<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;พยศ!แนะอภิปรายพ.ร.บ.งบฯตามธรรมชาติ อย่ามัดมือชกไม่ใช่สภาฝักถั่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.63- นายเทพไท เสนพงศ์ &amp;nbsp;ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2563 ในวันที่ 13 ก.พ. จะมีการพิจารณาเรียงตามมาตราตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวาระ 2 และวาระ 3 ที่หลายคนออกมาแสดงความเห็นแตกต่างกัน มีทั้งเสนอให้โหวตทันที และเสนอไม่ให้มีการอภิปรายเลย แต่ตนเห็นด้วยว่าควรให้กฎหมายฉบับนี้ออกมารวดเร็ว เพราะเสียโอกาสมาเป็นเวลา 5-6 เดือนแล้ว แต่ขณะเดียวกันเราควรคำนึงถึงความถูกต้องและความเหมาะสมของวิธีการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้มีการพิจารณาในวาระ 2-3 ก็ควรให้พิจารณาตามธรรมชาติ คือ ถ้าไม่ซ้ำประเด็นเดิมหรือมีข้อสงสัย หรือมีประเด็นที่จะสอบถามสมาชิกก็มีสิทธิ์ที่จะสอบถามได้ ไม่ใช่เข้าไปแล้วประชุมแบบมัดมือชก คือ โหวตเห็นด้วยไม่เห็นด้วยเท่านั้น ถ้าอย่างนั้นก็ใช้เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมงก็เสร็จ ไม่ใช่สภาฝักถั่ว แต่นี่คือสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่ใช่แต่งตั้งโดยรัฐประหารที่จะยกมือตามใบสั่งได้ จึงควรให้เอกสิทธิ์ของคนที่เป็นสส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่าทุกคนมีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะรู้ว่าขณะนี้บ้านเมืองต้องการที่จะใช้กฎหมายงบประมาณฉบับนี้ &amp;nbsp;ฉะนั้นอะไรควรไม่ควรที่จะพูดในที่ประชุม ผมคิดว่าสส.สามารถตัดสินใจได้ ผมจึงไม่กังวลเรื่องนี้และเชื่อว่าสส.คงจะให้ความสำคัญและคงเห็นความเหมาะสม รวมถึงการทำหน้าที่ของประธานสภาน่าจะทำให้การประชุมครั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับและรวดเร็วสมเจตนารมณ์ของประชาชนที่อยากจะใช้งบประมาณปี 63&amp;rdquo;นายเทพไทกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56877</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเทพไท เสนพงศ์, ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e4256ad172a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านเขารออยู่!&#039;สมศักดิ์&#039;วอนฝ่ายค้านอย่าลากยาวร่างพ.ร.บ.งบประมาณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;11 ก.พ.63- นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่าในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วาระ 2-3 ในวันที่ 13 ก.พ. ที่ได้เห็นข่าวว่าฝ่ายค้านอยากรักษาสิทธิในการอภิปราย จะลากการพิจารณานั้น ตนเกรงว่าจะเกิดความเสียหายไปถึงประชาชนทุกระดับที่รอรับงบประมาณอยู่ จึงขอบอกกับฝ่ายค้านว่าอย่าใช้เวลาสำหรับเรื่องนี้อีกเลย ขอให้จบภายในวันเดียว เพราะชาวบ้านเขารออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56854</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, รมว.ยุติธรรม, ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e421a764aa28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;แนะ2ส.ส.ภูมิใจไทยสารภาพกับศาลรธน.คืนของกลาง 3.2 ล้านล้านบาทให้แก่ประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.63- นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คืนของกลาง 3.2 ล้านล้านบาทให้แก่ประชาชนเถอะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างพรบ.งบประมาณปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท จะตกเป็นโมฆะ เพราะส.ส.กดบัตรแทนกันหรือไม่ เป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง ผมไม่มีความปรารถนาแม้แต่น้อยให้ตกเป็นโมฆะ เพราะหากตกเป็นโมฆะประชาชนทั้งประเทศจะไม่ได้ใช้งบประมาณตามเวลาที่ควรจะเป็น เดือดร้อนแน่ ไม่ว่ามากหรือน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมว่า ส.ส.ที่คนอื่นกดบัตรแทนนั่นแหละที่จะทำให้เป็นโมฆะหรือไม่ อย่างน้อยมีส.ส.2 ท่าน ที่คนอื่นกดบัตรแทน ส่วนท่านส.ส. จะรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ท่านอาจไม่รู้เห็นเป็นใจก็ได้ ผมมีความเห็นทางกฎหมายว่า ท่านส.ส.ต้องรับสารภาพต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า มาตราไหนบ้างที่ท่านไม่ได้กดเอง เพื่อทำมาตราเหล่านั้นให้สมบูรณ์ แต่หากท่านไม่ให้ความจริงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ผมว่า ยากที่ศาลจะวินิจฉัยไปอย่างอื่น นอกจากวินิจฉัยว่า ร่างพรบ.งบประมาณต้องตกไปทั้งฉบับ ตามนัยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3-4/2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท จึงอยู่ในมือของท่านแล้ว อยู่ที่ว่าท่านจะให้ตกไปหรือท่านจะคืนให้แก่ประชาชน ผมเห็นข่าวโจรปล้นทองคำหนัก 28 บาท เมื่อตำรวจจับได้ ก็คืนของกลางที่ซ่อนไว้ให้แก่เจ้าของ เปรียบเหมือนงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาทที่อยู่ในมือของท่านส.ส. เมื่อเขาจับได้แล้วว่ามีการกดบัตรแทนกัน ผมว่าท่านคืนของกลาง 3.2ล้านล้านบาท ให้แก่ประชาชนเถอะครับ/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55491</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2cf8e394029.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2019 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2019 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ฟังไว้!&#039;วิษณุ&#039;ย้ำหากงบประมาณไม่ผ่าน&#039;บิ๊กตู่&#039;มีแค่2ทางเลือก&#039;ยุบสภา-ลาออก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.62-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ชี้แจงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่ารัฐมนตรีที่เป็นส.ส.สามารถลงมติร่าง​ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ได้ ว่า มีการสงสัยกันในเรื่องดังกล่าว เพราะรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเขียนไว้ไม่เหมือนกัน แต่เราได้ทำความเข้าใจแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันสามารถลงมติได้ ทั้งนี้ เกิดจากความเคยชินเนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2540 ระบุว่าเมื่อ ส.ส.มาเป็นรัฐมนตรีจะต้องลาออกจากส.ส.ภายใน 30 วัน ฉะนั้น จะเหลือแต่ความเป็นรัฐมนตรี ซึ่งไม่สามารถไปโหวตอะไรในสภาฯได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมารัฐธรรมนูญปี 2550 เขียนอีกแบบหนึ่งว่า ส.ส.เป็นรัฐมนตรีได้โดยไม่ต้องลาออก แต่รัฐมนตรีจะลงมติในเรื่องที่ตนมีส่วนได้เสียไม่ได้ จึงทำให้รัฐมนตรีหลายคนที่เป็นส.ส.ไม่กล้าโหวตในเรื่องงบประมาณ และไม่กล้าโหวตในเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวเอง แต่เมื่อมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ส.ส.เป็นรัฐมนตรีในเวลาเดียวกันได้ และไม่ได้ระบุเหมือนแต่ก่อนว่าจะลงมติในเรื่องที่ตนมีส่วนได้เสียไม่ได้ ประเด็นนี้ถูกตัดออกไปแล้ว ซึ่งแปลว่าสามารถลงมติได้ แต่โดยมารยาทแล้วในการลงมติไม่ไว้วางใจตัวเอง ไม่ควรจะลงมติ แต่ในเรื่องการเสนอกฎหมาย จะเป็นเรื่องงบประมาณหรือกฎหมายอะไรก็แล้วแต่ ไม่ใช่เป็นเรื่องมีส่วนได้เสียส่วนตัว เป็นส่วนได้เสียส่วนรวม ดังนั้นรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้าม และโดยสรุปมีรัฐมนตรีที่เป็นส.ส. มีความสงสัยอยู่ 19 คน สามารถลงมติในเรื่องงบประมาณเช่นเดียวกับลงมติในเรื่องอื่นๆได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับรัฐมนตรีอย่างไรบ้าง นายวิษณุกล่าวว่า นายกฯบอกให้รัฐมนตรีที่เป็นส.ส.เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ด้วยเหตุว่าในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี จะเป็นส.ส.หรือไม่เป็นส.ส.ก็ตามต้องเข้าประชุม เพราะเป็นเรื่องงบประมาณ หากมีการสอบถามเรื่องของกระทรวงใดก็สามารถที่จะช่วยอธิบายได้ โดยเฉพาะในวาระที่หนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน นายกฯยังกำชับว่า จะต้องมีการตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เอาไว้พิจารณาในชั้นแปรญัตติ จึงขอให้ผู้แทนรัฐบาลที่มีอยู่ 15 คนที่จะไปเป็นกมธ. ควรเป็นคนที่มีเวลาว่างเป็นหลัก ไม่ใช่ไปเป็นโก้ๆ หลายคนคิดว่าการไปเป็นกมธ.งบประมาณ เป็นเกียรติยศ แต่ความจริงต้องนั่งประชุมตลอดเวลาถึง 60 วัน เพราะจะต้องพิจารณากฎหมายยาวนานที่สุด และแม้จะไม่ได้ทำหน้าที่ประธานหรือรองประธานก็ถือเป็นกมธ. ซึ่งที่ประชุมจะต้องดูไปทีละมาตรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรายชื่อรัฐมนตรีที่จะมาเป็นกมธ.ในส่วนรัฐบาล ยังได้รายชื่อไม่ครบ แต่ได้ 3 รายชื่อที่จะเป็นตัวแทนหลัก ได้แก่ รมว.คลัง รมช.คลัง และปลัดกระทรวงการคลัง ในส่วนที่เหลือจะให้แต่ละพรรคการเมืองไปหาและนำมาเสนอโดยไม่ต้องนำรายชื่อเข้าครม.อีก แต่ให้แจ้งไปที่รมว.คลังและสำนักงบประมาณเพื่อประสานกับคณะกรรมการประสานงานพนสภาผู้แทนราษฎร​ (วิปรัฐบาล) โดยรายชื่อไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐมนตรี เพราะมีจุดอ่อนที่อาจจะไม่มีเวลาไปนั่งเป็นกมธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ สภาฯได้แจ้งมาหรือไม่ว่าจะใช้เวลากี่วัน นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลเป็นฝ่ายเปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาในวันที่ 17 ต.ค. และปิดประชุมวิสามัญฯในวันใดวันหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะมีเวลารวมกันทั้งหมดประมาณ 3-4 วัน ซึ่งก็ต้องไปแบ่งกันเอง ถ้าส.ว.ไม่เอา ส.ส.ก็ได้ไปทั้งหมด แต่ถ้าส.ว.เอา ก็ต้องเหลือให้ส.ว.สัก 1 วันหรือครึ่งวัน ขอให้วิปรัฐบาลไปตกลงกันเอง แต่ส.ว.ขอเวลาไว้แล้ว เพราะเขามีเรื่องที่จะต้องทำเหมือนกันไม่มีปัญหาอะไร แต่อย่างน้อยเบื้องต้น 2 วันอยู่แล้ว ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ถ้าเลยจากนั้นจะเป็นวันเสาร์และวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ถ้าหากไม่ผ่านสภาฯ จะมีผลอย่างไรกับความรับผิดชอบทางการเมืองและทางกฎหมาย นายวิษณุกล่าวว่า หลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา มีอยู่แล้วว่าอะไรก็ตามที่สภาฯเสียงข้างมากไม่ไว้วางใจรัฐบาล รัฐบาลนั้นก็ไม่พึงจะอยู่ต่อไป ซึ่งการไม่ไว้วางใจนั้นแสดงออกได้ 2 อย่าง คือ 1.ไม่ไว้วางใจโดยเปิดเผย ตรงนี้ทำโดยการลงมติไม่ไว้วางใจ 2.ไม่ไว้วางใจโดยปริยาย จะแสดงออกจากการที่รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายสำคัญเข้าสภาฯ แล้วสภาฯลงมติให้ไม่ผ่าน ซึ่งแปลว่าสภาฯไม่ยอมให้เครื่องมือรัฐบาลไปทำงาน รัฐบาลก็ไม่ควรจะต้องอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;วิธีที่จะไม่อยู่นั้น สามารถทำได้ 2 อย่าง คือ 1.ทำโดยรัฐบาลลาออก หรือ 2.ทำโดยออกด้วยกันทั้งคู่ เพราะการที่สภาฯไม่เห็นชอบนั้น ไม่รู้ว่าประชาชนเขาคิดอย่างไร จึงยุบสภาแล้วไปเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ดังนั้น ทางออกสามารถทำได้ 2 อย่าง ซึ่งเป็นเรื่องทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแปลก และเราปฏิบัติอย่างนี้ตลอดมา โดยในอดีตเคยมีรัฐบาลที่ลาออกเพราะสภาฯลงมติไม่ผ่านกฎหมาย แต่ก็มีรัฐบาลที่ไม่ลาออกแม้สภาฯลงมติไม่ผ่านกฎหมายเช่นกัน เพราะถือว่าไม่ใช่กฎหมายสำคัญ แต่สำหรับกฎหมายงบประมาณนั้นเป็นกฎหมายสำคัญ&amp;quot;นายวิษณุกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47585</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิษณุ เครืองาม, ยุบสภา-ลาออก, รองนายกฯ., ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ, ไม่ผ่านสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191008/image_big_5d9c32c1d07cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039; ร้องนายกฯทบทวนร่างพรบ.งบฯรายจ่าย1.5แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้ทบทวนร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติผ่านไปก่อนหน้านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า การเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว มีการระบุความจำเป็นในการตรากฎหมาย รวมทั้งอ้างถึงยุทธศาสตร์ชาติที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม แต่ในตอนนี้ยุทธศาสตร์ชาติยังไม่มีการประกาศใช้ จึงมองว่าการตรากฎหมายดังกล่าวไม่ชอบ และจะทำให้มีปัญหาตามมา ตนจึงจำเป็นต้องยื่นขอให้นายกฯทบทวนเรื่องดังกล่าว และอยากให้สอบถามไปยังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะนายวิษณุ เคยทักท้วงร่างพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่มีปัญหาข้อกฎหมายในทำนองเดียวกับกับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5787</URL_LINK>
                <HASHTAG>1.5 แสนล้านบาท, ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ, สนช., สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, เรืองไกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8767217578.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
