<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2025 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงกม.ป้องกันโดนดูดเงินจากบัญชี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; รู้ปัญหาเรื่องเงินบัตรเครดิตและเดบิตของประชาชนถูกโกงแล้ว สั่งเร่งแก้ปัญหาด่วน &amp;ldquo;ชัยวัฒน์&amp;rdquo; ลั่นเตรียมชงกฎหมายเข้มให้ผู้ค้าและผู้ซื้อต้องลงทะเบียน พร้อมให้แสดงตัวตน 2 &amp;nbsp;ครั้งก่อนโอนเงิน &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; เสนอสารพัดวิธีป้องกัน &amp;ldquo;พล.ต.ท.กรไชย&amp;rdquo; &amp;nbsp;แจงเสียหายแล้ว 4 หมื่นคน ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณีลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตและเดบิตจำนวนมากประสบปัญหาการทำรายการชำระเงินโดยที่ไม่ได้ทำธุรกรรมด้วยตนเอง แม้จำนวนเงินที่หักจะไม่สูง แต่มีจำนวนหลายรายการติดๆ กันนั้น นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรับทราบเรื่องแล้ว และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวว่า ได้ประสานไปยังนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทยแล้ว ซึ่งประธานสมาคมธนาคารไทยแจ้งว่าทีมของสมาคมกำลังร่วมประชุมกับทีมตรวจสอบการทุจริตฉ้อโกงเกี่ยวกับระบบธนาคาร และชมรมผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งล่าสุดสมาคมธนาคารไทยและธนาคารแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;(ธปท.) ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงแล้วว่า ไม่ได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากธนาคาร แต่เป็นรายการที่เกิดจากการทําธุรกรรมชําระค่าสินค้าและบริการกับร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ และไม่ใช่แอปดูดเงินตามที่ปรากฏเป็นข่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม &amp;nbsp;กล่าวว่า ดีอีเอสกำลังร่างกฎหมายเตรียมส่งเข้าให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่อคุ้มครองประชาชนในการซื้อขายออนไลน์ โดยจะให้ทุกร้านค้าที่ประกอบการทำธุรกิจออนไลน์เข้ามาจดแจ้ง โดยให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ข้อบังคับ เช่น ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องมีการยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันการเอาข้อมูลไปตัดบัญชีโดยที่เจ้าของบัญชีไม่ได้เป็นผู้ทำธุรกรรมนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายลูกของพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;
&amp;ldquo;กระบวนการที่เราดำเนินการอยู่ เช่นจะให้มีการยืนยันตัวตน การมีตัวแทนในไทยที่รับผิดชอบต่อประชาชน มาตรการโอนเงินต้องมีระบบยืนยันตัวตน 2 ชั้น เป็นต้น ป้องกันไม่ให้ถูกหักเงินจากบัญชีโดยเจ้าของไม่รู้ตัว และให้ความคุ้มครองประชาชน&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าวและว่า ผู้เสียหายจากการถูกหักเงินผ่านบัญชีอัตโนมัติโดยไม่ได้ให้ความยินยอมนั้น &amp;nbsp;เชื่อว่าจะได้รับเงินคืนจากธนาคารแน่นอน แต่หากมีข้อติดขัดในการประสานงานกับธนาคารผู้ออกบัตรสามารถแจ้งมาที่ ETDA ผ่านสายด่วน 1212 เว็บไซต์ https://www.1212occ.com หรือ &amp;nbsp;email: 1212@mdes.go.th เพื่อจะช่วยประสานงานให้ต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ขอให้ผู้เสียหายแจ้งไปยังธนาคารเพื่ออายัดบัตรและปฏิเสธการชำระเงินค่าบริการทางออนไลน์ และทำการตรวจสอบรายการเดินบัญชี รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถเดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในทุกพื้นที่ใกล้บ้าน สำหรับวิธีป้องกันนั้น 1.ควรหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมที่ไม่น่าเชื่อถือผ่านทางออนไลน์ที่ต้องแจ้งข้อมูลด้านหน้าบัตรและรหัส 3 ตัวที่อยู่ด้านหลังบัตร 2.ควรนำแผ่นสติกเกอร์ทึบแสงปิดรหัส 3 ตัวด้านหลังบัตร หรือจดรหัส 3 ตัวดังกล่าวเก็บเอาไว้ &amp;nbsp;แล้วใช้กระดาษทรายลบตัวเลขรหัสดังกล่าวออกจากด้านหลังบัตร 3.ระวังการหลอกลวงให้กรอกข้อมูลบัตรเพื่อจ่ายเงินค่าภาษีของเว็บไปรษณีย์ไทยปลอม 4.ควรหลีกเลี่ยงการกดลิงก์ที่มีการส่งมาทางอีเมล &amp;nbsp;SMS หรือสื่อสังคมออนไลน์ &amp;nbsp;และ 5.หากต้องการเข้าไปที่เว็บไซต์ใด &amp;nbsp;ขอให้พิมพ์ชื่อเว็บด้วยตัวเอง เพื่อป้องกันเข้าไปสู่เว็บไซต์ปลอมที่มีความแนบเนียนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การกระทำดังกล่าวนอกจากซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว ยังเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/5 &amp;nbsp;ผู้ใดใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี &amp;nbsp;หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือความผิดตามกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประชาชนที่พบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดสามารถแจ้งไปยัง Call Center หมายเลขโทรศัพท์ &amp;nbsp;191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;rdquo; พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวและว่า ขณะนี้มีประชาชนหลายพื้นที่ทยอยเข้าแจ้งความทั้งกับสถานีตำรวจพื้นที่ และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ขอให้คำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยทำได้ 2 วิธีการหลัก คือ วิธีทางออนไลน์และวิธีทางออฟไลน์ โดยวิธีทางออนไลน์นั้นคือ ไม่ผูกบัตรเครดิต/เดบิตกับเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ แต่หากจำเป็นต้องนำบัตรเครดิต/เดบิตไปผูกข้อมูล ควรกำหนดวงเงินของบัตรที่ทำการผูกข้อมูลให้น้อยที่สุดและเหมาะสมกับการใช้งาน ส่วนวิธีทางออฟไลน์ โดยการนำสติกเกอร์ หรือวัตถุอื่นๆ มาปิดบังหมายเลขหลังบัตรเครดิต (CVV) เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นรับรู้ และหมั่นตรวจสอบรายการธุรกรรมบัตรของตนอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;
ส่วน พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท.กล่าวว่า ตำรวจไซเบอร์ได้ร่วมประชุมกับสภาธนาคารไทยและ ธปท.เพื่อร่วมมือแก้ปัญหากรณีดังกล่าว เบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียหายประมาณ 4 หมื่นคน ยอดสูงสุด &amp;nbsp;2 แสนบาท มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งผู้เสียหายถูกถอนเงินครั้งละจำนวนไม่มากแต่หลายครั้ง เชื่อว่าคนร้ายไม่น่าจะก่อเหตุคนเดียว มาจากหลายกลุ่มและใช้วิธีหลายรูปแบบ โดยพฤติการณ์การก่อเหตุสันนิษฐานว่าอาจเกิดจาก 3 ลักษณะ คือ 1.เป็นการผูกบัญชีบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัญชีธนาคารเข้ากับแอปพลิเคชันต่างๆ &amp;nbsp;2.การส่ง SMS หลอกลวง ที่จะส่งลิงก์เข้ามือถือผู้เสียหาย และให้กรอกข้อมูลต่างๆ และ 3.การใช้บัตรเครดิตและบัตรเดบิตในชีวิตประจำวัน เช่น ชำระค่าสินค้าและบริการในห้าง หรือการเติมน้ำมัน อาจถูกพนักงานเก็บข้อมูลเลขหน้าบัตร 16 หลัก และเลข CVC หลังบัตร &amp;nbsp;3 ตัว&amp;nbsp;
&amp;ldquo;จากการตรวจสอบพฤติกรรมการดูดเงิน มักจะเป็นการดูดเงินจำนวนไม่กี่บาทแต่หลายๆ ยอด เพราะหากเป็นบัตรเดบิตมักไม่มีการส่ง &amp;nbsp;sms แจ้งเตือนให้ผู้เสียหายรู้ ซึ่งยอดเหล่านี้มักเกิดจากการชำระซื้อค่าไอเทมในเกม หรือซื้อโฆษณาออนไลน์ที่ไม่จำเป็นต้องส่งสินค้าให้ผู้ซื้อ &amp;nbsp;ซึ่งตำรวจจะหารือกับ ธปท.และกลุ่มผู้ค้าสินค้าออนไลน์ถึงมาตรการป้องกัน อาทิ อาจลงทะเบียนร้านค้าออนไลน์ หรืออาจปรับมาตรการแจ้งเตือนชำระสินค้าและบริการที่เป็นยอดน้อยๆ ไม่ถึงขั้นต่ำเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว&amp;rdquo; พล.ต.ท.กรไชยกล่าว
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล และผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความในพื้นที่กรุงเทพฯ เบื้องต้นจะให้แต่ละสถานีตำรวจรับแจ้งความไว้ &amp;nbsp;แต่หากมีผู้เสียหายจำนวนมากก็อาจพิจารณาตั้งคณะทำงานสอบสวนเป็นการเฉพาะอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค &amp;nbsp;สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) กล่าวว่า ธปท.และสมาคมธนาคารไทยควรเพิ่มมาตรการยืนยันตัวตนในการโอนเงินทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ส่วนกรณีผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบ ธนาคารผู้รับฝากเงินของผู้เสียหายควรต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในการแสดงความรับผิดชอบของธนาคารผู้รับฝากเงินเอง แต่หากธนาคารหรือสถาบันการเงินไม่คืนเงินหรือไม่ตอบสนองต่อการแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้บริโภคสามารถแจ้งเรื่องมาได้ที่ สอบ.ที่พร้อมจะเป็นตัวแทนของผู้บริโภคเข้าดำเนินการตามกฎหมายกับธนาคารโดยทันที โดยติดต่อได้ที่เบอร์ 08-1134-9216.&lt;/p&gt;copa747
finnivip
deltabet
nextgen999
wrc88
parallax168
bwvip5
ufa47
hotb3tflix
bean9
easyslot88s
s2kgame
seal789
naza5959
akin888
gachamax
ufar9
ufax7
kingtop11
route66slot
dimowinning
donki999
168godcat
allin99my
tkbrich

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120131</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนกร วังบุญคงชนะ, รู้ปัญหาเรื่องเงินบัตรเครดิตและเดบิตของประชาชนถูกโกงแล้ว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_613752f672877.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
