<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนาธรลุยงานนอกสภา พิลึก!พรรคพี่แม้วขอยุบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ประเดิมลุยงานนอกสภา เปิดเวทีฟังปัญหาชาวประมงมหาชัย ลั่นสั่งลูกพรรคดันแก้พ.ร.บ.ประมง-กม.ลูกในสภาแน่ 4 อดีตผู้สมัครพลังปวงชนไทยร้อง กกต.ยุบพรรค เขี่ย &amp;quot;นิคม&amp;quot; พ้น ส.ส. แฉเบี้ยวเงินหาเสียง ส่งผู้สมัครสังกัดพรรคไม่ครบ 90วัน ซ้ำยังถือหุ้นสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตลาดมั่นคงมหาชัย จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเวทีรับฟังปัญหาของชาวประมงในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร โดยเป็นบทบาทในฐานะผู้แทนราษฎรนอกสภาครั้งแรก ตามที่นายธนาธรได้เคยระบุไว้ว่าจะเดินหน้าทำงานนอกสภา หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีตัวแทนชาวประมง ผู้ประกอบการประมง สมาคมประมง และตัวแทนจากหอการค้าจังหวัด มาร่วมสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น โดยตัวแทนผู้ประกอบการส่วนหนึ่งสะท้อนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นโดยหลักแล้วมาจากการบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่ของรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยกำลังทำเกินกว่าที่กฎหมายสากลกำหนดไว้ หลายครอบครัวไม่สามารถทำประมงได้ทั้งๆ ที่เป็นอาชีพที่ยึดมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ดังนั้นตัวแทนชาวประมงส่วนใหญ่เห็นร่วมกันว่าต้องการให้มีการแก้ไขกฎหมาย โดยชาวประมงเองพร้อมที่จะยอมรับกฎหมายที่สมเหตุสมผล เช่น การกำหนดเขตจับสัตว์น้ำ การกำหนดความถี่ของอวน เป็นต้น ส่วนเรื่องของแรงงาน ควรต้องมีการปรับมาตรการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากลด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ควรจะมีการเยียวยาชาวประมงที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนฟื้นฟูการทำประมง โดยให้เป็นไปตามหลักกฎหมายสากลที่ถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการรับฟังความคิดเห็น นายธนาธรกล่าวกับตัวแทนชาวประมงและประชาชนที่มาร่วมเวทีว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้กำลังส่งผลกระทบอย่างเป็นวงกว้างไปถึงทุกภาคส่วน ตั้งแต่เรือประมงไปจนถึงห้องเย็นและผู้ค้าในตลาด แต่การจะบอกว่าหลักการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) ซึ่งรัฐนำมาบังคับใช้ผิดไปทั้งหมดก็ไม่ใช่ เพราะการทำประมงในประเทศไทยในอดีตมีปัญหาจริงๆ ตั้งแต่เครื่องมือการจับสัตว์น้ำที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล ไปจนถึงการละเมิดสิทธิแรงงาน แต่ทว่าการบังคับใช้กฎหมายในปัจจุบันเกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ไม่มีฝ่ายค้าน ไม่เคยมีการรับฟังปัญหาจากชาวประมง ที่ผ่านมามีแต่การรับฟังปัญหาจากทุนขนาดใหญ่ที่ผูกขาดการส่งออกปลาทูน่า ซึ่งได้รับผลกระทบจากการออกใบส้มของสหภาพยุโรป ดังนั้น การออกมาตรการบังคับใช้ดังกล่าว จึงกลายเป็นมาตรการบังคับใช้กฎหมายต่อชาวประมงขนาดกลางและขนาดย่อย เพื่อให้ทุนขนาดใหญ่สามารถส่งออกได้ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เราต้องทำคือการไปดูในรายมาตรา จะแก้ไขในเรื่องไหน สิ่งที่เราสัญญาได้ คือมีความตั้งใจที่จะนำพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2560 และกฎหมายลูกอื่นๆ ไปแก้ไขหรือร่างใหม่ให้เหมาะสม โดยมีการรับฟังความคิดเห็นจากชาวประมงและผู้เชี่ยวชาญ เรื่องต่อมาคือการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายที่เกินกว่าเหตุ และการนำกองทัพออกจากการจัดการประมง เพราะเป็นเรื่องของพลเรือน นี่คือสิ่งที่เราจะทำ แต่ไม่ขอลงรายละเอียด เพราะธนาธรไม่ใช่ชาวประมง เราต้องนำชาวประมง ผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลมาคุยกันว่าจะต้องแก้ไขตรงไหน เพื่อให้การทำประมงเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพสูงสุด และยังคงทำให้ทรัพยากรสัตว์น้ำฟื้นฟูตัวเองได้อย่างยั่งยืน&amp;quot; นายธนาธรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายธนาธรได้เดินทางเข้าพบ?นายมณฑล? ไกรวัตนุสสรณ์? นายก?องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสาคร? ที่ห้องทำงานนายก อบจ.สมุทรสาคร? ?เพื่อหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาประมงไทย? ในฐานะที่นายมณฑลเคยดำรงตำแหน่งรมช.เกษตรและสหกรณ์? กำกับดูแลกรมประมง? ทั้งนี้จากการหารือได้ข้อสรุปเบื้องต้น? ขอให้ชาวประมงสมุทรสาคร? ตั้งแต่ประมงพื้นบ้าน? ไปจนถึงประมงนอกน่านน้ำ? ร่วมกับพิจารณารายละเอียดของกฎหมายประมง? ที่เป็นอุปสรรคและสร้างความเดือดร้อนกับวิถีชีวิตในการประกอบอาชีพประมง? เพื่อเป็นข้อมูลให้กับพรรคอนาคตใหม่นำไปผลักดันแก้ไขกฏหมายในรัฐสภา?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนี้ นายธนาธรมีกำหนดการที่จะเดินทางไปรับฟังปัญหาของพี่น้องชาวประมงในจังหวัดตราด? เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาการทำประมงไทยทั้งระบบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ? อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังปวงชนไทย 4 คน &amp;nbsp;ประกอบด้วย น.ส.จีรนันท์ จันทวงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 เชียงราย, นายสุบัน สุวรรณรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.พื้นที่ภาคใต้, นายสุทัศน์ &amp;nbsp;สัตย์แสง ผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ เขต 4 และ พ.ต.ท.หญิงศิวนาถ พวงแก้ว ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 3 ในฐานะเป็นตัวแทนอดีตผู้สมัคร 269 คน ยื่น กกต.ขอให้ยุบพรรคพลังปวงชนไทย และเพิกถอนการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรค &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากนายนิคมหลอกลวง และจูงใจให้ลงสมัคร ส.ส.และสมาชิกพรรค โดยสัญญาจะให้เงินสนับสนุนเขตละ 2 ล้านบาท หากมีเสียงตอบรับดีจะได้รับเงินเพิ่มอีก จึงทำให้ไปเร่งหาสมาชิกพรรคและจัดตั้งสาขาพรรค โดยสำรองค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเงิน อีกทั้งยังถูกขับออกจากพรรค รวมถึงถูกฟ้องกลับข้อหาหมิ่นประมาท ดังนั้นเห็นว่านายนิคมไม่เหมาะสมที่จะเป็น ส.ส.ในฐานะตัวแทนของประชาชน ซึ่งมั่นใจในหลักฐานที่ยื่นต่อ กกต.ว่าจะนำไปสู่การยุบพรรคได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จีรนันท์เปิดเผยว่า นอกจากตนเป็นผู้สมัครแล้ว ยังเป็นผู้จัดหาสมาชิกพรรคมาลงสมัครด้วย เนื่องจากเชื่อถือ เพราะมีชื่อ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค โดยเชื่อใจเพราะรักตระกูลชินวัตร แต่กลับถูกบางฝ่ายนำมาหลอกให้ประชาชนได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังมีกรรมการบริหารพรรคบางคนเรียกรับเงินค่าหัวคิวจากนายชุติเดช นฤมิตสุวิมล จำนวน 50,000 บาท เพื่อแลกกับสิทธิกับการเป็นผู้สมัคร แต่นายชุติเดชมีปัญหาสุขภาพ ไม่สามารถลงสมัครได้ ก็ไปขอเงินคืน แต่กลับถูกปฏิเสธ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุบันกล่าวว่า ตนเองมีหน้าที่จัดหาสมาชิกพรรคมาเป็นผู้สมัคร โดยบางคนสังกัดพรรคไม่ครบ 90 วันตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเข้าข่ายกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.).ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทัศน์กล่าวว่า นายนิคมอ้างว่ามีบริษัทที่จะสนับสนุนทางการเงินพรรค 4,000 แห่ง ซึ่งจะของบบริษัทละ 1 ล้านบาท เพื่อเป็นงบหาเสียง พร้อมอ้างว่าสนิทสนมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อทวงถามกลับบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมจ่าย พร้อมกันนี้เห็นว่านายนิคมเข้าข่ายมีความผิดเช่นเดียวกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เนื่องจากจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ NB.TV ขึ้นภายในสำนักงานใหญ่ของพรรค และบริษัทบุญวิเศษ คอปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด โดยนายนิคมเป็นเป็นประธาน และมีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการด้านสื่อสารมวลชน จึงขอให้ กกต.ตรวจสอบว่านายนิคม เข้าข่ายเป็นเจ้าของสื่อหรือผู้ถือหุ้นสื่อหรือไม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.หญิงศิวนาถกล่าวว่า การยื่น กกต.วันนี้ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง แต่ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม ทั้งนี้ นายนิคมเป็นคนที่วุฒิภาวะไม่เพียงพอเป็นหัวหน้าพรรค ไม่มีความเหมาะสมจะเป็น ส.ส. แค่ปัญหาสมาชิกพรรคก็ดูแลไม่ได้ จะไปบริหารประเทศและดูแลประชาชนได้อย่างไร บุคคลเหล่านี้หาสมาชิกพรรคให้ แต่ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือ ขณะที่คะแนนเขตทั้งหมดไปรวมให้นายนิคม ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อเพียงคนเดียว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37347</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ร่วมเวทีรับฟังปัญหาของชาวประมง, หนังสือพิมพ์, หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf12e5a60ea4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
