริกันแตกแยกมามากพอแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนี้ไปพรรคเดโมแครตจะมีอำนาจในการขัดขวางการออกกฎหมายและตรวจสอบทรัมป์ได้อย่างหนำใจมากขึ้น ทั้งเรื่องการเงินและกรณีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อิลฮาน โอมาร์ ว่าที่ ส.ส.พรรคเดโมแครต กล่าวกับผู้สนับสนุนที่รัฐมินนิโซตาภายหลังชนะการเลือกตั้ง สร้างประวัติศาสตร์เป็น ส.ส.หญิงมุสลิม 1 ใน 2 คน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ยังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่หลายบทสำหรับพรรคเดโมแครต&amp;nbsp; เช่นการมี ส.ส.ที่เป็นหญิงชาวอเมริกันพื้นเมืองครั้งแรก คือ ชาริซ เดวิดส์ ชนะที่รัฐแคนซัส และเด็บ ฮาแลนด์ ชนะที่รัฐนิวเม็กซิโก ส่วนที่เขตมิดเวสต์ อิลฮาน โอมาร์ อดีตผู้อพยพชาวโซมาเลีย และราชิดา&amp;nbsp; ทลาอิบ ลูกสาวของผู้อพยพเข้าเมืองชาวปาเลสไตน์ สร้างประวัติศาสตร์เป็นสตรีมุสลิม 2 คนแรกที่ได้รับเลือกเป็น ส.ส. ถึงแม้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ทรัมป์จะปลุกกระแสรักชาติและต่อต้านผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสแล้ว ยังมีการชิงชัยที่นั่งผู้ว่าการรัฐ 36 รัฐ ซึ่งเดโมแครตชนะได้ในหลายรัฐที่สนับสนุนทรัมป์เมื่อปี 2559 แต่แพ้การต่อสู้ที่รัฐสำคัญเช่นฟลอริดาและโอไฮโอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21580</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครองเสียงข้างมาก, ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, รีพับลิกัน, วุฒิสภาสหรัฐ, สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ, เดโมแครต, เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181107/image_big_5be2fa344d69e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
