<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039; ฟ้อง &#039;ดร.อานนท์-บุญเกื้อ&#039; หมิ่นรุกป่าสงวน เรียกค่าเสียหายอิงตัวเลข 2475</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2564 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นโจทก์ฟ้อง นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรการวิเคราะห์ธุรกิจและวิทยาการข้อมูลคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 เรียกค่าเสียหาย 24,062,475 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้โจทก์ฟ้องสรุปได้ว่า จำเลยใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Arnond Sakworawich มีผู้ติดตามไม่น้อยกว่า 74,000 คน เมื่อวันที่ 5 มี.ค.เวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมาย กล่าวคือ จำเลยได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;รู้ว่าเป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติลงนามรับรู้แต่ก็ยังซื้อขายมาเป็นของตนเอง นี่จงใจทำผิดกฎหมายโดยเจตนาเลย คดีนี้ควรต้องเข้าคุกนะครับ ทำผิดโดยเจตนาตั้งใจโกงที่แผ่นดิน มาเป็นสมบัติส่วนตัว ถือเป็นการโกงชาติ คนโกงชาติคนโกงแผ่นดินขนาดนี้เหรอครับ ที่จะบอกว่าให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิรูปตัวเองไม่ให้โกงชาติโกงแผ่นดินเสียก่อนเถิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุคคลทั่วไปที่ได้เห็น ได้อ่านข้อความทั้งหมดประกอบกันย่อมเข้าใจได้ว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี กระทำความผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง คดโกงเอาที่ดินที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติมาเป็นของตนเองโดยทุจริต มีนิสัยเลวทราม ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว โจทก์ไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การโพสต์ข้อความดังกล่าวของจำเลยลงในพื้นที่สาธารณะบนโลกออนไลน์ ถือเป็นการใส่ความโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จต่อบุคคลที่สามและประชาชน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เกียรติยศทางทำมาหาได้ ฐานะทางสังคมและครอบครัว เนื่องจากโจทก์เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจ อันเป็นการหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ จึงขอใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งเป็นเงินจำนวน 24,062,475 บาท ให้ลบหรือหยุดเผยแพร์โพสต์หรือประกาศข้อความอันเป็นเท็จที่เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ กับให้ลงประกาศโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ และเว็บไซต์และหรือแอพพลิเคชั่นเพซบุ๊กของจำเลย เป็นเวลาติดต่อกัน 7 วัน เหตุเกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังยื่นฟ้อง ศาลรับคำฟ้องไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ อ.077/2564 เพื่อไต่สวนมูลฟ้องว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้แล้ว นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยังได้ยื่นฟ้องนายบุญเกื้อ ปุสสเทโว ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยภักดี&amp;nbsp;เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 เรียกค่าเสียหาย 3 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;บุญเกื้อ ปุสสเทโว&amp;quot; โพสต์ข้อความหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ ลักษณะเป็นบทสนทนาระหว่างมารดากับโจทก์ ทำนองว่าโจทก์ได้รับการปลูกฝังให้ล้มล้างสถาบันกษัตริย์ ซึ่งความจริงโจทก์ไม่เคยมีความคิดและพฤติการณ์ดังกล่าวเลย นอกจากนี้ จำเลยยังได้ตัดต่อภาพของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาโจทก์แขวนป้ายที่บริเวณคอว่า &amp;quot;เจ้าของป่าสงวนแห่งชาติ&amp;quot; ทำให้โจทก็ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง เป็นการใส่ความโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จโดยการโฆษณา เหตุเกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักรไทย ขอให้ศาลสั่งและบังคับจำเลยให้ลบหรือหยุดเผยแพร์โพสต์หรือประกาศข้อความอันเป็นเท็จในเว็บไซต์และเฟซบุ๊กของจำเลย กับให้ลงประกาศโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ 4 ฉบับ เว็บไซต์หรือเฟซบุ๊กของจำเลย เป็นเวลาติดต่อกัน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังยื่นฟ้อง ศาลรับคำฟ้องไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ อ.868/2564 เพื่อไต่สวนมูลฟ้องว่าจะประทับรับฟ้องคดีหรือไม่ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99024</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, รุกป่าสงวน, หมิ่นประมาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062fa92868f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกรุกป่าพ่นพิษ ศาลสั่ง‘ปารีณา’ หยุดปฏิบัติหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลฎีการับคำร้อง ป.ป.ช. คดี &amp;quot;ปารีณา ไกรคุปต์&amp;quot; รุกป่าสงวนฯ ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา ด้าน &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; น้อมรับคำสั่งศาล ยันพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แกนนำ พปชร.เชื่อ ส.ส.ปารีณากำลังใจดี&amp;nbsp; มั่นใจหายไป 1 เสียงไม่กระทบการทำงานในสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกา สนามหลวง วันที่ 25 มีนาคม ศาลอ่านคำสั่งในคดี คมจ.1/2564 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กรณีถูกดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในจังหวัดราชบุรี อันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ป.ป.ช.ผู้ร้องมาศาล น.ส.ปารีณาผู้คัดค้านไม่มาศาล ได้ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก่อนมีคำสั่ง และขอให้เลื่อนการมีคำสั่งในวันนี้ออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในชั้นนี้เป็นการพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ กรณีไม่มีเหตุต้องไต่สวนข้อเท็จจริงและเลื่อนฟังคำสั่งออกไปก่อนตามคำร้องของผู้คัดค้าน ส่วนที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 24 มี.ค.2564 โต้แย้งว่า ป.ป.ช.ไต่สวนโดยไม่ชอบ การกระทำของผู้คัดค้านไม่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และตามคำร้องฉบับลงวันที่ 25 มี.ค. ว่าผู้คัดค้านได้ส่งมอบที่ดินคืนให้แก่สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน ผู้คัดค้านจึงมิได้เป็นผู้กระทำความผิดนั้น เป็นปัญหาที่ต้องว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา อ่านคำสั่งให้ผู้ร้องทราบแล้ว นัดพิจารณาครั้งแรกหรือไต่สวนพยานผู้ร้อง ในวันที่ 30 เม.ย.2564 เวลา 09.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องว่า หากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้อง เนื่องจากผู้คัดค้านไม่สามารถให้คุณหรือโทษแก่บุคคลใดๆ และไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงหรือดำเนินการใดๆ เพื่อให้ข้อเท็จจริงคดีนี้เปลี่ยนแปลงไป ขอให้ผู้คัดค้านยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 23 มี.ค.2564 นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำร้องของผู้คัดค้านยังไม่มีเหตุเพียงพอให้ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ตามที่ผู้คัดค้านร้องขอ ให้ยกคำร้อง เนื่องจากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว และมิได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 235 วรรคสาม บัญญัติให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ หมายส่งสำเนาคำร้องและคำสั่งให้ผู้คัดค้านทราบ ให้ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านภายใน 14 วัน นับแต่วันรับคำร้อง และมีหนังสือขอให้ศาลที่ผู้คัดค้านมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาล ดำเนินการจัดส่งแทนการส่งหมาย ถ้าไม่มีผู้รับหรือไม่สามารถทำได้ ให้ปิดหมายและให้มีผลใช้ได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ปารีณาเปิดเผยภายหลังศาลฎีกามีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ว่า ขอน้อมรับคำสั่งศาล และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และมั่นใจในระบบกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ น.ส.ปารีณาได้ลงรูปภาพตนเองบนเฟซบุ๊ก โดยไม่มีการโพสต์ข้อความใดๆ ประกอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า &amp;quot;ทราบแล้ว&amp;quot; เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวจะกระทบกับรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า เป็นเรื่องของศาล ตนไม่ขอก้าวล่วง ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ให้กำลังใจ น.ส.ปารีณาอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่เป็นไรหรอก เขากำลังใจดีอยู่แล้ว เมื่อถามว่าเสียงพรรค พปชร.หายไปหนึ่งเสียง จะกระทบการทำงานหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ถามอะไรก็ไม่รู้ เป็นเรื่องของตน สื่อไม่เกี่ยว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า ขณะนี้ในพรรคยังไม่มีการพูดคุยกัน ซึ่งหากเป็นจริง ตนคิดว่าต้องรอดูเหตุการณ์ว่าจะเป็นอย่างไรในส่วนนี้ แต่ส่วนตัวก็รู้สึกผิดหวังไปกับ น.ส.ปารีณาที่ต้องโดนตัดสิทธิ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมในฐานะเลขาธิการพรรค ก็เป็นห่วงเป็นกังวล ในฐานะที่ทำงานร่วมกันมา ซึ่ง น.ส.ปารีณาก็เป็นสมาชิกของเราคนหนึ่ง เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราก็ต้องรู้สึกผิดหวังเป็นธรรมดา แต่สิ่งหนึ่งในส่วนของพรรคก็ต้องมีการดำเนินกิจกรรมหลายๆ อย่าง โดยต้องมาดูว่าเราจะสามารถคิดอ่านอย่างไรต่อไป ซึ่งก็ต้องเป็นภาพรวมของพรรค โดยต้องมีการหารือในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคอีกครั้งหนึ่ง แต่สำหรับผมในฐานะที่เป็นเลขาธิการพรรค ก็ต้องรู้สึกเสียใจกับ น.ส.ปารีณา&amp;quot; นายอนุชากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่เสียงของรัฐบาลขาดไปหนึ่งเสียง จะทำให้มีผลกระทบอะไรในการทำงานสภาหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ไม่มีหรอก เพราะเราก็เพิ่งผ่านการเลือกตั้งมา เสียงที่เรามีอยู่ตอนนี้ค่อนข้างที่จะมีความมั่นคง ซึ่งเรื่องของเสียงไม่สำคัญเท่ากับการเสียเพื่อนไปคนหนึ่งที่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เท่านั้นเอง เรื่องเสียงในสภาไม่ใช่ประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารกรุงเทพใต้ ขณะที่ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ พร้อมพวกผู้ต้องหาแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร เดินทางมารายงานตัวตามที่อัยการนัดฟังคำสั่งคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี ภายหลังทราบข่าว น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ถูกศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ มวลชนต่างพากันดีใจด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97314</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., ปารีณา ไกรคุปต์, ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง, รุกป่าสงวน, ศาลฎีการับคำร้อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หยุดปฏิบัติหน้าที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c96f9025ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯตรวจโผครม.2/4 เอ๋ลุ้น7วันยุติปฏิบัติหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เอ๋-ปารีณา&amp;quot; ชีวิตต้องลุ้น สู้ยิบตา ไม่ให้โดนหยุดปฏิบัติหน้าที่ อดเข้าสภา-ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี หลัง ป.ป.ช. ยื่นคำร้องถึงศาลฎีกาฯ ตั้งข้อหาทำผิดจริยธรรมร้ายแรงฐานรุกป่าสงวน ประเดิมเป็นนักการเมืองคนแรก โผ ครม.บิ๊กตู่ 2/4 ยังไม่นิ่ง ปชป. ไม่เอาแล้ว ดีลแลกกระทรวงกับภูมิใจไทย สุดท้ายโยนนายกฯ เคาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ศาลฎีกา สนามหลวง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี&amp;nbsp; พรรคพลังประชารัฐ กรณีถูกดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ภายหลังจาก ป.ป.ช.มีมติชี้มูลเรื่องดังกล่าว 9 เสียง เห็นชอบตามความเห็นชอบของคณะกรรมการไต่สวนว่า การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยกระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ พ.ศ.2561 จึงเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำร้องของ ป.ป.ช.ดังกล่าว มีเนื้อหาโดยสรุปว่า ป.ป.ช. ผู้ร้อง ได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวหา น.ส.ปารีณา ผู้คัดค้าน ยึดถือครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 และหรือ ส.ป.ก. โดยไม่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด อันส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่และหรือขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ประกอบกับผู้คัดค้านได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้อง กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2562 ว่ามีทรัพย์สินเป็นที่ดินประเภท ภ.บ.ท.5 จำนวน 29 แปลง อยู่ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งผู้ร้องได้มีมติการประชุมครั้งที่ 35/2563 วันที่ 12 มี.ค.2563 พิจารณาเรื่องรายงานผลการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้คัดค้าน กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.และกรณีมีเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบที่ดิน ภ.บ.ท.5 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องระบุอีกว่า นอกจากนี้ การที่ผู้คัดค้านได้รับโอนสิทธิเข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน เพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ จำนวน 29 แปลง เนื้อที่ 853 ไร่ 75 ตารางวา ในขณะดำรงตำแหน่ง ส.ส. โดยที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินและเป็นพื้นที่ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ จึงมีมติให้ดำเนินการไต่สวนเรื่อง ซึ่งจากการไต่สวนข้อเท็จจริงมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนว่าข้อกล่าวหามีมูล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้อง ป.ป.ช.ยังระบุอีกว่า การที่ผู้คัดค้านครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐดังกล่าว เป็นการยึดถือครอบครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และยังถูกหน่วยงานของรัฐ ร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดทางอาญาฐานบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และตาม พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษทางอาญา อันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดิน สิ่งแวดล้อม หรือประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ที่มีลักษณะขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวมหรือประโยชน์สาธารณะ และมีลักษณะเป็นความผิดร้ายแรงก่อให้เกิดความร้ายแรง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ถูกบุกรุกทำลาย&amp;nbsp; โดยคำนวณค่าเสียหายเป็นตัวเงิน จำนวน 36,224,791 บาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่ง ส.ส. ต้องดำรงไว้ซึ่งมาตรฐานจริยธรรม โดยจะต้องไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม การกระทำดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ส.ส. เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ เหตุเกิดระหว่างวันที่ 25 พ.ค.-12 ธ.ค.2562 ท้องที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี&amp;quot; คำร้องระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้อง ป.ป.ช.ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่ง 1.ให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ นับแต่วันที่ศาลฎีกาประทับรับฟ้องจนกว่าจะมีคำพิพากษา 2.ให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้าน และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง ป.ป.ช.ยื่นคำร้องแล้ว ศาลฎีกาบันทึกคำร้องของ ป.ป.ช.ไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ คมจ.1/2564 โดยหลังจากนี้ศาลฎีกาจะกำหนดวันนัดฟังคำสั่งชั้นรับคำร้องว่าจะรับหรือไม่รับคดีนี้ต่อไป ภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่รับคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขั้นตอนนั้น หากองค์คณะพิจารณาพิพากษามีคำสั่งในชั้นรับคำร้องแล้วให้รับคำร้อง จึงจะส่งสำนวนคำร้องของ ป.ป.ช. ให้ผู้คัดค้านทราบ รวมทั้งทำหนังสือแจ้งคำสั่งรับคำร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และกำหนดวันนัดพิจารณาครั้งแรก ซึ่งระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 บัญญัติไว้ด้วยว่า เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องแล้วผู้คัดค้านจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และให้ศาลแจ้งคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ
ปชป.ไม่เอาด้วยแลกกระทรวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงความคืบหน้าเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีว่า วันนี้ได้รายชื่อมาครบทั้งหมดแล้ว อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง จากนั้นจะดำเนินการให้จบสิ้นโดยเร็ว โดยแต่ละพรรคได้เสนอเข้ามาแล้ว แต่จะอยู่กระทรวงไหนก็เป็นเรื่องของตนที่จะตัดสินใจตามความเหมาะสม โดยรับฟังข้อคิดเห็นจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วย เพราะเราต้องไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สัปดาห์นี้จะได้เห็น ครม.ชุดใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;ก็จะครบขั้นตอนเมื่อมีการถวายสัตย์ฯ เดี๋ยวสื่อก็รู้ก่อนอยู่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์? กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ได้ส่งรายชื่อในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งรายชื่อเป็นไปตามมติของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรค จากนี้เป็นดุลพินิจของนายกฯ ที่จะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ ได้คุยกับนายกฯ เพื่อทบทวนแล้ว และนายกฯ ได้แจ้งให้ไปดำเนินการ ซึ่งพรรค ปชป.ได้ไปดำเนินการจนได้ตัวบุคคลมาแล้ว จากนี้เป็นขั้นตอนที่นายกฯ จะดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐแล้วหรือไม่ ถึงการสลับเก้าอี้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยฯ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องสลับกระทรวงได้ให้ความเห็นเบื้องต้นส่วนตัวไปกับนายกฯ ว่าถ้าเป็นไปตามเดิมจะดีที่สุด แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลพินิจนายกฯ เพราะต้องเคารพในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาลได้แจ้งไปแล้วว่าเป็นกระทรวงเดิมที่เป็นอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากเป็นการสลับให้พรรคเดียวดูกระทรวงเดียวจริงจะอธิบายกับประชาชนอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่ได้อธิบายกับนายกฯ ไปว่าหากเป็นไปตามเดิมจะดีที่สุด เพราะการผสมผสานระหว่างพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลทำงานในกระทรวงเดียวกันสามารถบริหารจัดการ และทำงานได้เป็นอย่างดี เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จากพรรคภูมิใจไทยก็ช่วยงานตนเป็นอย่างดี เราทำงานกันไม่ได้มีปัญหาอะไร ทำงานร่วมกันได้ด้วยดี แต่ทั้งหมดอยู่ที่ดุลพินิจของนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแจ้งว่าก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้นำดอกไม้พร้อมกับเป็นตัวแทนกล่าวอวยพร พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะมีอายุครบ 67 ปี ในวันที่ 21 มี.ค. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิด โดย พล.อ.ประวิตรได้อวยพรขอให้นายกฯ มีสุขภาพแข็งแรง จากนั้นบรรดาคณะรัฐมนตรีนำดอกไม้มามอบให้กับนายกฯ บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.ยังแจ้งอีกว่า ในช่วงของการพักเบรก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินเข้าไปหา พล.อ.ประยุทธ์ในห้อง เพื่อพูดคุยถึงเรื่องการสลับเก้าอี้ รมช.ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ก่อนหน้านี้มีการตกลงกันว่าจะสลับกระทรวงกัน แต่เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน นายจุรินทร์ระบุว่าไม่มีการสลับกระทรวงกันแล้ว จากนั้นได้ให้คนมาตามนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ที่มีข่าวว่าจะถูกสลับไปเป็น รมช.คมนาคมเข้าไปพบในห้อง โดยใช้เวลาหารือประมาณ 10 นาที โดยพรรคภูมิใจไทยให้เป็นอำนาจนายกฯ ในการตัดสินใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงเช้าก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์กรณีรายชื่อรัฐมนตรี โดยเมื่อสื่อถามถึงความเหมาะสมของนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรค พปชร. ที่มีข่าวว่าจะไปเป็น รมว.ดิจิทัลฯ พล.อ.ประวิตรได้ตอบว่า นายชัยวุฒิจบวิศวะจุฬาฯปริญญาโท พร้อมถามสื่อว่าคุณจบอะไร คุณจบมหาวิทยาลัยราชภัฏหรือ ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่า จบปริญญาโท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พล.อ.ประวิตรกล่าวต่อว่า แล้วจะเอาอย่างไง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประวิตรได้ขอชี้แจงประเด็นมหาวิทยาลัยราชภัฏว่า &amp;ldquo;ไม่ว่าจะจบราชภัฏหรือจบที่ไหน ทุกคนก็มีความสามารถด้วยกันทั้งนั้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกระแสดรามาเรื่องนี้ว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะบูลลี่ เพราะไม่ว่าจะจบราชภัฏหรือจบที่ไหนก็มีความสามารถด้วยกันทั้งนั้น ที่ถามสื่อแบบนั้นเพราะจะบอกแบบนั้น ต่างสถาบันก็สามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่งในอาชีพเดียวกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังกล่าวถึงกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นยุบพรรคพลังประชารัฐว่า อยากยื่นก็ยื่นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะกระทบความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวยืนยันว่า &amp;ldquo;ไม่มีๆ ไม่มีหรอก เป็นเรื่องของคนคนเดียว ที่ไม่มีความคิด&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96285</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง, ปรับ ครม., ปารีณา ไกรคุปต์, ผิดจริยธรรมร้ายแรง, รุกป่าสงวน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_6050c6d90fe8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แม่ธนาธร’โดนอีกดอก ป่าไม้ร้องปปง.ยึด440ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;rdquo; แม่ธนาธรโดนอีกดอก กรมป่าไม้จัดเต็มฟ้อง ปปง.รุกป่าสงวน 440 ไร่ เข้าข่ายความผิดมูลฐาน ต้องยึดคืนให้ตกเป็นของแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ สำนักข่าวอิศราได้ออกรายงานเรื่อง &amp;ldquo;อีกคดี! กรมป่าไม้ส่ง ปปง.สอบ &amp;lsquo;สมพร&amp;rsquo; ถือครอง น.ส.2-ภ.บ.ท.5 รุกป่า 440 ไร่&amp;rdquo; โดยมีเนื้อหาน่าสนใจว่า คดีครอบครอง น.ส.3 ก. จำนวน 60 ฉบับ เนื้อที่ 2,154-3-82 ไร่ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ ที่มีชื่อนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ, น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวไกล ซึ่งนายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งหนังสือถึงอธิบดีกรมที่ดินขอให้พิจารณาเนินการเพิกถอน น.ส.3 ก. ทั้ง 60 ฉบับแล้ว ล่าสุดการถือครองที่ดิน น.ส.2 จํานวน 7 แปลง เนื้อที่ 250-0-00 ไร่ และ ภ.บ.ท.5 จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 90 ไร่ รวมทั้งสิ้น 8 แปลงเนื้อที่ เนื้อที่ 440 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ท้องที่หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 14 ต.รางบัว และหมู่ที่ 3 ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี กรมป่าไม้ได้ส่งเรื่องให้ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินคดีในฐานกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (15)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอิศรายังระบุถึงเนื้อหาหนังสือฉบับลงวันที่ 28 ม.ค.2564 ที่กรมป่าไม้ส่งถึงเลขาธิการ ปปง. สรุปสาระสำคัญว่า คณะเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ลงพื้นที่ตรวจสอบตรวจพบที่ดินแปลงดังกล่าว พบมีการแสดงเอกสารสิทธิในที่ดิน 8 แปลง ประกอบด้วย น.ส.2 จํานวน 7 แปลง เนื้อที่ 250-0-00 ไร่ และ ภ.บ.ท.5 จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 90 ไร่ ที่ดินทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี (พ.ศ.2527) ซ้อนทับกับเขตปฏิรูปที่ดินของสํานักปฏิรูปที่ดิน (พ.ศ.2554) และซ้อนทับกับเขตป่าไม้ถาวร ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมายเลข 85 (พ.ศ.2512) ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าหลักฐานการมอบอํานาจให้นางอรสา เศรษฐปราโมทย์ นําชี้และมอบที่ดิน น.ส.2 ให้จัดทําป่าชุมชน ตรวจสอบร่องรอยการทําประโยชน์ พบการทําแปลงยูคาลิปตัส และหลักฐานการชําระภาษีบํารุงท้องที่ 3 ฉบับ ประจําปี 2553-2556 ปรากฏชื่อนางสมพรเป็นผู้ชําระภาษีบํารุงท้องที่ จึงสันนิษฐานได้ว่านางสมพรครอบครองที่ดิน น.ส.2 และ ภ.บ.ท.5 จํานวน 8 แปลง เนื้อที่ 440 ไร่ การกระทําของนางสมพรจึงเป็นการกระทําผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2584 มาตรา 54 ประกอบมาตรา 72 ตรี, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ประกอบมาตรา 31, ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97 ซึ่งได้แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทําดังกล่าวข้างต้นยังถือเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (15) จึงขอส่งเอกสารหลักฐานมาเพื่อพิจารณาดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ และขอได้โปรดมอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริงในพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ได้มอบนายคม ศรีสวัสดิ์ ผู้อํานวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) เป็นผู้ประสาน&amp;rdquo;
สำหรับมูลฐานความผิดในมาตรา 3 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ที่จะถูกยึดให้ตกเป็นของแผ่นดินนั้น จะมีทั้งสิ้น 21 ข้อ โดยข้อ 15 นั้นจะเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ ยึดถือ หรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติหรือกระบวนการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันมีลักษณะเป็นการค้า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96066</URL_LINK>
                <HASHTAG>440 ไร่, กรมป่าไม้, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปปง., ยึดคืนให้ตกเป็นของแผ่นดิน, รุกป่าสงวน, สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e18bd2b844.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครอบครัวทอนรุกป่า ป่าไม้แจ้ง ความ‘แม่-พี่สาว-ธนาธร’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กรมป่าไม้แจ้งความดำเนินคดีครอบครัว &amp;quot;จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;quot; ทั้ง &amp;quot;สมพร-ชนาพรรณ-ธนาธร&amp;rdquo; รุกป่าสงวนฯ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี 2.1 พันไร่ ระบุออก นส.3 ก. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 60 แปลง เป็นชื่อ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; 2 ฉบับ เนื้อที่ 81 ไร่ พ่วงเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐอีก 5 ราย พร้อมเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง 147 ล้าน เผยการซื้อขายมีบันทึกถ้อยคำ &amp;quot;ทราบอยู่แล้วที่ดินดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และอาจมีการเพิกถอนเอกสารสิทธิในวันข้างหน้า&amp;quot; แต่ก็ยังมีการยืนยันจะซื้อขายต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) วันที่ 4 กุมภาพันธ์&amp;nbsp; พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส., นายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้, นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ร่วมกันแถลงแจ้งความเพิ่มเติมนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ, น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ใช้เอกสารที่ออกโดยมิชอบมาครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี จำนวน 2,154-3-82 ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอดิศรกล่าวว่า กรมป่าไม้ได้ขยายผลสืบสวนสอบสวนต่อเนื่องจากข้อมูลเดิมที่ได้ดำเนินการไว้ กรณีที่ดินของนางสมพร หลังจากที่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปทส.ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.2563 ที่ผ่านมา พบว่ายังมีการนำเอกสารสิทธิที่ดินประเภท นส.3 ก ที่เป็นเอกสารที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกจำนวนมาก ของนางสมพร, น.ส.ชนาพรรณ และนายธนาธร อีกจำนวนไม่น้อยกว่า 60 ฉบับ รวมเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 2,000 ไร่ นำมายึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่ จ.ราชบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชีวะภาพกล่าวว่า ผลการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ที่มีการครอบครองทำประโยชน์อยู่ในท้องที่ ต.รางบัว ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็นพื้นที่ต่อเนื่องขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณไม่ต่ำกว่า 3,000 ไร่เศษ มีการใช้ประโยชน์โดยปลูกยูคาลิปตัสต่อเนื่องทั้งพื้นที่ สืบทราบมีการจ้างเฝ้าดูแลพื้นที่โดยกลุ่มบุคคลในพื้นที่ เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.ด่านท่าตะโก สืบสวนสอบสวนพบว่าพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมดถูกครอบครองโดยใช้เอกสารสิทธิประเภท นส.3 ก ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 60 ฉบับ และตรวจสอบพบผู้ครอบครอง นส.3 ก คือ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 53 ฉบับ เนื้อที่ 1,940-3-93 ไร่ เป็นของ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 5 ฉบับ เนื้อที่ 132-0-22 ไร่ และของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 2 ฉบับ เนื้อที่ 81-3-67 ไร่ รวมเนื้อที่ 2,154-3-82 ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเอกสารทั้ง 60 ฉบับ ออกโดยไม่มีหลักฐานเดิม (ส.ค.1) เป็นการเดินสำรวจออกเมื่อปี 2521 ก่อนประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี 2527 แต่พื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศเป็นเขตป่าไม้ถาวรหมายเลข 85 เมื่อปี 2512 หรือก่อนที่จะมีการออกเอกสาร นส.3 ก ทั้ง 60 ฉบับ จึงเป็นเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อตรวจสอบโดยละเอียดพบว่า ปรากฏชื่อผู้ครอบครอง 3 รายคือ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ, น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นำเอกสารนำเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนำมายึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เป็นการกระทำให้เกิดความเสื่อมเสีย เสียหายต่อพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่ภาครัฐทั้งเจ้าพนักงานที่ดินและเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองที่ได้ร่วมกันออกเอกสารสิทธิที่ดิน นส.3 ก ทั้ง 60 แปลง เนื้อที่ 2,154-3-82 ไร่ ประกอบด้วย นายวานิภพ ธรรมวิเศษ เป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์สอบสวน นายรวม ชลิตโกมุท เป็นผู้ช่วยผู้กำกับภาคสนาม นายไพโรจน์ รัตนวิสาลนนท์ เป็นผู้ควบคุมสาย นายโกศล ลักษิตานนท์ เป็นผู้ลงนามเห็นควรออก นส.3 ก นายเฉลิมวงศ์ สรรพศิริ ปลัดอำเภอ ทำการแทนนายอำเภอจอมบึง เป็นผู้ลงนามคำสั่งให้ออกเอกสาร นส.3 ก ตั้งแต่ช่วงปี 2521
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วตามรายละเอียดข้างต้น จึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่เชื่อได้ว่าเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507, พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ประมวลกฎหมายที่ดินตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 และประมวลกฎหมายอาญากับนางสมพร, น.ส.ชนาพรรณ, นายธนาธร และเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันกระทำความผิดอีก 5 คน รวมทั้งฟ้องแพ่ง จำนวน 147,063,223.15 บาทด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการตรวจสอบพบบันทึกการซื้อขายที่ดินดังกล่าวระหว่างเจ้าหน้าที่ที่ดินกับผู้ซื้อขาย มีการบันทึกถ้อยคำว่า ข้าพเจ้ารับทราบอยู่แล้วที่ดินดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และอาจมีการเพิกถอนเอกสารสิทธิในวันข้างหน้า แต่ก็ยังมีการยืนยันจะซื้อขายต่อ จึงเป็นการเจตนายืนยันครอบครองที่ดินโดยมิชอบ และเป็นหลักฐานสำคัญในการแจ้งความดำเนินคดีครั้งนี้&amp;quot; นายชีวะภาพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.พิทักษ์กล่าวว่า ความคืบหน้าคดีที่กรมป่าไม้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนางสมพรเมื่อปลายปี 2563 โดยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งต้องใช้ความละเอียดรอบคอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนในคดีล่าสุด กรมป่าไม้มีหลักฐานชัดเจนว่าบุคคลทั้ง 3 คนกระทำความผิด รวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมที่ดินอีก 5 คน โดย บก.ปทส.จะรับเรื่องไว้ ส่วนฝ่ายที่ถูกกล่าวหาเราก็ให้ความเป็นธรรมสามารถมาแสดงหลักฐานได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นมารดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า&amp;nbsp; ส่วน น.ส.ชนาพรรณ เป็นพี่สาวของนายธนาธร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92023</URL_LINK>
                <HASHTAG>2.1 พันไร่, กรมป่าไม้, จึงรุ่งเรืองกิจ, นส.3 ก., รุกป่าสงวน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ชอบด้วยกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210204/image_big_601c03f51b961.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรมป่าไม้&#039; แจ้งจับ &#039;แม่-พี่สาว-ธนาธร&#039; รุกป่าสงวนราชบุรี 2 พันไร่ เรียกค่าเสียหาย 147 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.64 -&amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) วันที่ 4 กุมพาพันธ์ นายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วย นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ร่วมกันแถลงแจ้งความเพิ่มเติมนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ใช้เอกสารที่ออกโดยมิชอบมาครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี จำนวน 2,154-3-82 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอดิศร กล่าวว่า กรมป่าไม้ได้ขยายผลสืบสวน สอบสวนต่อเนื่องจากข้อมูลเดิมที่ได้ดำเนินการไว้ กรณีที่ดินของนางสมพร หลังจากที่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปทส. ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.2563 ที่ผ่านมา พบว่า ยังมีการนำเอกสารสิทธิที่ดินประเภท นส.3 ก ที่เป็นเอกสารที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกจำนวนมากของนางสมพร&amp;nbsp;น.ส.ชนาพรรณ และ นายธนาธร&amp;nbsp;อีกจำนวนไม่น้อยกว่า 60 ฉบับ รวมเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 2,000 ไร่ นำมายึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่ จ.ราชบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชีวะภาพ&amp;nbsp;กล่าวว่า ผลการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ที่มีการครอบครองทำประโยชน์ อยู่ในท้องที่ ต.รางบัว ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็นพื้นที่ต่อเนื่องขนาดใหญ่เนื้อที่ประมาณไม่ต่ำกว่า 3 พันไร่เศษ มีการใช้ประโยชน์โดยปลูกยูคาลิปตัสต่อเนื่องทั้งพื้นที่ สืบทราบมีการจ้างเฝ้าดูแลพื้นที่โดยกลุ่มบุคคลในพื้นที่ เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.ด่านท่าตะโก สืบสวนสอบสวนพบว่าพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมดถูกครอบครองโดยใช้เอกสารสิทธิประเภท นส.3 ก ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 60 ฉบับ และตรวจสอบพบผู้ครอบครอง นส.3 ก คือ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 53 ฉบับ เนื้อที่ 1,940-3-93 ไร่ เป็นของ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 5 ฉบับ เนื้อที่ 132-0-22 ไร่ และของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 2 ฉบับ เนื้อที่ 81-3-67 ไร่ รวมเนื้อที่ 2,154-3-82 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเอกสารทั้ง 60 ฉบับ ออกโดยไม่มีหลักฐานเดิม (ส.ค.1) เป็นการเดินสำรวจออกเมื่อปี 2521 ก่อนประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี 2527 แต่พื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศเป็นเขตป่าไม้ถาวรหมายเลข 85 เมื่อปี 2512 หรือก่อนที่จะมีการออกเอกสาร นส.3 ก ทั้ง 60 ฉบับ จึงเป็นเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชีวะภาพ&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า เมื่อตรวจสอบโดยละเอียด พบว่าปรากฏชื่อผู้ครอบครอง 3 ราย คือ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นำเอกสารนำเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนำมายึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เป็นการกระทำให้เกิดความเสื่อมเสีย เสียหายต่อพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่ภาครัฐทั้งเจ้าพนักงานที่ดินและเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองที่ได้ร่วมกันออกเอกสารสิทธิที่ดิน นส.3 ก ทั้ง 60 แปลงเนื้อที่ 2,154-3-82 ไร่ ประกอบด้วย นายวานิภพ ธรรมวิเศษ เป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์สอบสวน นายรวม ชลิตโกมุท เป็นผู้ช่วยผู้กำกับภาคสนาม นายไพโรจน์ รัตนวิสาลนนท์ เป็นผู้ควบคุมสาย นายโกศล ลักษิตานนท์ เป็นผู้ลงนามเห็นควรออก นส.3 ก นายเฉลิมวงศ์ สรรพศิริ ปลัดอำเภอ ทำการแทนนายอำเภอจอมบึง เป็นผู้ลงนามคำสั่งให้ออกเอกสาร นส.3 ก ตั้งแต่ช่วงปี 2521&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วตามรายละเอียดข้างต้นจึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่เชื่อได้ว่า เป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ประมวลกฎหมายที่ดินตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และประมวลกฎหมายอาญากับนางสมพร น.ส.ชนาพรรณ นายธนาธร และเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันกระทำความผิดอีก 5 คน รวมทั้งฟ้องแพ่ง จำนวน 147,063,223.15 บาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการตรวจสอบพบบันทึกการซื้อขายที่ดินดังกล่าว ระหว่างเจ้าหน้าที่ที่ดินกับผู้ซื้อขาย มีการบันทึกถ้อยคำว่า ข้าพเจ้ารับทราบอยู่แล้วที่ดินดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และอาจมีการเพิกถอนเอกสารสิทธิในวันข้างหน้า แต่ก็ยังมีการยืนยันจะซื้อขายต่อ จึงเป็นการเจตนายืนยันครอบครอบที่ดินโดยมิชอบ และเป็นหลักฐานสำคัญในการแจ้งความดำเนินคดีครั้งนี้&amp;quot;นายชีวะภาพ&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91999</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, รุกป่าสงวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201023/image_big_5f929e6c489d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมป่าไม้-พนง.สอบสวนเร่งหาหลักฐาน มัดฟาร์มจระเข้&#039;พี่ชายปารีณา&#039;รุกป่าสงวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีนายวีระ สมความคิด แจ้งความดำเนินนายสีหนาท ไกรคุปต์ พี่ชาย น.ส.ปารีณา ไกลคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่ดินทำฟาร์มจระเข้อาจเข้าข่ายบุกรุกที่ป่าสงวน ว่า กรณีของนายสีหนาทถ้านับตามเอกสารที่กรมป่าไม้มี คือหลักฐานครอบครองสัตว์คุ้มครองที่อยู่ในการเพาะเลี้ยง แต่เอกสารเกี่ยวกับโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในพื้นที่เรายังหาไม่ได้ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่กรมป่าไม้กำลังทำงานพร้อมกับพนักงานสอบสวน เพื่อหาเอกสารหลักฐานให้ได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวและสิ่งปลูกสร้างเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลใด เมื่อทราบแล้วว่าเป็นของใครพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขณะที่กรมป่าไม้จะแจ้งความตามกฏหมายเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลักฐานที่มีตอนนี้คือใบครอบครองจระเข้อยู่ภายใต้ชื่อของนายสีหนาท แต่ยังไม่สามารถใช้มาเป็นหลักฐานในการกล่าวอ้างได้ว่าโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็นของบุคคลคนเดียวกัน ต้องมีหลักฐานก่อน ยืนยันว่ากรมป่าไม้และพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามกฏหมายหากมีเอกสาร ที่ผ่านมาทั้งกรมป่าไม้และพนักงานสอบสวนพูดคุยประสานงานกันอยู่ตลอด เพื่อหาหลักฐานว่าพื้นที่และกรรมสิทธิ์โรงเรือนเป็นของบุคคลใด&amp;rdquo;นายวราวุธ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58020</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, พี่ชายปารีณา, ฟาร์มจระเข้, รุกป่าสงวน, วราวุธ ศิลปอาชา, สีหนาท ไกรคุปต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e53561e6d58e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
