<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ลูกค้าตอบรับดีเพียง 2 เดือน โกยยอดจอง 4,000 คัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 12pt; text-align: justify;&quot;&gt;บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผย ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เปิดตัวและการประกาศราคาอย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มียอดจองรวมแล้วกว่า 4,000 คัน โดยมียอดจองเฉพาะรุ่นไฮบริดคิดเป็นสัดส่วน 50% ตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมยุคใหม่ ด้วยเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย Honda SENSING ที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมอันเป็นเอกลักษณ์ โดย ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ พร้อมส่งมอบอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2562เป็นต้นไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 12pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 12pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 12pt; text-align: justify;&quot;&gt;ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) เป็นการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า เป็นระบบ Full Hybrid ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 97 กรัม/กิโลเมตร โดยสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างอัจฉริยะ
3 โหมด เพื่อตอบสนองทุกการขับขี่ ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์  ทั้งนี้ ผู้ขับขี่สามารถกดสวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อเข้าสู่โหมดการขับขี่ที่ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน โดยจะมีสัญลักษณ์ EV สีเขียวปรากฏขึ้นบนแผงหน้าปัด อีกทั้งโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงอารมณ์สปอร์ตได้อย่างแท้จริง สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม SPORT ที่อยู่บริเวณด้านล่างของคันเกียร์ โดยสัญลักษณ์ SPORT จะแสดงขึ้นบนมาตรวัดในขณะที่ใช้ระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 12pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 12pt; text-align: justify;&quot;&gt;นอกจากนี้ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง ที่ผสานการทำงานของเรดาร์กับกล้องด้านหน้าในการตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนอย่างแท้จริง อีกทั้งระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัยระดับพรีเมียม ทั้งยังโดดเด่นด้วยอีกขั้นของดีไซน์ภายนอกและภายในห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีต ผสมผสานเอกลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียมได้อย่างลงตัว พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลายของลูกค้าด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 12pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 12pt; text-align: justify;&quot;&gt;ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มาพร้อม 2 ขุมพลังการขับเคลื่อน ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid i-MMD ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น TURBO EL ราคา 1,475,000 บาท รุ่น HYBRID ราคา 1,639,000 บาท และรุ่น HYBRID TECH ราคา 1,799,000 บาท มาพร้อมสีภายนอก  4 สี ได้แก่สีใหม่ สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) พร้อมด้วยสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ได้แก่ สีไอเวอรี่เบจ สีดำ และสีน้ำตาล (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH) ) ซึ่งขึ้นอยู่กับสีตัวรถภายนอก เมื่อลูกค้าซื้อและรับรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ หรือรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 &amp;ndash; 31 ตุลาคม 2562 ณ ผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ จะได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้นในแคมเปญ &amp;ldquo;Honda Surprise ให้ลุ้นทองเป็นล้าน&amp;rdquo; ทั้งยังสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองขับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ผ่าน แคมเปญ &amp;ldquo;Happy Day Happy Drive&amp;rdquo; ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th/testdrive ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2562 - 31 สิงหาคม 2562 เพื่อรับของสมนาคุณ กระเป๋าเก็บอุณหภูมิ Happy Bag มูลค่า 499 บาท โดย ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ จะพร้อมให้ลูกค้าทดลองขับได้ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 ณ โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าที่ร่วมรายการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41010</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว., ฮอนด้า, ฮอนด้า แอคคอร์ด, ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ลูกค้าตอบรับดีเพียง 2 เดือน โกยยอดจอง 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2c03a2a45b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มาเซราติ’ อวดโฉมยนตรกรรมหรูในงาน MGC-ASIA AUTO FEST 2019</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;มาเซราติ ประกาศศักดาความเป็นผู้นำแห่งยนตรกรรมหรูหราระดับโลก อวดโฉมรุ่นยอดนิยม ในมหกรรมที่รวบรวมยานยนต์ชั้นนำไว้ด้วยกันอย่างครบครัน ในงาน MGC-ASIA AUTO FEST 2019 ให้คนรักรถได้สัมผัสกับความงดงามตามแบบฉบับอิตาเลียนและการขับเคลื่อนอันน่าประทับใจของ มาเซราติ อย่างใกล้ชิด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;มาเซราติ ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ มาเซราติ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด จัดแสดง มาเซราติ 2 รุ่น ได้แก่ เอสยูวีหรู รุ่นพิเศษ &amp;lsquo;เลอวานเต้ เนอริสสิโม อิดิชั่น&amp;rsquo; และสปอร์ตซีดาน กิบลี่ รุ่นปรับโฉม ท่ามกลางเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา , สิตาวีร์ คงธนะ , พิชรดา โสมกุล และ หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;มาเซราติ ยนตรกรรมสัญชาติอิตาเลียน มาพร้อมสัญลักษณ์ตรีศูลที่มีประวัติอันยาวนาน สืบทอดตำนานแห่งโลกยานยนต์มากว่าศตวรรษ โดย ปิยะเทพ ศิวากาศ ผู้จัดการทั่วไป มาเซราติ ประเทศไทย เปิดเผยว่า &amp;ldquo;เป็นที่ทราบกันดีว่า มาเซราติ คือ แบรนด์รถยนต์จากอิตาลีที่ผสมผสานระหว่างความหรูหราและสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ ไว้อย่างกลมกลืน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายซึ่งมีรสนิยมที่โดดเด่น สำหรับงาน MGC-ASIA AUTO FEST 2019 มาเซราติ นำเสนอเอสยูวีหรูรุ่นพิเศษ &amp;lsquo;เลอวานเต้ เนอริสสิโม อิดิชั่น&amp;rsquo; สีดำมีมนต์ขลัง รวมถึงสปอร์ตซีดาน กิบลี่ รุ่นปรับโฉม ซึ่งจะทำให้นักขับชาวไทย  สามารถสัมผัสประสบการณ์อันน่าประทับใจของ มาเซราติ ได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;มาเซราติ เลอวานเต้ เป็นเอสยูวีที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะ โดยคำว่า &amp;lsquo;Levante&amp;rsquo; มาจากสายลมอบอุ่นแถบทะเลเมดิเตอเรเนียน ที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพายุได้ในฉับพลัน สื่อความหมายถึงยานยนต์ที่สอดประสานความอ่อนโยนและดุดันไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ความโดดเด่นของมาเซราติ เลอวานเต้ ไม่ได้มีเพียงสมรรถนะเท่านั้น การตกแต่งห้องโดยสาร ด้วยฝีมืออันประณีตและเป็นงานที่รังสรรค์ด้วยมือ เลอวานเต้ จึงเปี่ยมด้วยความหรูหรา เหนือระดับอย่างแท้จริง ขณะที่ มาเซราติ กิบลี่ เป็นสปอร์ตซีดานที่ดูโฉบเฉี่ยวคล้ายรถคูเป้ แต่ยังคงความประณีตตามแบบฉบับรถสปอร์ตจากอิตาลี ห้องโดยสารตกแต่งอย่างหรูหรา ด้วยลายไม้ Radica กับ Ebano และเบาะหุ้มหนังแท้ชนิดพิเศษ สะท้อนความเป็นตัวตนอย่างมีระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40774</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, มาเซราติ, รีวิว., ไทยโพสต์., ไทยโพสต์ยานยนต์, ‘มาเซราติ’ อวดโฉมยนตรกรรมหรูในงาน MGC-ASIA AUTO FEST 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d280cc90c4d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบนซ์ จับมือ ซิตี้แบงก์ เปิดตัวบัตรเครดิต ‘ซิตี้ เมอร์เซเดส’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร และ ไฮโกะ นิทส์เช่ รองประธานบริหารฝ่ายการเงิน ประกาศ ความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่กับซิตี้แบงก์ ประเทศไทย นำโดย ทีบอร์ พานดิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบุคคลธนกิจ และซานดีพ บาตระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล เปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ล่าสุดอย่างบัตรเครดิต &amp;lsquo;ซิตี้ เมอร์เซเดส&amp;rsquo; ครั้งแรกในประเทศไทยภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ความเหนือระดับที่พร้อมไปกับคุณทุกที่&amp;rdquo; ที่พร้อมมอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษระดับเวิลด์คลาส และไลฟ์สไตล์เหนือระดับให้แก่สมาชิก บัตรเครดิต และเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกท่าน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39859</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, รีวิว., เบนซ์, เมอร์เซเดส-เบนซ์, โรลันด์ โฟลเกอร์, ไทยโพสต์ยานยนต์, ไฮโกะ นิทส์เช่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190701/image_big_5d198698a3658.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ สปอร์ตพรีเมียมมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พาสื่อมวลชนร่วมทดลองขับ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชันที่ 10 รุ่นเทอร์โบ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยบนเส้นทาง จ. เชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่อ.ดอยสะเก็ด จ. เชียงใหม่ รวมระยะทางกว่า 172 กิโลเมตร จากนั้น เท็ตซึยะ มิยาฮะระ หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ได้บรรยายข้อมูลและรายละเอียดของตัวรถ รวมถึงบรีฟเส้นทางในการทดลองขับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 6pt;&quot;&gt;ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ รุ่นเทอร์โบ มีการดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ตพรีเมียม โฉบเฉี่ยวเส้นสายอันเฉียบคม พร้อมทั้งยังคงความหรูหรา นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยไฟหน้าและไฟท้าย LED ที่ดีไซน์มาอย่างลงตัวกับกระจังหน้าสไตล์ใหม่ และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 17 นิ้ว มาพร้อมภายในห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีต ผสมผสานเอกลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียมได้อย่างลงตัว สำหรับเส้นทางการทดสอบขับ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ รุ่นเทอร์โบ ออกเดินทางจากตัวเมือง จ. เชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่ อ.ดอยสะเก็ด จ. เชียงใหม่ โดยการทดลองขับในครั้งนี้ได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย ทั้งทางโค้ง ทางตรง และทางขึ้น - ลงเนินเขา ตลอดเส้นทาง และยังได้สัมผัสกับขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ประสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 243 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500 - 5,500 รอบต่อนาที ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร และให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ 16.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งดีกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรในรุ่นเดิม โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับน้ำมัน E85 ได้อีกด้วย นอกจากนี้ สื่อมวลชนยังจะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีด้านการขับขี่ อาทิ ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย รวมถึงโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงอารมณ์สปอร์ตได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 6pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 6pt;&quot;&gt;ในส่วนพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ผสมผสานเอกลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียมไว้อย่างลงตัว พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลายของลูกค้าด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัย อาทิ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่ม รับ-วางสายโทรศัพท์ รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 6pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 6pt;&quot;&gt;พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัยระดับพรีเมียม อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน , กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ และ ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ , ระบบเบรกมือไฟฟ้า , ระบบ Auto Brake Hold และถุงลม 6 ตำแหน่ง เพื่อความมั่นใจในทุกการขับขี่สามารถยกระดับความโดดเด่นและเพิ่มเติมความสปอร์ตเร้าใจในสไตล์คุณได้อีกขั้นด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งระดับพรีเมียมโมดูโล รอบคัน ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 3 แพ็กเกจ ได้แก่ Modulo Aero Supreme Package ราคา 43,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น สปอยเลอร์หลัง แบบดักเทล กระจังหน้าแบบสปอร์ต และคิ้วกันชนหลังโครเมียม , Modulo Aero Sport Package ราคา 30,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น และสปอยเลอร์หลัง แบบดักเทล , Modulo Aero Smart Package ราคา 22,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงิน ลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) พร้อมสีภายในห้องโดยสาร 2 สี สำหรับรุ่น TURBO EL ได้แก่ สีไอวอรี่เบจ และสีดำ ซึ่งขึ้นอยู่กับสีตัวรถภายนอก โดยรุ่น TURBO EL สนนราคาที่ 1,475,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 6pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39299</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, รถใหม่, รีวิว., ฮอนด้า, ฮอนด้า ออโตโมบิล, ฮอนด้า แอคคอร์ด เทอร์โบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d1052557ab8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NEW MG ZS EV เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% สนนราคา 1.19 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เร่งยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เปิดตัว &amp;ldquo;NEW MG ZS EV&amp;rdquo; รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของเอ็มจีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี ยนตรกรรมที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าเพื่อการใช้ชีวิตที่ &amp;ldquo;ง่าย&amp;rdquo; ยิ่งขึ้น พร้อมผนึกกำลังทุกภาคส่วนสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า ตั้งเป้าขยายสถานีชาร์จครอบคลุมทุกโชว์รูม โดยเปิดรับจองอย่างเป็นทางการพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่โชว์รูมทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การแนะนำ &amp;ldquo;NEW MG ZS EV&amp;rdquo; รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของเอ็มจี ในวันนี้ นอกจากสะท้อนให้เห็นการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งของเอ็มจีตามแนวทางดังกล่าวแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานทางเลือกที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้คนไทยหันมาใช้พลังงานทดแทนตามนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ของกระทรวงอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี NEW MG ZS EV มาพร้อมความโดดเด่นทั้งในด้านคุณภาพ สมรรถนะ ความอัจฉริยะ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งนอกจากการเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของเราแล้ว รถยนต์รุ่นนี้ ยังคงไว้ซึ่งแนวคิดของเอ็มจีในการที่จะสร้างและส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่จะทำให้การใช้งานรถไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ &amp;ldquo;ง่าย&amp;rdquo; สำหรับทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;NEW MG ZS EV ภายนอกโดดเด่นด้วยสีตัวถังแบบพิเศษ &amp;ldquo;สีฟ้า Copenhagen Blue&amp;rdquo; กระจังหน้าทันสมัยพร้อมการติดตั้งจุดชาร์จไว้บริเวณหลังกระจังหน้า ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว ภายในห้องโดยสารตกแต่งโทนสีดำ พร้อมการตกแต่งคอนโซลหน้า ด้วยวัสดุนุ่มแบบ Soft touch ให้ความรู้สึกหรูหรามีระดับมากขึ้น พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานในรถที่เชื่อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วได้เพียงปลายนิ้ว และระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลที่มาพร้อมระบบกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 อีกทั้งยังมีห้องโดยสาร ที่กว้างสบายและยังคงโดดเด่นด้วยหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;Easy Drive &amp;ndash; ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการขับขี่ที่ &amp;ldquo;ง่ายดาย&amp;rdquo; ในทุกเส้นทาง ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ให้ทั้งสมรรถนะ อัตราเร่งที่รวดเร็วและต่อเนื่อง พร้อมการขับขี่ที่เงียบ ปราศจากมลพิษและเสียงรบกวนจาก มอเตอร์ไฟฟ้า แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ได้รับการพัฒนาให้ส่งกำลังได้ดีเยี่ยม และช่วยระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น พร้อมแบตเตอรี่ แบบลิเธี่ยม ไอออน ความจุ 44.5 kWh ที่ผ่านการรับรองและทดสอบตามมาตรฐานสากล โดยสามารถวิ่งผ่านน้ำที่มีความสูงได้ถึงกว่า 40 เซนติเมตร ในขณะที่แบตเตอรี่ยังคงสามารถทำงานได้ตามปกติ อีกทั้งยังมีระบบการปกป้องแบตเตอรี่แบบ 360 องศา และระบบการจัดการอุณหภูมิอัจฉริยะที่ช่วยให้ระบบการทำงานต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำและสูง และระบบควบคุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีพละกำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร สามารถเร่งจาก 0-50 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ด้วยระยะเวลาแค่ 3.1 วินาที และให้ระยะทางขับเคลื่อนสูงสุด 337 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง  (ตามมาตรฐาน NEDC หรือมาตรฐานการทดสอบความประหยัดน้ำมันและมลพิษของยุโรป) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;ยิ่งไปกว่านั้น NEW MG ZS EV ยังมาพร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถ ชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ ที่สามารถเลือกระดับการชาร์จพลังงานกลับได้ถึง 3 ระดับ นอกจากนี้ ยังสามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ 3 รูปแบบ เพื่อให้เหมาะกับสไตล์ในการขับขี่ของแต่ละคน ประกอบด้วย โหมดการขับขี่แบบ Eco เพื่อการประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น แบบ Normal สำหรับการขับขี่ทั่วไป และ แบบ Sport เพื่อการขับขี่ที่เร้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;ปลอดภัยสูงสุดด้วยระบบ Advanced Synchronized Protection System ทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัย (FSF) ระบบความปลอดภัย Synchronized Protection System ทั้งหมด 9 ระบบ และระบบเสริมความปลอดภัยในขณะขับขี่ Advanced Driver-Assistance Systems  นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ , ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH , ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ตลอดจนถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 จุด รวมถึงกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์ ชาร์จไฟง่าย โดยรองรับการชาร์จไฟได้ 2 รูปแบบ คือ การชาร์จไฟแบบธรรมดา ผ่าน MG Home Charger ใช้เวลาชาร์จไฟจาก 0-100% ในระยะเวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง และการชาร์จไฟแบบเร็ว ผ่านสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะ โดยใช้เวลาชาร์จไฟจาก 0-80% ในระยะเวลาเพียง 30 นาที NEW MG ZS EV มากับเทคโนโลยีอัจฉริยะ i-SMART , บำรุงรักษาง่ายประหยัดค่าใช้จ่ายและค่าซ่อมบำรุง , อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่น ในราคาที่จับต้องได้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของโลกปัจจุบัน โดย NEW MG ZS EV จะเปิดรับจองอย่างเป็นทางการพร้อมข้อเสนอพิเศษ โดยจะสามารถส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้ในช่วงเวลาเดียวกัน สนนราคา 1.19 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39105</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, NEW MG ZS EV, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถยนต์พลังงานไฟฟ้า, รถใหม่, รีวิว., เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี, เอ็มจี, เอ็มจี เซลส์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0c5d928ab72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮุนได ร่วมมือ MDGo เพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย ผ่านระบบการวิเคราะห์อุบัติเหตุอัจฉริยะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 8pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 8pt; text-align: justify;&quot;&gt;ฮุนได มอเตอร์ และ MDGo จะร่วมกันพัฒนาการเชื่อมต่อด้านบริการ เพื่อให้เข้าถึงโลกแห่งสุขภาพและยานยนต์มากยิ่งขึ้น ความคิดริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญจากปรัชญาของ ฮุนได มอเตอร์ ในการเอาใจใส่ลูกค้าและต่อยอดวิสัยทัศน์ &amp;ldquo;ยานยนต์อัจฉริยะ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 8pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 8pt; text-align: justify;&quot;&gt;ระบบวิเคราะห์การบาดเจ็บอัจฉริยะของ MDGo (เอไอ) ใช้ขั้นตอนวิธีอย่างละเอียดในการวัดคุณลักษณะของผู้โดยสารแบบเรียลไทม์และแจ้งเตือนบริการฉุกเฉิน รวมถึงการช่วยเหลือทางการแพทย์ให้แก่ผู้ขับขี่ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ด้วยการตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในรถยนต์และเทคโนโลยี MDGo  โดยฮุนได มอเตอร์ จะสามารถส่งข้อมูลที่สำคัญเบื้องต้นเพื่อให้บริการฉุกเฉิน เช่น ข้อมูลระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บและข้อมูลที่ได้จากการเปิดใช้งานระบบความปลอดภัย นวัตกรรมนี้จะช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บและรักษาชีวิตของผู้บาดเจ็บก่อนที่จะนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งถึงมือแพทย์ การให้บริการฉุกเฉินจะช่วยประเมินความต้องการความช่วยเหลือจากแพทย์ และปรับใช้ทักษะของบุคลากรทางการแพทย์ให้เหมาะสมก่อนจะเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 8pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 8pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;ldquo;MDGo เป็นเทคโนโลยีวิเคราะห์ปัญญาประดิษฐ์ที่ยอดเยี่ยม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่&amp;rdquo; ยองโช จิ ประธานและหัวหน้างานฝ่ายนวัตกรรม ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ด้วยนวัตกรรมนี้ เราคาดว่าจะช่วยปรับปรุงการให้บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินของรถยนต์ได้ในระยะเวลาอันสั้น ในขณะที่จุดมุ่งหมายระยะยาวของเราคือการสรรหานวัตกรรมเพื่อประสบการณ์ของผู้โดยสาร ด้วยรถยนต์ที่ปลอดภัยพร้อมเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถตรวจสอบสภาพร่างกายได้แบบเรียลไทม์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของ MDGo (เอไอ) จะตีความข้อมูลอุบัติเหตุและรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับรถยนต์และเจ้าของรถยนต์ ภายในเวลา 7 วินาทีหลังเกิดเหตุ  บริการฉุกเฉินจะส่งข้อมูลวิเคราะห์รายละเอียดของการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น เชื่อมต่อผ่านคำศัพท์ทางการแพทย์ ระบบเอไอ กำลังถูกเรียนรู้และพัฒนาการตีความในสถานการณ์ที่แตกต่างกันอย่างต่อเนื่อง นี่คือกระบวนการของการเพิ่มประสิทธิภาพ เกิดจากการได้รับข้อมูลของผู้บาดเจ็บจากโรงพยาบาลหลายๆครั้ง เพื่อพัฒนาการวิเคราะห์ในคราวต่อไป การร่วมมือของพันธมิตรใหม่ครั้งนี้ จะช่วยให้ฮุนไดสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยของรถยนต์ได้มากยิ่งขึ้น ข้อมูลจำนวนมากถูกรวบรวมจากรายละเอียดวิเคราะห์อย่างชาญฉลาดจากสถานการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้ฮุนไดหาวิธีการลดหรือนำเทคโนโลยีใหม่เพื่อแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 8pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 8pt; text-align: justify;&quot;&gt;การพัฒนาที่มุ่งเน้นไปที่ลูกค้าครั้งนี้ เป็นไปตามประกาศด้านนโยบายที่เกี่ยวข้องทางการแพทย์ของฮุนได มอเตอร์ อาทิ การพัฒนาและการทำธุรกิจระบบถุงลมนิรภัยครั้งแรกของโลกในอนาคต รวมถึงเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่พิการทางการได้ยิน บริษัทฯได้นำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่งาน CES 2019 นั่นคือยานยนต์แห่งอนาคตคันแรก มีชื่อว่า &amp;ldquo;Elevate&amp;rdquo; และนี่คือ &amp;ldquo;ที่สุดแห่งยานยนต์ขับเคลื่อน&amp;rdquo; ที่ถูกพัฒนาให้เป็นรถยนต์คันแรกที่มีขาที่เคลื่อนย้ายได้ สามารถใช้บริการฉุกเฉินข้ามภูมิประเทศที่เสี่ยงภัยได้ เพื่อเข้าถึงผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ นอกจากนี้ ฮุนไดได้นำนวัตกรรมทางการแพทย์ไปจัดแสดงที่ประเทศเกาหลีเมื่อปีที่แล้ว โดยใช้ฮุนได NEXO ซึ่งเป็นรถยนต์เซลส์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ในขณะที่เดินทางด้วยตนเอง รถยนต์จะเชื่อมต่อกับทางแพทย์ เพื่อส่งข้อมูลด้านการแพทย์ของผู้โดยสาร รวมถึงข้อมูลความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39104</URL_LINK>
                <HASHTAG>MDGo, nattythaipost, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว., ฮุนได มอเตอร์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0c5cf88fe77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย สนับสนุนงาน TIME 2019</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมเป็นพันธมิตรหลัก สนับสนุนงานไทยแลนด์ อินเซนทีฟ แอนด์ มีทติ้ง เอ็กซ์เชนจ์ 2019 หรือ TIME 2019 เวทีที่มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจการจัดประชุมและการจัดอินเซนทิฟในไทย ด้วยการสนับสนุนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5 จำนวน 10 คัน และบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 จำนวน 10 คัน เป็นพาหนะรับส่งพันธมิตรที่เข้าร่วมงาน TIME 2019 เติมเต็มประสบการณ์เหนือระดับ พร้อมร่วมขับเคลื่อนธุรกิจไมซ์และเศรษฐกิจไทยให้เติบโตในระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;เศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดเผยว่า เราเล็งเห็นประสิทธิภาพในการเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ในไทยที่มีอย่างต่อเนื่อง ผ่านการร่วมงานกับพันธมิตรที่หลากหลาย ในการจัดอีเว้นท์และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่าง ๆ เพื่อมอบประสบการณ์ยนตรกรรมหรูอย่างรอบด้าน บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จึงมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อร่วมขับเคลื่อนธุรกิจไมซ์และเศรษฐกิจไทยให้เติบโตในระดับสากล โดยในโอกาสนี้ เราได้สนับสนุนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 5 และซีรี่ส์ 7 รวม 20 คัน เพื่อเป็นรถรับส่งระดับพรีเมียมสำหรับพันธมิตรในงาน TIME 2019 ให้ได้สัมผัสประสบการณ์ยนตรกรรมหรูของบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเต็มรูปแบบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39101</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, บีเอ็มดับเบิลยู, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว., เศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0c5b0405423.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
