<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีสติไม่เผลอทำชั่ว &#039;พระสังฆราช&#039;ประทานพระคติธรรมปีใหม่ร่วมสร้างสรรค์ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระสังฆราชฯ&amp;quot; ประทานพระคติธรรมเนื่องในวันปีใหม่ 63 &amp;quot;มีสติ อย่าประมาท-ไม่เผลอทำชั่ว&amp;quot; ประชาชนขอรัฐบาลแก้ปัญหาของแพงเป็นของขวัญปีใหม่ &amp;quot;พระราชพิธีบรมราชภิเษก&amp;quot; ที่สุดแห่งความทรงจำปลื้มปีติปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563 ความว่า &amp;quot;บัดนี้ บรรลุถึงอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563 เมื่อถึงวาระเถลิงศก ผู้คนทั้งหลายต่างปรารถนาจะได้รับพรอันประเสริฐกันทุกคน ด้วยมุ่งหวังให้ความสุข ความเจริญ บังเกิดแก่ชีวิตของตน และบุคคลอันเป็นที่รัก ในทางพระพุทธศาสนา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระอนุศาสน์สั่งสอนย้ำเตือนให้พุทธบริษัท มีศรัทธามั่นคงในหลักกรรมและวิบาก คือการกระทำและผลจากการกระทำของตนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรรม&amp;rdquo; นั้นย่อมได้แก่เจตนาหรือความตั้งใจ ที่เป็นกุศล หรือเป็นอกุศล เป็นเหตุให้กระทำกุศลกรรมหรืออกุศลกรรม ทางกาย ทางวาจา และทางใจ อันที่จริงแล้ว &amp;ldquo;กฎแห่งกรรม&amp;rdquo; ก็คือ กฎแห่งธรรมะประเภทหนึ่งนั่นเอง เพราะการที่กระทำสิ่งหนึ่งลงไป ย่อมเป็นปัจจัยให้สิ่งหนึ่งเกิดขึ้นตามมาเสมอ บุคคลจึงจำเป็นต้องระมัดระวังเหตุ ในทุกๆ การกระทำ ด้วยความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม เพื่อที่จะได้รับผลดีคือ ความไม่ทุกข์ หากท่านรักสุขเกลียดทุกข์ ก็จงอย่าประพฤติทุจริต ไม่ว่าด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ ซึ่งล้วนเป็นเหตุแห่งความทุกข์ ทุกคนย่อมมีทางเลือกของตนเอง ที่จะสามารถตัดผลกรรมหรือแก้ผลกรรมอันเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ทั้งนี้ มิใช่ด้วยการประกอบพิธีกรรม หรือด้วยการอ้อนวอนร้องขอให้ผู้ใดผู้หนึ่งมาดลบันดาล หากแต่ด้วยการมีสติรู้ตัว งดเว้นจากการกระทำ การพูด และการคิดชั่ว นับเสียแต่บัดนี้ แล้วมีสัมปชัญญะรู้คิด ในอันที่จะทำสิ่งที่ดีงามให้ทวียิ่งขึ้นอยู่ทุกขณะจิต ในที่สุดก็ย่อมจะเป็นเหตุเป็นปัจจัย นำพาให้ได้รับผลอันพึงปรารถนาในเบื้องหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะเดียวกัน หากท่านกำลังเผชิญกับความทุกข์ ก็จงอย่าท้อแท้ อย่าหมกมุ่นอยู่กับความรู้สึกห่อเหี่ยวตรอมตรม และอย่าตีโพยตีพายโทษผู้หนึ่งผู้ใด แต่จงเร่งใช้โอกาสที่ประสบความทุกข์อยู่นั้น เป็นเครื่องฉุกใจให้คิดได้ ให้ตระหนักเห็นถึงสภาวลักษณะตามธรรมดาของโลก ให้เข้าใจในความจริงว่าไม่มีชีวิตใดเลยที่ไม่ต้องเผชิญกับความทุกข์ แล้วปฏิญาณในใจ ณ ขณะปัจจุบันนั้นว่า จะไม่เผลอทำชั่ว ซึ่งย่อมส่งผลเป็นความทุกข์ในอนาคตอีก พร้อมกับเร่งขวนขวายศึกษาอบรมตน ให้งอกงามด้วยคุณธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ปรารถนาความสุขในปีใหม่ จึงพึงระลึกรู้อยู่เสมอว่า ต้นเหตุของความทุกข์ คือการประกอบกรรมชั่ว ต้นเหตุของความสุข คือการประกอบกรรมดี การที่คิดว่าทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วไม่ได้ชั่ว จัดเป็นความคิดอย่างมิจฉาทิฐิ ด้วยเหตุที่ยังไม่มีปัญญาสอดส่องรู้ถึงกฎแห่งกรรม อันเป็นกฎแห่งธรรมะ ท่านทั้งหลายควรเริ่มต้นแก้ไขปัญหาชีวิตของตนเอง ด้วยการทำความเห็นให้ถูกต้อง แล้วไม่ประมาทในการศึกษาอบรมเพิ่มพูนคุณธรรม เพื่อความเจริญก้าวหน้าสืบไปเถิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และคุณงามความดีที่ทุกท่านได้ร่วมกันสร้างสรรค์ จงบันดาลความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศชาติ และประชาชน ยังความปราโมทย์เบิกบานพระกมล ให้บังเกิดในสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เพื่อจักได้เสด็จสถิตธำรง ทรงเป็นมิ่งขวัญหลักชัยอยู่ยิ่งยืนนาน ทรงปกป้องพสกนิกร ให้ภิญโญสโมสรด้วยความสุขเกษมศานต์ ตลอดพุทธศักราช 2563 โดยทั่วกัน เทอญ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ประธานฝ่ายคฤหัสถ์ โครงการอัญเชิญพระบรมเกศาธาตุ เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ได้ขยายเวลาในการเข้าสักการะพระบรมเกศาธาตุจากเนลลิกาลา อินเตอร์เนชั่นแนล บุดดิสต์ เซ็นเตอร์ เมืองแคนดี ประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาอย่างสูงสุดมาแต่โบราณ และอัญเชิญมายังประเทศไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 700 ปี ณ พระตำหนักเพ็ชร&amp;nbsp;วัดบวรนิเวศวิหาร ในวันที่ 31 ธ.ค. จนถึงเวลา 1 นาฬิกาเป็นกรณีพิเศษ โดยเชิญชวนมาร่วมกันสวดมนต์ข้ามปีเข้าสู่ศักราชใหม่ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และเป็นการชำระจิตใจให้ผ่องใส พร้อมรับสิ่งดีๆ ที่จะเข้ามาในปีใหม่นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 21.00 น.เป็นต้นไป จะมีการอัญเชิญพระสุรเสียงของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 19&amp;nbsp;แห่งกรุงรัตนโกสินทร์&amp;nbsp;มาเป็นต้นเสียงเพื่อให้ประชาชนที่เข้ามากราบสักการะพระบรมเกศาธาตุ บริเวณรอบพระตำหนักเพ็ชร ได้น้อมจิตสวดมนต์ตาม เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต จนถึงเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 31 ธ.ค. พิธีเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมการประโคมกลองจะเริ่มขึ้น จนถึงเวลา 0.45 น. ของวันที่ 1 ม.ค.2563 จากนั้นจะเป็นการต้มนมสด เพื่อความเป็นสิริมงคล ความเจริญรุ่งเรืองของผืนแผ่นดินไทยและศรีลังกา ซึ่งเป็นธรรมเนียมโบราณของศรีลังกาที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน พิธีจะแล้วเสร็จในเวลา 01.00 น. เป็นการเอาฤกษ์เอาชัย ฉลองปีใหม่ พุทธศักราช 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พุทธศาสนิกชนสามารถเข้ากราบสักการะพระบรมเกศาธาตุ ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00- 20.00 น. จนถึงวันที่ 15 ม.ค.2563 โดยกรุณาใส่ชุดขาวหรือสีสุภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;พรปีใหม่ 2563 ที่คนไทยอยากขอ&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,154 คน พบว่า หากขอพร 1 ข้อ ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวาระขึ้นปีใหม่ 2563 ประชาชนอยากขอให้สุขภาพแข็งแรงมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 37.7 รองลงมาคือ ขอให้เศรษฐกิจดีสุดโต่ง คิดเป็นร้อยละ 16.0, ขอให้บ้านเมืองสงบสุข/ไม่มีศึกศัตรูรอบข้าง คิดเป็นร้อยละ 11.4, ขอให้ร่ำรวย/เจริญรุ่งเรือง คิดเป็นร้อยละ 11.0 และขอให้นักการเมืองเลิกทะเลาะกัน คิดเป็นร้อยละ 10.5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากขอของขวัญ 1 ชิ้น ในวาระขึ้นปีใหม่ 2563 จากรัฐบาล ประชาชนอยากขอให้แก้ปัญหาค่าครองชีพ เศรษฐกิจ ข้าวของแพงมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 37.5 รองลงมาคือ ขอให้ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน คิดเป็นร้อยละ 17.4, ขอให้ช่วยเหลือเกษตรกร ประกันราคาสินค้าเกษตร คิดเป็นร้อยละ 14.9, ขอนโยบายช่วยเหลือคนยากจนแบบบัตรคนจน เพิ่มเงินช่วยเหลือ คิดเป็นร้อยละ 10.1 และขอให้พัฒนาประเทศ ระบบสาธารณูปโภคให้ดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 8.4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1 เรื่อง ที่สัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองในวาระขึ้นปีใหม่ 2563 เพื่อตัวเอง ครอบครัว หรือสังคม พบว่า ประชาชนอยากตั้งใจดูแลครอบครัวให้สบาย มีกินมีใช้มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 33.0 รองลงมาคือ ตั้งใจดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย ดูแลร่างกาย คิดเป็นร้อยละ 32.9 และตั้งใจจะเป็นคนดีของสังคม ไม่ทำผิดกฎหมาย จารีต ประเพณี คิดเป็นร้อยละ 18.5 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลโพลเรื่อง ที่สุดแห่งความทรงจำในรอบปี 2562 กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ จำนวนทั้งสิ้น 1,092 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 25-29 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมา พบว่า ความทรงจำในความสุขปลื้มปีติ สง่างามมากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา ได้แก่ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ร้อยละ 88.8 ในขณะที่ร้อยละ 11.2 ระบุอื่นๆ ได้แก่ กระบวนพยุหยาตราชลมารค เสด็จเลียบพระนคร และข่าววันที่ 5 ธ.ค. เป็นวันน้อมรำลึกวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นวันชาติ และเป็นวันพ่อแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ความทรงจำในความรู้สึกสูญเสียของคนในชาติในรอบปีที่ผ่านมา ได้แก่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเสียชีวิต ร้อยละ 72.9 นอกจากนี้ ร้อยละ 27.1 ระบุอื่นๆ เช่น ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภัยพิบัติน้ำท่วม ฟุตบอลไทยตกรอบ นางงามไทยไม่ได้รับรางวัล เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่ชื่นชอบฟังมากที่สุด พบว่า ร้อยละ 33.4 ชอบฟังชะตาชีวิต รองลงมาคือร้อยละ 23.4 ชอบฟังใกล้รุ่ง, ร้อยละ 17.0 ชอบฟังพรปีใหม่, ร้อยละ 7.6 ชอบฟังยามเย็น, ร้อยละ 5.6 ชอบฟังสายฝน, &amp;nbsp;ร้อยละ 3.1 ชอบฟังยิ้มสู้, ร้อยละ 2.6 ชอบฟังความฝันอันสูงสุด, &amp;nbsp;ร้อยละ 2.2 ชอบฟังแสงเทียน และร้อยละ 5.1 ระบุอื่น เช่น ลมหนาว ไกลกังวล แสงเดือน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อถามถึงละครที่ชอบติดตามชมมากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา พบว่า อันดับ 1 มีคู่กันสองเรื่องคือ ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์ กับเรื่องกรงกรรม ร้อยละ 21.8 เท่ากัน รองลงมาคือ เพลิงพรางเทียน ร้อยละ 18.9 และกลิ่นกาสะลอง ร้อยละ 8.4 และ รักสุดใจนายฉุกเฉิน ได้ร้อยละ 8.4 เช่นกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53556</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประทานพระคติธรรม, ประทานพระคติธรรมปีใหม่, มีสติ อย่าประมาท ไม่เผลอทำชั่ว, ร่วมสร้างสรรค์ประเทศ, สมเด็จพระสังฆราช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191230/image_big_5e0a066fb3eca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
