<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อเกาหลีเริ่มมีสันติภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อสัปดาห์ก่อนเห็นภาพผู้นำสองเกาหลี จับมือทักทาย และต่างเชิญชวนให้ข้ามเขตแดนซึ่งกันและกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นภาพที่บรรยายความรู้สึกไม่ถูก เพียงแต่รู้สึก &amp;quot;โล่ง เบา&amp;quot; ในใจ อย่างน้อยก็เป็นสัญญาณที่เห็นความสงบสุขเกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการปลดนิวเคลียร์พ้นคาบสมุทรเกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนหากติดตามความเห็นจากบรรดานานาประเทศทั่วโลก ต่างก็ร่วมแสดงความยินดีกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ แม้จะมีบางส่วนที่ยังไม่วางใจนัก เนื่องเพราะเกาหลีเหนือเคยมีประวัติฉีกข้อตกลงสันติภาพมาก่อน ทำให้นานาชาติยังอยู่ในอาการแบบดีใจไม่สุด และเฝ้าจับตาอยู่ห่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ภาพที่ออกมาก็สร้างความรู้สึกในเชิงบวกและผ่อนคลายลงมาก หลังจากมีความตึงเครียดมานานหลายปี นับตั้งแต่ผู้นำคิม จองอึน ขึ้นบริหารประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งเมื่อความตึงเครียดลดลงก็ย่อมจะเกิดสิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นมาแทน และคาดว่าภูมิภาคเอเชีย ภูมิภาคอาเซียน ก็จะได้รับอานิสงส์ในสิ่งดีๆ ไปด้วย เพราะเมื่อเกิดความสงบสุข วิถีชีวิตของคน และความมั่นใจในหลายๆ เรื่องก็จะเกิดขึ้นตามมา การค้าการลงทุนก็จะคับคั่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับประเทศไทยเอง พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เล่าถึงท่าทีในที่ประชุมสุดยอดอาเซียนต่อความสัมพันธ์เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ซึ่งภาพการจับมือระหว่าง 2 ผู้นำเกาหลี ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ผู้นำอาเซียน รวมทั้งนายกรัฐมนตรีของไทยอยากเห็นมานานแล้ว เพราะถือเป็นการหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี และที่ผ่านมาอาเซียนได้สนับสนุนมาโดยตลอด ดังนั้นการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการของผู้นำอาเซียนจะมีการแสดงความยินดี และความปรารถนาที่จะให้บรรยากาศแบบนี้มีไปอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นในทิศทางบวก เป็นประโยชน์ทั้งในภูมิภาคและเป็นประโยชน์ต่อโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บรรยากาศในคาบสมุทรเกาหลีที่ลดความตึงเครียดลง จะส่งผลถึงเสถียรภาพในภูมิภาค รวมทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียนที่มีความใกล้ชิดกับภูมิภาคเอเชียตะวันออก จึงถือว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการพลิกโฉมหน้าของประวัติศาสตร์ และยังเป็นการลดอุณหภูมิในภูมิภาคลง ส่งผลต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจอาเซียนโดยตรง อย่างไรก็ตาม หวังว่าหากการประชุมสุดยอดเกาหลีมีทิศทางที่ดี จะส่งผลให้อาเซียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเกาหลีในภาพรวมได้มากยิ่งขึ้น ตามความตั้งใจว่าจะสร้างความเชื่อมโยงกับทุกประเทศ และทุกภูมิภาค&amp;rdquo; พล.ท.วีรชนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั้นก็ชัดเจนว่าหากการเจรจายังคงเป็นไปทางที่ดีขึ้น และเกาหลีเหนือจะหันมาปฏิรูปประเทศ โดยใช้เศรษฐกิจเป็นตัวนำ เชื่อว่าโลกจะเกิดประเทศน่าลงทุนแห่งใหม่ ที่มีนักลงทุนจับจ้องอย่างแน่นอน เนื่องเพราะค่าจ้างแรงงานยังไม่สูง คล้ายๆ กับในช่วงที่จีนหรือเมียนมาเปิดประเทศ ซึ่งบรรดานักลงทุน ต่างก็อยากจะเข้าไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเนื้อหาจะไปไกลถึงขั้นประกาศรวมประเทศหรือไม่&amp;nbsp; มองว่าประเด็นนี้น่าจะเกิดขึ้นได้ยาก เพราะตอนนี้ประชากรทั้งสองประเทศต่างก็มองกันเป็นคนละประเทศอยู่แล้ว การรวมกันน่าจะเพิ่มความซับซ้อนมากกว่า และคงต้องใช้เวลาในการปรับตัว เรียนรู้กันค่อนข้างนาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ย้อนกลับมาตั้งสมมติฐานว่า นานาชาติประกาศเลิกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแล้ว ทิศทางจะไปอย่างไร เชื่อว่าไทยเองก็คงจะไม่พลาดตลาดนี้เช่นกัน เพราะที่ผ่านมาไทยกับเกาหลีเหนือก็มีการค้าขายระหว่างกันมานานแล้ว และไทยเราก็ได้ดุลการค้าโดยตลอด โดยมูลค่าที่เคยเพิ่มสูงสุด คือ ในปี 2557 ที่มียอดส่งออกไปเกาหลีเหนือราวๆ 3,450 ล้านบาท&amp;nbsp; โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมและส่งออกไป (ข้อมูลปี 60) อาทิ เฟอร์นิเจอร์ และชิ้นส่วน รองเท้า เตาอบไมโครเวฟ&amp;nbsp; ยาง และข้าวสาลี อาหารสำเร็จรูป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จากนั้นยอดขายตกลง เพราะต้องทำตามมติสหประชาชาติ แต่หากมีมติปลดล็อกลงเมื่อไหร่ ก็ถือเป็นโอกาสของสินค้าไทยอีกครั้ง ที่เราจะมีคู่ค้าใหม่ และถ้าจินตนาการถึงเขาเปิดประเทศรับการลงทุน ก็จะเป็นอีกประเทศที่น่าสนใจ สำหรับการลงทุนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี และยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร แต่เมื่อมีภาพที่ชื่นมื่นแบบนี้ เราก็ได้หวังมองไปในทิศทางที่เป็นบวก. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8296</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ข้าวสาลี, ชิ้นส่วน รองเท้า, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, ยาง, รุ่งเรืองเฟอร์นิเจอร์, ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง, อาหารสำเร็จรูป, อาเซียน, เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้, เตาอบไมโครเวฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอสบี เฟอร์นิเจอร์ โชว์แผนมุ่งสร้างแบรนด์หวังสิ้นปีโต 10%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอสบี เฟอร์นิเจอร์ เล็งปี 61 ตลาดเฟอร์นิเจอร์กลับมาคึกคัก หลังผู้ประกอบการอสังหาฯทยอยส่งมอบคอนโดฯ เผยแผนโชว์กลยุทธ์หลักกระชับสัมพันธ์กลุ่มอินทีเรียดีไซน์ ล่าสุดจัดแคมเปญ&amp;rdquo;52 WEEKS OF DESIGN by SB DESIGN SQUARE&amp;rdquo;คาดสิ้นปีมียอดขาย 7,800 ล้านบาท โต 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย. 61 นางธัญญรักข์ ชวาลดิฐ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดเฟอร์นิเจอร์ในปี 2561 ว่า มีสัญญาณทางการตลาดที่ดีขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายต่างเริ่มมีการทยอยส่งมอบจำนวนยูนิตที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม เพราะปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยนไป นิยมอยู่คอนโดมิเนียมมากขึ้น รวมไปถึงมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาลเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาคธุรกิจตลาดเฟอร์นิเจอร์ไตรมาสแรกกลับมาคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ บริษัทมีกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจ โดยยังคงมุ่งสร้าง Designer Connect เน้นให้ความสำคัญกับการเข้าไปกระชับสัมพันธ์กับกลุ่มอินทีเรียดีไซน์เนอร์ ซึ่งแคมเปญแรกที่จะทำในปีนี้คือ 52 WEEKS OF DESIGN by SB DESIGN SQUARE โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือการนำเสนอผลงานการออกแบบของ Designer คนไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งบ้านให้กับลูกค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้บริษัทได้มีการนำเข้าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับลักชัวรี่จากต่างประเทศมากขึ้น เพื่อรองรับผู้บริโภคระดับกลางถึงบน ซึ่งเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ที่มีกำลังซื้อจริง อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้บริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ที่ประมาณ 7,800 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเติบโต 10% จากปีที่แล้ว โดยผลงานในช่วง 3 เดือนแรกที่ผ่านมาบริษัทมีอัตราการเติบโตเพิ่มมากขึ้นกว่า 5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7921</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธัญญรักข์ ชวาลดิฐ, ธุรกิจ, รุ่งเรืองเฟอร์นิเจอร์, เอสบี เฟอร์นิเจอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae18bf547ae7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ลุกลามรถอีก2คันเสียหายยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไฟไหม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังขอนแก่น ลุกลามไหม้รถยนต์2คันเสียหายทั้งหมด คาดไฟฟ้าลัดวงจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 29 มีนาคม พ.ต.ท.ดิเรกฤทธิ์ ปานเรือนแสน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานรุ่งเรืองเฟอร์นิเจอร์ ตั้งอยู่เลขที่ 13542 หมู่ที่ 1 กม.ที่ 16 ถ.แจ้งสนิท ต.หนองน้ำใส อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.บ้านไผ่ พร้อมทั้งระดมรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองบ้านไผ่ และพื้นที่ตำบลใกล้เคียงกว่า 10 คัน เข้าสกัดไฟที่โหมลุกไหม้อย่างโหมกระหน่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง โรงงานเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าวมีไม้เป็นวัสดุหลักจึงเป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดี เจ้าหน้าที่จึงเร่งระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดและควบคุมเพลิงไว้ในวงที่จำกัดและสามารถที่จะควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลา 1.30 ชั่วโมง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบความเสียหายของอาคารโรงงานทั้งหลัง อีกทั้งเปลวเพลิงยังคงลุกลามไหม้รถยนต์กระบะ 2 คัน และรถบรรทุก 6 ล้ออีก 2 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกาญจนา บ็อกแจ้ง อายุ 44 ปี เจ้าของโรงงาน กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่รวมกว่า 2 ไร่ ซึ่งจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ได้เผาอาคารส่วนจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์ของโรงงานทั้งหมด ทั้งโต๊ะ ตู้ เตียง และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆที่เตรียมไว้สำหรับจำหน่ายถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังคงมีรถยนต์กระบะ 2 คัน รถบรรทุก 6 ล้อสำหรับขนส่งเฟอร์นิเจอร์ 2 คัน ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมดเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.ดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สำหรับสาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากไฟฟ้าลัดวงจรเนื่องจากอาคารมีสภาพเก่า ซึ่งจะต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ขณะที่มูลค่าความเสียหายยังคงไม่สามารถที่จะประเมินเป็นมูลค่าได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6044</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, นางกาญจนา บ็อกแจ้ง, พ.ต.ท.ดิเรกฤทธิ์ ปานเรือนแสน, รุ่งเรืองเฟอร์นิเจอร์, สภ.บ้านไผ่, ไฟไหม้โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abc505f64b70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
