<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุติธรรมมุกดาหารยื่นอัยการขอสืบพยานล่วงหน้า คดีแก๊งครูโฉดรุมโทรมนักเรียน ป้องกันข่มขู่วิ่งเต้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.63 - นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด อธิบายข้อกฎหมายในคดีครูและศิษย์เก่าร่วมกันล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงนักเรียนชั้น ม.2 และ ม.4 ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร เกี่ยวกับการสืบพยานล่วงหน้า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 237 ทวิ ประกอบ 172 ตรี ว่า คดีนี้ตนได้รับเเจ้งจากนายธีระศักดิ์ พลอยเพชร อัยการจังหวัดมุกดาหาร ว่าคดีนี้ทางสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร ได้มอบหมายให้มีอัยการไปร่วมสอบสวนปากคำผู้เสียหาย เนื่องจากผู้เสียหายในคดีนี้เป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ซึ่งการสอบปากคำจะต้องกระทำต่อหน้าพนักงานอัยการ, นักจิตวิทยา, นักสังคมสงเคราะห์ และผู้ที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนไว้ใจ กับพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการสืบพยานล่วงหน้านั้น ทางยุติธรรมจังหวัดมุกดาหารได้มีการประสานเบื้องต้นมายังอัยการจังหวัดมุกดาหารเรียบร้อยแล้ว ว่าจะมีการยื่นคำขอให้อัยการยื่นศาลขอสืบพยานล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 237 ทวิ ซึ่งตามกฎหมายดังกล่าว เมื่อพนักงานอัยการได้รับคำร้องจากพนักงานสอบสวนหรือผู้เสียหายขอให้สืบพยานล่วงหน้าก่อนที่จะมีการฟ้องคดี อัยการก็จะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าเข้าเงื่อนไขที่จะยื่นขอศาลสืบพยานล่วงหน้าหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 237 ทวิ มีอยู่ 5 ข้อ คือ 1.พยานจะเดินทางไปต่างประเทศ เช่นกรณีที่พยานเป็นนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างประเทศที่จะเดินทางกลับประเทศ&amp;nbsp; 2.พยานมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.พยานซึ่งมีที่อยู่ไกลจากศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดี ซึ่งในปัจจุบันกรณีเเบบนี้จะไม่เป็นปัญหาเพราะจะมีวิธีการสืบพยานผ่านจอภาพได้ แต่กฎหมายยังเขียนไว้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.กรณีที่พยานที่จะนำเข้าสืบจะเป็นการยากที่จะนำเข้าสืบภายหลังหากมีการฟ้องคดี ยกตัวอย่างเช่น พยานที่เห็นเหตุการณ์เป็นโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง ซึ่งอาจจะไม่สามารถเบิกความได้ หรือเสียชีวิตก่อนหากมีการฟ้องคดีในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.กรณีที่หากไม่นำพยานเข้าสืบพยานอาจจะถูกยุ่งเหยิงจากผู้กระทำความผิดไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่นกรณีครู, อาจารย์ ตกเป็นผู้ต้องหาข่มขืนลูกศิษย์ ได้รับการประกันตัว มีโอกาสที่จะไปข่มขู่หรือวิ่งเต้นกับผู้เสียหายหรือคนในชุมชน กรณีอย่างนี้จึงต้องรีบสืบพยานไว้ล่วงหน้า โดยกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ 1 ใน 5 ข้อนี้ สามารถให้อัยการยื่นศาลขอสืบพยานล่วงหน้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางปฏิบัติหากอัยการได้รับคำร้องจากพนักงานสอบสวน, ผู้เสียหาย และเข้าเกณฑ์เงื่อนไขการสืบพยานล่วงหน้า ทางพนักงานอัยการจะยื่นคำร้องต่อศาลในท้องที่ที่เกิดเหตุ โดยระบุรายละเอียดการกล่าวหาอย่างย่อให้ศาลได้ทราบ เเละอ้างเหตุตามกฎหมาย 1 ใน 5 ข้อที่กล่าวข้างต้น เมื่อศาลพิจารณาแล้วเข้าเงื่อนไข กฎหมายเขียนไว้ว่าศาลจะต้องสั่งสืบพยานล่วงหน้าทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในกรณีที่มีผู้ต้องหา ศาลจะสอบถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีทนายความ ศาลจะมีคำสั่งแต่งตั้งทนายความให้ เพื่อให้มีทนายความคอยซักค้านในการสืบพยานล่วงหน้าไม่ให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบกัน แต่ในกรณีฉุกเฉินที่ไม่สามารถตั้งทนายความได้ทัน กฎหมายก็ให้อำนาจศาลในการถามพยานแทนผู้ต้องหาได้ด้วย เพื่อให้เกิดความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย เมื่อสืบพยานล่วงหน้าเสร็จสิ้น ศาลก็จะอ่านผลการสืบพยานให้ผู้ต้องหาได้ทราบ หากมีการยื่นฟ้องภายหลังก็จะนำสิ่งที่สืบพยานไว้ล่วงหน้ามาร่วมพิจารณาได้ แต่หากสั่งไม่ฟ้องที่สืบล่วงหน้าไว้ก็ให้ทิ้งไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูหื่น, จังหวัดมุกดาหาร, ประยุทธ เพชรคุณ, รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด, รุมโทรมเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c657f78c34ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์ยืนจำคุก รุมโทรมเด็กหญิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุกกราวรูด 11 จำเลยร่วมกันรุมโทรมเด็กหญิงวัย 14 ปีที่บ้านเกาะแรด พร้อมให้ชดใช้อีก 6 ล้านแก่ผู้เสียหาย เผยจำเลยตายไปแล้ว 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันที่ 14 มกราคมนี้ ที่ศาลจังหวัดพังงา ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันรุมโทรมข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่บ้านเกาะแรด ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เมื่อปี 2559 ได้เดินทางมาที่ศาลพร้อมกับทนายความและญาติๆ เพื่อฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 หลังจากศาลจังหวัดพังงาได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2562 เนื่องจากมีจำเลยตาย 1 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจำเลยในคดีนี้มีทั้งสิ้น 11 คน ประกอบด้วย นายวรชิต หรืออิฉา คงบุตร ที่ 1, นายชาติชาย หรือเล็ก ศรีรัตน์ ที่ 2, นายบุญพจน์ หรืออาหลี นนทรี ที่ 3, นายเฉลิม หรือหว๋าบ๋ำ สามีน ที่ 4, นายสุชีพ หรือบังเดช สุเมน ที่ 5, นายธวัชชัย หรือยูนุส เถาว์กู ที่ 6, นายณัฐวุฒิ หรือกาหรีม บุตรน้อย ที่ 7, นายกีรติ หรืออาหมาด สุเมน ที่ 8, นายสายัณห์ หรือย้อย สุเมน ที่ 9, นายรังสันต์ หรือฮาสัน ชายเลี้ยง ที่ 10 และนายนาวิก หรือหลี จารึก ที่ 11&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ต.ค.61 ว่าจำเลยทั้ง 11 คนมีความผิดในข้อหาร่วมกันรุมโทรม ข่มขืนกระทำชำเราหญิงสาวอายุไม่เกิน 15 ปี ที่มิใช่ภรรยาของตน และข้อหาบุกรุกเคหสถานในยามค่ำคืน รวมถึงข้อหาอื่นๆ ตัดสินจำคุกจำเลยที่ 1-7 ตลอดชีวิต นายกีรติ จำเลยที่ 8 จำคุก 45 ปี ส่วนนายสายัณห์ จำเลยที่ 9 และนายนาวิก จำเลยที่ 11 จำคุกคนละ 15 ปี นายรังสันต์ จำเลยที่ 10 จำคุก 20 ปี 4 เดือน พร้อมทั้งให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่ฝ่ายเด็กหญิงและมารดาอีกประมาณ 6 ล้านบาท โดยทางจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์การพิจารณาคดีต่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 จนมีการไต่สวนเพิ่มเติมและนัดฟังคำพิพากษาในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ศาลจังหวัดพังงาได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนตามศาลชั้นต้น และให้จำหน่ายนายสุชีพ หรือบังเดช สุเมน จำเลยที่ 5 ออกจากคดี เนื่องจากเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 จำเลยที่ 1, 2, 3 และ 6 ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดพังงา แต่ใช้วิธีฟังคำพิพากษาผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรรเพชร? ทิพย์?มณเทียร? ทนายความจิตอาสาของฝ่ายจำเลย? กล่าวว่า? หลังจากได้ฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แล้ว แม้ว่าผลจะไม่เป็นไปตามที่คาดหมายเอาไว้ แต่ก็ยอมรับ จากนี้ไปทางทีมทนายจิตอาสาและจำเลยเตรียมจะประกันตัวเพื่อต่อสู้ในศาลฎีกา ซึ่งเป็นศาลสูงสุดต่อไป เพราะยังมีอีกหลายประเด็นที่จะเป็นข้อต่อสู้ในชั้นฎีกา ส่วนสภาพจิตใจของจำเลยและครอบครัวนั้นมีสภาพที่โศกเศร้าเป็นอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด? 6?จำเลยที่มาฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์?ในวันนี้? ถูกควบคุมตัวไปคุมขังที่เรือนจำจังหวัดพังงาระหว่างรอการพิจารณาเรื่องการขอประกันตัวสู้คดี?ในชั้นฎีกา? ซึ่งทางศาลฎีกาจะพิจารณาภายในเวลา 3 วัน? โดยบรรยากาศในขณะที่รถบรรทุกผู้ต้องโทษของเรือนจำจังหวัด?พังงา?ผ่านกลุ่มญาติที่มารอส่งด้วยความเศร้าสร้อยกว่า 30?คน ก็มีการส่งเสียงตะโกนและโบกไม้โบกมือ? บอกว่าเจอกันที่ศาลในวันศุกร์นี้. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54561</URL_LINK>
                <HASHTAG>excitethaipost, บ้านเกาะแรด, พิพากษายืน, รุมโทรมเด็ก, ศาลอุทธรณ์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1dc3bcd7e0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
