<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บราซิลวิสามัญฯ มือปืนจี้รถบัสจับตัวประกันหลายสิบคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือปืนจี้รถบัสโดยสารจับคนบนรถหลายสิบชีวิตเป็นตัวประกันนานเกือบ 4 ชั่วโมงเมื่อเช้าวันอังคาร ขณะรถคันนี้วิ่งอยู่บนสะพานเชื่อมระหว่างนครรีโอเดจาเนโรกับเมืองนีเตรอยของบราซิล สุดท้ายคนร้ายโดนพลแม่นปืนยิงตายคาที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถบัสโดยสารที่คนร้ายจี้จับตัวประกัน 31 คน บนสะพานเชื่อมระหว่างนครรีโอเดจาเนโรกับเมืองนีเตรอยของบราซิล กำลังถูกเคลื่อนย้ายภายหลังคนร้ายโดนวิสามัญฆาตกรรม เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า คนร้ายรายนี้ขึ้นรถโดยสารประจำทางที่กำลังมุ่งหน้าเข้านครรีโอเดจาเนโรเมื่อเวลาประมาณ 05.30 น.ของวันอังคารที่ 20 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น แล้วจากนั้นก็เริ่มข่มขู่ผู้โดยสาร โดยสื่อท้องถิ่นของบราซิบรายงานว่า ขณะนั้นมีคนบนรถบัสประมาณ 31 คน และคนร้ายมีทั้งอาวุธปืน, ปืนชอร์ตไฟฟ้าและน้ำมันเบนซิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพเหตุการณ์ที่ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เผยให้เห็นว่า คนร้ายปล่อยตัวประกัน ชาย 2 คน หญิง 4 คนออกมา โดยมีรถพยาบาลหลายคันจอดรอ&amp;nbsp; ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือ พร้อมด้วยทหารและพลแม่นปืนหลายคนล้อมรถไว้ระหว่างที่ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเหตุการณ์ผ่านพ้นไปราว 4 ชั่วโมง สารวัตรทหารของบราซิลก็เปิดเผยว่า คนร้ายโดนพลแม่นปืนวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตคาที่ ตัวประกันทุกคนปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเบื้องต้นยังไม่เปิดเผยว่าคนร้ายรายนี้เป็นใคร หรือมีแรงจูงใจใด รายงานข่าวของจี 1 นิวส์เผยว่า มือปืนเป็นชายผิวขาวสวมเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขายาวสีเข้ม ตอนหนึ่งเขาโผล่ศีรษะออกนอกรถเผยให้เห็นใบหน้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครรีโอเดจาเนโรของบราซิลเคยเกิดเหตุจี้รถบัสโดยสารสาย 174 จับตัวประกันเป็นข่าวครึกโครมเมื่อปี 2543 และถูกทำเป็นสารคดีระดับคว้ารางวัล คนร้ายโดนฆ่าตายและมีตัวประกันเสียชีวิต 1 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43903</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับตัวประกัน, จี้รถบัส, นีเตรอย, บราซิล, รีโอเดจาเนโร, วิสามัญฆาตกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5c0716062a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่เนียน นักโทษบราซิลแต่งหญิงแหกคุกแต่โดนจับได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักโทษคดีค้ายาชาวบราซิลพยายามปลอมแปลงโฉมเป็นผู้หญิงด้วยการสวมหน้ากากใส่วิกหนีออกจากคุกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่โดนเจ้าหน้าที่จับได้ เพื่อนร่วมขบวนการรวมถึงลูกสาวพลอยถูกจับไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากสำนักงานทัณฑสถานรีโอเดจาเนโร (SEAP)&amp;nbsp; เคลาวิโน ดา ซิลวา นักโทษตัวแสบโดนจับได้ในสภาพแต่งหญิง เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2562 / SEAP / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทัณฑสถานรัฐรีโอเดจาเนโรเปิดเผยแผนการแหกคุกพิสดารนี้ว่า นักโทษรายดังกล่าวคือเคลาวิโน ดา ซิลวา เป็นพ่อค้ายาจากเมืองอังกราโดสเฮย์ส ซึ่งเตรียมใช้ลูกสาวเป็นตัวตายตัวแทนเขาในคุก&amp;nbsp; โดยตัวเขาปลอมแปลงโฉมด้วยการสวมหน้ากากยาง ใส่วิกผม สวมแว่นตา แต่งตัวเป็นผู้หญิง แล้วพยายามเดินออกจากคุกบังกูในรัฐนี้ภายหลังหมดเวลาเยี่ยมญาติเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม กล่าวว่า ตามข้อมูลของมอยเซส เอนริเกส์ รองผู้บังคับการเรือนจำแห่งนี้ ทันทีที่ซิลวา เริ่มพูดและดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง ผู้คุมก็จับได้ว่าเขาเป็นนักโทษปลอมตัวพยายามแหกคุก เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอุปกรณ์แต่งหญิงของเขาถูกลักลอบนำเข้าคุกผ่านหญิงท้องรายหนึ่งที่เป็นคนลอบนำของต้องห้ามเข้าคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทัณฑสถานรีโอจับกุมลูกสาวของดา ซิลวา พร้อมพวกอีก 7 คน ฐานต้องสงสัยว่าพยายามช่วยนักโทษรายนี้หลบหนี ส่วนซิลวาถูกย้ายไปขังที่แดนอื่นและจะถูกลงโทษเพิ่มเติมจากโทษจำคุกคดียาเสพติด ซึ่งเอนริเกส์กล่าวว่า โทษเดิมของซิลวาคือจำคุก 73 ปี และเขากำลังถูกเพิ่มโทษอีก 25 ปีด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42846</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, รีโอเดจาเนโร, เรือนจำบังกู, แต่งหญิงแหกคุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d493478be49f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สูญเสียครั้งใหญ่ ไฟไหม้พิพิธภัณฑ์บราซิลอายุ 200 ปี เก็บของมีค่า 20 ล้านชิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไฟไหม้พิพิธภัณฑ์แห่งชาติบราซิลอายุ 200 ปี ในนครรีโอเดจาเนโรเมื่อคืนวันอาทิตย์ เผยมีสิ่งของมีค่าถูกเก็บรักษาไว้ที่นี่กว่า 20 ล้านชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไฟโหมไหม้พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของบราซิลเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2561 / AFP &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดเหตุไฟไหม้พิพิธภัณฑ์แห่งชาติบราซิลอายุ 200 ปี ที่ตั้งอยู่ทางเหนือของนครรีโอเดจาเนโร เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2561 แต่ยังไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงได้ช่วงเช้าของวันจันทร์ และนำสิ่งของมีค่าบางส่วนออกมาได้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยเป็นวังของราชวงศ์โปรตุเกส เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 2361 ซึ่งครบ 200 ปีในปีนี้ แต่ประสบปัญหาขาดเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีมิเชล เตแมร์ ของบราซิล แถลงว่า นี่เป็นวันที่โศกเศร้าของประเทศ ชาติต้องสูญเสียงานศิลปะ, งานวิจัยและความรู้ที่สะสมมาถึง 200 ปี สิ่งที่สูญเสียไปเหลือคณานับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุยซ์ เฟอร์นันโด ดีแอซ ดูอาร์เต รองผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติบราซิล กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เพลิงไหม้ทำลายสถาบันที่เก็บสมบัติมีค่าของชาติ ทางพิพิธภัณฑ์เรียกร้องมาแล้วหลายรัฐบาล เพื่อขอเงินทุนสนับสนุนที่เพียงพอในการอนุรักษ์สมบัติล้ำค่าเหล่านี้ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและมานุษยวิทยาใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกา เป็นที่แสดงสิ่งของมีค่าราว 20 ล้านชิ้น ได้แก่ อุกกาบาต 5.3 ตัน ซึ่งใหญ่ที่สุดในบราซิล, โครงกระดูกไดโนเสาร์ที่ขุดพบในบราซิล, โครงกระดูกมนุษย์ผู้หญิงชื่อลูเซีย อายุ 12,000 ปี และเป็นที่เก็บสิ่งของทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่การมาถึงของโปรตุเกสในช่วงศตวรรษ 1500 จนถึงการประกาศเป็นสาธารณรัฐของบราซิลในปี 2432 และเป็นที่แสดงผลงานศิลปะเกรโก-โรมันและอียิปต์ และของสะสมด้านชาติพันธุ์วิทยาตั้งแต่ก่อนยุคโคลัมบัส และสิ่งประดิษฐ์ที่แสดงถึงวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองเผ่าต่างๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หญิงสาวพากันร้องไห้ขณะนั่งมองดูสภาพซากอาคารพิพิธภัณฑ์ภายหลังเพลิงสงบเมื่อวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16732</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, พิพิธภัณฑ์, รีโอเดจาเนโร, อายุ 200 ปี, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d3d32b759d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
