<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งรื้อรีสอร์ทดังของอดีตพลตรีหญิง บุกรุกอุทยานฯเขาแหลม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.63 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ดำเนินคดีกับนายทุน ผู้บุกรุกป่าอย่างเด็ดขาด และให้ฟื้นฟูป่าในพื้นที่ของนายทุนที่ได้ยึดคืนมาได้ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนคนไทยทุกๆคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมได้เดินทางไปติดป้ายประกาศคำเตือนให้เจ้าของ &amp;quot;พัสสาพาฎา รีสอร์ท&amp;quot; ริมถนนสาย 323 ทองผาภูมิ-สังขละบุรี บ้านเกริงกระเวีย ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จำนวน 2 ไร่ 3 งาน พร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 17 หลัง มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยให้รื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ภายใน 7 วัน หากไม่ดำเนินการใดๆ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จะเข้าดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทันที โดยเจ้าของรีสอร์ทต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน จำนวน 2 แสนบาทให้กับทางราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 27 ก.ค.2559 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ได้ไปตรวจสอบและดำเนินคดี ตรวจยึด รีสอร์ท พร้อมสิ่งปลูกสร้างจำนวน 17 หลัง ต่อมามีนางสาวจา(นามสมมุติ)มาแสดงตัว และรับว่าเป็นเจ้าของ แต่สืบทราบว่า นางสาวจา เป็นเพียงนอมีนี ของอดีตนายพลหญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ทที่แท้จริง&amp;nbsp;หลังศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษา จำคุก 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี จำเลยไม่ฎีกาต่อศาลฎีกา คดีจึงถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จึงได้ใช้มาตรการทางปกครอง ประกาศคำสั่งรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าว คำสั่งที่ 103 /2560 ลงวันที่ 7 กันยายน 2560 และประกาศแจ้งเตือนลงวันที่ 15 เมษายน 2563 ให้รื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าว ไปให้พ้นจากเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม &amp;nbsp;ต่อมาทางอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ได้ทราบว่านางสาวจาได้เสียชีวิตลง การรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าว จึงเป็นสิทธิหน้าที่ และความรับผิดชอบของทายาทนางสาวจาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จึงได้ส่งจดหมายประกาศคำเตือนไปให้ทายาททราบในเรื่องการรื้อถอนรีสอร์ท ดังกล่าวแล้ว และได้มาติดประกาศคำเตือนในพื้นที่รีสอร์ทอีกครั้งหนึ่ง โดยประกาศให้ทายาทโดยธรรม หรือผู้จัดการมรดก ของจำเลย ให้รื้อถอน สิ่งปลูกสร้างจำนวน 17 หลังของ &amp;quot;พัสสาพาฎา รีสอร์ท&amp;quot; ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ 28 ก.ย. 2563 นี้เป็นต้นไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากยังไม่ทำการรื้อถอนภายใน 7 วัน ทางหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จะเข้าไปดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวโดยทันที โดยทายาทโดยธรรมของนางสาวจา จะต้องเสียค่ารื้อถอน ให้กับทางราชการจำนวน &amp;nbsp;2 แสนบาทอีกด้วย หลังจากทำการรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวเสร็จแล้ว จะนำพื้นที่ของรีสอร์ทดังกล่าว มาฟื้นฟูปลูกป่า ให้กลับคืนมาเป็นสภาพป่าธรรมชาติดังเดิม ตามนโยบายของรัฐมนตรีฯต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78866</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, รื้อถอนรีสอร์ท, อุทยานแห่งชาติเขาแหลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f7194b8c4c39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุทยานฯเอราวัณ&#039; ปักป้ายสั่งรื้อรีสอร์ทดังเมืองกาญจน์ภายใน 30 วัน หลังยื้อมานานเกือบ 4 ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานฯเอราวัณ นายยุทธพงศ์ ดำศรีสุข เจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ/หน.อุทยานฯพุเตย และคณะเจ้าหน้าที่ จำนวน 20 นาย ได้เดินทางมาติดประกาศคำสั่งรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างฯ บริเวณด้านหน้ารีสอร์ทชื่อ &amp;quot;กกกอด&amp;quot; ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีนายศิริยุทธ สิริยุทธพงษ์ เป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสินหรือสิ่งอื่นใดของรีสอร์ทไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณ โดยมีนายวณฐพงศ์ วัชระโชควรากุล ผู้จัดการเป็นผู้รับมอบเอกสารข้อกฎหมาย รายละเอียดของการแจ้งรื้อถอน เพื่อแจ้งให้เจ้าของทราบ โดยนายวัชระ ได้เดินนำคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรีสอร์ท ที่มีการปลูกสร้างที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2559 เจ้าหน้าที่อุทยานฯได้เข้าตรวจสอบรีสอร์ท พบว่ามีนายศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองพื้นที่ มีการก่อสร้างบังกะโลที่พักรวม 18 รายการ บุกรุกพื้นที่อุทยานฯ 8 ไร่ 1งาน 62 ตารางวา ทำให้รัฐเสียหาย 420,053 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึด และเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสภ.ลาดหญ้า ดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอัยการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายศิริยุทธ &amp;nbsp;สิริยุทธพงศ์ ในคดีอาญาที่ 244/ 2559 เนื่องจากขาดเจตนากระทำผิด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ก็ยังมีอำนาจเข้าไปรื้อถอนรีสอร์ทแห่งนี้ได้ เทียบเคียงคำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด ที่ อส. 31/2559 หลังจากนั้นมีคำสั่งศาลปกครองสูงสุดลงวันที่ 10 มกราคม 2562 ไม่รับอุทธรณ์ของนายศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ ที่อุทธรณ์ไม่ให้รื้อถอนรีสอร์ทแห่งนี้ จึงถือว่าคดีนี้เป็นอันถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จึงอาศัยอำนาจ มาตรา 35( 2 ) พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ฉบับใหม่พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นการใช้กฎหมายฉบับใหม่ กับพื้นที่นี้กรณีนี้เป็นแห่งแรก โดยประกาศคำสั่งให้ นายศิริยุทธ สิริยุทธพงษ์ และบริวาร ที่มีภูมิลำเนา อยู่บ้านเลขที่ 55/ 5 หมู่ที่ 8 ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ให้รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใดของรีสอร์ทแห่งนี้ไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศคำสั่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อครบกำหนดเวลาตามประกาศคำสั่งแล้ว หากยังดื้อเพ่งไม่รื้อถอน จะถูกดำเนินคดีฐาน ฝ่าฝืนประกาศคำสั่งนี้ ระวังโทษจำคุก ตั้งแต่ 1 ปี ถึง 3 ปี ปรับไม่เกิน &amp;nbsp;3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องระวางโทษปรับรายวันอีกวันละ 1 หมื่นบาท จนกว่าจะได้มีการรื้อถอนเสร็จ และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนให้กับทางราชการ จำนวน 242,733.22 บาท และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในอัตราร้อยละ 25 ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากคณะเจ้าที่ปิดประกาศคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ก็จะเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรลาดลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี และหากครบกำหนดเวลาตามประกาศคำสั่งแล้วนายศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ ยังดื้อเพ่งไม่ดำเนินการรื้อถอน จะมาแจ้งความดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนประกาศคำสั่งตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฉบับใหม่ และจะส่งเรื่องให้ปปง.ดำเนินคดีตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (15) ให้ยึดเงินหรือทรัพย์สิน ที่ได้มาจากการค้าเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติต่อไปอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57708</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, บุกรุกป่า, รีสอร์ทกกกอด, รื้อถอนรีสอร์ท, สภ.ลาดหญ้า, หน่วยพญาเสือ, อุทยานแห่งชาติเอราวัณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4e22e830980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
