<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกสธ.เผยแบบจำลองคณิตศาสตร์ใน3-4เดือนข้างหน้า หากไม่ล็อกดาวน์เข้มข้นอาจมีผู้ติดเชื้อเกิน4หมื่นคนต่อวัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
31 ก.ค.64- นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกรวง (รก.11) &amp;nbsp;และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เผยแพร่บทความเรื่อง ความจริง &amp;hellip;โควิด 19 วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2564&amp;hellip;สถานการณ์ มาตรการ การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ และเร่งฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) สถานการณ์โรคโควิด 19 ทั่วโลกกลับมาระบาดรุนแรงขึ้นอีกครั้ง สถานการณ์ประเทศไทยเริ่มทรงตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; มาตรการต่างๆ เพื่อลดการติดเชื้อและเสียชีวิต ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; กำกับนโยบายให้ยาฟาวิพิราเวียร์โดยเร็วที่สุด ซึ่ง 2 เดือนจากนี้จะมียาประมาณ 80 ล้านเม็ด จัดส่งไปสำรองที่ภูมิภาค เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาล และผู้ป่วยที่แยกกักตัวที่บ้านและชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; หน่วยปฏิบัติการเชิงรุกในชุมชน CCR Team ดูแลรักษาพยาบาล ตรวจคัดกรองด้วย Antigen Test Kit (ATK) ฉีดวัคซีนกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; กทม.ฉีดครอบคลุมแล้ว 61.67% เฉพาะผู้สูงอายุใน กทม.ฉีดแล้ว 70%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; เดือนสิงหาคมที่จะมีวัคซีนอีก 10 ล้านโดส จะปรับการจัดสรรให้ต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) การคาดการณ์สถานการณ์โรคโควิด 19 โดยใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ SEIR ใน 3-4 เดือนข้างหน้าหากไม่มีการล็อกดาวน์อย่างเข้มข้น &amp;hellip;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ผู้ติดเชื้อรายใหม่อาจเกิน 4 หมื่นรายต่อวัน สูงสุดวันที่ 14 กันยายน 2564 และเสียชีวิตมากกว่า 500 รายต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; หากมีมาตรการล็อกดาวน์ โดยผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายรวมถึงประชาชนให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ และระยะเวลานานขึ้นจะช่วยลดการติดเชื้อและผู้เสียชีวิตลงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; หากการล็อกดาวน์เข้มข้น ร่วมกับการค้นหาผู้ป่วยและฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยง จะยิ่งช่วยลดการติดเชื้อและเสียชีวิตลงได้อีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; มาตรการล็อกดาวน์ในช่วงต้นจะยังไม่เห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงมากนัก แต่จากนั้น 2-4 สัปดาห์จะเห็นผู้ติดเชื้อลดลงชัดเจน โดยจะมีการประเมินเป็นระยะและเสนอ ศบค.พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull;ล็อกพื้นที่ เพิ่มจังหวัด เวลาคงเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) กระจายวัคซีนเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; เน้นกลุ่มเสี่ยง 608 คือ&amp;nbsp;
- ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป&amp;nbsp;
- 7 โรคเรื้อรัง&amp;nbsp;
- หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์&amp;nbsp;
- อสม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; วัคซีนใช้เพื่อควบคุมการระบาด และในพื้นที่เป้าหมายพิเศษ พื้นที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ใช้สูตร SA คือ ซิโนแวคเข็มแรก เว้น 3 สัปดาห์ฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มที่สอง จะมีภูมิคุ้มกันขึ้นสูงใกล้เคียงแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม พบว่ามีความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- (แอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม ต้องใช้เวลาถึง 12 สัปดาห์ในการฉีดเข็มสอง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) วัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐอเมริกาบริจาค 1.5 ล้านโดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ขณะนี้อยู่ในคลังอุณหภูมิ -70 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; หลังผ่านการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; เริ่มส่งล็อตแรกไปหน่วยบริการวันที่ 5-6 สิงหาคม และเริ่มฉีดให้กลุ่มเป้าหมายได้วันที่ 9 สิงหาคม ประกอบด้วย &amp;hellip;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.1) บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ดูแลผู้ป่วยโควิด 19 ทั่วประเทศ เป็นเข็มกระตุ้น 7 แสนโดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.2) ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรังที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ใน 13 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (กทม. สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา สงขลา ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส) 645,000 โดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.3) คนต่างชาติในประเทศไทยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกับคนไทย รวมถึงคนไทยที่ต้องไปต่างประเทศและจำเป็นต้องฉีดวัคซีน เช่น นักเรียน นักศึกษา 1.5 แสนโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.4) การศึกษาวิจัย ติดตามมาตรการ 5 พันโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) การควบคุมโรคโควิด 19 และการรักษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; เน้นการตรวจด้วย ATK รู้ผลรวดเร็ว จัดระบบดูแลผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการที่บ้านและชุมชน โดยเชื่อมต่อกับสถานบริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ฉีดวัคซีนให้กลุ่มเปราะบางที่เข้าถึงบริการลำบาก และการให้ยารักษาอย่างรวดเร็วเพื่อลดอาการรุนแรงและเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; บุคลากรสาธารณสุขในภูมิภาคเข้ามาร่วมทีม CCR Team ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้ อย่างน้อย 50 ทีม ทีมละ 10 คน เพื่อทำงานเชิงรุกในชุมชนพื้นที่กทม. ร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. 69 แห่ง ตั้งเป้าหมายตรวจคัดกรองเชิงรุกได้ 4-5 แสนราย คาดว่าจะพบผู้ติดเชื้อนำเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างน้อย 7-8 หมื่นราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูล ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 30 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.facebook.com/100069005689508/posts/129943765982479/?d=n
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111713</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อ4หมื่นคนต่อวัน, รุ่งเรือง กิจผาติ, วัคซีน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6104b0922a619.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอเคลียร์ชัด! ทำไมฉีดวัคซีน &#039;แอสตร้าเซนเนก้า&#039; ต้องทิ้งระยะห่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.64 - เฟซบุ๊กเพจ ไทยรู้สู้โควิด โพสต์ข้อความของ นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง รก.11 หน้าสำนักวิชาการสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า... &amp;ldquo;ความจริง...เปรียบเทียบเหตุการณ์/อาการไม่พึงประสงค์ วัคซีน Sinovac กับ AstraZeneca ต่างกันชัดเจน แต่ทั้งคู่ มีความปลอดภัย และประสิทธิผล&amp;rdquo;...ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ในช่วงต้นการฉีดวัคซีน วัคซีนที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็น Sinovac และในผู้สูงอายุ จะใช้ AStraZeneca ขณะนี้การใช้วัคซีนส่วนใหญ่ จะเป็น AstraZeneca เป็นหลักและจะต้องมีการใช้ต่อไปอีกเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ผลการศึกษา การฉีดวัคซีนทั้ง 2 ชนิด ในทุกอายุตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- วัคซีน Sinovac มีอาการข้างเคียง น้อยกว่า AstraZeneca โดยเฉพาะในเรื่องไข้ ปวดบริเวณที่ฉีด อาการปวดเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่ ปวดศีรษะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- วัคซีน AstraZeneca จะพบว่าอายุน้อย มากกว่าผู้สูงอายุ และผู้หญิงจะมีอาการมากกว่าผู้ชาย ซึ่งเมื่อดูอาการข้างเคียงเปรียบเทียบกับวัคซีนที่ฉีดในต่างประเทศโดยเฉพาะวัคซีนในกลุ่ม mRNA แล้วไม่ต่างกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; วัคซีน Sinovac อาการข้างเคียงดังกล่าวน้อยกว่ามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ผู้ที่ฉีดวัคซีน AstraZeneca ถ้ามีไข้หรือปวดศีรษะ ท้องเสียอาเจียน ปวดเมื่อยตามตัว คล้ายไข้หวัดใหญ่ ถือเป็นอาการที่พบได้ หลังการฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ดังนั้น หลังฉีดเมื่อกลับไปถึงบ้านถ้ามีอาการดังกล่าว รับประทานยาพาราเซตามอลได้เลย ไม่ต้องรอให้ไข้ขึ้นสูง หรือปวดเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว และสามารถทานซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง อาการดังกล่าวจะอยู่ประมาณ 1-2 วัน ก็จะหายเป็นปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; กรณีอาการมาก เช่นไข้สูงติดต่อกันหลายวัน หรือสูงมาก ปวดศีรษะอย่างรุนแรง และรับประทานยาแล้วไม่หาย ก็ควรจะปรึกษาแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) ขอสร้างความเข้าใจ เพื่อจะได้ไม่เกิดวิตกกังวล ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนในกลุ่ม virus Vector หรือ mRNA วัคซีนจะมีอาการข้างเคียงได้มากกว่าวัคซีนชนิดเชื้อตาย ตามหลักฐานเชิงประจักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) ผลการศึกษาในการวิจัยทางคลินิก เดิมระยะห่างการให้วัคซีน AstraZeneca อยู่ที่ 4 สัปดาห์ เมื่อทำการศึกษาระยะที่ 3 ผู้ที่ได้รับวัคซีน 2 ครั้ง ห่างกันมากกว่า 6 สัปดาห์ ถึง 12 สัปดาห์ ได้ผลภูมิต้านทาน และประสิทธิภาพดีกว่าผู้ที่ได้รับห่างกันน้อยกว่า 6 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; การใช้จริงที่ประเทศอังกฤษ ในช่วงที่มีโรคระบาดมาก และวัคซีนไม่เพียงพอ อังกฤษจึงยืดระยะห่างของการให้วัคซีนเข็มที่ 2 ออกไปอีกถึง 16 สัปดาห์ เพื่อให้ประชากรส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนเข็มแรกให้มากที่สุด และได้ปูพรมเข็มแรกได้กว้างที่สุดเพื่อระงับการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ผลการศึกษาในสกอตแลนด์ พบว่า การให้ AstraZeneca เพียงเข็มเดียว มีประสิทธิภาพถึง 80% การให้เข็มที่ 2 จะเพิ่มประสิทธิภาพเป็น 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เห็นว่าเข็ม 2 เพิ่มประสิทธิภาพก็จริง ถ้าเปรียบเทียบกับการปูพรมเข็มแรกให้มากที่สุดแล้วค่อยเติมเข็ม 2 น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าในการควบคุมการระบาดของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; หลักของวัคซีน การทิ้งระยะห่าง ยิ่งห่างนาน ก็จะกระตุ้นภูมิต้านทานได้ดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นประเทศไทยอยู่ในช่วงการระบาดขาขึ้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ในการควบคุมโรคให้เร็วที่สุด จำเป็นที่จะต้องให้ AstraZeneca วัคซีนปูพรมในแนวกว้างให้มากที่สุดก่อน ต้องระดมทรัพยากรทั้งหมดรวมทั้งวัคซีนมาใช้ในการให้วัคซีนเข็มแรกภายใน 16 สัปดาห์ ประชากรส่วนใหญ่ทั้งประเทศก็จะได้วัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม แล้วค่อยไปเติมเข็มที่ 2 ภูมิจะสูงขึ้นและอยู่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ
ที่ปรึกษาระดับกระทรวง รก.11
หน้าสำนักวิชาการสาธารณสุข
และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106106</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, รุ่งเรือง กิจผาติ, วัคซีนโควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba9cf4e3722.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
