<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอติม&#039;ปลุกล่าชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ผ่านออนไลน์ หยุดสืบทอดอำนาจได้เร็วกว่าและง่ายขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.64 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า
[ รื้อระบอบประยุทธ์ผ่านออนไลน์ หยุดสืบทอดอำนาจได้เร็วกว่าและง่ายขึ้น ]
.
ดาวน์โหลดแบบฟอร์มจาก https://bit.ly/3t04VTR เมื่อกรอกเอกสารและลงลายมือชื่อเรียบร้อยแล้ว สามารถถ่ายรูปส่งเป็นภาพ หรือ ส่งเป็นไฟล์มาที่ช่องทางออนไลน์ต่างๆ (LINE / FB / อีเมล / Twitter ) ตามรายละเอียดใต้โพสต์นี้
.
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา การแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มกลับมาอยู่ในความสนใจของประชาชนอีกครั้ง พร้อมๆ กับ 2 ข่าวที่ให้ความรู้สึกต่างกันสุดขั้ว ข่าวหนึ่งสร้างความกังวลใจ อีกข่าวช่วยสร้างความหวังมหาศาลในการขับเคลื่อนข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากภาคประชาชน
.
ข่าวที่สร้างความกังวลใจ ที่ผมหมายถึง คือกรณีที่คุณไพบูลย์ นิติตะวัน ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งยื่นต่อประธานรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2564 โดยคาดการณ์ว่ารัฐสภาจะพิจารณาร่างดังกล่าวระหว่างวันที่ 22-23 มิถุนายน ก่อนที่กระบวนการจะแล้วเสร็จประมาณเดือนสิงหาคม - กันยายน เมื่อบวกกับการแก้ไขกฎหมายลูกที่ใช้เวลาอีก 4-5 เดือน ก็เท่ากับทุกอย่างอาจเสร็จสิ้นประมาณต้นปี 2565
.
บางคนอาจเกิดคำถาม ว่าความคืบหน้าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นข่าวที่น่ากังวลใจไปได้อย่างไร ในเมื่อผมและกลุ่ม Re-Solution ก็กำลังขับเคลื่อนแคมเปญ #ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราอยู่
.
แต่ความจริงแล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเนื้อหาภายในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมี 2 เงื่อนไขสำคัญ ที่จะมาช่วยประเมินว่าข้อเสนอตอบโจทย์ปัญหาทางการเมืองที่เรากำลังเผชิญอยู่ได้หรือไม่
.
1. ข้อเสนอต้อง #แก้ที่ต้นตอปัญหา ของรัฐธรรมนูญ
2. ข้อเสนอต้อง #ไม่มีของแถม ที่เอื้อประโยชน์ตนเอง
.
หากศึกษารายละเอียดเนื้อหาของข้อเสนอ เราจะพบว่าข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐ (จำนวน 5 ประเด็น) ไม่ผ่านทั้ง 2 เงื่อนไขนี้
.
1. ข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐ ไม่แตะที่ต้นตอปัญหาของรัฐธรรมนูญ
.
ปัญหาหลักของรัฐธรรมนูญ 2560 และวิกฤตการเมืองปัจจุบัน คือกลไกที่ระบอบประยุทธ์ หรือ คสช. สอดแทรกไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อสืบทอดอำนาจและเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ไม่ว่าจะเป็น วุฒิสภาที่มีอำนาจล้นฟ้าแต่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศที่ถูกวางไว้เป็นอาวุธลับทางการเมืองเพื่อลงโทษฝ่ายตรงข้ามหากเป็นรัฐบาลและไม่ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่ คสช. วางไว้สำหรับ 20 ปีข้างหน้า
.
แต่ข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐ กลับเลือกจะไม่แตะเรื่องวุฒิสภาเลย ทั้งๆ ที่วุฒิสภาเป็นศูนย์รวมความวิปริตของการเมืองไทยและเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดของการสืบทอดอำนาจ ในบริบทการเมืองปัจจุบัน แม้การตัดอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกฯ เพียงอย่างเดียวก็อาจไม่เพียงพอ ถ้าไม่มีการปรับโครงสร้างเพื่อลดอำนาจอื่นที่มีอยู่มหาศาล (เช่น โหวตกฎหมายปฏิรูปประเทศ แต่งตั้งศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ) หรือ ปรับที่มาให้มีความยึดโยงกับประชาชน (เช่น มาจากการเลือกตั้ง หรือ ใช้ระบบสภาเดี่ยว)
.
ด้วยเหตุผลนี้ ข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ Re-solution จึงมุ่งเน้นไปที่การปลดอาวุธสำคัญที่ระบอบประยุทธ์ใช้ในการสืบทอดอำนาจ และขัดขวางหนทางสู่ระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการ &amp;ldquo;ล้ม&amp;rdquo; วุฒิสภา เพื่อเดินหน้าสภาเดี่ยว - การ &amp;ldquo;โละ&amp;rdquo; ศาลรัฐธรรมนูญ และ องค์กรอิสระ ด้วยการปฏิรูปที่มา อำนาจ และ การตรวจสอบ - การ &amp;ldquo;เลิก&amp;rdquo; ยุทธศาสตร์ชาติ และ แผนปฏิรูป เพื่อปลดโซ่ตรวนอนาคตประเทศ และให้นโยบายของรัฐมีความยืดหยุ่นและก้าวทันโลก และ การ &amp;ldquo;ล้าง&amp;rdquo; มรดกรัฐประหาร เพื่อหยุดวงจรอุบาทว์ขวางประชาธิปไตย และเอาทหารออกจากการเมือง
.
2. ข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐ มีของแถมที่เอื้อประโยชน์ตนเอง
.
ปัญหาที่พรรคการเมืองมีส่วนได้ส่วนเสียเยอะที่สุดคือเรื่องระบบเลือกตั้ง ผมเห็นด้วยว่าระบบเลือกตั้งปัจจุบันมีปัญหา และการใช้บัตร 2 ใบ แทน บัตรใบเดียว จะเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนในการเลือก ส.ส. เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อจากคนละพรรค แต่ระบบที่ใช้บัตร 2 ใบหลายระบบ ก็มีข้อดี-ข้อเสียต่างกัน (เช่น ระบบบัตร 2 ใบ แบบ &amp;ldquo;คู่ขนาน&amp;rdquo; ในสมัยรัฐธรรมนูญ 2540 ที่คำนวณคะแนน ส.ส.เขต และ ส.ส. บัญชีรายชื่อ แยกกัน ทำให้พรรคใดพรรคหนึ่งอาจมีเสียงข้างมากพรรคเดียวในสภา หรือ ระบบบัตร 2 ใบ แบบ &amp;ldquo;สัดส่วน&amp;rdquo; ของประเทศเยอรมัน ที่ยังคงหลักการว่าพรรคการเมืองจะมี ส.ส. เท่ากับสัดส่วนคะแนนที่ได้ และทำให้โอกาสที่พรรคใดพรรคหนึ่งจะได้เสียงข้างมากในสภา เป็นเรื่องยาก)
.
แต่แทนที่พรรคการเมือง จะระมัดระวังในการนำเสนอประเด็นเรื่องระบบเลือกตั้งเพราะอาจถูกมองว่าเป็นการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตนเอง ประเด็นนี้กลับเป็น &amp;ldquo;ของแถม&amp;rdquo; ที่อยู่ในข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐ จนหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามว่า การแก้ไขเรื่องระบบเลือกตั้งโดยไม่เปิดให้มีการถกเถียงและรับฟังความเห็นอย่างรอบด้าน กำลังเป็นไปเพื่อสนองความต้องการของใคร - ประชาชน หรือ พรรคการเมือง? ข้อเสนอเรื่องระบบเลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐ จะนำไปสู่ระบบที่เอื้อพรรคการเมืองใหญ่ และเพิ่มโอกาสให้พรรคใดพรรคหนึ่งผูกขาดอำนาจ ผ่านการมีจำนวน ส.ส. ในสัดส่วนที่สูงกว่าสัดส่วนคะแนนเลือกตั้งที่พรรคนั้นได้รับในสนามเลือกตั้ง
.
แต่ความกังวลใจจากข่าวแรก ก็ถูกลดดีกรีลงมา เมื่อมีอีกข่าวที่ช่วยสร้างความหวัง - หลังพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอกฎหมายฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้
.
ความพิเศษของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ อย่างแรกคือการยอมรับให้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการส่งเอกสารหลักฐานการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เพิ่มความสะดวกสบายแก่ประชาชน จากเดิมที่ต้องส่งเอกสารที่จุดตั้งโต๊ะหรือส่งเป็นจดหมายเท่านั้น และอย่างที่สองคือการลดจำนวนเอกสารที่ต้องใช้ในการเข้าชื่อ จากกฎหมายเดิมที่กำหนดให้ต้องกรอกทั้งแบบฟอร์มและแนบสำเนาบัตรประชาชน เปลี่ยนมาเป็นกรอกแค่แบบฟอร์มใบเดียว ไม่ต้องแนบสำเนาบัตรอีกแล้ว
.
ทันทีที่กลุ่ม Re-Solution ทราบเรื่องนี้ เราได้เตรียมความพร้อมหลังบ้าน และประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันส่งเอกสารหลักฐานผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีมากที่เราพบว่าตลอด 2 วันที่ผ่านมานับแต่เริ่มประชาสัมพันธ์ ประชาชนจำนวนมากให้การตอบรับและช่วยกันส่งเอกสารหลักฐานผ่านทุกแพลตฟอร์มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เป้าหมาย 50,000 รายชื่อตามที่กฎหมายกำหนด เราอาจไปถึงได้เร็วกว่าที่คิด
.
เรื่องนี้ไม่เพียงสร้างกำลังใจแก่ผมและทีมงานกลุ่ม Re-Solution ในฐานะฝ่ายขับเคลื่อนแคมเปญ แต่ยังเป็นนิมิตรหมายที่ดีของสังคมไทย ว่าแม้เวลานี้เราจะเผชิญสถานการณ์โรคระบาดและสภาพเศรษฐกิจที่สร้างความทุกข์ยากอย่างไม่อาจประเมินได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังไม่หมดหวังในการสร้างความเปลี่ยนแปลง พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เป็นสังคมที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ตามกำลังและเวลาที่พวกเขาสามารถสละได้
.
ผมไม่อาจทำนายว่าในอีกหลายเดือนข้างหน้า บทสรุปของการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร แต่ ณ วันนี้ ด้วยกำลังคนละเล็กละน้อยของประชาชนทั่วประเทศที่ส่งชื่อเข้ามาร่วมเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับ #รื้อระบอบประยุทธ์ ทำให้ผมมั่นใจว่าเราจะสร้างแรงกระเพื่อมให้การเมืองไทยได้อีกครั้ง
.
มาร่วมกันรื้อถอนรัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจระบอบประยุทธ์ เพื่อแทนที่ด้วยร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย มาร่วมกันเข้าชื่อเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ #มุ่งแก้ปัญหาที่ต้นตอ และ #ไม่มีของแถม ที่เอื้อประโยชน์ให้ใคร นอกจากเอื้อประโยชน์ให้ประชาชนส่วนใหญ่ ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง
.
เพียงดาวน์โหลดแบบฟอร์มจาก&amp;nbsp; https://bit.ly/3t04VTR เมื่อกรอกเอกสารและลงลายมือชื่อเรียบร้อยแล้ว สามารถถ่ายรูปส่งเป็นภาพหรือส่งเป็นไฟล์ก็ได้ มาที่หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น
.
ผ่านไลน์ https://page.line.me/resolutioncon
กล่องข้อความเฟซบุ๊กเพจ : https://www.facebook.com/resolutionconstitution/
กล่องข้อความทวิตเตอร์ : https://twitter.com/ResolutionCons
กล่องข้อความอินสตาแกรม : @ResolutionCon
ส่งผ่านอีเมล : resolutionconstitution@gmail.com
.
#ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105995</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, จัดการมรดกรัฐประหาร, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ, รื้อระบอบประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056be4076137.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดละเอียดยิบ ร่างแก้ไขรธน.ฉบับ &#039;ประเคนอำนาจ ส.ส.&#039; รื้อระบอบประยุทธ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.64 - มีความเคลื่อนไหวรณรงค์ล่า&amp;nbsp;1 ล้านรายชื่อเพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;2560 อย่างต่อเนื่อง ของเครือข่าย &amp;quot;Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่&amp;quot; ประกอบด้วย คณะก้าวหน้า, กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า, พรรคก้าวไกล และโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) &amp;nbsp;ภายใต้คอนเซปต์ &amp;quot;ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาระสำคัญของกลุ่มดังกล่าว ต้องการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยพุ่งเป้าไปที่ 4 ประเด็นหลัก คือ 1.ล้มวุฒิสภา จัดให้มีสภาเดี่ยว (สภาผู้แทนราษฎร) 2.โละศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ปฏิรูปที่มาอำนาจการตรวจสอบ 3ยก.เลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูป ปลดโซ่ตรวนอนาคตประเทศ 4.ล้างมรดกรัฐประหาร หยุดวงจรอุบาทว์ขวางประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดคณะก้าวหน้าได้เผยแพร่ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับเต็ม) รื้อระบอบประยุทธ์ หยุดยื้อเวลาเผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจใน &amp;ldquo;หมวด ๑๑&amp;quot; ว่าด้วย &amp;nbsp;&amp;quot;ศาลรัฐธรรมนูญ&amp;quot; โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๐๐ ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่พิทักษ์ประชาธิปไตยและนิติรัฐ รักษาความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนด การใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญต้องคำนึงถึงอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยหลักการแบ่งแยกอำนาจ และหลักการประกันสิทธิและเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๐๑ ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเก้าคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของประธานสภาผู้แทนราษฎรจากบุคคลดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) บุคคลซึ่งได้รับการเสนอชื่อโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองที่สมาชิกดํารงตำแหน่งรัฐมนตรีหรือประธานสภาผู้แทนราษฎร และได้รับเลือกโดยสภาผู้แทนราษฎร จำนวนสามคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๒) บุคคลซึ่งได้รับการเสนอชื่อโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองที่สมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหรือประธานสภาผู้แทนราษฎร และได้รับเลือกโดยสภาผู้แทนราษฎรจำนวนสามคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) ผู้พิพากษาในศาลฎีกาหรือตุลาการในศาลปกครองสูงสุดซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดเสนอชื่อให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกจำนวนสามคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๐๒ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์ในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) เป็นผู้เคารพและยึดมั่นหลักการนิติรัฐ หลักการประชาธิปไตย และไม่ฝักใฝ่เผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๔) เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๕) เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์อย่างเป็นที่ประจักษ์ ในด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ วิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ หรือรัฐศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๐๓ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) เป็นหรือเคยเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๒) เคยดำรงตำแหน่งในองค์กรใดที่ตั้งขึ้นโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ โดยประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หรือโดยประกาศ คำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙๔ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙)(๑๐) (๑๑) หรือ (๑๗)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๔) เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำ โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๕) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมืองหรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะห้าปีก่อนเข้ารับการคัดเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๖) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นของพรรคการเมืองในระยะห้าปีก่อนเข้ารับการคัดเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๗) เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจํา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๘) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือกรรมการหรือที่ปรึกษาของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๙) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในห้างหุ้นส่วนบริษัทหรือองค์กรที่ดำ เนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกําไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑๐) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๐๔ การเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๐๑ (๑) ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) ให้พรรคการเมืองที่สมาชิกดํารงตำแหน่งรัฐมนตรีหรือประธานสภาผู้แทนราษฎรเสนอชื่อบุคคลสมควรดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวนหกคน โดยการเสนอชื่อบุคคลของแต่ละพรรคการเมืองนั้นต้องแบ่งสันปันส่วนตามจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๒) ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียกประชุมเพื่อมีมติเลือกบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อตาม (๑) ซึ่งต้องกระทำ โดยวิธีลงคะแนนลับ ในการนี้ ให้สามคนแรกซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนมากกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ได้รับเลือกเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) ในกรณีที่จำนวนผู้ได้รับเลือกมีไม่ครบสามคน ให้นำรายชื่อผู้ไม่ได้รับเลือกในคราวแรกมาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรออกเสียงลงคะแนนเลือกอีกครั้งหนึ่งต่อเนื่องกันไป และในกรณีนี้ ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงลงไปตามลำดับจนครบจำ นวนและมีคะแนนมากกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ได้รับเลือกให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ามีผู้ได้รับคะแนนเท่ากันในลำดับใดอันเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับเลือกเกินสามคน ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรจับสลากว่าผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๐๕ การเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๐๑ (๒) ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) ให้พรรคการเมืองที่สมาชิกมิได้ดํารงตำแหน่งรัฐมนตรีหรือประธานสภาผู้แทนราษฎรเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวนหกคน โดยการเสนอชื่อบุคคลของแต่ละพรรคการเมืองนั้นต้องแบ่งสันปันส่วนตามจำ นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๒) ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียกประชุมเพื่อมีมติเลือกบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อตาม (๑) ซึ่งต้องกระทำ โดยวิธีลงคะแนนลับ ในการนี้ ให้สามคนแรกซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนมากกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ได้รับเลือกเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) ในกรณีที่จำนวนผู้ได้รับเลือกมีไม่ครบสามคน ให้นำรายชื่อผู้ไม่ได้รับเลือกในคราวแรกมาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรออกเสียงลงคะแนนเลือกอีกครั้งหนึ่งต่อเนื่องกันไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในกรณีนี้ ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงลงไปตามลำดับจนครบจำ นวนและมีคะแนนมากกว่าสองในสามของจำ นวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ได้รับเลือกให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ามีผู้ได้รับคะแนนเท่ากันในลำดับใดอันเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับเลือกเกินสามคน ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรจับสลากว่าผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๐๖ การเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๐๑ (๓) ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเสนอชื่อผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งสมควรดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวนสามคน และที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดเสนอชื่อตุลาการศาลปกครองสูงสุดซึ่งสมควรดำ รงตำแหน่งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนสามคน เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๒) ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียกประชุมเพื่อมีมติเลือกบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อตาม (๑) ซึ่งต้องกระทำ โดยวิธีลงคะแนนลับ ในการนี้ ให้สามคนแรกซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนมากกว่าสองในสามของจำ นวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ได้รับเลือกเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) ในกรณีที่จำนวนผู้ได้รับเลือกมีไม่ครบสามคน ให้นำ รายชื่อผู้ไม่ได้รับเลือกในคราวแรกมาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรออกเสียงลงคะแนนเลือกอีกครั้งหนึ่งต่อเนื่องกันไปและในกรณีนี้ ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงลงไปตามลำดับจนครบจำ นวนและมีคะแนนมากกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ได้รับเลือกให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ามีผู้ได้รับคะแนนเท่ากันในลำดับใดอันเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับเลือกเกินสามคน ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรจับสลากว่าผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๐๗ ให้บุคคลซึ่งได้รับเลือกตามมาตรา ๒๐๔ มาตรา ๒๐๕ และมาตรา ๒๐๖ ประชุมและเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ แล้วแจ้งผลให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๐๘ ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่จะเข้ารับหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๐๙ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่งเมื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๐๒ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๐๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๒) ตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) ลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๔) มีอายุครบเจ็ดสิบห้าปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๕) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในห้า ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เพราะเหตุฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีลักษณะร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๖) พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา ๑๙๓/๑ และมาตรา ๑๙๓/๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๑๐ ในกรณีที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่งตามวาระพร้อมกันทั้งหมด ให้เริ่มดำเนินการตามมาตรา ๒๐๔ ถึงมาตรา ๒๐๖ ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่งนอกจากกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้ดำ เนินการดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) ในกรณีที่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งได้รับเลือกตามมาตรา ๒๐๔ ให้ดำ เนินการตามมาตรา ๒๐๔ ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๒) ในกรณีที่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งได้รับเลือกตามมาตรา ๒๐๕ ให้ดำ เนินการตามมาตรา ๒๐๕ ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) ในกรณีที่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งได้รับเลือกตามมาตรา ๒๐๖ ให้ดำ เนินการตามมาตรา ๒๐๖ ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๑๑ ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเอง หรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยมาตรา ๕ และยังไม่มีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็นเช่นว่านั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ในระหว่างนั้น ให้ศาลดำเนินการพิจารณาต่อไปได้แต่ให้รอการพิพากษาคดีไว้ชั่วคราว จนกว่าจะมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าคําโต้แย้งของคู่ความตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาก็ได้คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ใช้ได้ในคดีทั้งปวง แต่ไม่กระทบต่อคําพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดแล้ว เว้นแต่ในคดีอาญาให้ถือว่าผู้ซึ่งเคยถูกศาลพิพากษาว่ากระทำความผิดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยมาตรา ๕ นั้น เป็นผู้ไม่เคยกระทำความผิดดังกล่าว หรือถ้าผู้นั้นยังรับโทษอยู่ก็ให้ปล่อยตัวไป แต่ทั้งนี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิที่จะเรียกร้องค่าชดเชยหรือค่าเสียหายใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๑๒ ในกรณีที่มีความขัดแย้งเกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ระหว่างสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มิใช่ศาลตั้งแต่สององค์กรขึ้นไป ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรี หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้น เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๑๓ องค์คณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการนั่งพิจารณาและในการทำคำวินิจฉัย ต้องประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่าเจ็ดคน คำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญให้ถือตามเสียงข้างมาก เว้นแต่จะมีบัญญัติเป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่มติวินิจฉัยมีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้คำร้องเป็นอันตกไปคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเฉพาะในส่วนของผลของคำวินิจฉัย ให้มีผลเป็นการทั่วไปและเป็นเด็ดขาด ผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๑๔ ให้มีสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นหน่วยธุรการที่เป็นอิสระโดยมีเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงต่อประธานศาลรัฐธรรมนูญการแต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ต้องมาจากการเสนอของประธานศาลรัฐธรรมนูญและได้รับความเห็นชอบจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามที่กฎหมายบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญมีอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๑๕ ห้ามมิให้ศาลรัฐธรรมนูญกระทำการใดอันมีผลเป็นการขัดขวางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98633</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, ปิยบุตร, พริษฐ์ วัชรสินธุ, รื้อระบอบประยุทธ์, ศาลรัฐธรรมนูญ, แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ไอติม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d46c9e9d39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
