<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชิงเสนอแก้รายมาตรา พปชร.ชงรื้อรธน.5ประเด็นโละบัตรเลือกตั้งไม่แตะสว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; ชงเองกินเอง เตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 ประเด็น 13 มาตราของพรรคเข้าสภา 7 เม.ย.นี้&amp;nbsp; &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; แย้มรื้อระบบเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวเป็นบัตร 2 ใบ ไม่แตะอำนาจ ส.ว. เพราะกลัวมีปัญหา เชื่อผ่านฉลุยไม่ต้องทำประชามติได้ใน ก.ค.นี้ ส่วน &amp;quot;ปชป.&amp;quot; เผยร่างพรรคเสร็จแล้ว ยันแก้มาตรา 256-ตัดอำนาจโหวตนายกฯ กมธ.ประชามติย้ำผ่านแน่ หลังทุกฝ่ายประนีประนอม ให้ประชาชน 1 หมื่นชื่อชงประเด็น แต่สุดท้ายต้องให้ ครม.ตัดสินใจทำหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะโฆษกพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคได้ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช.... ฉบับสมบูรณ์แล้ว โดยเตรียมยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราต่อรัฐสภา ในวันที่ 7 เม.ย.นี้
&amp;ldquo;พรรคในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อกระบวนการที่ผ่านมาไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะอาจขัดรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้พรรคก็พร้อมหาทางออกประเทศ ด้วยการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราในทางที่ไม่ขัดกับกฎหมาย และสอดรับกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ&amp;rdquo; น.ส.พัชรรินทร์กล่าว
ด้านนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. ยืนยันว่า พรรคจะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยจะยื่นต่อประธานสภาฯ ในวันที่ 7 เม.ย. ตามที่โฆษกพรรคระบุไว้ ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคอยู่ระหว่างหารือกับประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ส่วนจะเสนอแก้ไขกี่มาตรานั้น ยังไม่ได้ลงรายละเอียดถึงขั้นนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า? จะยื่นร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอยื่นแก้รายมาตราด้วยหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า คงต้องพูดคุยกันบ้าง? ซึ่งพรรคยืนยันและจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ? ไม่มีประเด็นแอบแฝง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมก็สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ไม่มีเรื่องอื่นที่เป็นข้อขัดแย้งหรือความคิดที่ไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพียงแต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงเนื้อหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่จะยื่นในวันที่ 7&amp;nbsp; เม.ย.ว่า ร่างแก้ไขเป็นของ พปชร.พรรคเดียว โดยจะใช้เสียง ส.ส. 100 คนยื่นแก้ไขทั้งหมด 5 ประเด็น 13 มาตรา ซึ่งคาดว่ารัฐสภาจะพิจารณา และเห็นชอบในวาระ 3 ในช่วงปลายเดือน ก.ค.นี้ได้โดยไม่ต้องทำประชามติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวถึงประเด็นที่แก้ไข มีอาทิ ระบบเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวจะแก้ไขเป็นบัตร 2 ใบคือ ประกอบด้วย ส.ส.เขต 400&amp;nbsp; คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน, มาตรา 29 เพิ่มสิทธิเสรีภาพในกระบวนการยุติธรรมให้แก่ประชาชน และสิทธิชุมชนจะให้รัฐจัดให้มีทนายความในการต่อสู้คดีกับภาครัฐ, มาตรา 144 ปรับปรุงเกี่ยวกับการเข้าไปใช้งบประมาณของประเทศให้ยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น โดยกลับไปใช้เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ 2550, มาตรา 185 ผ่อนคลายให้ ส.ส.เข้าไปติดตามข้าราชการ และช่วยเหลือความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเพิ่มขึ้น และมาตรา 270 ในบทเฉพาะกาล แก้ไขให้รัฐสภา โดย ส.ส. ส.ว.เข้าไปติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดการปฏิรูปประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ จากเดิมที่ให้ ส.ว.ดำเนินการเพียงลำพัง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคจะตอบโจทย์ของปัญหาของประเทศร่วมกัน และแก้ไขให้ประชาชนได้จริง ใช้เวลาสั้น ไม่ต้องเสียงบประมาณทำประชามติ ส่วนประเด็นเรื่องการตัดอำนาจ ส.ว. อาทิ ยกเลิก ส.ว.สรรหาหรืออำนาจการเลือกนายกฯ พปชร.ยังไม่แก้ไข เพราะหากไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ทำให้เกิดความขัดแย้ง และไม่สามารถแก้ไขได้สำเร็จ&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญว่า ทีมกฎหมายพรรคได้ยกร่างแก้ไขเสร็จแล้ว โดยมีทั้งประเด็นแก้ไขมาตรา 256 รวมไปถึงในเรื่องอำนาจการโหวตเลือกนายกฯ ของ ส.ว. และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยในช่วงเปิดสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 7-8 เม.ย.นี้ จะนำไปขอเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลในเบื้องต้นต่อไป
วันเดียวกัน มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.... โดยนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ในฐานะโฆษก กมธ. แถลงผลประชุมว่า กมธ.ทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยเข้าใจอย่างดีต่อเป้าหมายที่ต้องการให้กฎหมายประชามติผ่านไปได้ สามารถใช้บังคับได้ ทุกคนพยายามหาทางออกร่วมกัน ลดประเด็นที่เป็นปัญหาให้มากที่สุด ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่าข้อที่เสนอแก้ไขเข้ามาใหม่ในมาตรา 9-11 ยอมรับได้ ส่วนข้อวิตกจะก้าวก่ายอำนาจฝ่ายบริหารหรือไม่นั้น ข้อที่แก้ไขมาลดปัญหาดังกล่าวได้ มีเพียงประเด็นภาคประชาชนเท่านั้นที่กำลังถกแถลงกันอยู่ ภาพรวมน่าจะเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย ดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหา ทั้งเรื่องข้อวิตกกังวลว่ากฎหมายจะตกในวาระ 3 รวมถึงไม่มีประเด็นใดที่มีปัญหาขัดรัฐธรรมนูญส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เป้าหมายของ กมธ. ทั้ง ส.ส.-ส.ว.ทุกคนเห็นตรงกันคือต้องการให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน โดยแก้ไขให้ดีที่สุด ให้กฎหมายนี้ใช้ได้อย่างดีที่สุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เนื้อหาที่กฤษฎีกาปรับปรุงแก้ไขใหม่ ที่ระบุให้รัฐสภาและภาคประชาชนมีส่วนร่วมเสนอการจัดทำประชามติ แต่สุดท้ายแล้วอำนาจชี้ขาดในการให้ทำประชามติยังเป็นดุลยพินิจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช่หรือไม่ นายวันชัยตอบว่า การแก้ไขของกฤษฎีกายังยึดมาตรา 166 คือการจัดทำประชามติให้เป็นอำนาจของ ครม.พิจารณาเห็นสมควรให้ทำหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ประชุมรัฐสภามีมติส่งมาหรือภาคประชาชนเข้าชื่อ หรือกรณีตามที่กฎหมายกำหนดให้ออกเสียงประชามติ ประเด็นเหล่านี้ต้องให้ ครม.ใช้ดุลยพินิจอีกครั้ง โดยเป็นมติ ครม.เห็นชอบจะปฏิบัติตามหรือไม่ อาจไม่จำเป็นต้องทำตามที่เสนอมาก็ได้ ซึ่งเนื้อหาที่ปรับปรุงแก้ไขนี้ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.วิสามัญฯ ซึ่งเป็นผู้เสนอให้แก้ไขมาตรา 9 ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเห็นว่าเนื้อหาที่แก้ไขควรให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธาน กมธ. กล่าวว่า แม้อำนาจชี้ขาดการทำประชามติขึ้นอยู่กับ ครม.เหมือนเดิม แต่การแก้ไขมาตรา 9 ครั้งนี้ อย่างน้อยก็เปิดทางให้รัฐสภาและประชาชนเป็นผู้เสนอเรื่องทำประชามติได้ ซึ่งต่างจากของเดิมที่ให้อำนาจเฉพาะ ครม.เป็นผู้ริเริ่มเท่านั้น ส่วนถ้า ครม.ไม่ทำประชามติตามที่ประชาชนเข้าชื่อ ครม.ก็ต้องมีเหตุผลว่าทำไมถึงไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงจำนวนประชาชนที่จะเช้าชื่อ ซึ่งมีการเสนอตั้งแต่ 1 หมื่นคน 5 หมื่นคน และไม่จำกัดจำนวน ซึ่งที่สุดแล้วที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้เข้าชื่อ 1 หมื่นคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ตอบข้อถามกรณี พล.อ.ประยุทธ์กำชับเรื่องกฎหมายสำคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.ประชามติได้กำชับ ส.ส.พรรคหรือไม่ ว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ ส.ส.อยู่แล้วที่ต้องเข้าประชุมรัฐสภาและลงมติ จึงไม่ต้องกำชับอะไร เพราะถ้าเป็นเรื่องของรัฐบาล และรัฐบาลเห็นพ้องต้องกันก็ต้องให้ความมั่นใจว่า ส.ส.จะสนับสนุน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เชื่อมั่นว่าการโหวตจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไปพูดคำนี้คงไม่ได้ เพราะ ส.ส.ทุกคนมีเอกสิทธิ์ แต่ต้องใช้ดุลพินิจอย่างละเอียด และลงมติในสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง จะไปบังคับคงไม่ได้ ถ้าทำได้คงไม่มีการงดออกเสียง ย้ำว่าเคารพในเอกสิทธิ์ และทำอะไรไปแล้วต้องอธิบายได้ เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียว ส.ส.อยู่ในพรรค และพรรคอยู่ร่วมรัฐบาล อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองต้องทำ ดังนั้น ในส่วนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ถ้าเป็นแนวทางของรัฐบาล พรรคต้องสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ร่าง พ.ร.บ.ประชามติจะถูกคว่ำไม่ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นกฎหมายที่รัฐบาลเสนอ ดังนั้น ในนัยต้องสนับสนุน เพราะได้ผ่าน ครม.ไปแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะเลขาธิการพรรค กล่าวในประเด็นนี้ว่า กฎหมายนี้เป็นกฎหมายสำคัญที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอ มีความเกี่ยวโยงกับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเป็นทางออกให้กับประเทศ ดังนั้นจึงเป็นกฎหมายที่รัฐบาลจะปล่อยให้ตกไปไม่ได้ จึงอยากเรียกร้องว่ารัฐบาลอย่าสร้างเงื่อนไขให้ พ.ร.บ.นี้ต้องตกไป หากเป็นเช่นนั้น รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ที่สำคัญเมื่อประชาชนผิดหวังกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแล้ว หากกฎหมายนี้มีปัญหาอีก จะยิ่งตอกย้ำว่ารัฐบาลไม่จริงใจรับฟังเสียงเรียกร้องประชาชน และตั้งใจสืบทอดอำนาจของตัวเองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรค พท. ระบุเช่นกันว่า กฎหมายประชามติเป็นกฎหมายที่สะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีการแอบอ้างความต้องการของประชาชนจากหลายฝ่ายมาโดยตลอด จึงสำคัญอย่างยิ่งในการค้นหาความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เพื่อนำประเทศออกจากความขัดแย้ง จะได้ไม่ต้องมีใครมาแอบอ้างความต้องการแทนประชาชนอีก
&amp;ldquo;ฝ่ายบริหารเป็นผู้เสนอกฎหมายนี้ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งจะไม่มีใครมาขัดขวาง และคงไม่มีใครมายื้อเวลาเอาไปตีความให้ประชาชนต้องรอกันอีก และถ้าสุดท้ายเรื่องนี้เกิดสะดุดขึ้นมาจนประชาชนผิดหวังอีก รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบ เพราะประเทศที่เจริญแล้วหากกฎหมายสำคัญที่เสนอไปไม่ผ่าน เขาลาออกกันทั้งนั้น&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98057</URL_LINK>
                <HASHTAG>พปชร., ระบบเลือกตั้ง, รื้อระบบเลือกตั้ง, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสนอแก้รายมาตรา, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ, แก้รายมาตรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065da9baa2db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
