<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รื้อรธน.ส่อเดือด พรรคเล็กไม่ยอม เขี่ย‘ส.ส.ปัดเศษ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ขอ &amp;ldquo;มหาดไทย&amp;rdquo; เปิดทาง ส.ส.เดินทางมาประชุมสภา นัดวิป 3 ฝ่ายถกเลื่อนประชุม กมธ.งบฯ ขณะที่ กมธ.แก้ รธน.อีก 2 สัปดาห์เสร็จ &amp;ldquo;พรรคจิ๋ว&amp;rdquo; ดิ้นแปรญัตติปรับเกณฑ์คำนวณเสียงตกน้ำ เพื่อไทยยันไม่ยื่นศาล รธน.ตีความ&amp;nbsp;
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ประกาศล็อกดาวน์ว่า ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย และตนได้โทรศัพท์ไปประสานว่ากรณีที่ห้ามเคลื่อนย้ายหรือห้ามเดินทาง ก็ขอให้ความร่วมมืออนุมัติให้ ส.ส.สามารถเดินทางมาปฏิบัติภารกิจได้ ส่วนผลกระทบต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ที่มีกรอบระยะเวลากำหนดไว้ 105 วันนั้น จะเชิญตัวแทนของวิป 3 ฝ่ายมาหารือ อาจจะเป็นวันที่ 12 ก.ค. หรือวันที่ 13 ก.ค. เพื่อเป็นความเห็นร่วมกันว่าหากจำเป็นต้องเลื่อนประชุมออกไป จะเลื่อนกี่วัน ต้องเป็นข้อตกลงร่วมกันเพื่อไม่ให้มีปัญหาขัดแย้ง
&amp;ldquo;ได้พูดเสมอว่าต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ อย่าหนีโควิด-19 แต่ต้องไม่ประมาท ต้องเข้มงวดในการป้องกันตัวเอง แต่ยอมรับว่าต้องเห็นใจ ส.ส.บางคนที่กลัวและกังวล จึงเสนอให้งดประชุมไปก่อน แต่แนะนำคนที่กลัวมากว่าให้มาลงชื่อประชุมแล้วฟังการประชุมในห้องส่วนตัว ส.ส. เมื่อถึงเวลาลงมติก็ค่อยเดินเข้าไปลงมติ ซึ่ง ส.ส.ไม่ได้บ่นกับผมโดยตรง แต่ให้สัมภาษณ์ เลยขอให้เลื่อนประชุมไปเรื่อยๆ ถ้าเราไปทำอย่างนั้นก็จะมีปัญหา &amp;nbsp;เมื่อวันที่เปิดสมัยประชุมในเดือนพฤษภาคม หากเราเลื่อนเพื่อหวังให้โควิด- 19 หมดนั้น วันนี้มันเพิ่มขึ้น แต่ในขณะที่เราทำมาเกือบ 2 เดือน กฎหมายก็ผ่านไปหลายฉบับ ยังค้างอยู่ฉบับครึ่ง ดังนั้นเรื่องที่จำเป็นต้องออกกฎหมายรัฐบาล ซึ่งเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการบริหารประเทศ ไม่มีกฎหมายค้างเลย ดังนั้นสมาชิกควรจะภูมิใจที่ทำงานภายใต้สถานการณ์ที่เราถือว่าใช้แนวทางปฏิบัติในการเผชิญหน้ากับปัญหา โดยความรอบคอบ ไม่ประมาท สามารถทำงานไปได้ด้วยดี&amp;rdquo; นายชวนกล่าว&amp;nbsp;
ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กม.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ กล่าวว่า การประชุมกมธ.ในสัปดาห์หน้าเป็นไปตามปกติ เพราะมีมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเข้มงวด โดย กมธ.จะพิจารณาอีกเพียง 4 ครั้ง หรือประมาณ 2 สัปดาห์ก็จะแล้วเสร็จ โดยจะสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาต่อในวาระ 2 และวาระ 3 ได้ในช่วงเดือน ส.ค.นี้ เชื่อมั่นว่าการแก้ไขในมาตราอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการแก้ไขที่รัฐสภารับหลักการมานั้น จะไม่นำไปสู่การยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย
ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษา กมธ. กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้เสนอแปรญัตติแก้รายละเอียดในประเด็นระบบการเลือกตั้งแล้วเนื้อหาที่ใกล้เคียงกับในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคเสนอต่อรัฐสภา อาทิ การใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และการกำหนดให้พรรคการเมืองต้องส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตไม่น้อยกว่า 100 เขต จึงจะส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้ โดยพรรคใดที่ได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 1 ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง เพื่อป้องกัน ส.ส.ปัดเศษ พร้อมเพิ่มบทเฉพาะกาลคุ้มครองสมาชิกภาพ ส.ส.ปัจจุบัน และกำหนดให้รัฐสภาแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ยืนยันว่าพรรคไม่ได้หารือกันถึงการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐสภารับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เสนอแก้ไขระบบเลือกตั้งเพียง 2 มาตรา &amp;nbsp;แต่ไปเกี่ยวพันกับมาตราอื่นด้วย เพราะมั่นใจว่ารัฐสภาสามารถดำเนินการแก้ไขได้ เพราะข้อบังคับการประชุมรัฐสภาในข้อ 124 ห้ามแก้ไขเพิ่มเติมที่ขัดต่อหลักการ เว้นแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการเดียวกันในมาตราอื่น&amp;nbsp;
นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย กล่าวว่า กลุ่มพรรคเล็กร่วมเสนอคำแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้งต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฯ แล้ว เนื้อหาที่สำคัญคือคงจำนวน ส.ส.ไว้ที่ 500 คน แบ่งเป็นเขตเลือกตั้ง 350 คน และบัญชีรายชื่อ 150 คน ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และกำหนดคะแนนขั้นต่ำที่จะใช้คำนวณเพื่อหา ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ 0.02% เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคขนาดเล็กมีที่ยืนในสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณีที่พรรคการเมืองใหญ่กำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ 1% ของการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเล็กที่ได้หารือร่วมกับพรรคก้าวไกลเห็นว่าไม่ยุติธรรม เพราะปิดกั้นโอกาสการเข้าทำหน้าที่ผู้แทนในสภาของพรรคการเมืองขนาดเล็ก เพราะหากใช้เกณฑ์ 1% จะทำให้การได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ต้องใช้คะแนนเลือกตั้งถึง 3.5 แสน จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 35 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นการตัดสิทธิ์ตัดโอกาสพรรคเล็กอย่างสิ้นเชิง แต่หากปรับเป็นเกณฑ์ 0.02% จะทำให้ใช้ฐานคะแนน 7.1 หมื่นเสียง จะทำให้พรรคเล็กมีสิทธิ์ได้รับเลือกเข้าสภา&amp;rdquo; นายพิเชษฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเชษฐกล่าวต่อว่า คำแปรญัตติที่พรรคเล็กเสนอ ยอมรับว่าหากไม่ผ่านในชั้น กมธ.หรือไม่ได้รับการพิจารณา ตัวแทนพรรคเล็กรวมถึงพรรคก้าวไกล และอาจมีบางส่วนของพรรคภูมิใจไทยที่เห็นด้วยจะเข้าชื่อให้ถึง 1 ใน 10 เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าเนื้อหาที่ปรับแก้นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตัดสิทธิ์ตัดโอกาสของประชาชนที่สนับสนุนพรรคเล็กหรือไม่ รวมถึงเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่ผ่านประชามติ ซึ่งเคารพทุกเสียงของประชาชนหรือไม่ ยอมรับว่าได้หารือกับพรรคก้าวไกล และเห็นว่าจำนวนเปอร์เซ็นต์ขั้นต่ำนั้นเหมาะสม โดยพรรคเล็กที่ร่วมลงชื่อเสนอคำแปรญัตติ และเห็นด้วยกับทิศทางที่เสนอ ได้แก่ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคพลังไทยรักไทย และพรรคประชาธรรมไทย ทั้งนี้ ในการลงชื่อเสนอญัตติพรรคพลังท้องถิ่นไทได้ร่วมลงชื่อด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109196</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคจิ๋ว, พรรคเล็ก, มหาดไทย, รื้อรธน., วิป 3 ฝ่าย, ศาล รธน., ส.ส.ปัดเศษ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd908903986.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติเอกฉันท์รื้อรธน. ตั้ง‘กมธ.’สมัยประชุมหน้าซักผลกระทบ!ถวายสัตย์ฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เพื่อไทยแบไต๋ซักฟอกปมถวายสัตย์ฯ &amp;nbsp;เฉพาะผลกระทบ ปชช. สภามีมติเอกฉันท์ 436 ต่อ 0 ไฟเขียวญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไข รธน. &amp;quot;ชวน&amp;quot; จ่อนำญัตติรวมเป็นเรื่องเดียวกัน ถกวาระแรกสมัยประชุมหน้า ฝ่ายค้านตีปี๊บเป็นนิมิตหมายที่ดีแก้ รธน.ขจัดอุปสรรคพัฒนาประเทศ &amp;quot;เทพไท&amp;quot; ยินดีกับ ปชช.ล่วงหน้าที่จะได้ รธน.ที่เป็น ปชต. &amp;quot;กำนันสุเทพ&amp;quot; พบ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ครั้งแรกหลังรัฐประหารที่เกาะสมุยอย่างชื่นมื่น เชียร์ให้นำพาประเทศฝ่าวิกฤติไปให้ได้ มั่นใจเสียงปริ่มน้ำไม่น่าห่วง นายกฯ โวหลังเลือกตั้งต่างชาติมาหาหัวกระไดไม่แห้ง อย่าไปฟังใครบิดเบือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงญัตติการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมตินายกรัฐมนตรี ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ ว่าแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับพิจารณาประเด็นถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ แต่ฝ่ายค้านยังมีเรื่องจะอภิปรายอีกมาก เช่น สิ่งที่เป็นผลพวงและผลกระทบต่อการใช้อำนาจรัฐ โดยไม่มีการแตะต้องสถาบันฯ และไม่ถามว่าทำไมจึงถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ เพราะชัดเจนอยู่แล้ว แต่จะอภิปรายถึงผลจากการถวายสัตย์ฯ ครั้งนี้ หากตีความหมายของรัฐธรรมนูญจะเห็นว่าไม่ได้ห้ามการใช้กลไกของสภาตรวจสอบ เพราะเห็นว่าการถวายสัตย์ฯ เป็นประเด็นการเมือง ซึ่งสอดคล้องกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 ที่ระบุว่า ถ้าเป็นการกระทำของรัฐบาลต้องไม่กระทบสิทธิ์ของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันกษัตริย์ ซึ่งประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิ์ฟ้องละเมิดได้ เพราะระบุว่าต้องเป็นหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานที่ใช้อำนาจรัฐเท่านั้นถึงจะฟ้องได้ ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้อง เรามีประเด็นที่สังเกตว่าการกระทำของรัฐบาลที่มีความสำคัญกับสถาบันกษัตริย์ไม่มีองค์กรใดตรวจสอบได้ แต่ถ้าเกี่ยวกับการใช้อำนาจแล้วกระทบประชาชน เช่น เรื่องนี้ สภาสามารถใช้อำนาจตรวจสอบได้ เพราะถือเป็นประเด็นการเมือง เราจะไม่มีการพูดเรื่องสถาบันฯ แต่สิ่งที่จะถามคือผลพวงของการกระทำที่ส่งผลกระทบกับประชาชนและความเชื่อมั่น&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากยังอภิปรายเรื่องนี้อยู่ จะมีความสุ่มเสี่ยง นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราไม่กลัว เพราะเรามีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นกำแพงพิงหลังให้กับฝ่ายนิติบัญญัติ จึงไม่มีโอกาสที่จะสุ่มเสี่ยงถูกฟ้องร้อง และไม่ได้คาดหวังว่านายกฯ จะตอบตรงหรือไม่ตรง เป็นหน้าที่ของท่านที่จะมาตอบคำถามเรา ส่วนหากมีเหตุประท้วงก็เป็นสิทธิ์ของสมาชิก แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภา เราจึงต้องตระหนักว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เขาประท้วง มิเช่นนั้นจะเป็นเกมในสภา ไม่มีใครได้ประโยชน์ สภาก็จะเสียหายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เกียกกาย นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นำรายชื่อ 50 ส.ส.พลังประชารัฐ ยื่นญัตติด่วนเพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องหลักเกณฑ์ และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมกระบวนการรับฟังคิดเห็นของประชาชนที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร 2560 ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;
สภาไฟเขียวญัตติแก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวิเชียรกล่าวว่า เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นนโยบายเร่งด่วนข้อที่ 12 พรรคพลังประชารัฐสนับสนุนให้มีการศึกษาเรื่องดังกล่าว เพราะถือเป็นเรื่องเกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน &amp;nbsp;ส่วนแนวทางศึกษาทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเน้นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยเชื่อว่าการตั้ง กมธ.วิสามัญที่มีสมาชิกทั้งจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน จะไม่มีความขัดแย้งในระหว่างการพิจารณา ส่วนการเชิญบุคคลภายนอกให้มาร่วมเป็น กมธ.วิสามัญฯ นั้น ต้องให้ที่ประชุมเป็นผู้พิจารณา จะถึงขั้นเชิญนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาชี้แจงหรือให้คำปรึกษาหรือไม่นั้น ต้องพิจารณากันอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม นายชวนชี้แจงเหตุผลการประชุมสภานัดพิเศษว่า เนื่องจากขณะนี้มีญัตติเร่งด่วนและญัตติตกค้างในสภามากถึง 117 เรื่อง จึงจำเป็นต้องเปิดประชุมสภานัดพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องตกค้างต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้ขอใช้สิทธิเสนอให้เลื่อนญัตติการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 ที่อยู่ในวาระท้ายๆ ขึ้นมาพิจารณาต่อท้ายเรื่องเร่งด่วนลำดับที่ 6 เรื่อง ขอตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของ คสช.และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ คัดค้านขอให้ดำเนินการพิจารณาไปตามวาระปกติ ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายเสริมว่า สิ่งที่นายสมพงษ์เสนอได้พูดคุยระหว่างวิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้านเรียบร้อยแล้ว โดยญัตติการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายค้านเสนอนั้น ขอให้มาต่อท้ายเรื่องด่วนที่ 6 เพื่อให้เป็นวาระแรกในการประชุมสภาสมัยหน้า ไม่ได้ต้องการให้พิจารณาตั้ง กมธ.ทันที เพราะดูจากวาระแล้ว คงพิจารณาไม่ทันในวันที่ 13 ก.ย.นี้ ที่จะปิดประชุมในเวลา 18.00 น. ในที่สุดนายวีระกรจึงยินยอมไม่ทักท้วงต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายชวนได้ขอให้ที่ประชุมลงมติจะให้เลื่อนญัตติการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 ขึ้นมาหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมลงมติเห็นด้วยให้เลื่อนขึ้นมาด้วยคะแนน 436 ต่อ 0 ตามที่นายสมพงษ์เสนอมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยนายชวนแจ้งด้วยว่า ส่วนญัตติเกี่ยวกับการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคการเมืองอื่นๆ เสนอมาทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังประชารัฐ จะให้นำมาพิจารณารวมเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อเปิดสมัยประชุมสภาอีกครั้งในเดือน พ.ย.
ฝ่ายค้านฟุ้งปักธงในสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายค้านไม่ได้มีเจตนาในการขอเลื่อนญัตติเพื่อให้สภาพิจารณาในทันที เพราะตระหนักดีว่ายังมีญัตติด่วนสำคัญอื่นๆ รออยู่ โดยเฉพาะญัตติเรื่องน้ำท่วม เพียงแต่ต้องการขอเลื่อนญัตติการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มารอในลำดับต้นๆ เพื่อให้สามารถพิจารณาญัตตินี้ได้ทันทีในเดือน พ.ย. เมื่อเปิดประชุมสมัยหน้า ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับทุกพรรคการเมืองที่จะเสนอญัตติเข้ามาเพิ่มเติม เพราะหลังจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เชื่อว่าหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่ากติกาของประเทศที่นำมาบังคับใช้กลับกลายเป็นอุปสรรคกับการพัฒนาประเทศ การแก้ไขปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำในอนาคตสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่เป็นอุปสรรคกับการบริหารประเทศให้ลุล่วงไปได้ ย่อมเป็นเรื่องที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนเป็นอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า วันนี้ผลคะแนนการลงมติของสภาพบว่า สมาชิกเห็นด้วยกับการเลื่อนญัตติขึ้นมาทั้งหมดเป็นเอกฉันท์ 425 ต่อ 0 ซึ่งผลโหวตนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับการศึกษาในครั้งนี้ แม้จะยังไม่ใช่ข้อยุติว่าทุกฝ่ายเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่ตนต้องขอขอบคุณและขอแสดงความชื่นชมกับ ส.ส.ทุกพรรคที่โหวตเห็นชอบให้กับการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ทวีตข้อความ ระบุว่า...ประชุมสภาวันนี้เข้มข้น มีโหวตสำคัญคือการเลื่อนวาระการพิจารณาการตั้งกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาลงมติ 425-0 เห็นด้วยให้เลื่อนวาระนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน วันนี้เราปักธงแรกในสภาสำเร็จมติเอกฉันท์เป็นสัญญาณว่าทุกพรรคเห็นความสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้ว่าการอภิปรายและลงมติในญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ทันได้อภิปรายในสมัยประชุมนี้ แต่การลงมติเลื่อนการพิจารณาเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน ก็เป็นการแสดงเจตจำนงร่วมกันของสภาว่าวาระแก้รัฐธรรมนูญ เป็นงานสำคัญที่สภาได้รับไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงขอบคุณที่สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกทุกคนให้ความสำคัญและมีมติเลื่อนวาระการพิจารณาการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นญัตติแรกๆ ในสมัยประชุมหน้า ซึ่งจะทำให้สมาชิกมีเวลาในการเตรียมตัวหาข้อมูล เพื่อนำมาสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าจะทำให้การพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการมีความรอบคอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยินดีกับประชาชนที่จะได้รัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง &amp;nbsp;โดยเฉพาะในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่กำหนดให้เป็นเงื่อนไขสำคัญของการร่วมรัฐบาล ตลอดจนมีการระบุไว้ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลต่อการจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้&amp;rdquo; นายเทพไทกล่าว&amp;nbsp;
&amp;quot;กำนันเทพ&amp;quot;พบ&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;ครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารวิทยาลัย เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยของสถานที่ที่ใช้ต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ ที่จะเดินทางลงพื้นที่ช่วงบ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองมาโดยตลอด และจากสถานการณ์ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในขณะนี้ หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ รัฐบาลผสมไม่ใช่ของใหม่ สิ่งสำคัญคือ ครม.ต้องระมัดระวังในการทำงานร่วมกันเป็นพิเศษ ที่ผ่านมาที่อยู่ไม่ได้ เพราะทะเลาะกันเอง ตีกันเอง พรรคนั้นทะเลาะกับพรรคนี้ คนเป็นนายกฯ จะลำบาก เพราะเรามีภาระหน้าที่ที่ต้องพาประเทศชาติฝ่าฟันวิกฤติไปให้ได้ ทั้งเศรษฐกิจและการเมือง ดังนั้นเสียงปริ่มน้ำไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าทุกคนที่เป็น ส.ส.มีความรับผิดชอบ ไปประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงก็จะอยู่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ค่อยกังวลใจเท่าไหร่ เพราะผมเชื่อว่าวันนี้คนไทยทุกคนไม่ว่านักการเมือง สื่อมวลชน พ่อค้าและนักธุรกิจ ล้วนผ่านประสบการณ์ทางการเมืองมาด้วยกันอย่างโชกโชน ทุกคนต้องมองเห็นแล้วว่าเราต่างมีภาระหน้าที่ ต้องช่วยประคับประคองบ้านเมือง&amp;quot; นายสุเทพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพกล่าวด้วยว่า ส่วนการทำงานของฝ่ายค้านนั้น เราจะไปโกรธเขาไม่ได้ เพราะเขาเป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่เป็นกระจก เราก็คอยชำเลืองมองดูจะได้เห็น เขาจะใช้วิธีอะไรก็ไม่เป็นปัญหา สุดท้ายก็จะได้รับการสั่งสอนจากประชาชนเองว่าคุณจะต้องอยู่ในศีลธรรมเหมือนกัน ไม่ใช่ไปสร้างเรื่องมากล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีเขา อย่างนั้นคนจะไม่ยอม ซึ่งคิดว่าคงอีกสักพักหนึ่ง ตอนนี้เพิ่งเลือกตั้งมาใหม่ๆ ก็จะร้อนวิชากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วันนี้ถือเป็นการเจอกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่างผมกับ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งแต่เขาทำรัฐประหารมา ก็ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับเขา โดยก่อนหน้านี้ก็ได้เจอกันบ้างประปรายตามงานศพหรืองานแต่งงาน แต่ผมเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์มาโดยตลอด เพราะเห็นว่าเขาเป็นคนที่เราพอจะพึ่งพิงได้ ประคับประคองประเทศได้ ส่วนเรื่องจะอยู่ถึง 8 ปีนั้น เป็นเรื่องที่คนก็พูดไป แต่ตอนนี้ขอเชียร์ให้นำพาประเทศไปให้รอดแล้วกัน&amp;quot; นายสุเทพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา14.35 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะ เดินทางมาถึง โดยมีนายสุเทพ, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์, นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก พรรคประชาธิปัตย์, นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นอดีตแกนนำการชุมนุมกลุ่ม กปปส. ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ทักทายนายสุเทพกับคณะอย่างเป็นกันเอง พร้อมสอบถามอดีตแกนนำ กปปส. ว่าเป็นอาจารย์ทั้งหมดเลยหรือ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้รับคำตอบว่า อดีตแกนนำ กปปส.เป็นผู้บริหารวิทยาลัย ก่อนเดินไปทักทายอาจารย์ชาวต่างชาติและเด็กนักเรียน โดยนายกฯ ถามเด็กนักเรียนถึงการวิปัสสนามีหลักการอย่างไร ซึ่งเด็กนักเรียนแนะนำว่าให้นั่งสมาธิ นายกฯ จึงถามกลับทันทีว่า &amp;ldquo;ก็นั่นน่ะสิ นั่งยังไงล่ะ ลุงนั่ง เขาให้นับ 1 ถึง 10 ลุงนับแค่ 3 ลุงก็ไปแล้ว วันนี้พยายามนับ 1 ถึง 10&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เยี่ยมชมห้องเรียนภาษาจีน โดยเด็กนักเรียนได้มอบเชือกข้อมือถักซึ่งเป็นของขลังป้องกันสิ่งชั่วร้ายเข้าตัว โดยนายกฯ กล่าวว่า ไม่มีใครทำอะไรฉันได้ จากนั้นนายกฯ ได้เขียนชื่อตัวเองเป็นภาษาจีนพร้อมลายเซ็นให้เป็นที่ระลึก ทั้งนี้ ก่อนที่นายกฯ จะเดินออกจากห้อง เด็กนักเรียนได้พร้อมใจกันพูดขึ้นเป็นภาษาจีนแปลว่า &amp;ldquo;ขอให้เป็นนายกฯ ไปนานๆ&amp;rdquo;
ฟุ้งต่างชาติมาหาทุกวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้มาเยี่ยมชมห้องประกอบอาหาร ขณะที่เชฟประจำวิทยาลัยได้นำผ้ากันเปื้อนปักข้อความว่า &amp;ldquo;เชฟตู่&amp;rdquo; ก่อน พล.อ.ประยุทธ์จะลงมือทำเมนูใบเหลียงผัดไข่ ซึ่งเป็นเมนูที่นายกฯ ระบุว่าชื่นชอบ กินเป็นประจำ ซึ่งยังระบุถึงส่วนผสมสำคัญคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และระบุอีกว่า &amp;ldquo;ปกติสมัยเป็นทหาร ได้ทำอาหารกินเองกับพี่ป๊อก (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย) ต้ม แกง ผัดทำได้หมด โดยเฉพาะตอนตังค์หมดก็จะทำกินกันเอง&amp;rdquo; นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้เยี่ยมชมแปลงเกษตร และเยี่ยมชมหอพักนักเรียน มีนายสุเทพเดินเคียงข้างโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ที่หอประชุมขวัญข้าว พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;กล่าวระหว่างพบปะนักศึกษา คณาจารย์ ผู้บริหารและประชาชนชาวสมุย ตอนหนึ่งว่า วันนี้เรามารวมตัวกันเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างเรา คือคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นมาได้โดยรุ่นใดรุ่นหนึ่งแต่เพียงผู้เดียว เราต้องทำความเข้าใจกันบนพื้นฐานของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นี่คือหลักชัยของประเทศเรา วันนี้บ้านเรามีปัญหาหลากหลายมิติ ทั้งเสถียรภาพความมั่นคง การเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เราต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ประเทศไทยมีศักยภาพพอสมควร แต่ปัญหาที่ไม่สามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้ เพราะเรายังรักกันไม่พอ ทุกคนรักประเทศ แผ่นดินนี้เป็นของพระมหากษัตริย์ไทยที่รักษาไว้ให้คนไทย และเป็นจุดยุทธศาสตร์ของอาเซียน ซึ่งยึดโยงเศรษฐกิจโลกไว้หมด เราจึงต้องพัฒนาคนของเราด้วยการศึกษา รัฐบาลต้องบริหารงานแบบคิดใหม่ คือต้องสร้างคนให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกวันนี้ต่างประเทศมาเยี่ยมมาหาผมทุกวัน อยากจะร่วมมือกับไทยตรงนั้นตรงนี้ ยิ่งหลังเลือกตั้งที่ผ่านมา มากันจนหัวกระไดไม่แห้ง อย่าไปรับฟังใครที่บอกว่าเขาไม่คบเรา มีแต่คนอยากจะคบ และเราก็ต้องปรับตัวให้สอดคล้อง นอกจากนี้ อยากให้คนไทยมีความคิดที่เป็นกระบวนการมีหลักคิด ยิ่งวันนี้มีเฟกนิวส์ มีโลกโซเชียล แก้กันไม่ไหวไม่ทัน พอมันออกไปแล้วก็เชื่อกัน จึงต้องมีภูมิต้านทาน คือความรู้กับคุณธรรม อะไรที่เป็นไปไม่ได้ อย่าไปเชื่ออย่าไปอ่าน เสียเวลาผมก็ต้องเลิกอ่านเหมือนกัน เพราะทำให้เครียด อ่านแล้วทำให้หงุดหงิดโมโห อย่าไปอ่านดีกว่า มันไม่ใช่ สื่อสารที่ดีต้องเสนอให้คนมีแนวคิดได้ 2 ทาง คือใช่หรือไม่ใช่ ดีหรือไม่ดี สอนให้ด่าหรือชมเพียงอย่างเดียวมันไม่ใช่&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีคนเข้ามาท่องเที่ยวกว่า 30 ล้านคน และคาดว่าปีนี้จะถึง 40 ล้านคน แต่เรายังขัดแย้งกันเองภายใน มันใช่หรือไม่ใช่ในเวลานี้ รัฐบาลก็ต้องสร้างการลงทุนให้เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ต้องไปพร้อมกันในชาติ ใครที่ทำให้ทุกอย่างเสียหาย ก็ฝากให้เราไปพิจารณาว่ามันควรหรือไม่ควร สิ่งสำคัญนอกจากชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์แล้ว คือความกตัญญูกตเวทีพ่อแม่และครูบาอาจารย์ จริงๆอยากพูดมากกว่านี้ ถึงยิ่งพูดจะยิ่งโดน แต่รู้ว่ามาพูดกับพวกเรา ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เพราะมีจิตมุ่งมั่นที่จะทำให้พวกเราทุกคน ไม่ได้มุ่งหวังอะไรอย่างอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้าย นายกฯ ได้เปิดเพลง &amp;quot;อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี&amp;quot; จากโทรศัพท์มือถือส่วนตัว โดยก่อนเปิดเพลงได้กล่าวว่า ลองฟังดู แต่ไม่รู้ว่าจะซาบซึ้งเหมือนที่ตนซาบซึ้งหรือไม่ แต่ตนซาบซึ้งเพราะเป็นทหารเก่า อยู่กับสิ่งเหล่านี้มาตลอดชีวิต จากนั้นเมื่อจบเพลง นายกฯ กล่าวอีกว่า ทุกคนต้องมีเพลงนี้ เพราะเราคือคนไทย แผ่นดินไทย เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย แผ่นดินนี้มีให้เราเหยียบให้เราตาย นั่นคือสิ่งที่คนไทยต้องสำนึก นอกจากนั้น นายกฯ ยังกล่าวกับนักศึกษาว่า &amp;quot;ขอให้รักลุงสุเทพให้มากๆ เพราะเขาดูแลเรา&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ได้มีประชาชนบางส่วน สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว ที่มีรูปการ์ตูน พล.อ.ประยุทธ์พร้อมรูปหัวใจสีแดงหลายๆ ดวงรวมกันเป็นหัวใจดวงใหญ่ และมีข้อความว่า #ลุงตู่fc กองหนุนลุงตู่ มาให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ในครั้งนี้ด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45695</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปมถวายสัตย์, มติเอกฉันท์, รื้อรธน., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ไขรธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7ba7f92b4ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปั่นกระแสรื้อ‘รธน.’ ช่อปลุกลงถนนอย่างสันติTDRIผวาซ่อนอุ้มคดีแม้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แกนนำรัฐบาลยันพร้อมรับมือซักฟอกเต็มที่ หากอภิปรายเกินเลยผิดข้อบังคับ ส.ส. รัฐบาลใช้สิทธิ์ประท้วงตามหน้าที่ อนค.จัดทัพให้ &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; เป็นคนเปิดอภิปราย 60 นาที &amp;quot;เต้ พระราม7&amp;quot; โต้ &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; SAVE พรรคเล็ก ลั่นเขาไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่ลิง อาหารเขาไม่ใช่กล้วย แต่เป็น &amp;quot;ผู้แทนราษฎร&amp;quot; วงเสวนาแก้รธน.รุมจวก รธน.60 ลิดรอนสิทธิ ปชช. อ้างไม่แก้ รธน.แก้ปัญหา ศก.ไม่ได้ &amp;quot;คุณช่อ&amp;rdquo; ปลุก ปชช.ลงถนนอย่างสันติ แต่ต้องไม่มีใครตาย ประธานทีดีอาร์ไอกระตุ้น &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ถ้ารื้อฟื้นคดีทักษิณอยู่ในแพ็กเกจจะมีคนกว่าครึ่งคัดค้านและตกตั้งแต่แรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการรับมือการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนว่า เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร และนายกฯ จะไปตอบข้อซักถามด้วยตัวเอง ขณะที่พรรค พปชร.ก็ได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ มีความพร้อมอยู่แล้ว ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลนั้นได้ยืนยันว่าจะอยู่ร่วมรับฟังการอภิปรายอย่างครบถ้วน จึงไม่ต้องตั้งองครักษ์พิทักษ์นายกฯเพราะหากฝ่ายค้านอภิปรายเกินเลยนอกประเด็น หรือผิดข้อบังคับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็สามารถประท้วงให้เป็นไปตามข้อบังคับได้อยู่แล้ว คิดว่าก่อนประชุมนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะมีการอธิบายกรอบของการอภิปรายให้สมาชิกได้รับทราบ แต่หาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่ามีอะไรเกินเลย ก็จะใช้สิทธิ์ประท้วงตามหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจน เพราะเคยพูดหลายครั้งแล้วว่าปฏิบัติตามขั้นตอน แต่เมื่อฝ่ายค้านขอใช้สิทธิ์ตามระบอบรัฐสภาเพื่อขอเปิดอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ก็พร้อมใช้สิทธิ์ตัวเองในการชี้แจง ดังนั้นเมื่อชี้แจงแล้ว ทุกอย่างก็น่าจะจบ แต่ตอบไม่ได้ว่าหลังวันที่ 18 ก.ย.แล้วฝ่ายค้านยังจะหยิบยกประเด็นนี้มาพูดกันอีกหรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลจะเสนอเปิดประชุมลับ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น อาจมีเนื้อหาที่กระทบกระเทือนในหลายมิติ จึงเห็นว่าถ้าประชุมลับได้ก็จะเป็นเรื่องดี เพราะรัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้ด้วยว่าไม่ควรมีประเด็นที่กระทบกระเทือนสถาบันหลักของชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรระมัดระวัง แต่หากมติของสมาชิกเห็นว่าไม่ควรเปิดประชุมลับ เราก็พร้อมเห็นด้วยตามมติส่วนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงความพร้อมและการจัดทีมผู้อภิปรายในวันที่ 18 ก.ย.นี้ ว่าพรรค อนค.มีความพร้อม เตรียมผู้อภิปรายไว้ 6 คน โดยตนจะเป็นคนเปิด ตั้งใจว่าจะใช้เวลาประมาณ 60 นาที และอีก 5 คนจะขยายรายละเอียด ทั้งเรื่องการถวายสัตย์ฯ และเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจอันเกิดจากความไม่แน่นอนว่าการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนจะส่งผลต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาล นอกจากนั้นยังมีเรื่องการแถลงนโยบายที่ไม่ระบุที่มาของงบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เข้าใจว่านายกฯ ต้องปฏิบัติภารกิจ แต่อยากให้มาสภา อย่าพยายามหาช่องทางขอเปิดประชุมลับหรือเร่งปิดประชุมหรือประท้วงจนไม่ได้อภิปรายกัน เชื่อว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ ครม. และโดยหลักแล้วญัตติตามมาตรา 152 เป็นการเข้าชื่อกันของฝ่ายค้าน ซึ่งมีข้อสงสัยอยากเสนอแนะ อีกทั้งไม่มีการลงมติ ดังนั้นต้องเปิดโอกาสให้คนที่เสนอญัตติได้อภิปรายก่อน ไม่เห็นความจำเป็นที่ฝ่ายรัฐบาลต้องร่วมอภิปรายด้วย&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
พรรคเล็กไม่ใช่สัตว์แต่เป็น ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรยังกล่าวถึงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาฯ จำนวน 35 คณะ ซึ่งพรรค อนค.ได้มา 6 คณะว่า ครั้งนี้พรรคฝ่ายค้านได้ตำแหน่ง กมธ.มากกว่าฝ่ายรัฐบาล คิดว่าการทำงานของ กมธ.อาจจะยากลำบากทุกคณะ มากกว่าสภาชุดที่ผ่านมา เพราะใน กมธ. 1 คณะประกอบด้วยสมาชิก 15 คน ซึ่งจะถูกคละจากหลายพรรคการเมือง จึงหามติแบบยึดกลุ่มการเมืองยาก แต่ในทางกลับกันก็อาจจะมีข้อดี เพราะจะกระตุ้นให้พรรคการเมืองแต่ละพรรคทำงานร่วมกัน จะไม่มีใครชิงดีชิงเด่น ก็คิดว่าจะไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถครอบงำการทำงานของ กมธ.ได้ ถือเป็นความท้าทายของการทำงานมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธรรมไทยยังไม่ได้ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เพียงขอแยกห้องทำงานว่า พรรค พปชร.และพรรคการเมืองขนาดเล็กจะเจรจาต่อรอง ข่มขู่ กดดัน เรียกรับผลประโยชน์ เมื่อไม่ได้ก็โวยวาย แต่เคลียร์กันเสร็จ ก็พลิกลิ้นกลืนน้ำลายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งไม่ควรทำให้เกิดข่าวลักษณะแบบนี้บ่อยครั้ง เพราะทำให้ประชาชนสิ้นหวังและรำคาญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อการเจรจาต่อรอง จะตบจูบกันอย่างไรไปทำกันหลังม่าน ไม่ต้องมาโชว์ &amp;nbsp;ประชาชนเบื่อหน่าย และไม่ได้ประโยชน์ ข่าวลักษณะพรรคร่วม พรรคเล็ก ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ตบทรัพย์กันทางการเมืองมีให้เห็นตลอด ขอให้ยึดผลประโยชน์ของพรรคตัวเองให้น้อย คิดถึงประโยชน์ของประชาชนให้มาก เริ่มต้นเป็นงูเห่า ลงท้ายเป็นแค่ลิงงอแง อยากได้กล้วย พอให้กล้วยกินอิ่มก็เงียบ รัฐธรรมนูญที่ทำให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ เกิดการเจรจาต่อรอง เป็นใบเสร็จยืนยันว่าการปฏิรูปการเมืองไม่มีอยู่จริง ปฏิรูปต้องนำพาการเมืองของประเทศก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ทำให้การเมืองไทยย้อนยุคไป 40 ปี&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรฯ และผู้ประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล เปรียบตัวเองเหมือนคนเลี้ยงลิง หลังเคลียร์ลงตัวกับนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธรรมไทย ไม่ให้ออกจากการร่วมสนับสนุนรัฐบาลว่า คำพูดเป็นนาย SAVE พรรคเล็ก สิ่งที่มีค่ามากกว่าเงิน-ทอง-ตำแหน่ง คือศักดิ์ศรีความเป็นคน สิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับผมคือเสรีภาพทางความคิด การแสดงออก คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน ผมยังเป็นห่วงพี่ๆ ผมทั้ง 9 พรรคการเมือง ฝากรัฐบาลดูแลหัวใจด้วยความจริงใจกับพวกพี่เขาด้วย เขาไม่ใช่สัตว์ เขาไม่ใช่ลิง อาหารเขาไม่ใช่กล้วย แต่พวกพี่เขาเป็น &amp;quot;ผู้แทนราษฎร&amp;quot; เป็น &amp;quot;หัวหน้าพรรคการเมือง&amp;quot; ดูแลเขาต้องใช้ใจแลกใจ จาก เต้ พระราม 7
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) แถลงว่า เงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคปชป.ข้อหนึ่งคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ยืนยันว่าพรรคไม่เคยหยุดดำเนินการในเรื่องดังกล่าวตามที่มีข้อสังเกต แต่เราต้องใช้เวลาในการพิจารณาโดยพรรคได้มอบให้คณะกรรมการกฎหมาย ที่มีนายถวิล ไพรสณฑ์ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย รับผิดชอบดูแล ขณะนี้ได้จัดเตรียมข้อมูลรัฐธรรมนูญย้อนหลังไปทุกฉบับเพื่อนำไปสู่การแก้ไขเพิ่มเติมธรรมนูญในประเด็นที่เราระบุไว้ โดยเฉพาะประเด็นที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขยาก เช่น การกำหนดในวาระแรกให้วุฒิสภาต้องกำหนดให้ความเห็นชอบไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนวุฒิสภา คือ 83-84 คน ที่ต้องยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้แก้ไขโดยง่าย&amp;nbsp;
ทิ้งปชช.มุ่งแต่แก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล กล่าวถึงกรณีที่ ปชป.ยื่นญัตติตั้ง กมธ.เพื่อศึกษาและแก้ไข รธน. ว่าถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในระดับสภาผู้แทนราษฎร การหาคะแนนหรือแนวร่วมไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แต่ปัญหาต่อไปที่เราต้องเจอคือการรวมเสียง ส.ว.ให้ได้จำนวน 1 ใน 3 ของสภา หรือ 84 เสียงขึ้นไป ซึ่งคิดว่าพลังของประชาชนที่อยู่ภายนอกจะสามารถกดดันให้ ส.ว.เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐสภาต้องทำหน้าที่สะท้อนเสียงของประชาชนให้ปรากฏขึ้นจริง ซึ่ง ส.ว.ต้องรับหน้าที่นี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต จอมทอง-ธนบุรี และรองโฆษกพรรค พปชร. เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่พบประชาชนในชุมชนวัดราชวรินทร์ แขวงสำเหร่ และแขวงบุคคโลเพื่อรับฟังปัญหาและรับเรื่องราวร้องทุกข์ หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนถึงปัญหายุงลายชุกชุมในชุมชน รวมทั้งพื้นที่ทำมาหากิน จึงได้รับเรื่องไว้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขโดยเร่งด่วนแล้ว นอกจากนี้ประชาชนยังได้สอบถามถึงข้อมูลเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และขอลงทะเบียนเพิ่มเติมจากที่ตกหล่นด้วย พร้อมกันนี้ ชาวชุมชนยังฝากส่งกำลังใจไปถึงผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;น่าเสียดายที่ผู้แทนฯ ในเขตพื้นที่ไม่ได้ดูแลชุมชนอย่างใกล้ชิด ทำให้ปัญหาต่างๆ ไม่ได้รับการแก้ไข จนชาวชุมชนบ่นว่าได้รับเลือกตั้งเข้าสภาแล้วทิ้งพื้นที่ &amp;nbsp;ทิ้งประชาชน มุ่งแต่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ขอให้ผู้แทนฯ ลงไปดูแลแก้ไขปัญหาของชาวชุมชน ซึ่งหลังจากทราบข่าวนี้ คงจะพาหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ลงพื้นที่เพื่อสร้างกระแสเหมือนเดิม&amp;quot; รองโฆษก พปชร. กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ บรรยายในหัวข้อ &amp;quot;การเมืองไทยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2560&amp;quot; จัดโดยหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต และหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น &amp;nbsp;โดยนายปิยบุตรระบุว่า อยากนำเรื่องอริยสัจ 4 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพุทธศาสนามาจับเพื่อให้สอดคล้องกับนิสิตนักศึกมาที่มาร่วมฟังอริยสัจ ข้อแรกคือ ทุกข์ &amp;nbsp;ประเทศไทยภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ขณะนี้หลายคนบอกว่าประชาชนประสบปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งเห็นว่าปัญหานี้สัมพันธ์กับปัญหาการเมืองอย่างแน่นอน &amp;nbsp;สมุทัย หรือเหตุแห่งทุกข์ คือเราตกลงกันไม่ได้ว่าอำนาจสูงสุดอยู่ที่ไหน อยู่กับประชาชนหรือกับกองทัพ กับชนชั้นนำ โดยรัฐธรรมนูญ 2560 นั้น ชัดเจนว่ามีเป้าประสงค์คือเอาการเมืองไทยดึงกลับไปปี 2521 ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ &amp;nbsp;นิโรธ หรือความดับทุกข์ วิธีการแก้ไข รธน.นั้นยากมาก มีกลไกต่างๆ วางไว้เต็มไปหมด มรรค หรือหนทางดับทุกข์ ถ้าประชาชนคนไทยเกือบทั้งหมดเอาด้วย แสดงพลังปรากฏกายออกมาว่าไม่ต้องการอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 ต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ที่ร่างกันเอง ส่งเสียงออกมาให้ผู้มีอำนาจได้ยิน และมาหาฉันทามติหาข้อตกลงร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงเวลาแล้วที่ต้องทวงอำนาจการเขียนรัฐธรรมนูญให้กลับมาอยู่ที่ประชาชน ตกลงกันด้วยกรอบหลักการเบื้องต้น คือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญยืนยันหลักแบ่งแยกอำนาจ และประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตมหาศาล แต่เป็นการเขียนแบบที่อารยชนทำกัน รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมคิดว่าเป็นไปได้&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
ไม่แก้รธน.แก้ศก.ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวในงานเสวนา &amp;ldquo;จินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ได้ผ่านกระบวนการประชามติ แม้จะมีคำถามว่าทำอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ แต่ก็มีความชอบธรรมในระดับหนึ่ง ดังนั้น กระบวนการที่จะแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ต้องคิดถึงประเด็นนี้ว่าจะมีอะไรที่ชอบธรรมกว่าการมีประชามติของประชาชน ซึ่งก็คือการริเริ่มโดยภาคประชาชนเองให้มากที่สุด ประชาชนต้องเป็นฝ่ายเสนอแก้กฎหมาย เพื่อทำให้เป็นรัฐธรรมนูญเป็นของทุกฝ่าย และต้องเลือกแก้เฉพาะเรื่องที่สำคัญจริงๆ เป็นเรื่องที่คนมีความเห็นพ้องต้องกันสูง เพื่อหาวิธีประสานความแตกต่าง และอย่าเลือกประเด็นที่มีความอ่อนไหว โดยเฉพาะการเช็กบิลย้อนหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่ค่อยสบายใจเวลาคุณธนาธรพูดว่าจะไปรื้อฟื้นคดีคุณทักษิณ ชินวัตร แน่นอนว่ามันถกเถียงกันได้ว่ากระบวนการเล่นงานคุณทักษิณนั้นมีปัญหาหรือไม่ แต่ในสังคมไทยมีคนจำนวนมากไม่ชอบคุณทักษิณอยู่ ถ้าคนเข้าใจว่าประเด็นแบบนี้อยู่ในแพ็กเกจการแก้รัฐธรรมนูญด้วย จะมีคนเกือบครึ่งหนึ่งคัดค้าน ทำให้มันตกตั้งแต่แรก จึงอยากให้เลือกประเด็นให้ดี ต้องเป็นประเด็นที่ประสานคน ไม่ใช่แบ่งแยกคน&amp;rdquo; นายสมเกียรติกล่าว ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ชี้แจงเกี่ยวกับการดึงนายทักษิณกลับมาว่า ความจริงตนไม่ได้พูดว่าจะดึงเขากลับมาสู่กระบวนการพิจารณาในระบบยุติธรรมในลักษณะนั้น แค่จะสื่อสารว่า ในรอบกว่า 10 ปี มีคนมากมายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้เจาะจงว่าชื่ออะไร นามสกุลอะไร ไม่ว่าเขาจะอยู่ฝักฝ่ายไหน คนหลายคนต้องติดคุก หรือโดนคดีในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ คิดว่าอาจจะต้องเกิดคำสั่งที่คล้ายกับคำสั่งที่ 66/2523 เพื่อเยียวยาคนที่ถูกกระทำทั้งหมด เพื่อดึงคนในสังคมกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานที่ศูนย์วัฒธรรมพุทธวิชชาลัยมราชภัฏพระนคร บางเขน มีการจัดเสวนา &amp;ldquo;ตอบโจทย์ประเทศไทย ทำไมต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; โดยนายจตุพร &amp;nbsp;พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า จะแก้รัฐธรรมนูญได้จะใช้พรรคการเมืองนำไม่ได้เด็ดขาด เพราะจะไม่สำเร็จ ต้องใช้เสียงประชาชน การแก้รัฐธรรนูญปี 60 จะเป็นไปไม่ได้ เราก็ต้องทำให้เป็นไปให้ได้ เราต้องอธิบายให้ประชาชนเห็นถึงปัญหาความเดือดร้อน ไม่มียุคใดที่ลำบากขนาดนี้ ปัญหาที่ประชาชนเจอในวันนี้มี 3 อย่าง คือ เจอน้ำท่วม เจอน้ำแล้ง และเจอ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องทำให้คนไทยพูดเป็นเสียงเดียวกันให้หมดว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าไม่แก้ คนไทยจะลำบาก และจะเดือดร้อนยิ่งกว่าที่เป็นอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรค พท.เรามุ่งมั่นที่จะเดินหน้าทำความเข้าใจกับประชาชน ให้ประชาชนได้รู้ถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราอาจจะมีการทำประชามติก่อน 1 ครั้ง เพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยากให้เราช่วยกันแสดงพลังในตอนนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. กล่าวว่า ไม่ว่ารัฐบาลดีแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้ปากท้องของประชาชนดีขึ้น ถ้าไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อให้มีรัฐบาลที่เก่งกาจ แต่หากบริหารประเทศไปเรื่อยๆ แล้วถูกรัฐประหาร และมีการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญบ่อยๆประเทศก็ไปไม่ได้ ดังนั้นการจะทำรัฐธรรมนูญให้กลับมาเป็นของประชาชน โดยยึดโยงประชาชน เพื่อให้เศรษฐกิจปากท้องดีขึ้น ประชาชนต้องเห็นว่าการต่อสู้ต้องทำโดยประชาชน เกิดคำถามจากประชาชนว่า เรียกร้องให้ออกมา ประชาชนตายไปเท่าไหร่แล้ว การเรียกร้องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชน จำเป็นต้องให้ประชาชนออกมา แต่ออกมาแล้วตายก็ไม่โอเค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่เราอยากให้ทุกคนลุกขึ้นมาสู้ ฉะนั้นสิ่งแรกที่เราต้องสู้ในการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือสิทธิในการเรียกร้องของประชาชน ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาเราอยู่ภายใต้ทัศนคติที่ว่ามีม็อบป่วนเมือง มีม็อบต้องมีคนตาย มีม็อบของขายไม่ได้ ต้องไม่ใช่แบบนั้น เพราะการเดินขบวนอย่างสันติเป็นเรื่องปกติในประเทศประชาธิปไตย ประเทศฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา อังกฤษ มีการเดินขบวนแทบทุกวันก็อยู่กันได้ และไม่มีใครตาย ทำตรงนี้ให้ได้ และเรียกร้องว่าสิทธิในการอยู่บนถนน เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญของประชาชนเป็นสิทธิที่ทุกคนทำได้ และไม่ต้องตาย ไม่ต้องขัดแย้ง ไม่ต้องทะเลาะกัน&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45293</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รับมือซักฟอก, รื้อรธน., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายทั่วไป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190908/image_big_5d75114775193.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
