<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 20:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบแก๊งนายก ทต.พร้อมพวกจ้างวานลงขันฆ่า &#039;ทนายเหว่า&#039; ขวางผลประโยชน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.64 - ที่ห้องประชุม ภ.จว.ตรัง พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. พ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิกานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.อ.อรุณ กุลสิรวิชย์ รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.อ.อาคม บัวทอง รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง ได้ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่กำลังตำรวจกองปราบปราม กก.สส.ภ.จว.ตรัง และตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบปราม สนธิกำลังตำรวจ กก.สส.ภ.9 และ กก.สส.ภ.จว.ตรัง กว่า 100 นาย พร้อมอาวุธครบมือจัดแบ่งกำลัง นำหมายค้นและหมายจับทีมฆ่านายสมศักดิ์ อ่อนชื่นจิตร หรือทนายเหว่า อายุ 54 ปี นักเคลื่อนไหวร้องเรียนสิทธิ์ที่ดินทำกินพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันหมดสัมปทานจำนวน 638 ไร่เพื่อให้ชาวบ้านได้มีที่ทำกินที่ถูกยิงเสียชีวิต ภายในสวนยางพาราพื้นที่ หมู่ 10 บ้านห้วยคต ต.วังมะปราง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง เหตุเกิดเมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สันทัด ผบก.ภ.จว.ตรัง กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ได้เริ่มเมื่อช่วงเช้ามืดเวลา 06.00 น. วันที่ 18 พ.ค.64 ได้จู่โจมปิดล้อมก่อนเข้าตรวจสอบกว่า 10 เป้าหมายในหลายพื้นที่ จ.ตรัง โดยมีเป้าหมายสำคัญเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตรังจำนวน 3 ราย เลขที่ 125-127/2564 ลงวันที่ 17 พ.ค.64 และต่อมาในวันนี้ 18 พ.ค.64 ได้ขอหมายค้นจากศาล ก่อนจะทำการเข้าจับกุมได้แก่ นายชรินทร์รัฐฐ์ ครุฑธิราช หรือนายกชวน อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 หมู่ 7 ต.วังมะปรางเหนือ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง มีตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลวังวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง และยังเป็น กต.ตร.สภ.วังวิเศษ ในฐานกระทำความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นผู้ใช้จ้างวานผู้อื่นให้กระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลิมวุฒิ นกรู้รัก หรือใหญ่พัว อายุ 50 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 ต.เขาวิเศษ อยู่บ้านเลขที่ 40 ม.10 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง มีประวัติเพิ่งพ้นโทษมาประมาณ 2 ปี ในคดีก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงคนตายในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชจนถูกออกจากราชการ พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนขนาด .357 พร้อมเครื่องกระสุน ในฐานกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือไม่มีเหตุอันสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรัญญู เกื้อบุญส่ง หรือนิล อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 ม.1 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง มีประวัติเพิ่งพ้นโทษมา 2 ปี ในคดียาเสพติด และคดีอาวุธปืนสงคราม เอ็ม16 ในฐานกระทำความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดถูกจับกุมคาบ้านพักในขณะนอนหลับ และในส่วนเป้าหมายที่เหลือเป็นผู้ต้องสงสัย โดยเป็นบุคคลใกล้ชิดกับผู้ต้องหา คาดว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับคดี และนำมากันตัวไว้เป็นพยาน โดยได้เชิญตัวทั้งหมดมาทำการสอบสวนอย่างเคร่งเครียด ที่ กก.สส.ภ.จว.ตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สันทัด ผบก.ภ.จว.ตรัง กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายชรินทร์รัฐฐ์ หรือนายกชวน และนายเฉลิมวุฒิ หรือใหญ่พัว ทั้งสองยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายศรัญญู หรือนิล ได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าเอง หากมีพยานหลักฐานว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องก็จะทำการจับกุมเพิ่มเติม คดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ เกี่ยวข้องกับประชาชนส่วนใหญ่ ได้ทำการคัดค้านการประกันตัว ประจักษ์พยานหลักฐานที่นำมาสู่การจับกุมค่อนข้างจะสมบูรณ์ และบุคคลทั้ง 3กระทำผิดจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผลทางนิติวิทยาศาสตร์ในขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ สำหรับประเด็นการสังหารมาจากปมที่ผู้ตาย ซึ่งเป็นแกนนำเรียกร้องสิทธิที่ดินสวนปาล์มน้ำมันหมดสัมปทานเพื่อให้ชาวบ้านได้มีที่ดินทำกิน จนทำให้เข้าไปขัดขวางผลประโยชน์กับกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว หลังจากนี้ก็จะมีการจัดกำลังตำรวจเข้าไปดูแลชาวบ้านในพื้นที่เพื่อให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน นางวรรณา อ่อนชื่นจิตร อายุ 55 ปี ภรรยาทนายเหว่า นายชยานันท์ อ่อนชื่นจิตร อายุ 24 ปี ลูกผู้ตาย และชาวบ้านในพื้นที่กว่า 50 ชีวิตได้เดินทางมาที่ ภ.จว.ตรัง เพื่อขอบคุณตำรวจและให้กำลังใจพร้อมขอให้คัดค้านการประกันตัวเช่นเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103355</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, ทนายเหว่า, นายกเทศมนตรีตำบลวังวิเศษ, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, สภ.วังวิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a3b9cf5add4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งประหารชีวิต บรรยินฆ่าชูวงษ์ หลักฐานมัดแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหากาพย์เพื่อนฆ่าเพื่อน ศาลสั่งประหารชีวิต &amp;quot;บรรยิน&amp;quot; คดีสังหาร &amp;quot;เสี่ยชูวงษ์&amp;quot; บรรยายพยานหลักฐานยิบ ชี้ถูกตีด้วยของแข็ง ไม่ใช่อุบัติเหตุรถยนต์ ปกปิดปมปลอมเอกสารโอนหุ้น ด้าน &amp;quot;พี่สาวชูวงษ์&amp;quot; พอใจคำพิพากษา คุ้มค่ากับที่รอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 20 มกราคม 2564 ที่ศาลอาญาพระโขนง ถ.สรรพาวุธ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ 4915/2559 ที่นางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง ภรรยาของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระดับประเทศ กับพวก และพนักงานอัยการ ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1-5 ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ หลายสมัย เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) (7)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2558 นายชูวงษ์ อายุ 50 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์หรูยี่ห้อเลกซัสสีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กทม. ชนต้นไม้ มี พ.ต.ท.บรรยิน จำเลย เป็นคนขับ มีนายชูวงษ์นั่งข้างๆ โดยชนต้นไม้ริม ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ระหว่างซอย 48 กับซอย 50 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. เป็นเหตุให้นายชูวงษ์ถึงแก่ความตาย ซึ่งโจทก์มีพยานหลักฐานเชื่อได้ว่าจำเลยกับพวกร่วมกันฆาตกรรมอำพรางนายชูวงษ์ แต่ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลย ให้การปฏิเสธอ้างเป็นอุบัติเหตุ เหตุเกิดที่ ต.บางโฉลง กับ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และแขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องเกี่ยวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอ่านคำพิพากษาให้ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลย ฟังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยังตัวจำเลยที่เรือนจำบางขวาง ซึ่งจำเลยถูกจำคุกในคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นของนายชูวงษ์และคดีอุ้มฆ่าพี่ชายของผู้พิพากษา ขณะที่บรรยากาศในวันนี้ มีนางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาวของนายชูวงษ์, อัยการและทนายความโจทก์, นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ภรรยา และนายวรภัทร์ ตั้งภากรณ์ ลูกชายของ พ.ต.ท.บรรยิน พร้อมทีมทนายความเดินทางมาศาล โดยศาลอนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายภาพภายในห้องพิจารณาคดีก่อนเริ่มอ่านคำพิพากษาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษานานประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เสร็จสิ้นในเวลา 12.00 น. โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งห้าและจำเลยแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตรงบริเวณใกล้กับจุดที่รถยนต์ชนต้นไม้พบว่า จำเลยใช้ช่องทางเดินรถที่ 1 จากซ้ายและขับรถที่ความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งโจทก์ทั้งห้ายังมีกลุ่มพยานผู้เชี่ยวชาญผู้ทำการทดสอบการขับรถเบิกความยืนยันว่า จากการทดสอบพบว่าจำเลยใช้ความเร็วรถขณะชนทางเท้าและปะทะกับต้นไม้ที่ประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงเชื่อว่าขณะที่จำเลยหักเลี้ยวรถไปทางซ้ายและชนกับทางเท้าจำเลยใช้ความเร็วรถประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ พยานกลุ่มเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำสืบว่า เมื่อไปถึงจุดที่รถยนต์ชนต้นไม้ ผู้ตายไม่มีสัญญาณชีพแล้ว ไม่สามารถปั๊มหัวใจจนกลับมามีสัญญาณชีพได้ และม่านตาขยาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยานกลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนำสืบว่า จากการชันสูตรศพผู้ตาย พบบาดแผลบวมช้ำที่ศีรษะด้านหลังซ้ายพื้นที่ 8?6 เซนติเมตร บาดแผลถลอกบริเวณคาง กระดูกคอข้อที่ 6 และ 7 หัก และพบเศษเนื้อสัตว์และผักเต็มกระเพาะอาหาร และระบุสาเหตุการตายว่า เลือดออกใต้เยื้อหุ้มสมองชั้นใน สมองบวม จากการกระทบกระแทกของแข็ง ทั้งยังมีพยานกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการขับรถเบิกความว่า รถยนต์คันเกิดเหตุมีเบาะรองศีรษะ เมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่น่าส่งผลให้กระดูกคอข้อที่ 6 และ 7 หัก และมีความเห็นทำนองว่าสภาพบาดแผลที่พบอันเป็นสาเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายไม่สอดคล้องกับลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ตรวจพบเศษอาหารเต็มกระเพาะอาหารของผู้ตาย แสดงว่าผู้ตายถึงแก่ความตายหลังจากรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายประมาณครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง เมื่อจำเลยขับรถพาผู้ตายออกจากสนามกอล์ฟเมื่อเวลา 20.11 น. และเกิดเหตุรถยนต์ชนต้นไม้เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. จึงเป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จึงเชื่อว่าผู้ตายถึงแก่ความตายมาก่อนที่จะเกิดเหตุรถยนต์ชนต้นไม้ และบาดแผลบวมช้ำที่ศีรษะด้านหลังซ้ายของผู้ตาย กระดูกต้นคอผู้ตายข้อที่ 6 และ 7 หัก และรอยถลอกใต้คางของผู้ตาย ไม่ได้เกิดจากการที่รถยนต์ชนต้นไม้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจทก์ทั้งห้ายังมีพยานกลุ่มพนักงานสืบสวนสอบสวนเบิกความอีกว่า จำเลยร่วมกับผู้อื่นที่ไม่ทราบชื่อและจำนวนที่แน่นอนวางแผนฆ่าผู้ตาย โดยสร้างเรื่องราวว่าในวันเกิดเหตุผู้ตายมีนัดเล่นกอล์ฟกับจำเลยและผู้ใหญ่ที่ผู้ตายเคารพนับถือไว้ ผู้ตายจึงจำต้องไปเล่นกอล์ฟด้วยโดยไม่อาจปฏิเสธได้ หลังจากนั้นวางแผนอ้างว่าจะขับรถพาผู้ตายไปส่งที่บ้าน แต่กลับใช้โอกาสดังกล่าวร่วมกับพวกฆ่าผู้ตาย โดยใช้อาวุธที่เป็นวัตถุของแข็งไม่มีคมตีผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ณ บริเวณสถานที่ใดที่หนึ่งใน ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดที่ปรากฏข้อมูลการใช้สัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยจากเสาส่งสัญญาณบางโฉลงใน 1 และเสาซอยรัตนราช ที่ห่างกันเพียงประมาณ 1 กิโลเมตร และห่างจากสนามกอล์ฟประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นเวลานานถึง 37 นาที และอำพรางคดีว่าสาเหตุการตายของผู้ตายเกิดจากอุบัติเหตุรถยนต์ชนต้นไม้ตรงบริเวณ ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ระหว่างซอย 50 และซอย 48 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำของจำเลยกับพวก จึงเป็นการร่วมกันกระทำโดยเจตนาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิด เพื่อปกปิดความผิดของตน หรือเพื่อเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้ จำเลยกระทำความผิดด้วยความโลภอยากได้ในทรัพย์สินของผู้อื่นเป็นอย่างมาก โดยอาศัยโอกาสและความไว้เนื้อเชื่อใจในความเป็นเพื่อนสนิทระหว่างจำเลยกับผู้ตาย และคบคิดกับพวกด้วยการวางแผนและลงมือฆ่าผู้ตาย จากนั้นปกปิดการกระทำโดยสร้างเรื่องและอำพรางคดีว่าสาเหตุการตายของผู้ตายเกิดจากอุบัติเหตุ เมื่อถูกจับกุมดำเนินคดี ก็มิได้รู้สำนึกในการกระทำของตนและบรรเทาผลร้ายแต่อย่างใด แต่กลับปฏิเสธและต่อสู้คดีมาโดยตลอด ทั้งจำเลยยังเคยรับราชการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจชั้นสัญญาบัตร มีความรู้ด้านกฎหมาย จึงควรต้องมีสำนึกและความรู้ผิดชอบชั่วดี แต่จำเลยกลับกระทำความผิดโดยมิได้ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) (7) ประกอบมาตรา 83 ให้ลงโทษประหารชีวิต ส่วนที่โจทก์ที่ 5 มีคำขอให้นับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.636/2563 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ (คดีปลอมเอกสารโอนหุ้นของนายชูวงษ์) และต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท.69/2563 ของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง (คดีอุ้มฆ่าพี่ชายของผู้พิพากษา) นั้น เนื่องจากศาลมีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิตจำเลย จึงไม่อาจนับโทษจำคุกต่อได้ ให้ยกคำขอในส่วนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเสร็จสิ้นฟังคำพิพากษา นางวันเพ็ญ ธนธรรมศิริ พี่สาวของนายชูวงษ์ เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจกับคำตัดสินของศาล คุ้มค่ากับระยะเวลาที่รอมานาน ขอบคุณองค์คณะผู้พิพากษาที่ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90505</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, บรรยิน ตั้งภากรณ์, ประหารชีวิต, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ศาลสั่งประหารชีวิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_600832c66c3d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
