<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” ชวนประชาชน ทั่วประเทศ ร่วมดูแลบำรุงต้นไม้เนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ปี 2564 น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมบำรุงรักษาต้นไม้เนื่องในวันรักต้นไม้ ประจำปีของชาติประจำปี 2564 พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2564 โดยส่วนกลางจัดให้มีการบำรุงต้นไม้ที่ปลูกอยู่ภายในกรมป่าไม้ โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ร่วมกิจกรรมบำรุง ใส่ปุ๋ย ตัดแต่งกิ่งต้นไม้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สืบเนื่องจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2533 กำหนดให้วันที่ 21 ต.ค.ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ให้เป็นวันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ ต่อมา ครม.ได้มีมติ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2533 ให้ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ&amp;rdquo; เพื่อให้ประชาชนร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระราชปณิธานอย่างแรงกล้า ที่จะฟื้นฟูความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญในการดูแลทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกป่าเพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติที่ได้กำหนดให้มีพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศ ร้อยละ 40 ของพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนแล้ว ยังคงให้ความสำคัญต่อการดูแลต้นไม้ที่ปลูกไว้แต่เดิม โดยการ บำรุง ดูแล รักษา เพราะต้นไม้ที่มีการปลูกไว้นั้นเมื่อเจริญเติบโตมาแล้วระยะเวลาหนึ่ง อาจจะมีโรคที่เกิดขึ้นจากแมลง&amp;nbsp; และกิ่งก้านของต้นไม้มีขนาดใหญ่โตขึ้น ก็จำเป็นต้องได้รับการดูแล เพราะอาจจะส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุจากไม้ใหญ่ดังกล่าว ซึ่งจะเห็นได้จากมีการเสนอข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากไม้ใหญ่ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เกิดการแตกหักของกิ่งไม้ ลำต้นผุจากแมลงเจาะกินหรือโรคต้นไม้ ซึ่งเป็นสาเหตุของการโค่นล้ม และส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดต่อประชาชน การดูแล รักษา ต้นไม้ประจำปีจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการดูแล โดยการตัดแต่งกิ่ง รักษาโรคที่เกิดขึ้นจากแมลง การใส่ปุ๋ยพรวนดิน กำจัดวัชพืช โดยรอบให้กับต้นไม้ ให้ไม้ใหญ่ได้เจริญเติบโตต่อไปอย่างแข็งแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้&amp;nbsp; กล่าวต่อว่า ในปีนี้กรมป่าไม้ กำหนดจัดงานขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคม พร้อมกันทั่วประเทศ ภายใต้มาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยในส่วนกลางได้จัดกิจกรรม บำรุง ดูแล รักษา ต้นไม้บริเวณกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้และเจริญเติบโตควรได้รับการดูแล ซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดทีม &amp;quot;รุกขกร&amp;quot; หรือหมอต้นไม้ ในการตรวจสุขภาพต้นไม้ใหญ่ พร้อมให้ความรู้ทางทฤษฎีและการปฏิบัติในการดูแลต้นไม้ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม เช่น การตัดแต่งกิ่ง การบำรุง ดูแล และการรักษาต้นไม้ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ นอกจากนี้จะจัดแสดงนิทรรศการ เรื่องโครงการพระราชดำริ โครงการและกิจกรรมปลูกต้นไม้ ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก &amp;quot;รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน&amp;quot; เรื่องป่านันทนาการ และโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) เพื่อให้ความรู้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม ในโอกาสนี้ กรมป่าไม้ ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมกันแสดงพลังความสามัคคีในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยช่วยกันดูแลบำรุงรักษาต้นไม้ภายในบริเวณที่อยู่อาศัยของตนเอง หรือตามสถานที่ต่างๆ ตามกำลังที่จะสามารถทำได้ เพื่อถวายเป็นพระราชสักการะ และแสดงความกตัญญู กตเวทิตา ต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี องค์สมเด็จย่าที่เหล่าประชาชนคนไทยรักยิ่ง ซึ่งจะเป็นการช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยลดภาวะโลกร้อนให้ต้นไม้เหล่านั้นได้เจริญเติบโตแข็งแรงเป็นร่มเงา และเป็นพื้นที่สีเขียวที่แข็งแรงให้กับประเทศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสุรชัย กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ ประชาชนที่สนใจต้องการปลูกต้นไม้เสริม กรมป่าไม้ได้มีการเพาะชำกล้าไม้พันธุ์ดี ตามโครงการจ้างงานประชาชนในด้านการส่งเสริมและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน ให้ทำหน้าที่ในการจัดเตรียมแปลงเพาะและเพาะเมล็ดไม้ รวมถึงการย้ายชำกล้าไม้ และบำรุงดูแลรักษากล้าไม้อย่างต่อเนื่อง กว่ากว่า 1,410 ราย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งกล้าไม้ที่เพาะชำได้รวม 70,000,000 กล้า ล้วนเป็นไม้เศรษฐกิจที่สามารถสร้างประโยชน์ และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในอนาคต เช่น ต้นสัก ต้นพะยูง ต้นยางนา ต้นมะฮอกกานี ต้นมะค่าโมง ฯลฯ เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของประชาชนที่ให้ความสนใจในการปลูกต้นไม้ชนิดต่าง ๆ เพิ่มขึ้น สำหรับกล้าไม้ที่ได้จากการเพาะชำทางกรมป่าไม้ได้แจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ขอรับเพื่อนำกลับไปปลูก ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ในการปลูกไม้เศรษฐกิจ ทั้งยังเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศอีกทางหนึ่งด้วย โดยประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อขอรับกล้าไม้ได้ที่หน่วยงานเพาะชำกล้าไม้ในสังกัดกรมป่าไม้ทั่วประเทศ หรือสอบถามได้ที่เบอร์0 2561 4292&amp;ndash;3 ต่อ 5551และขอเชิญชวนร่วมลงทะเบียนปลูกต้นไม้ในโครงการและกิจกรรมปลูกต้นไม้ และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก &amp;quot;รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน&amp;quot; อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120180</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กิจกรรมบำรุงรักษาต้นไม้เนื่องในวันรักต้นไม้, นายจตุพร บุรุษพัฒน์, นายวราวุธ  ศิลปอาชา, รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน, รุกขกร, วันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า), วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ, ​​​​​​​นายสุรชัย อจลบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e59a4f3de8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรรคกล้า-กลุ่มบิ๊กทรี&#039; ยื่นหนังสือจี้เขตปทุมวันแก้ปัญหาตัดต้นไม้จนหัวกุด ประสาน &#039;รุกขกรมืออาชีพ&#039; อบรมจนท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.63 -&amp;nbsp; นายพงศ์พรหม ยามะรัต รองหัวหน้าพรรคกล้า ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม BIG Trees โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า บ่ายนี้ คุณเอ๋ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี (เลขาธิการพรรคกล้า) กับผม มายื่นหนังสือกับ ผอ.เขตปทุมวัน เรื่องปัญหาการตัดต้นไม้บนถนนวิทยุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากได้มีการถกกันเรื่องปัญหานี้ มีข้อสรุปเบื้องต้นคือ 1.ท่าน ผอ.เขตปทุมวัน เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคม 2563&amp;nbsp;2.การรักษาต้นไม้อย่างถูกต้อง (เช่น การไม่ตัดหัวกุด) และเพิ่มพื้นที่สีเขียวเป็นนโยบายหลักตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง 3.ท่าน ผอ.เขตยินดีรับหนังสือเรียกร้องให้มีการดูแลต้นไม้อย่างถูกต้องบนหลักรุกขศาสตร์จากเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ท่าน ผอ.เขตตั้งกรรมการสอบโดยเร่งด่วนแล้ว&amp;nbsp;5.ท่าน ผอ.เขตฝากเราประสานให้ผู้มีความรู้เข้ามาตรวจสุขภาพ และฟื้นฟูต้นไม้ที่ถูกตัด *ข้อนี้ผมจะช่วยประสานไปที่ครูต้อ Taradon Tunduan อ.ปิ๊ก Pranisa Boonkham และกลุ่ม Bigtrees 6.นอกจากการอบรม &amp;ldquo;รุกขกร&amp;rdquo; แล้ว คุณเอ๋ อรรถวิทย์ และผม เสนอเพิ่มเติมให้ผู้มีความรู้ และรุกขกรมืออาชีพ สามารถเข้ามามีส่วนร่วมใน &amp;ldquo;กระบวนการ&amp;rdquo; การดูแลต้นไม้ของเขตปทุมวัน และ กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. หลังการปลดล็อก Covid-19 เราเสนอให้เขตปทุมวันเปิดเวทีเสวนา &amp;ldquo;ปทุมวันโมเดล&amp;rdquo; ในการดูแลรักษา และเพิ่มปริมาณพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืนบนแนวคิด &amp;ldquo;Sustainable City&amp;rdquo; บนกระบวนการที่ถูกต้อง โปร่งใส และมีส่วนร่วมจากประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอขอบคุณเขตปทุมวันล่วงหน้าครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอรรถวิชช์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ผมไปยื่นหนังสือให้ ผอ.เขตปทุมวัน ยุติการตัดต้นไม้ผิดวิธี &amp;ldquo;บนเกาะกลาง&amp;rdquo; ที่ไม่ใช่แนวเดินสายไฟฟ้า บนถนนวิทยุ ตั้งแต่แยกสารสิน-ถนนพระรามที่ 4 โดยขอให้ตรวจสอบว่าผู้ตัดมีความเข้าใจที่เพียงพอหรือไม่ โดยทีมเรายินดีที่จะประสาน &amp;ldquo;รุกขกร&amp;rdquo; ผู้เชี่ยวชาญไปช่วยอบรมให้ ผมเชื่อว่า &amp;ldquo;ร่มรื่น และปลอดภัย....อยู่ด้วยกันได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64039</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม.ตัดต้นไม้, กลุ่มบิ๊กทรี, กุดหัวต้นไม้, ตัดแต่งต้นไม้ผิดวิธี, พงศ์พรหม ยามะรัต, รองหัวหน้าพรรคกล้า, รุกขกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea156aa095c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 19:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.จับมือ สุพรรณบุรี นำร่องต้นแบบขยายงาน “รุกขกร” ดูแลจัดการต้นไม้ในเมือง  ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดโครงการ&amp;nbsp; &amp;quot;การดูแลและการจัดการต้นไม้ในเมือง&amp;rdquo; พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมกิจกรรม ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่ง จัดขึ้นเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาต้นไม้ ตลอดจนประชาชนที่เข้าร่วมในโครงการฯ กว่า 600 คน ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุกขกร ในการดูแล รักษา ตัดแต่งกิ่งต้นไม้ ตามหลักวิชาการรุกขกรรม เพื่อสามารถนำไปต่อยอดเสริมอาชีพ สร้างรายได้ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รัฐบาลโดย ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล็งเห็นความสำคัญของป่าไม้ที่สามารถสร้างคุณประโยชน์ให้กับประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการช่วยสร้างร่มเงา เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และกักเก็บก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ช่วยลดมลภาวะให้กับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่กำลังเป็นภัยคุกคามต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนเมืองและประชาชนที่อาศัยในต่างจังหวัด ซึ่งขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เร่งแก้ไขปัญหาโดยมอบให้หน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ได้บูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงมีนโยบายในการดูแลและจัดการต้นไม้ใหญ่ในเขตเมืองเพื่อเป็นการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมในเมืองให้ร่มรื่น สวยงาม อีกทั้งยังสามารถช่วยดูดซับมลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่าง ๆ ของประชาชน เจ้าหน้าที่ &amp;ldquo;รุกขกร&amp;rdquo; จึงมีความจำเป็นที่พวกเขาเหล่านี้ จะเป็นผู้ที่สามารถดูแล รักษาต้นไม้ได้อย่างถูกต้อง ตามหลักวิชาการ ให้ต้นไม้นั้นได้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;ทั้งนี้กระทรวงฯ มีแผนจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ &amp;ldquo;รุกขกร กรมป่าไม้&amp;rdquo; กระจายทั้งในส่วนกลางและสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ จำนวน 28 ศูนย์ ทั่วประเทศ โดยจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นจังหวัดนำร่องต้นแบบ เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการดูแลและจัดการต้นไม้ในเมือง เพื่อความสุขของประชาชนตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังช่วยเสริมอาชีพสร้างรายได้ให้ประชาชนได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58880</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), รุกขกร, วราวุธ ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f9f5562a02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2018 18:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชิดชูเกียรติ ผู้สืบสานตำนานต้นไม้   “รุกข มรดกของแผ่นดิน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกคนคงรู้สึกว่าโลกกำลังร้อนขึ้นทุกวัน แม้แต่ในช่วงนี้จะเป็นฤดูฝน แต่ถ้าฝนทิ้งช่วงไปนานเมื่อใด &amp;nbsp;อากาศก็จะร้อนราวกับฤดูร้อนดีๆนี่เอง ปัญหาโลกร้อนไม่ได้ผูกโยงเฉพาะเรื่องปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในชั้นบรรยากาศที่เพิ่มสูงขึ้นจนทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงไปถึงปริมาณป่า และต้นไม้ของโลกที่ลดลง เพราะการทำลายของมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนกลับมาที่ประเทศไทยเราสูญเสียป่าไปจำนวนมาก และยังไม่สามารถเพิ่มปริมาณป่าได้ตามความตั้งใจอีกด้วย ตัวเลขเป็นทางการระบุว่าปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าประมาณ 34% &amp;nbsp;แต่ถ้าดูจากข่าวเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่าต่างๆ ก็ทำให้นึกไปว่า จริงๆแล้ว พื้นที่ป่าอาจจะน้อยกว่า ที่มีบอกกล่าวไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถึงป่าจะลดลง แต่ก็มีบางจุดในประเทศไทย ที่มีไม้ใหญ่อายุเป็นร้อยๆปี &amp;nbsp; ไว้ให้เป็นแหล่งผลิตออกซิเจน เป็นปอดให้กับเรา ไม้ใหญ่เหล่านี้ ไม่ได้อยู่ในป่า แต่อยู่ในเมือง เข้าใจว่าตอนที่ต้นไม้เหล่านี้ก่อกำเนิดบนโลก พื้นที่ตรงนั้นน่าจะเคยเป็นป่ามาก่อน &amp;nbsp;แต่เมื่อมีการหักล้างถางพง &amp;nbsp;จากความเป็นป่าก็เลยกลายเป็นเมืองไปโดยปริยาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเห็นคุณค่าของไม้ใหญ่ ที่ก่อกำเนิดรุ่นราวคราวเดียวกับบรรพบุรุษของหลายต่อหลายรุ่น &amp;nbsp;ทำให้กระทรทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม &amp;nbsp;ได้จัดโครงการ &amp;quot;รุกข มรดกแห่งแผ่นดิน&amp;quot; โดยมองว่า ต้นไม้เก่าแก่อายุนับร้อยปีเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย &amp;nbsp;เพราะอยู่คู่กับคนไทยมานาน คนหลายต่อหลายรุ่นคุ้นเคยต้นไม้ในชุมชนของตัวเองมานาน &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อต่างๆผูกโยงกับต้นไม้เก่าแก่เหล่านี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในโครงการ&amp;quot;รุกข มรดกแผ่นดิน &amp;quot;กระทรวงวัฒนธรรมได้คัดเลือกต้นไม้เก่าแก่จำนวน 63 ต้นให้อยู่ในโครงการ &amp;nbsp;โดยต้นไม้เหล่านี้ &amp;nbsp;มีขนาดใหญ่ อายุประมาณ 100 ปี ขึ้นไป มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีตำนานหรือเรื่องเล่าประกอบ อยู่ในพื้นที่ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมหรือสถานที่สำคัญมีความสอดคล้องกับระบบนิเวศพื้นฐานเป็นต้นไม้หายาก หรือใกล้สูญพันธุ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม้หญ่ &amp;quot;เก่าแก่อายุนับ 100ปี ปรากฎให้เห็น ไล่เรียงตั้งแต่เหนือจรดใต้ จังหวัเดชียงราย มีต้นสมอพิเภกอายุ 150 ปี หรือปัตตานี ที่มีต้นหยีอายุเกือบ 300 ปี ส่วนที่เมืองสองแคว จ.พิษณุโลก เ ราจะได้พบกับต้นจำปาขาวอายุตั้ง 700 ปี &amp;nbsp;และต้นยางนา อายุมากกว่า 1,000 ปี ที่ อ.นครไทย จ.พิษณุโลกเช่นกัน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเร็วๆนี้ ทางกระทรวงวัฒนธรรม ยังได้จัดงานแถลงข่าววัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ &amp;quot;รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี&amp;quot; และเปิดตัวหนังสือ&amp;quot;รุกข มรดกของแผ่นดิน&amp;quot; เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 63 พรรษา และที่สำคัญยังได้มีการมอบโล่ยกย่องเชิดชูคนรักษ์ต้นไม้และผู้สืบสานตำนานต้นไม้กว่า 127 &amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ โรจพจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า สัมพันธภาพระหว่างคนกับต้นไม้ทำให้เกิดวัฒนธรรมได้มากน้อยแค่ไหน นับเป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ ต้นไม้ของบางท้องถิ่นมีชีวิตยืนนานสืบรุ่นต่อรุ่น จนกระทั่งให้ความรู้สึกประหนึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ของชุมชน และตามด้วยความเชื่อว่าต้นไม้ใหญ่ต้องมีเทวดารักษา หรือวิญญาณของบรรพบุรุษดูแล จึงเกิดเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีวัด มีพระ มีศาล หรือมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง แม้สัมพันธภาพของต้นไม้กับสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้อาจไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างเป็นรูปธรรมในทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็เป็นวิถีความเชื่อที่ไม่ได้เกิดผลร้าย แต่ยิ่งทำให้ชุมชนเชื่อมั่น ระมัดระวังในการใช้ชีวิต และต้นไม้ใหญ่ที่มีความหมาย เชิงสัญลักษณ์ก็จะได้รับการดูแล อนุรักษ์ไว้เป็นพิเศษต่อไปตราบนานเท่านาน ดังที่ปรากฏในชุมชนหลายแห่ง อาทิ ต้นศรีมหาโพธิ์ กำแพงเพชร โพธิ์ ไทร ไกร กร่าง ที่วัดบางกุ้ง สมุทรสงคราม ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับบรรยากาศในงาน เต็มไปด้วยความคึกคักมีกิจกรรมเกี่ยวกับการดูแลต้นไม้ป่าไม้หลายแบบ ทั้ง การสาธิตการทำสวนในขวด สาธิตการทำอาหารจากดอกไม้ สาธิตการขยายพันธุ์ไม้ สาธิตดูแลรักษาต้นไม้ พร้อมด้วยเสียงเพลงอันไพเราะกับหารแสดงชุดไพรพิสดาร ที่ขับร้องโดยสถาบันสุทราภรณ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของการมอบโล่เชิดชูเกียรติคนรักษ์และสืบสานต้นไม้นั้น ได้มอบให้กับพระภิกษุ 16 รูป บุคคลหรือหน่วยงานซึ่งเป็นเจ้าของต้นไม้ &amp;ldquo;รุกข มรดกของแผ่นดิน&amp;rdquo; &amp;nbsp;52 คน บุคคลอีก 14 คน องค์กร 24 แห่ง และชุมชน 21 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัฒน์ ดาวเรือง เจ้าของต้นทุเรียนพันธุ์เจ้าเมืองสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัฒน์ ดาวเรือง ผู้ได้รับโล่ประเภทบุคคลเจ้าของต้นไม้ &amp;nbsp;&amp;ldquo;รุกข มรดกของแผ่นดิน&amp;rdquo; ต้นทุเรียนพันธุ์เจ้าเมืองสุราษฎร์ธานี แห่งบ้านสวนกล้วย ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;กล่าวว่า ต้นไม้ที่ดูแลเป็นต้นทุเรียนโบราณ ที่คนเก่าคนแก่พบมาตั้งแต่ปี 2505 ซึ่งเขาเล่ากันว่าตอนนั้นไม่ใช่ต้นเล็ก แต่เป็นต้นขนาดใหญ่แล้วน่าจะปลูกมานานสันนิษฐานโดยรวมๆ น่าจะอายุราว 300 ปี ลำต้นมีขนาดใหญ่โอบล้อมได้ 5-6 คน ขนาดเส้นรอบวง 8.15 เมตร และมีความสูง 80 เมตร เป็นต้นไม้ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ จากความเชื่อที่ชาวบ้านเล่ามาว่า สมัยก่อนมีคนเข้าไปหาของป่าแล้วหายไปเป็นแรมเดือน ลูกหลานก็ไปจุดธูปบนบานศาลกล่าวต่อเจ้าป่าเจ้าเขา จนคนที่หายไป กลับมา พร้อมกับมาเล่าว่า ไปเจอต้นทุเรียนอยู่หนึ่งต้น อยู่ท่ามกลางผลไม้อื่นๆ ในป่า เขากินผลไม้เหล่านั้นประทังชีวิตนับว่าผลไม้ป่านั้นได้ช่วยชีวิตเขาไว้ ต่อมาคนเลยเข้าไปสำรวจ ก็พบว่ามีอยู่จริง จากนั้นเวลาผ่านไปก็มีการย้ายถิ่นเข้ามาอาศัยกันในบริเวณป่าที่มีต้นทุเรียนดังกล่าว มีชายคนหนึ่งไปจับจองที่ตรงต้นทุเรียน แล้วเขาก็ได้ดูแลต้นทุเรียนมาจนถึงปีพ.ศ.2530 ซึ่งตอนนั้นเขาอายุมากแล้ว ดูแลไม่ได้ เลยขายให้ตนพร้อมกับฝากเอาไว้ว่า ให้ดูแลแทนเขาด้วย อย่าทำลายเพราะเขาดูแลมานาน ก็เลยทำให้ตนได้ดูแลต่อมาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ทุเรียนต้นนี้ เป็นพันธุ์เจ้าเมืองเพราะเชื่อกันว่าน่าจะเกิดตั้งแต่สมัยเจ้าเมืองเวียงสระเป็นเจ้าเมือง ปัจจุบันนอกจากทุเรียนต้นนี้บริเวณรอบๆ ก็มีทุเรียนต้นอื่นและผลไม้ชนิดอื่นด้วย ในหนึ่งปีทุเรียนจะออกลูกช่วงก.ค.ถึง 3,000-4,000 ลูก ก็มักจะมีคนไปจับจอง มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมจำนวนมาก สร้างรายได้ให้คนในชุมชนมากมาย ตอนนี้ก็กำลังพัฒนาทำท่องเที่ยวชุมชน ตั้งแต่เรื่องประวัติศาสตร์ เรื่องของวัฒนธรรม แล้วก็เรื่องท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การรับโล่วันนี้ รู้สึกดีใจที่ตนทำมา 30 กว่าปีต่อจากคนเดิม อย่างน้อยวันนี้เรามีหน่วยงานราชการและหน่วยงานภาคีต่างๆ เห็นความสำคัญด้วย แปลว่าเราไม่ทำแค่คนเดียวแล้ว หลังจากนี้คิดว่าถ้าไม่มีตนก็น่าจะมีคนที่สืบทอดดูแลรักษาต้นนี้ได้ตลอดไป เพราะฉะนั้นเมื่อก่อนกังวลว่าถ้าหมดเราไม่รู้ใครจะมาดูแลต่อ ก็ตั้งใจว่าอนาคตต้นทุเรียนต้นนี้ พร้อมกับพื้นที่ป่าที่จัดไว้ ถ้ามีโอกาสจะถวายแด่สมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ เพราะว่าเราอยากให้สืบทอดไปถึงรุ่นลูกหลานไม่อยากให้สูญหายไปกับเรา&amp;rdquo; นายสุวัฒน์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสายัณห์ สวัสดิ์สุนทร ประธานสภาวัฒนธรรมจ.ระยอง &amp;nbsp;ดูแลต้นมะปริง ระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสายัณห์ สวัสดิ์สุนทร ประธานสภาวัฒนธรรม ต. กระเฉด อ. เมือง จ.ระยอง ตัวแทนหน่วยงานเจ้าของ &amp;ldquo;รุกข มรดกของแผ่นดิน&amp;rdquo; ต้นมะปริง ระยอง กล่าวว่า กระเฉดเป็นไม้โบราณประจำถิ่นของไทย อายุราว 250 ปี มีเส้นรอบวงโดยประมาณ 3.30 เมตร สูงประมาณ 25 เมตร ยืนต้นอยู่บริเวณเส้นทางสัญจรในอดีตระหว่างบ้านกระเฉด-บ้านค่าย เมืองแกลง ปัจจุบันนายสมยศ สมุทรคีรี บ้านปิ่นทอง เป็นเจ้าของพื้นที่ บริเวณของต้นมะปริง เคยเป็นเส้นทางการเดินทัพเพื่อรวบรวมกำลังพลของพระเจ้าตากเพื่อกู้ชาติ เมื่ออ่านประวัติศาสตร์ไทยรบกับพม่า ก็จะเห็นความเชื่อมโยงของแต่ละหมู่บ้าน เขาว่ากันว่าเส้นทางบริเวณต้นมะปริง อาจจะมีผู้สัญจรไปมาเดินผ่านกินมะปริงเสร็จแล้วจึงทิ้งเมล็ดไว้ ต่อมาเมล็ดจึงเจริญเติบโตขึ้นอยู่คู่กับชุมชนกระเฉดมาจนทุกวันนี้ อีกหนึ่งหลักฐานที่ค้นพบและเกี่ยวข้องกับต้นมะปริงคือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคณะเคยไปสำรวจเส้นทางบริเวณนี้ พบเศษเครื่องปั้นดินเผาพวกกระเบื้องถ้วยชาม กระเบื้องเคลือบ ซึ่งนักโบราณคดีที่มาสำรวจด้วยบอกว่า ของเหล่านี้เป็นเครื่องใช้ของชาวจีนเมื่อ 500 ปีมาแล้ว ในสมัยซัวเถา ที่มาภาชนะเหล่านี้มาแตกที่นี่ก็สันนิษฐานกันว่า คนจีนมาค้าขายที่รุงศรีอยุธยา เมื่อเกิดการสู้รบก็อพยพมาลี้ภัยในป่า เพราะฉะนั้นบริเวณต้นมะปริงในอดีตอาจจะเคยเป็นที่หลบซ่อนยามสงคราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสายัณห์ กล่าวอีกว่า แต่เดิมรักษาต้นนี้ด้วยวิธีธรรมชาติ แต่พอคนที่ซื้อที่ดินเข้ามาใหม่ก็พบยายามแต่งให้สวยโดยไม่มีความรู้ทางรุกขกร นำสิ่งของไปติด ไปห้อยเพื่อความสวยงาม ตนไปเห็นเลยขอร้องให้เขาเอาออกเพื่อให้รักษาราก กิ่ง ให้ต้นไม้บริสุทธิ์ มีอายุยืนยาวเพื่อที่จะไม่ได้มีแมลงหรือเชื้อราเข้าไปติดที่ลำต้น โดยปกติมีการจัดงาน ทำพิธีต่างๆบริเวณนี้ เช่น บรวงสรวง เพราะเชื่อว่ารุกขเทวดาจะอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ เวลาจะทำพิธีต่างๆ จะเชิญเทวดดามาฟังเทศน์ฟังธรรมด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้นไม้ที่เป็นไม้ใหญ่เป็นที่พึ่งพาของนกกา ส่วนต้นไม้เล็กๆ เป็นที่ให้ร่มเงา ส่วนรากที่อุ้มน้ำก็ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมระบบนิเวศ ดังนั้นคนรุ่นใหม่จึงควรจะคิดตามธรรมชาติให้เป็น ถ้าเราไม่รังแกธรรมชาติมากนัก ธรรมชาติก็ไม่รังแกเรา เราจะเห็นว่าน้ำใสๆ ที่ไหลมาตามโตรกทาง &amp;nbsp;มาตามคลองจนเป็นแม่น้ำใสสมบูรณ์เพราะมันกรองโดยธรรมชาติ แต่ขณะนี้น้ำไหลลงมาพร้อมกับเอาโคลลนลงมาด้วย น้ำใสไม่มีแล้ว ก็ต้องฝากเด็ก รุ่นลูกหลานว่าควรจะอนุรักษ์สิ่งที่เป็นธรรมชาติ ถ้าเราไม่เบียดบังธรรมชาติแล้วธรรมชาติจะดูแลเราอย่างดี&amp;quot; นายสายัณห์ กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีผู้สืบสานต้นไม้ชนิดอื่นๆ ที่ได้รับโล่ อาทิ กลุ่มต้นไม้ห่มผ้าบนดอยอินทนนท์, ต้นทะโล้ เชียงใหม่, ต้นจันผา สุรินทร์, ต้นกระบก ร้อยเอ็ด, ต้นหยี ปัตตานี, ต้นนางดำ นครราชสีมา, &amp;nbsp;ต้นลำแพน นครศรีธรรมราช ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นทุเรียนเจ้าเมืองสุราษฎร์ อายุราว 250 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นมะปริง จ.ระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นทะโล้ จ.เชียงใหม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14230</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, กระทรวงวัฒนธรรม, ต้นทะโล้ จ.เชียงใหม่, ต้นทุเรียนเจ้าเมืองสุราษฎร์, ต้นมะปริง จ.ระยอง, รุกขกร, รุกขมรดกแห่งแผ่นดินใต้ร่มพระบารมี, หนังสือรุกขมรดกของแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180727/image_big_5b5b040e2d880.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
