<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วีซ่า ปลื้ม 6 เดือน ยอดใช้จ่ายผ่ายบัตรโต10%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วีซ่า เดินหน้าขับเคลื่อนระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เผยครึ่งหลังปี 61 เตรียมเปิดตัวนวัตกรรม&amp;rdquo;คิวอาร์เพย์เม้นท์&amp;rdquo;หวังให้บริการแบบครบวงจร พร้อมโชว์ผลงาน 6 เดือน มียอดใช้จ่ายบัตรเติบโต 10% ล่าสุดเผยผลวิจัยประเทศไทยติดอันดับ 5 เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการ วีซ่า ประจำประเทศไทย เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 บริษัทมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าในระบบการชำระเงินผ่านทางคิวอาร์เพย์เม้นท์ อย่างไรก็ตามในปีนี้คาดว่าบริษัทโดยภาพรวมจะมีอัตราการเติบโตได้ในทิศทางที่ดี สำหรัลผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาบริษัทมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร วีซ่า โดยมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดบริษัทได้เผยผลวิจัยนักท่องเที่ยวมีการเดินทางท่องเที่ยวและมียอดการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น โดยผลสำรวจได้ศึกษาเกี่ยวเทรนด์และพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักเดินทางจาก 27 ประเทศทั่วโลก ซึ่งผลวิจัยระบุถึงสถิตินักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวเติบโตเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ด้วยขนาดและความสำคัยของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทย บริษัทจึงได้ทำการศึกษาเพื่อให้เข้าใจถึงพฤติกรรมและรูปแบบการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่ผ่านมา จากสถิติตัวเลขการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก ระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเจริญเติบโตให้แก่เศรษฐกิจโลกในปี 2560 ที่มีมูลค่ามากกว่า 272 ล้านล้านบาท หรือมากกว่า 10.4% ของจีดีพีโลก ขณะที่อุตสาหกรรมในประเทศไทยมีมูลค่าการท่องเที่ยกว่า 3.2 ล้านล้านบาท หรือ หรือ 21.2% ของจีดีพีในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มเป็น 7.4% ภายในปี 2561 นอกจากนี้จากสถิติยังระบุอีกว่าประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและติดอันดับอันดับ 5 ของเอเชียแปซิฟิก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12799</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิวอาร์เพย์เม้นท์, นักท่องเที่ยว, รูดบัตร, วีซ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3dd60f782c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดฉาก! คลังแจกโชคล้านบัตรเดบิต ปลื้มกระตุ้นยอดใช้พุ่ง 62.1%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปิดฉาก! คลังแจกโชคล้านบัตรเดบิต ปลื้มกระตุ้นยอดผู้ใช้บัตรพุ่ง 62.1% ปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้น 38.3% มูลค่าธุรกรรมทะลักแตะ 1.48 แสนล้านบาท พร้อมเร่งติดตั้งเครื่องอีดีซี หลังประชาชนใช้บริการคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 61 ๐ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิตครั้งที่ 12 ซึ่งถือเป็นครั้งสุดท้าย นับเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (อีเพย์เม้นต์) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้บัตรเดบิตและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทนเงินสด รวมถึงส่งเสริมให้ร้านค้าติดตั้งเครื่องชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางการรับชำระเงินด้วยบัตรเดบิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ใช้บัตรและร้านค้าขนาดเล็กที่ติดตั้งเครื่องอีดีซี จะได้รับรางวัลทุกเดือน อย่างละ 1 ล้านบาท มาเป็นเวลา 12 เดือน โดยกระทรวงการคลังจะไม่ต่ออายุมาตรการนี้ออกไปอีก เพราะมาตรการที่ดำเนินมาได้กระตุ้นให้มีผู้ใช้บัตรเดบิต และยอดเงินผ่านเดบิตเพิ่มขึ้นสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนมีมาตรการจับรางวัลบัตรเดบิตมีผู้ใช้บัตรเพียง 10 ล้านใบ แต่ล่าสุดเดือนเม.ย. 2561 มีผู้ใช้บัตรเดบิตเพิ่มขึ้นเป็น 62.1 ล้านใบ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 11.2% ประกอบกับธุรกรรมตลอดโครงการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีปริมาณธุรกรรมทั้งสิ้น 80.2 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 38.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนดำเนินโครงการ และมูลค่าธุรกรรมรวม 1.48 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;rdquo; นายประสงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แม้โครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิตได้สิ้นสุดลง แต่ประโยชน์จากการรับจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสด ทั้งในการลดต้นทุนการบริหารจัดการ การเพิ่มความรวดเร็ว ปลอดภัยในการชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวมยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสดต่อไป รวมถึงให้ธนาคารพาณิชย์ช่วยส่งเสริมการใช้บัตรเดบิตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการติดตั้งเครื่องอีดีซี ตอนนี้ติดตั้งไปแล้ว 2 แสนเครื่อง โดยมีการเพิ่มเป้าหมายจะติดตั้งให้ได้ 5 แสนเครื่อง เนื่องจากมีร้านค้าเข้าโครงการร้านธงฟ้าเพื่อรับบัตรสวัสดิการภาครัฐจากผู้มีรายได้น้อยมาซื้อของได้ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าอีกจำนวนมากที่มีเครื่องอีดีซีอยู่แล้ว แต่ต้องการติดเพิ่มเนื่องจากมีลูกค้ามาใช้บริการมาก ทำให้การชำระเงินไม่ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนของการติดตั้งเครื่องอีดีซีภาครัฐ ขณะนี้ได้ดำเนินการไปหมดแล้ว 1.8 หมื่นเครื่อง โดยการชำระเงินต่าง ๆ ต้องทำผ่านบัตรเดบิต ไม่สามารถรับเงินสดได้อีกต่อไป เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และลดปัญหาการรั่วไหลเงินของรัฐบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10387</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, บัตรเดบิต, ประสงค์ พูนธเนศ, ปลัดกระทรวงการคลัง, รูดบัตร, อีเพย์เมนต์, เครื่องอีดีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad612ed4d523.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ไล่ออกร้านธงฟ้าเก็บค่ารูดบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;ตามเจอตัวแล้ว &amp;ldquo;ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ&amp;rdquo; ขึ้นป้ายเก็บค่ารูดบัตร 5% พบอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ไล่ออก พร้อมยึดคืนเครื่องรูดบัตร ย้ำทุกร้านต้องทำตามเงื่อนไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค.61-นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า &amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจสอบพบร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่มีการขึ้นป้ายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อซื้อสินค้าแล้ว โดยเป็นร้านที่ตั้งอยู่ใน ต.ยางฮอม อ.ขุนตาล จ.เชียงราย ชื่อ &amp;ldquo;นงคราญการค้า&amp;rdquo; ซึ่งจากการที่พาณิชย์จังหวัดได้เข้าไปตรวจสอบ ทางเจ้าของร้านได้แจ้งว่าเป็นการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และยอมรับว่าได้ติดป้ายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวจริง และได้ปลดป้ายลงเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ทางเจ้าของร้านยอมรับว่าได้กระทำผิดหลักเกณฑ์ตามประกาศของกรมการค้าภายใน เรื่องการเข้าร่วมโครงการ และได้ขอลาออกจากการเข้าร่วมโครงการ รวมทั้งได้คืนเครื่องรูดบัตร EDC แล้ว โดยได้คืนเครื่องที่ผู้แทนกระทรวงการคลังเชียงราย และแจ้งลาออกจากโครงการที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย&amp;rdquo;นายวิชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัยกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มีการติดตามและตรวจสอบร้านค้าธงฟ้าประชารัฐอย่างใกล้ชิดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ เพราะตั้งใจที่จะให้ร้านค้าเป็นทางเลือกในการซื้อสินค้าราคาประหยัด เพื่อลดค่าครองชีพให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยหากพบว่าร้านค้าใดกระทำผิดเงื่อนไข ก็จะปลดออกจากการเข้าร่วมโครงการ และยึดเครื่องรูดบัตรคืนทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น เพราะถือเป็นการเอาเปรียบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8512</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธงฟ้า, ประชารัฐ, พาณิชย์, รูดบัตร, ร้านค้า, ร้านค้าธงฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae18fd45a66c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
