<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว! &#039;ก้าวไกล&#039; คลอดร่าง พรบ.เอาผิดศาล อัยการ ตำรวจ บิดเบือนกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - มีรายงานว่า พรรคก้าวไกลมีมติที่ประชุมพรรค เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. &amp;hellip;. ว่าด้วยการเอาผิดเจ้าพนักงานยุติธรรมในฐาน &amp;lsquo;บิดเบือนกฎหมาย&amp;rsquo; โดยมี ส.ส.ร่วมลงชื่อ เพื่อบรรจุเป็นญัตติเข้าสู่การพิจารณาของสภาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาระและความสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว คือการเพิ่มฐานความผิดเข้าไปในประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ความผิด ลักษณะ 3 ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม หมวด 2 ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ได้แก่ความผิดฐาน &amp;lsquo;บิดเบือนกฎหมาย&amp;rsquo; ของเจ้าพนักงานในการยุติธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์หรือความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือคู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลที่พรรคก้าวไกลต้องเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมา เจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นงานสอบสวนทั้งตำรวจและฝ่ายปกครอง ผู้ว่าคดี พนักงานอัยการ ตลอดไปจนถึงผู้พิพากษาและตุลาการ ได้ถูกตั้งคำถามถึงการใช้อำนาจหน้าที่ไม่เป็นไปตามหลักในทางนิติธรรมหรือไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ไปตามที่กฎหมายกำหนดในหลายกรณี ผลที่เกิดขึ้นคือ มีการบิดเบือนและทำให้เกิดความเสียหายที่ไม่ใช่ต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์เท่านั้น แต่ได้สร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม ซึ่งอาจจะถูกทำลายและอาจทำให้ประชาชนหมดสิ้นศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พรรคก้าวไกล ได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา โดยเพิ่มมาตรา 200/1 ในวรรคหนึ่ง กำหนดฐานความผิดจากการบิดเบือนกฎหมายของพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี และพนักงานสอบสวน ความว่า &amp;ldquo;ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน กระทำการบิดเบือนกฎหมายในการสอบสวนและการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดี ด้วยการทำความเห็นควรสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดี หรือกระทำความเห็นทางคดีอย่างอื่นอันจะมีผลกระทบต่อการสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องคดีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์หรือความเสียหายแก่ผู้เสียหายหรือผู้ต้องหา ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในวรรคสอง กำหนดฐานความผิดจากการบิดเบือนกฎหมายของผู้พิพากษาและตุลาการ ความว่า &amp;ldquo;ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ กระทำการบิดเบือนกฎหมายในการพิจารณาคดี การทำคำสั่งรับหรือไม่รับฟ้อง การทำคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี หรือการทำคำสั่งคำร้องหรือคำขออื่นใด เพื่อให้เกิดประโยชน์หรือความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือคู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104353</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิดเบือนกฎหมาย, พรรคก้าวไกล, ร่างกฎหมาย, เจ้าพนักงานยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b1fcd02e9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 22:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดันร่างกฎหมาย คุ้มครองวิถีชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศมส.เร่งจัดทำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ยกกรณีกะเหรี่ยงบางกลอย-ชาวเล สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน ระบุถ้ากฎหมายคลอดช่วยลดปัญหาเลือกปฏิบัติ คาดประกาศใช้ปี 65 เตรียมลงพื้นที่ทำเวทีรับฟังความเห็น พร้อมจัดเสวนาออนไลน์ยกร่าง 11 มี.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 4 มี.ค. ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์ความไม่เข้าใจในวีถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะปัญหาที่ดินทำกินชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอย รวมถึงปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย การตัดไม้ทำลายป่า และการรุกพื้นที่ทำกินของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง-ชาวเล&amp;nbsp; ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นส่งผลให้คนในสังคมอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนถึงการดำรงชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น การทำไร่หมุนเวียน ไม่ใช่การทำไร่เลื่อนลอย รวมถึงการทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่า ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์กับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ในส่วนของ ศมส. ในฐานะหน่วยงานกลางในการขับเคลื่อนกระบวนการฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ผ่านมาได้ดำเนินการพัฒนาและสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ และการสื่อสารความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยแก่คนในสังคมมาอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.นพ.โกมาตรกล่าวว่า ด้านกฎหมาย ศมส.ได้เดินหน้าผลักดันการจัดทำ (ร่าง) พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมทางเชื้อชาติ ตลอดจนส่งเสริมและให้ความคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ให้มีสิทธิดำรงชีวิตในสังคมตามวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิม คาดหวังจะให้ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวประกาศใช้ได้อย่างน้อยในปี 2565 อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวจะผ่านได้ ต้องมีการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มชาติพันธุ์และภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ศมส.จึงวางแนวทางการลงพื้นที่เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็น ควบคู่กับการจัดเสวนาสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยนำร่องจัดกิจกรรมเสวนาเพื่อสร้างความเข้าใจจากผู้ยกร่าง ได้แก่ ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำ (ร่าง) พ.ร.บ.ฯ, อ.คมสัน โพธิ์คง นักวิชาการกฎหมาย ประธานคณะทำงานยก (ร่าง) พ.ร.บ.ฯ และนายอภินันท์ ธรรมเสนา นักวิชาการ ศมส. ในวันที่ 11 มี.ค.64 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้อง 601 ชั้น 6 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเปิดเวทีเสวนาสาธารณะครั้งนี้เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดมานุษยวิทยากฎหมาย และสื่อสารหลักการและเจตนารมณ์ของร่าง พ.ร.บ.ฯ ให้สาธารณชนรับรู้และเข้าใจ นำไปสู่การยอมรับความแตกต่างหลากหลาย และเป็นส่วนสำคัญส่งเสริมการขับเคลื่อนแนวนโยบายและกฎหมายด้านชาติพันธุ์ให้บรรลุผล สำหรับผู้สนใจสามารลงทะเบียนเข้าร่วมรับฟังกิจกรรมที่ ศมส.ได้ โดยรับจำนวนจำกัด 30 คน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสามารถรับชมผ่านเพจของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร-SAC สามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ยูทูบ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร-SAC&amp;quot; ดร.นพ.โกมาตรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95029</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์, กะเหรี่ยงบางกลอย, คุ้มครองวิถีชีวิต, ชาวเล, ปัญหาเลือกปฏิบัติ, ร่างกฎหมาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040da29917b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. อนุมัติกม.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม หวัง 10ปีจะเกิดขึ้น 1หมื่นแห่งทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม. อนุมัติหลักการร่างกฎหมายส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ชูสิทธิประโยชน์ทางภาษี มาตรการส่งเสริมการลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม เงินทุน หวังดึงภาคเอกชนลุยจัดตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคม คาด 10 ปี กว่า 1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ... โดยเป็นการกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมที่จะช่วยส่งเสริมหรือสนับสนุนจากภาครัฐ และจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบกิจการจากภาคเอกชนเข้ามาประกอบกิจการหรือดำเนินงานเพื่อสังคมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าว เป็นการกำหนดให้มีกฎหมายเพื่อกำหนดมาตรการในการส่งเสริมวิสาหกิจที่ดำเนินการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินค้า การให้บริการหรือการอื่น ๆ ที่มีเป้าหมายอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มแรกในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน สังคมหรือสิ่งแวดล้อม เป็นหลัก ไม่ใช่การสร้างกำไรสูงสุดต่อผู้ถือหุ้นและเจ้าของ เพื่อให้เข้ามาประกอบกิจการเพื่อสังคมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคม เป็นองค์กรรูปแบบใหม่ มีโครงสร้างองค์กรเหมือนบริษัทเอกชน มีรายได้หลักมาจากการขายสินค้าหรือบริการ แต่พันธกิจหลัก คือ การแก้ปัญหาทางสังคม ไม่ใช่มุ่งหากำไรมาแบ่งปันกัน โครงสร้างดังกล่าวทำให้วิสาหกิจเพื่อสังคมมีความแตกต่างจากองค์กรทุกรูปแบบ&amp;rdquo; นายกอบศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกอบศักดิ์ กล่าวอีกว่า สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือ การให้สิทธิประโยชน์และมาตรการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยมีทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร มาตรการส่งเสริมการลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม การได้รับความช่วยเหลือด้านเงินทุน การช่วยเหลือด้านงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และจะให้มีการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อช่วยเหลือวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ขาดแคลนเงินทุนในระยะแรก โดยกองทุนจะมีรายได้หลักจากเงินบริจาคของภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การจัดตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคมจะทำให้องค์กรที่ดำเนินการในลักษณะวิสาหกิจเพื่อสังคมอยู่แล้วกว่า 300 แห่ง และองค์กรเอกชนที่มีศักยภาพในการดำเนินกิจการทางสังคม รวมทั้งบริษัทเอกชนที่ต้องการตั้งบริษัทลูกเพื่อดำเนินกิจการทางสังคม หันมาดำเนินการในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยคาดว่าใน 10 ปีจะทำให้เกิดวิสาหกิจเพื่อสังคมกว่า 1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ รวมทั้งเชื่อว่าจะทำให้เกิดการจ้างงานในกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้พิการ 2 ล้านคน ผู้สูงอายุ 12 ล้านคน ผู้ด้อยโอกาส 5 ล้านคน รวม 19 ล้านคน สามารถเปลี่ยนสถานะจากภาระของสังคมเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และพึ่งพาตัวเองได้ ทำให้ประชาชนที่ขาดแคลนเงินเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคม และเกิดระบบรองรับมาตรฐานและระบบประเมินผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการทางสังคม ส่งเสริมการตลาดแลละการลงทุนทางสังคมในระยะยาว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13169</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์ ภูตระกูล, ครม., พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม, ร่างกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb3230ba957.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียดนามชุมนุมต้าน กม.เขตเศรษฐกิจพิเศษ ให้ต่างชาติเช่าที่ดินยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวเวียดนามชุมนุมประท้วงในหลายเมืองเมื่อวันอาทิตย์ ต่อต้านร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษฉบับใหม่ที่ถูกมองว่าจะเอื้อประโยชน์ให้บริษัทต่างชาติโดยเฉพาะจีน สามารถเช่าที่ดินในระยะยาว แต่ถูกตำรวจเข้าสลายและจับกุมผู้ประท้วงไว้หลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงเดินขบวนในนครโฮจิมินห์ ร้องตะโกนคำขวัญคัดค้านร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะอนุญาตให้นักลงทุนชาวต่างชาติเช่าที่ดินได้นาน 99 ปี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2561 ว่าการชุมนุมประท้วงซึ่งเกิดขึ้นไม่มากครั้งนักในประเทศที่ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์พรรคเดียวแห่งนี้ มีสาเหตุมาจากความไม่พอใจร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ก่อความหวั่นเกรงว่านักลงทุนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนจะเข้ามายึดครองที่ดินในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เมื่อปีที่แล้ว ประเด็นที่สร้างความไม่พอใจคือการอนุญาตให้นักลงทุนชาวต่างชาติสามารถเช่าที่ดินในระยะยาวได้ถึง 99 ปี โดยเสนอสิ่งจูงใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่มีข้อจำกัดไม่มากนัก เพื่อส่งเสริมให้พื้นที่เป้าหมายเหล่านี้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรีเหงียน ซวน ฟุก กล่าวกับสื่อของเวียดนามว่า รัฐบาลจะลดระยะเวลาของการอนุญาตเช่าที่ดินจาก 99 ปีให้สั้นลง แต่เขาไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะลดเวลาลงเหลือกี่ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเสาร์ที่ผ่านมา รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์พยายามลดทอนกระแสต่อต้านภาย หลังฝ่ายต่อต้านเรียกร้องผ่านทางเฟซบุ๊กเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วให้ประชาชนออกมาประท้วง โดยกล่าวว่ารัฐบาลจะขอให้สภาชะลอการอนุมัติร่างกฎหมายฉบับนี้ไปจนถึงสิ้นปี แต่ข้อเสนอของรัฐบาลไม่อาจหยุดยั้งการชุมนุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า มีผู้ประท้วง 40-50 คนมาชุมนุมกันที่ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยมในกรุงฮานอยเมื่อวันอาทิตย์ และชูป้ายข้อความคัดค้านเช่น &amp;quot;ประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายเศรษฐกิจพิเศษ&amp;quot; บางรายโจมตีจีนโดยเฉพาะ เช่นกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ให้จีนเช่าที่ดินแม้แต่วันเดียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงสงสัยกันว่ารัฐบาลคอมมิวนิสต์เวียดนามจะยอมให้นักลงทุนชาวจีนเช่าที่ดินบนเกาะ 3&amp;nbsp; เกาะในทะเลจีนใต้ ในช่วงยามที่จีนและเวียดนามมีความตึงเครียดกันเรื่องข้อพิพาทเขตแดนในทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ตำรวจเวียดนามได้เข้าสลายการชุมนุมโดยเห็นตำรวจนอกเครื่องแบบหลายนายลากผู้ประท้วงราว 20 คนออกไปขึ้นรถบัสที่จอดอยู่ใกล้ๆ เอเอฟพียังไม่สามารถขอความเห็นกับเจ้าหน้าที่ทางการเวียดนามเกี่ยวกับการจับกุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจเวียดนามเฝ้าดูการประท้วงใกล้กับทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยมในกรุงฮานอย มีผู้ชุมนุมโดนจับไปอย่างน้อย 12 รายที่นี่ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ฮานอยเกิดขึ้นหลังจากการจับกุมผู้คัดค้าน 2 รายในเมืองทางใต้ของประเทศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตามรายงานของสื่อทางการเวียดนาม หลังจากพวกเขาแจกใบปลิวเรียกร้องให้ประชาชนออกมาต่อต้านร่างกฎหมายฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียยังเผยให้เห็นว่ามีการชุมนุมที่นครโฮจิมินห์ซิตีและอีกหลายพื้นที่ของเวียดนามด้วยในวันอาทิตย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11087</URL_LINK>
                <HASHTAG>99 ปี, นักลงทุนต่างชาติ, ประท้วง, ร่างกฎหมาย, เขตเศรษฐกิจพิเศษ, เช่าที่ดิน, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180610/image_big_5b1d309943212.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
