<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!แผนเพิ่ม‘ราคายาง’ ร่วมมือหยุดกรีด1เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯ ช่างฉลาดล้ำ ปิ๊งแผนฉุดราคายาง ขอแรงเกษตรกรหยุดกรีดยางทั่วประเทศ 1 เดือน มั่นใจไทยมีกำลังผลิตเกือบ 1 ใน 3 ของตลาดโลก เมื่อส่วนนี้หายไป จะทำให้พ่อค้าซื้อขายล่วงหน้ามาออดอ้อน ล้วงเงินแผ่นดินชดเชยให้ไร่ละ 2 พัน ส่วนจะเตะหมูเข้าปากประเทศผู้ผลิตอื่นหรือไม่ ขอไปตายเอาดาบหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันศุกร์ที่ผ่านมา &amp;nbsp;นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ ประชุมร่วมกับผู้แทนเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง นำโดยนายมนัส บุญพัฒน์ จากสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย, นายทศพล ขวัญรอด ภาคีเครือข่ายชาวสวนยางและปาล์ม, นายเรืองยศ เพ็งสกุล กลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวสวนยางรายย่อย, นายทวี ขวัญศรีสุทธิ์ สมาคมผลิตยางแผ่นลุ่มน้ำทะเลใต้ และนายนิวัฒน์ ท่องวิถี กลุ่มรับซื้อน้ำยางหน้าสวน หารือถึงแนวทางแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ก่อนที่นายกฤษฎาจะเปิดเผยว่า ทุกฝ่าย ทั้งกระทรวงเกษตรฯ ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และผู้แทนเกษตรกร เห็นตรงกันว่ามาตรการที่จะยกระดับราคายางพาราได้อย่างรวดเร็วที่สุด คือการหยุดกรีดยางพร้อมกันทั้งประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งได้ให้ทางเครือข่ายไปสอบถามชาวสวนยางทั่วประเทศว่าเห็นด้วยหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ทั่วโลกใช้ยางพาราเดือนละ 1.4 ล้านตัน เป็นผลผลิตยางจากประเทศไทย 400,000 ตัน หากไทยหยุดกรีดยาง ยางพาราจะหายจากตลาดโลกไป 400,000 ตัน ใน 1 เดือน ทำให้ผู้ที่ทำสัญญาซื้อขายตลาดล่วงหน้าเมื่อถึงกำหนดต้องส่งสินค้าจะหาสินค้าไม่ได้ต้องมาซื้อยางของไทย จึงจะฉุดให้ราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า จากการสอบถามผู้แทนเกษตรกรถึงรายได้จากการกรีดยาง 1 เดือนต่อไร่ อยู่ที่ประมาณ 1,800 บาท รัฐจะชดเชยค่าเสียรายได้ให้ 2,000 บาทต่อไร่ เป็นมาตรการที่ต้องรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกรไม่มีการบังคับ หากเห็นด้วยและกำหนดมาตรการดูแลกันเองไม่ให้มีผู้แอบกรีดยางขายได้แล้ว จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อของบประมาณมาดำเนินตามมาตรการนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบริษัทผู้ส่งออกยางพารารายใหญ่ 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท ไทยฮั้วรับเบอร์, บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี, บริษัท เซาท์แลนด์รับเบอร์, บริษัท วงศ์บัณฑิต และบริษัทไทยรับเบอร์ ลาแท็คซ์กรุ๊ป นายกฤษฎากล่าวว่า ได้ร่วมมือรับซื้อน้ำยางดิบที่กิโลกรัมละ 37 บาท ยางก้อนถ้วยกิโลกรัมละ 37 บาท และยางแผ่นดิบรมควันกิโลกรัมละ 40 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาหน้าสวน ส่วนมาตรการจูงใจทางภาษีนั้น กำลังหารือกับกระทรวงการคลังว่าหากซื้อล้อยางที่ผลิตจากยางในประเทศ แล้วให้นำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีเงินได้ ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงปลายปี ทุกปีกรมสรรพากรจะเก็บภาษีตั้งแต่เดือนมกราคม จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสม หากทำได้โดยไม่ขัดกับกฎหมายภาษี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎากล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้แทนเกษตรกรทวงถามถึงความคืบหน้าการใช้ยางพาราของหน่วยงานภาครัฐเพื่อดูดซับยางออกจากตลาด ขณะนี้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการ โดยเริ่มจากการจัดทำและประกาศราคากลางสำหรับถนนยางพาราดินซีเมนต์ เพื่อให้ทุกหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างได้โดยไม่ขัด พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ซึ่งจะทราบผลต้นสัปดาห์หน้า ส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกร กำลังพิจารณาว่าจะให้ไร่ละ 1,500 บาท หรือ 1,800 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ ซึ่งต้องดูความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้แทนเกษตรกรยังเสนอให้ชดเชยกรณีภาคเอกชนรับซื้อยางแผ่นดิบรมควันราคาต่ำกว่าราคา FOB หากต่ำกว่าเท่าใด ให้ กยท.ชดเชยให้เท่ากัน ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรรายย่อยที่ขายน้ำยางดิบ แปรรูปเป็นยางแผ่นดิบรมควัน ซึ่งได้ราคาสูงกว่า อีกทั้งจะดึงให้ราคาน้ำยางดิบสูงขึ้นด้วย จึงมอบหมายให้ กยท.นำไปพิจารณา&amp;rdquo; นายกฤษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รู้สึกช็อก ระคนเจ็บปวดและเสียใจแทนเกษตรกรชาวสวนยาง เมื่อรู้ความจริงจาก รมว.เกษตรฯ ว่าสต๊อกยางพาราของรัฐบาล 100,000 ตัน หรือยางแผ่น 100 ล้านกิโลกรัม ยังอยู่ในโกดังรัฐ โดยไม่เคยเอาออกมาใช้ ซ้ำต้องเสียค่าเช่าโกดังเก็บยางเหล่านี้อีกปีละ 120 ล้านบาท น่าเศร้าที่ กยท.ซื้อยางเก็บไว้ตั้งแต่ ปี 2556-2557 สมัยใครเป็นรัฐบาล ใครเป็นรัฐมนตรีเจ้าของนโยบายซึ่งคงรวยกันไปแล้ว ทุกคนคงรู้ว่าเป็นใคร จนมาถึงรัฐบาลนี้ ทั้งที่พวกตนเคยเสนอรัฐบาลให้สั่งส่วนราชการเอามาแปรรูปเพื่อใช้ในประเทศ ทั้งทำถนนยางพารา ทำเขื่อนยาง อ่างเก็บน้ำ สนามกีฬา สนามเด็กเล่น ห้องเรียนเด็กเล็ก สารพัดที่สามารถนำมาใช้ทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ผมทำนายว่า ถ้ามีการตรวจยางในโกดังต่างๆ ที่รัฐบาล คสช.เช่าเก็บไว้ขณะนี้ จะพบมหากาพย์เรื่องยางอีกแน่นอน ทั้งยางเน่า ยางหาย หรือยางขาดไม่เท่าจำนวน หรือยางลม ที่มีแต่ยอด แต่ไม่มีของ เสียแต่ค่าโง่จากค่าเช่าโกดัง&amp;quot; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์กล่าว และว่า &amp;nbsp;ขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีเกษตรฯ เปิดเผยถึงการตรวจสอบยางในสต๊อกรัฐว่ามีอยู่เท่าไร ครบเต็มจำนวน 100 ล้านกิโลกรัม หรือ 100,000 ตันหรือไม่ และมียางที่สามารถใช้ได้ปริมาณเท่าไร ขอให้เร่งเอามาใช้ อย่าเสียค่าโง่อีกต่อไปเลย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22130</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายกฤษฎา บุญราช, ราคายางพารา, ร่วมมือหยุดกรีด1เดือน, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181116/image_big_5beec32debd59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
