<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2017 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2017 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.จ่อเคาะรีเซต-ไม่รีเซต&#039;บิ๊กกุ้ย-7ป.ป.ช.&#039;อยู่หรือไป  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิเสธไม่ได้ว่าการตรวจสอบเรื่อง นาฬิกา-แหวนเพชรหรู ของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ-รมว.กลาโหม สาเหตุที่ทำให้คนไม่ค่อยเชื่อมั่นว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะทำเรื่องนี้แบบจริงจัง ไม่ใช่แค่ขึงขังตามกระแส เป็นเพราะคนมองกันว่ากัปตันทีม ป.ป.ช. คือ บิ๊กกุ้ย-พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. มีสายสัมพันธ์อันดีและใกล้ชิดกับบิ๊กป้อม เห็นได้จากที่ คสช.ดันให้ขึ้นมาเป็นรักษาการ ผบ.ตร.แทน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว นานหลายเดือน รวมถึงยังตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ภาพของ พล.ต.อ.วัชรพล แม้สมัยรับราชการตำรวจจะไม่มีเรื่องเสียหาย แต่ก็ถูกคนมองว่าเป็นประธาน ป.ป.ช.ที่ใกล้ชิดกับแกนนำ คสช. ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ พล.ต.อ.วัชรพล และ ป.ป.ช.ก็ต้องทำงานพิสูจน์ตัวเองต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ขณะเดียวกันจุดใหญ่สำคัญในเรื่อง บิ๊กกุ้ย-ป.ป.ช. ที่กำลังจะเป็นประเด็นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็คือเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติของ สนช. ที่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ป.ป.ช.ที่มี พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะตอนนี้ใกล้ถึงเดดไลน์ที่ สนช.ต้องผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวภายในไม่เกิน 29 ธ.ค.นี้ หลัง สนช.รับหลักการวาระแรกมาเมื่อ 2 พ.ย.60 พร้อมกับการตั้งคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ 35 คน ที่มองกันว่ามี สนช.ในเครือข่ายของบิ๊กป้อมเข้ามาอยู่จำนวนไม่น้อย บนการจับตามองว่า กมธ.ตลอดจนที่ประชุม สนช.จะ หัก กับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อีกครั้งด้วยการ ล้มรีเซต ของ กรธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
เพราะ กมธ.วิสามัญฯ วางคิวไว้แล้วว่าจะส่งร่างดังกล่าวให้วิป สนช.ในวันอังคารที่ 19 ธ.ค.เพื่อให้วิป สนช.นำร่าง พ.ร.บ.ป.ป.ช.ให้ที่ประชุม สนช.พิจารณาในวาระสองและสามช่วงวันที่ 21-22 ธ.ค.นี้ เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยก็อาจขยับไปอีกหนึ่งสัปดาห์ แต่ก็ต้องทำให้ทันก่อน 29 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
เมื่อปฏิทินวางไว้เช่นนี้ ทำให้ในปลายสัปดาห์นี้ กมธ.ก็จะพิจารณาเคาะให้เสร็จหมดทุกมาตรา เพื่อจะได้มีเวลาตรวจทานก่อนส่งให้วิป สนช.ในอังคารหน้า ดังนั้นเรื่อง รีเซต ป.ป.ช. ก็จะโหวตหาข้อสรุปในชั้น กมธ.สัปดาห์นี้
ปม รีเซต ป.ป.ช. นั้น กรธ.เสนอร่างมาให้ สนช. โดยให้กรรมการ ป.ป.ช.ที่มีคุณสมบัติไม่ครบตามรัฐธรรมนูญหรือมีคุณสมบัติต้องห้ามต้องพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งหากมีการรีเซตจริง ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันอาจต้องหลุดจากเก้าอี้ร่วม&amp;nbsp;7 คน อันประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
1.พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ที่มีคุณสมบัติต้องห้ามชัดเจน เพราะพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองคือ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร) ไม่ถึงสิบปี 2.ปรีชา เลิศกมลมาศ 3.พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง 4.ณรงค์ รัฐอมฤต 5.สุภา ปิยะจิตติ 6.วิทยา อาคมพิทักษ์ และ 7.พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
แต่ก็มีข่าวว่าแกนนำ สนช.ที่มีบทบาทสูงไม่ค่อยเห็นด้วยกับการรีเซต จึงพยายามให้ กมธ.ใช้เสียงข้างมากล้มเรื่องนี้ในร่าง พ.ร.บ.ป.ป.ช.ที่อยู่ในบทเฉพาะกาลให้ได้ เพราะมั่นใจว่าหากสุดท้าย กมธ.ชงมาว่าไม่ให้มีการรีเซต โดยให้ ป.ป.ช.แต่ละคนอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามวาระของตัวเอง ก็เชื่อว่าในการพิจารณาเรื่องนี้ในวาระสอง เสียงส่วนใหญ่ใน สนช.ก็น่าจะเอาด้วย หรือต่อให้ กมธ.ไม่ชงรีเซตเข้ามา เพราะไม่อยากเปลืองตัวโดนกระแสวิจารณ์จากสังคมว่าเขียนเรื่องนี้เพื่อช่วย ป.ป.ช.เสียงข้างมาก 7 คน แต่ก็เริ่มมีการจับตามองว่าสุดท้ายก็จะมีการไปคุมเสียงในตอนโหวตวาระสอง เพื่อพลิกให้ไม่ต้องมีการรีเซต ป.ป.ช.ได้อยู่ดี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.พยายามสู้มาตลอดไม่ให้ตัวเองโดนรีเซต โดยทำความเห็นแย้งในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมาตั้งแต่ในชั้น กรธ.ว่าควรให้ ป.ป.ช.อยู่ปฏิบัติหน้าที่จนครบวาระ ด้วยเหตุผลตามบันทึกในเอกสารอย่างเป็นทางการว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ป.ป.ช.เข้ามาตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ซึ่งเป็นกระบวนการโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว การตีความบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญและกฎหมายโดยให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะเหตุที่ขาดคุณสมบัติของผู้เข้ารับการสรรหาตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้น จึงไม่ใช่การตีความตามหลักกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่มีคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันได้รับการสรรหามาโดยใช้คุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญบทกฎหมายเก่าและใหม่ในเรื่องเดียวกัน แต่กำหนดรายละเอียดไว้แตกต่างกัน การตีความจึงต้องนำบทกฎหมายในขณะเกิดเหตุมาใช้พิจารณา ซึ่งในกรณีดังกล่าวได้มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2560 ที่วินิจฉัยกรณีของร่าง พ.ร.บ.ผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นควรให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีผลใช้บังคับยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อความมีประสิทธิภาพในการปราบปรามการทุจริต&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; ข้อต่อสู้ของ บิ๊กกุ้ย-พล.ต.อ.วัชรพล และ ป.ป.ช.อีก 6 คนจะสำเร็จหรือไม่ กมธ.รวมไปถึงที่ประชุมใหญ่ สนช.จะต่อวีซ่าให้ทั้งหมดได้อยู่ต่อหรือต้องโดนรีเซตต้องรอติดตาม แต่สุดท้ายหาก สนช.ล้มรีเซตและบิ๊กกุ้ยกับพวกได้อยู่ต่อ โดยเหตุผลฟังไม่ขึ้น เชื่อได้ว่าทั้ง สนช.และ พล.ต.อ.วัชรพลกับพวกโดนวิจารณ์หนักแน่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/301</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., รีเซต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171213/5a30e061d6d31.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
