<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 06:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 06:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ต้องหารุกป่าพันไร่โผล่เซฟบางกลอย ด่ารัฐบาลไม่เห็นหัวประชาชน ถล่มกฎหมายล้าหลัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค.64-ค่ำวานนี้ นายธนาธร​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ ประธานคณะก้่าวหน้า​ เดินทางไปยังบริเวณถนนพระราม​ 5​ ข้างศาล​กรมหลวงชุมพรฯ เพื่อร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มพีมูฟและภาคีเซฟบางกลอย​ จากนั้นได้ขึ้นเวทีกล่าวกับผู้ชุมนุมตอนหนึ่งว่า​ คนกะเหรี่ยงบางกลอยเขาอยู่ในพื้นที่มานานก่อนที่จะมีกฎหมาย ก่อนที่จะมีอุทยานเสียอีก นั่นสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่เห็นคุณค่าของประชาชน ไม่เห็นหัวประชาชน และกฎหมายมีความล้าหลัง เขาบอกว่าคนกับป่าอยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่เราเชื่อว่าคนกับป่าอยู่ด้วยกันได้ ป่าใดที่มีชุมชนก็จะเป็นป่าที่ยั่งยืน ป่าใดที่ไม่มีชุมชนก็มักจะเป็นป่าที่ไม่ยั่งยืน หลายคนถูกคุกคาม ถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม จนต้องมาชุมนุมกันอยู่ในที่นี้ ซึ่งเป็นการประท้วงของคนที่มาด้วยความเดือดร้อน รู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเรียกร้องของพวกเขาไม่ได้ยาก ที่เขาบอกว่าการไม่รับบันทึกความเข้าใจ เพราะบันทึกความเข้าใจไม่มีผลทางกฎหมาย แต่ต้องการให้เกิดความหนักแน่นจากผู้มีอำนาจ ไม่ใช่มีเพียงแค่ลมปาก คิดจะฉีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เขาต้องการให้มีการรับรองโดยมติคณะรัฐมนตรี และต้องการให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาข้อผิดพลาด ต้องการให้หยุดดำเนินคดีกับทุกคนในทุกคดี และหยุดคุกคามในทุกกรณี ตนมาให้กำลังใจชาวบางกลอย แต่ยังมีกรณีแบบเดียวกันเกิดขึ้นทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นประชาชนจะไม่ยอมแพ้ ขอขอบคุณแทนทุกคนที่ยืนหยัดต่อสู้ เพราะเขาคือคนเท่ากัน มีจิตวิญญาณ มีเลือดเนื้อ มีลูกหลานที่ถูกอุ้มหาย เขารักชีวิต มีสิทธิและเสรีภาพเหมือนกับเรา การต่อสู้ครั้งนี้ไม่เพียงแค่อนาคตของบางกลอย แต่เป็นอนาคตของคนที่ถูกกดขี่ทุกคน
&amp;nbsp;
จากนั้นนายธนาธรได้ขอให้ทุกคนตะโกนพร้อมกัน 3 ครั้งว่าเซฟบางกลอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ เมื่อนายธนาธรกล่าวกลุ่มผู้ชุมนุมพีมูฟ-ภาคีเซฟบางกลอยเสร็จแล้ว​ ได้เดินพบปะและเยี่ยมกับบรรดาผู้ชุมนุมทุกเต็นท์​ ตั้งแต่เต็นท์หมู่บ้านบางกลอยไปจนถึงเต็นท์หมู่บ้านทะลุฟ้าที่ปักหลักชุมนุมทำกิจกรรมข้างๆ​ โดยนายธนาธรได้รับความสนใจและขอถ่ายรูปร่วมกับผู้ชุมนุมอย่างเป็นกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา &amp;nbsp;นายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วย นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ร่วมกันแถลงแจ้งความเพิ่มเติมนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ใช้เอกสารที่ออกโดยมิชอบมาครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี จำนวน 2,154-3-82 ไร่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96184</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บางกลอย, รุกป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_604feaeccfc62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักข่าวอิศราเผยกรมป่าไม้ส่งปปง.สอบ‘แม่ธนาธร’รุกป่า440ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.64-สำนักข่าวอิศรา ได้ออกรายงานเรื่องกรมป่าไม้ ส่ง ปปง. สอบ&amp;lsquo;สมพร&amp;rsquo; ถือครอง น.ส.2 - ภ.บ.ท.5 รุกป่า 440 ไร่ โดยมีเนื้อหาว่า คดีครอบครอง น.ส.3 ก. จำนวน 60 ฉบับ เนื้อที่ 2,154-3-82 ไร่ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชีอ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นอกจากกรมป่าไม้โดยนายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดี ขณะดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งหนังสือถึง อธิบดีกรมที่ดิน ขอให้พิจาราดำเนินการเพิกถอน น.ส. 3 ก. ทั้ง 60 ฉบับ ตามที่สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การถือครองที่ดิน น.ส.2 จํานวน 7 แปลง เนื้อที่ 250-0-00 ไร่ และ ภ.บ.ท.5 จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 90 ไร่ รวมทั้งสิ้น 8 แปลงเนื้อที่ เนื้อที่ 440 ไร่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ท้องที่หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 14 ต.รางบัว และหมู่ที่ 3 ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี กรมป่าไม้ได้ส่งเรื่องให้ เลขาธิการคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินคดีในฐานกระทําความผิดเกี่ยวกับ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ ยึดถือ หรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติหรือกระบวนการ แสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันมีลักษณะเป็นการค้า ถือเป็นความผิด มูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (15)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หนังสือฉบับลงวันที่ 28 ม.ค.2564 ที่กรมป่าไม้ส่งถึง เลขาธิการฯ ปปง. สรุปสาระสำคัญว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ ลงพื้นที่ตรวจสอบตรวจพบที่ดินแปลงดังกล่าว ตรวจพบมีการแสดงเอกสารสิทธิในที่ดิน จํานวน 8 แปลง ประกอบด้วย น.ส.2 จํานวน 7 แปลง เนื้อที่ 250-0-00 ไร่ และ ภ.บ.ท.5 จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 90 ไร่ ที่ดินทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี (พ.ศ. 2527) ซ้อนทับกับเขตปฏิรูปที่ดินของสํานักปฏิรูปที่ดิน (พ.ศ. 2554) และซ้อนทับกับเขตป่าไม้ถาวร &amp;ldquo;ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมายเลข 85 (พ.ศ. 2512)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า หลักฐานการมอบอํานาจให้นางอรสา เศรษฐปราโมทย์ นําชี้และมอบที่ดิน น.ส. 2 ให้จัดทําป่าชุมชน ตรวจสอบร่องรอยการทําประโยชน์พบการทําแปลงยูคาลิปตัส และหลักฐานการชําระภาษี บํารุงท้องที่จํานวน 3 ฉบับ ประจําปี 2553 - 2556 ปรากฏชื่อนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ชําระภาษีบํารุงท้องที่ จึงสันนิษฐานได้ว่านางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ครอบครองที่ดิน น.ส. 2 และภ.บ.ท.5 จํานวน 8 แปลง เนื้อที่ 440 ไร่ ซึ่งการกระทําของนางพร จึงรุ่งเรืองกิจ กระทําผิดในฐาน &amp;ldquo;ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทําการใดๆ อันเป็นการทําลายป่า หรือเข้ายึดถือครองครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น&amp;rdquo; ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2584 มาตรา 54 ประกอบมาตรา 72 ตรี, ฐาน &amp;ldquo;ยึดถือครอบครองทําประโยชน์หรีออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทําไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทําการด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ&amp;rdquo; ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ประกบมาตรา 31, ฐาน &amp;ldquo;เข้าไปยึดถือครอบครอง รวมตลอดถึงการก่นสร้างหรือเผาป่า หรือทําด้วยประการใด ให้เป็นการทําลาย หรือทําให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย ในบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้ามในราชกิจจานุเบกษา หรือทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในดิน&amp;rdquo; ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และ ฐาน &amp;ldquo;ผู้ใด กระทําหรือละเว้นการกระทําด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทําลาย หรือทําให้สูญหาย หรือ เสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐ หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน&amp;rdquo; ตามพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 97 และได้แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเจ้าหน้าที่ พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทําดังกล่าวข้างต้นเป็นการกระทําความผิดเกี่ยวกับ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ ยึดถือ หรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติหรือกระบวนการ แสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันมีลักษณะเป็นการค้า ถือเป็นความผิด มูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (15) จึงขอส่งเอกสารหลักฐานมาเพื่อพิจารณา ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ และขอได้โปรดมอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบ เอกสารหลักฐาน และข้อเท็จจริงในพื้นที่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ได้มอบนายคม ศรีสวัสดิ์ ผู้อํานวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) เป็นผู้ประสาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรณีการถือครองที่ดิน น.ส.2 จำนวน 7 แปลง เนื้อที่ 350-0-0 ไร่ และที่ดิน ภ.บ.ท.5 เนื้อที่ 90 ไร่ รวม 8 แปลง 440 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี กรมป่าไม้แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่ากับกรณีถือครองที่ดิน 440 ไร่ ของนางสมพร ถูกกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปทส. ดำเนินคดีความผิดตาม พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ2507 และ พระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 ขณะเดียวกันยังถูก ปปง.ดำเนินคดีในความผิด มูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (15) อีกทางด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96044</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปง., รุกป่า, สำนักข่าวอิศรา, แม่ธนาธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604dee99005fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 00:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปารีณาปิดปาก ปปช.ฟันรุกป่า จ่อคิวอีก10ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปารีณา&amp;quot; พ้อโดนฟันรายแรกฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ป.ป.ช.ชี้รุกป่า 711 ไร่ เสียหาย 36 ล้าน ไม่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เผยศาลฎีการับฟ้องต้องหยุดหน้าที่ ส.ส.ทันที แย้มกำลังสอบนักการเมืองกว่า 10 รายครอบครอง ภ.บ.ท.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เวลา 14.00 น. นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. แถลงว่า ป.ป.ช.มีมติว่ากรณีที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ยึดถือ ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเป็น ส.ส.กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรง และกรณีเป็น ส.ส.กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรงตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 11&amp;nbsp; ข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจากการไต่สวนปรากฏว่า น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ได้ร่วมกับนายทวี ไกรคุปต์ บิดา เข้ายึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ พื้นที่จำนวน 711-2-93 ไร่ โดยมีพฤติการณ์ตั้งแต่ปี 2546 มีการขอใช้ไฟฟ้าต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจอมบึง และชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินต่อองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เพื่อประกอบกิจการปศุสัตว์ ในปี พ.ศ.2549-พ.ศ.2556 มีการชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ทั้ง 29 แปลงต่อ อบต.รางบัว ซึ่งมีการกระจายการถือครองที่ดินดังกล่าวโดยอาศัยชื่อบุคคลอื่นซึ่งเป็นแรงงานที่อยู่ฟาร์มมาถือครองที่ดินในเอกสาร ภ.บ.ท.5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในปี พ.ศ.2555 ได้มีการโอนกลับมาเป็นชื่อของ น.ส.ปารีณาทั้งหมด และในปี พ.ศ.2557 อบต.รางบัวได้ยกเลิกการเก็บภาษีบำรุงท้องที่ดังกล่าว แต่ น.ส.ปารีณายังคงยึดถือครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว โดยไม่มีสิทธิ์ครอบครองและมิได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กระทั่งในปี พ.ศ.2555-พ.ศ.2562 น.ส.ปารีณาได้มีการขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต่อ อบต.รางบัว และใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม &amp;ldquo;เขาสนฟาร์ม&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เขาสนฟาร์ม 2&amp;rdquo; บนที่ดินดังกล่าวต่อกรมปศุสัตว์ และในปี พ.ศ. 2561 ได้ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด เพื่อประกอบกิจการดังกล่าว กระทั่งเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2562 น.ส.ปารีณาได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. โดยยังคงยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐดังกล่าวโดยอ้างเอกสารแบบแสดงรายการที่ดินฯ (ภ.บ.ท. 5) ทั้ง 29 แปลงที่ถูกยกเลิกไปแล้ว เป็นพื้นที่ 711-2-93 ไร่ โดยคำนวณค่าเสียหายเป็นตัวเงินจำนวน 36,224,791 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนแล้วเห็นว่า การที่ น.ส.ปารีณา ในฐานะผู้แทนของประชาชน ซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยปราศจากความขัดกันแห่งผลประโยชน์ และต้องประพฤติปฏิบัติตนให้ถูกต้องเป็นแบบอย่างที่ดี อยู่ในกรอบของจริยธรรมในการดำรงตน เคารพ ยึดถือ และปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ซึ่งบัญญัติออกมาเพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือประโยชน์ของรัฐ มากกว่าการคำนึงถึงประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องนั้น แต่กลับไม่ยึดถือระเบียบ หลักเกณฑ์ กฎหมาย และไม่ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ หรือเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดินที่มีเจตนารมณ์เพื่อต้องการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบความเดือดร้อน และลดความเหลื่อมล้ำในฐานะของบุคคลในทางเศรษฐกิจและสังคม จึงมีมติว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาโดยตรงเพื่อวินิจฉัยต่อไป&amp;quot; โฆษก ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คดีดังกล่าวจะเป็นมาตรฐานใหม่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งกรณีของ น.ส.ปารีณา ถือเป็นสำนวนแรกของ&amp;nbsp; ส.ส. ในการกระทำผิดฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ส่วน น.ส.ปารีณาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.หรือไม่นั้น ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 2561 ระบุว่า เมื่อ ป.ป.ช.ส่งศาลฎีกาไปแล้ว ศาลฎีกาประทับรับฟ้อง จะเป็นเหตุให้ ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที เว้นแต่ศาลจะวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น สำหรับการดำเนินการของ ป.ป.ช.ในการส่งเรื่องไปยังศาลฎีกานั้น จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่ให้เกินกรอบภายใน 30 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการยื่นคำร้องในแง่จริยธรรม กรณี ส.ส.หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นมีการยึดถือครอบครองที่ดินภ.บ.ท.5 แต่กรณีนี้ก็ต้องไปตรวจสอบว่ายึดถือครอบครองตั้งแต่เมื่อไหร่ ปัจจุบันยังมีการยึดถือครอบครองหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยมีจำนวนหลายสิบคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิวัติไชยกล่าวว่า หากศาลฎีกาตัดสินว่ากระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ให้ผู้ต้องคำพิพากษาพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ และห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือลงคะแนนเสียงการเลือกตั้งใดๆ เป็นเวลาไม่เกิน 10 ปี แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลที่อาจสั่งเป็นระยะเวลา 1 ปี 5 ปี หรือ 10 ปีก็ได้ แต่ถ้าศาลพิพากษาว่าไม่ผิด สิทธิจะได้รับคืนตั้งแต่วันที่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากศาลตัดสินว่า น.ส.ปารีณาผิด จะต้องชดใช้อะไรให้รัฐบ้าง นายนิวัติไชยกล่าวว่า พนักงานสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นมูลค่าทางแพ่งที่ต้องประเมินว่าการบุกรุกครอบครองทำให้รัฐเสียหายจำนวนเท่าใด ส่วน ป.ป.ช.จะดำเนินการจงใจฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง โทษคือให้พ้นจากตำแหน่งอย่างเดียว ส่วนคดีอาญาเป็นเรื่องพนักงานสอบสวนจะดำเนินการ อยู่ระหว่างการสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ป.ป.ช.ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนทุจริตการก่อสร้างสนามฟุตซอล ที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้ถูกกล่าวหาว่า มีทั้งหมด 6 สำนวน สำนวนแรกได้ส่งให้อัยการสั่งฟ้องแล้ว ส่วน 5 สำนวนที่เหลือ อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกัน ระหว่างคณะกรรมการป.ป.ช.กับอัยการสูงสุด ซึ่งยังไม่มีกรอบเวลาในการดำเนินการ&amp;nbsp; เนื่องจากอัยการจะขอนำสำนวนที่เหลือไปรวมกับสำนวนแรกที่ ป.ป.ช.ขอให้สั่งฟ้อง เพื่อดำเนินการในคราวเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การรวมสำนวนฟ้องคราวเดียวจะถือเป็นการยื้อเวลาช่วยกันในพรรครัฐบาลหรือไม่นั้น นายนิวัติไชยกล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับหน่วยงานด้วย เพราะสำนวนทั้ง 6 เรื่องมีความแตกต่างกัน ทั้งข้อกล่าวหาและบุคคล จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด หรือจะเสร็จสิ้นทันรัฐบาลชุดนี้หรือไม่&amp;nbsp; เพราะถือเป็นดุลยพินิจของอัยการสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ปารีณายกเลิกการแถลงข่าว จากเดิมที่แจ้งกับสื่อมวลชนว่าจะชี้แจงกรณีดังกล่าวภายหลัง ป.ป.ช.แถลงเสร็จสิ้นแล้วในเวลา 15.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา น.ส.ปารีณาให้สัมภาษณ์ว่า จะยังไม่ขอให้ความเห็นใดๆ เพราะถือเป็นคดีผิดจริยธรรมร้ายแรง ที่นับว่าตนเป็นคนแรกในประเทศที่ถูกดำเนินคดีในข้อหานี้ จึงยังไม่เข้าใจในข้อกฎหมาย และต้องศึกษาอย่างละเอียด ร่วมกับทีมทนายความก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดโดยได้มอบหมายให้นายทศพล เพ็งส้ม ทีมกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะที่เป็นทนายความส่วนตัว เป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียด ส่วนจะนัดหมายเพื่อแถลงข่าวอีกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับทีมทนายความว่าจะให้ความเห็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กังวลหรือหรือไม่ น.ส.ปารีณากล่าวว่า ขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย และมอบหมายให้ทีมทนายความดำเนินการแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทศพลกล่าวว่า ขอศึกษารายละเอียดข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช.ก่อน แล้วจะชี้แจงในภายหลัง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92680</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., ปารีณา ไกรคุปต์, ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง, รุกป่า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023f16030b5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 23:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ฟันปารีณารุกป่า ผิดจริยธรรมร้ายแรง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ป.ป.ช.ฟัน &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; ผิดจริยธรรมร้ายแรงรุกป่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; เตรียมส่งอัยการฟ้องศาลฎีกา โทษหนักถึงขั้นหลุด ส.ส.-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง &amp;quot;บอร์ดปราบบ่อน&amp;quot; ส่งรายชื่อ จนท.รัฐเกิน 10 รายเอี่ยวบ่อนระยองถึงมือนายกฯ พบเงินหมุนเวียน 100 ล้าน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นคดีทุจริตไม่นิ่งนอนใจ สั่งปรับปรุงประเมินคุณธรรม-ความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ มีรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ วันที่ 9 ก.พ. ได้พิจารณากรณีกล่าวหาบุกรุกที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ตามที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) มายัง ป.ป.ช. เนื่องจากเห็นว่า น.ส.ปารีณาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ กรณีจงใจที่จะกระทำความผิดทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต(พ.ร.บ.ป.ป.ช.) ฉบับใหม่ ซึ่ง ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนจริยธรรมของนักการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมมีมติชี้มูลความผิดว่า น.ส.ปารีณาผิดจริยธรรมร้ายแรงหลายข้อด้วยกัน เช่น ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์, ผลประโยชน์ขัดกัน โดยจะสรุปสำนวนเพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งนี้ โฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. จะแถลงข่าวโดยละเอียดต่อสื่อมวลชนในวันพุธที่ 10 ก.พ.นี้ เวลา 14.00 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช.สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า? สำหรับโทษของข้อหาผิดจริยธรรมร้ายแรง คือต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. โดยเมื่อศาลฎีการับฟ้องจะต้องพิจารณาตัดสินว่าพ้นจากตำแหน่งหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ตามมาตรา 87 วรรคสอง ประกอบมาตรา 81 ระบุว่า หากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวน และมีความเห็นว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย และหากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับฟ้อง ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ให้ผู้ต้องคำพิพากษานั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลาไม่เกิน 10 ปีด้วยหรือไม่ก็ได้ หากผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไม่ว่ากรณีใด ผู้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น และไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการ?ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายชาญเชาวน์ ?ไชยา?นุ?กิจ? ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีสถานที่เล่นการพนันเป็นเหตุให้?เกิดการแพร่ระบาดของ?โรคติดต่อ?โควิด-19 แถลงความคืบหน้าภายหลังการประชุมครั้งที่ 3 ว่า ในวันที่ 12 ก.พ. จะครบกำหนด 30 วันที่คณะกรรมการฯ จะต้องส่งรายงานลับให้ พล.อ.ประยุทธ์? จันทร์?โอชา? นายก?รัฐมนตรีและ? รมว.?กลาโหมรับทราบ?? โดยคณะกรรมการ?ฯ เน้นตรวจสอบบ่อนการพนันในพื้นที่จังหวัดระยอง 2 แห่ง ซึ่งเป็นบ่อนขนาดใหญ่และมีเจ้าของคนเดียวกัน โดยบ่อนดังกล่าวกรมสอบสวนคดี?พิเศษ? (ดีเอสไอ)? และกรมการปกครองให้ดำเนินการทางคดีไปแล้ว เบื้องต้นพบว่าบ่อนดังกล่าวได้เปิดมาแล้ว 1 ปี ดำเนินการ?โดยบุคคลเดียวกัน พบผู้เกี่ยวข้องในคดี 2 ราย โดยจำนวนนี้ ทุกหน่วยงานยืนยันตรงกันว่าเจ้าของบ่อน เป็นผู้ดำเนินการอย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกว่า 10 ราย ทั้งตำรวจ?และฝ่ายปกครอง ซึ่งมีการกระทำ?ความผิด?ฐาน?ฟอกเงิน? และจากการสืบสวนพบว่ามีวงเงินหมุนเวียนในบ่อนดังกล่าวมากกว่า 100 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ตัวเลขสถิติของบ่อนการพนันยังอยู่ที่ 200 แห่ง โดยพื้นที่ กทม. มีเบาะแสในพื้นที่รับผิดชอบของนครบาลมีบ่อนการพนันถึง 47 แห่ง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้มาในช่วงระยะตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. จนถึงปัจจุบัน โดยทั้งหมดจะเป็นข้อมูลลับที่คณะกรรมการฯ จะส่งตรงไปยังนายกฯ? และทุก 30 วันหลังคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจ?จสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลมายังคณะกรรมการชุดใหญ่&amp;quot; นายชาญเชาวน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ขอชี้แจงเรื่องดัชนีการรับรู้การทุจริต (ซีพีไอ) ของประเทศไทย ซึ่งได้ให้มีการประชุมร่วมกัน ทั้งส่วนราชการและภาคประชาชน ซึ่งมีข้อหารือดังนี้ 1.กำหนดมาตรการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและแต่ละหน่วยงานได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เป็นเจ้าภาพ และมีนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เป็นผู้แทนร่วมในคณะกรรมการด้วย 2.ปรับปรุงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ไอทีเอ) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้สะท้อนคะแนนของซีพีไอได้มากยิ่งขึ้น โดยมีสำนักงาน ก.พ.ร.และ ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานรัฐ และหน่วยงานของรัฐต้องเร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกถึงผลงานการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่อยู่ในความสนใจประชาชน คดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ซึ่งเท่าที่รับรายงานก็มีการฟ้องร้องคดีใหม่ไปแล้ว และออกหมายแดงไปแล้ว และขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้มีการชี้แจงไปบ้างแล้ว ซึ่งมีความก้าวหน้า ทั้งการประสานงานกับต่างประเทศก็ครบถ้วนแล้ว ก็เหลือแต่เพียงได้ตัวกลับมาเท่านั้นเอง ไม่ใช่นิ่งนอนใจ ไม่ได้เก็บเรื่องไว้ในกระเป๋า ทุกเรื่องนายกฯ เอามาดำเนินการให้หมด หลายๆ ท่านออกมาพูดว่านายกฯ ไม่ทำอะไรเลย ถ้าไม่ทำจะมีคดีไหมล่ะ มันจะมีการหนีคดีหรือเปล่า วันนี้ทุกท่านก็ทราบกันดีอยู่แล้ว&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92536</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., ปารีณา ไกรคุปต์, ผิดจริยธรรมร้ายแรง, ผิดจริยธรรมร้ายแรงรุกป่า, รุกป่า, ส่งอัยการฟ้องศาลฎีกา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210209/image_big_6022a0b6b68ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปากพร่ำเพ้อสุจริต แต่พฤติกรรมช่างย้อนแย้งเหลือเกินนะ&#039;ทอน&#039;!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ. 64 - พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ได้โพสต์ภาพข่าวบนเฟซบุ๊กกรณีที่กรมป่าไม้แจ้งความเอาผิด นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในข้อหากระทำผิดครอบครองที่ดิน ภทบ.5 และครอบครองที่ดิน นส.2 โดยมิชอบ และกรณีที่ส.ส.พรรประชาธิปัตย์ร้องกองปราบฯเอาผิดน้องชายธนาธรฐานติดสินบนเจ้าหน้าที่ รวมถึง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ทวงถามกรมป่าไม้ขอให้สอบที่ดิน นายธนาธรและน.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ พี่สาว รุกป่าสงวนหรือไม่ หลังพบมีการครอบครองที่ดินใน จ.ราชบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับโพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ปากก็พร่ำเพ้อว่าสุจริต โปร่งใส ดูพฤติกรรมมันช่างย้อนแย้งกับที่พร่ำเพ้อว่า สุจริต โปร่งใสเสียเหลือเกินนะ ทอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งบุกรุกที่ดินป่าสงวน เรียกว่า ฮุบกันทั้งแม่ทั้งลูก แถมยังคิดจะฮุบที่ดินทรัพย์สินพระมหากษัตริย์แบบถูกๆ อีก นี่ยังไม่รวมถึงพฤติกรรมฉ้อฉล จ่ายเงินสินบนเจ้าหน้าที่อีกต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอ้ที่เลวร้ายคือ ทอน ยังออกมาลอยหน้าลอยตาให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่เกี่ยวข้อง ทั้งที่โดยข้อเท็จจริง ทอน ก็เคยมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบริษัทที่น้องของ ทอน ติดสินบนเจ้าหน้าที่ในช่วงที่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซะด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งก็แว่วๆ มาว่ากองปราบเตรียมรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับน้องของทอน หรือตอนจะติดคุก ทอน ไม่เกี่ยว
แต่ถ้าได้กำไร ทอน ขอแบ่งตามหุ้นที่มี ใช่ไหมทอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไหน ทอน บอกว่า ไม่เกี่ยวข้อง แล้วไหงเคยมีหุ้นอยู่ในบริษัทได้เล่า ปากบอกไม่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าน้องชาย ทอน กระทำการฮุบที่ดินแปลงสวย ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้สำเร็จ ทอน จะแบ่งด้วยไหม&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91664</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, กองปราบ, ธนาธร, พุทธะอิสระ, รุกป่า, สินบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201120/image_big_5fb77f79ae310.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระ&#039;บุก&#039;ปทส.&#039;ทวงคดี&#039;ปารีณา-ทวี&#039;รุกป่าไม่คืบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค. 63 - ที่บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( บก.ปทส.) นายวีระ สมความคิด&amp;nbsp; เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น&amp;nbsp; เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปทส. เพื่อสอบถามความคืบหน้า การดำเนินคดี กับ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ และ นายทวี&amp;nbsp; ไกรคุปต์&amp;nbsp; อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม บิดาของ นางสาวปารีณา กรณีครอบครองที่ดินบุกรุกที่ป่าสงวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวว่า วันนี้ ตนเองมาติดตามความคืบหน้าคดีนี้ หลังจากที่ได้มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.จอมบึง และ สภ.สวนผึ้ง ตั้งแต่เดือน พ.ย.2562 แต่คดีไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร เพราะหลังจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่ง ให้ ปทส.รับสำนวนการสอบสวน มาดำเนินคดี ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp; 8 ม.ค.ที่ผ่านมา จากนั้น ผบก.ปทส. ได้สั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวน ขึ้นมา เพียง 1 ชุด เพื่อพิจารณาคดีในของนางสาวปารีณา แต่คดีที่มีการกล่าวหา นายทวี พื้นที่&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภ.สวนผึ้ง นั้น&amp;nbsp; ทราบว่า ได้ส่งคืนกลับไปให้ สภ.สวนผึ้ง แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คดีนี้ มีความล่าช้า&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเทียบกับคดีที่ชาวบ้านทั่วไปรุกป่าสงวนซึ่งข้อกฎหมายก็ระบุความผิดไว้ชัดเจน และน.ส.ปารีณา ก็เคยยืนยันมาตลอดว่าที่ดินดังกล่าวนั้นเป็นของตัวเอง และถือครองก่อนจะเป็นที่ดิน ส.ป.ก. โดย&amp;nbsp; น.ส.ปารีณา ยังอ้างว่าถือครองที่ดิน ภ.ท.บ.5 ทั้งที่ความจริงนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะที่ดินผืนนั้นเป็นพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งกฎหมายระบุว่า ที่ดิน ภ.ท.บ.5 ต้องเป็นพื้นที่ป่าหมดสภาพ&amp;nbsp; ที่ให้ประชาชนเข้าไปใช้ทำมาหากินและเสียภาษี จากนี้ผมมองว่า หากคดียืดยาวนานกว่านี้จะเสียรูปคดี เพราะยังมีความผิดฐานอื่นนอกจากคดีอาญาด้วย&amp;quot; นายวีระ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน พล.ต.ต.วิวัฒน์ กล่าวว่า คดีนี้ ได้มีการตั้งคณะทำงานพิจารณาสำนวนคดีที่มีการกล่าวหา นางสาวปารีณา ทั้งหมด 10 คน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้ตั้งกรอบการทำงานอะไร แต่ให้อิสระ คณะพนักงานสอบสวน ดำเนินการทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่มีกรอบระยะเวลาการทำงานกันอยู่แล้ว คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการพิจารณาสำนวนไม่นาน เพราะที่ผ่าน ทาง ปทส. ก็มีการดำเนินการสอบสวน ไว้ก่อนอยู่แล้ว.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55019</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปารีณา, ผบก.ปทส., พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ, รุกป่า, วีระ สมความคิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e25382c3509c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2020 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2020 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ฮึ่ม!รวย-จนรุกป่าดำเนินคดีหมดลั่นจัดสรรที่ดินทำกินเป็นธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.63-พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการแก้ปัญหาการจัดสรรที่ดินทำกินว่า การจัดสรรที่ดิน การแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดิน เราทำได้ดีหรือไม่ แน่นอนว่าต้องมีคนเดือดร้อน แต่ต้องแยกแยะให้ออก ไม่ว่าจะใครก็ตาม จะรวยหรือจน หากพบว่าเป็นการบุกรุกแน่ๆต้องดำเนินคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่มีปัญหาทับซ้อนก็ต้องมาพิสูจน์สิทธิ ไม่ใช่ว่าทุกคนโทษกันไปหมด กลายเป็นว่ารัฐบาลไม่ดูแล ไม่รับผิดชอบ ไม่ให้ความเป็นธรรม อย่างนี้ไม่เป็นธรรมกับผม เพราะขณะนี้กำลังเร่งรัดให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.)และหลายกระทรวงเตรียมนำเอาที่ดินที่เรียกกลับมาทำการจัดสรรให้ประชาชนในทุกพื้นที่ หรือเกือบทุกจังหวัดที่เรามีที่ดินเพียงพอ โดยจัดให้ในลักษณะให้เช่าและใช้ประโยชน์ แต่ออกโฉนดไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย หากทุกคนคิดเอาไปใช้ค้ำประกัน เดี๋ยวก็หลุดอีกวันหน้า เพราะที่ดินเหล่านี้ไม่ได้หามาได้ง่ายๆหรือมีมากนัก เมื่อให้แล้วต้องอยู่กับตัว รวมถึงที่ดินส.ป.ก.4-01 หากผู้ที่ได้รับไปไม่นำไปทำประโยชน์ทางการเกษตรเรียกคืนหมด แต่ของเราไม่ยอมกัน อยากให้ยอมกันเพื่อให้คนรุ่นหลังมีที่ดินทำกิน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พันไปกันทั้งหมด ทุกอย่างต้องมีหลักการและเหตุผล และมีกฎหมาย เพื่อให้แก้ปัญหาได้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53916</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดสรรที่ดินทำกิน, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รุกป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c455e2d782f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
