<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิระ&#039;เดินหน้าดันร่างพรบ.ตำรวจแห่งชาติ ลั่นถ้าไม่นำร่าง&#039;อ.มีชัย&#039;มาประกบ จะคว่ำทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27​ ส.ค.64- ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ&amp;hellip;.. รัฐสภา กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติว่า ร่างกฎหมายนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการปฏิรูปตำรวจทันทีทันใด หรือสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์นั้น ตนมองว่ายังไม่สามารถทำได้ เพราะต้องมีการพิจารณามาตราเกี่ยวกับพนักงานสอบสวนที่เป็นหัวใจของความยุติธรรมให้กับประชาชนก่อน เนื่องจากการสอบสวนในปัจจุบันถูกแทรกแซงและไม่เป็นอิสระ รวมถึงพนักงานสอบสวนไม่มีความเติบโตเจริญก้าวหน้าในอาชีพ ตนในฐานะส.ส. คิดว่าถ้าไม่แก้ไขและไม่นำร่างของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เข้ามาประกบก็จะคว่ำทันที โดยเฉพาะเรื่องการสืบสวนสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนส่วนใหญ่มักจะยิงตัวตายมากที่สุดในเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงาน เพราะได้รับการกดดันจากผู้บังคับบัญชา ถ้าไม่นำร่างของนายมีชัยเข้ามา ผมก็จะไม่ให้ผ่าน เพราะหากยังให้การพิจารณาสืบสวนสอบสวนแทรกแซงได้ ก็จะเกิดการบิดเบือนรูปคดีได้ ถ้ามีการรับงานมา&amp;rdquo; นายสิระ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีช่องทางให้เกิดการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนใช่หรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า ผู้กำกับบางคนไม่เคยผ่านงานการสืบสวนสอบสวน บางคนติดตามนาย บางคนก็เป็นสายงานจราจร ไม่ได้จบนิติศาสตร์ทำให้ไม่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญด้านกฎหมายแล้วมาเป็นหัวหน้าของพนักงานสอบสวนที่มีความรู้ความสามารถ ดังนั้นต้องให้พนักงานสอบสวนมีความเป็นอิสระ เพราะงานสอบสวนตอนนี้มีปัญหาเรื่องงานล้นมือ หากผู้บังคับบัญชามีการข่มขู่ว่าถ้าไม่ทำตามคำสั่งแล้วจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน พนักงานสอบสวนเขาก็จะเดือดร้อน และต้องทำตามที่นายสั่ง ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ยังมีข้อบกพร่องจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีกรณีที่มีการอ้างว่าสามารถใช้บัตรของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.). เข้าไปตรวจค้นบ้านได้โดยไม่มีหมายศาล ถามว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตและเกินกว่ารัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งตนจะเชิญ เลขาธิการป.ป.ส. เข้ามาให้ข้อมูลเรื่องนี้ เพราะชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจริงๆ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ป.ป.ส.สามารถตรวจค้นบ้านหรือรถได้ โดยเฉพาะในยามวิกาล และไม่ต้องมีหมายศาล จึงจะต้องทบทวนอำนาจตรงนี้ เช่น กรณีของพ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ ก็ใช้อำนาจ ป.ป.ส. ไปหิ้วใครมาก็ได้ อีกทั้งยังไปยัดและยึดเงินใครก็ได้ ถามว่าแบบนี้ทำได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114711</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายมีชัย ฤชุพันธุ์, นายสิระ เจนจาคะ, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล (ผกก.โจ้), ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61287b6d96682.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สป.ยธ.ชง&#039;วิชา&#039;ให้เสนอนายกฯเร่งนำร่างพรบ.ตำรวจฉบับ&#039;มีชัย&#039;และร่างพรบ.แก้ป.วิอาญาเข้าสภาแทนฉบับสตช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

24 ก.ย. 63 เมื่อช่วงค่ำวันพุธ สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม &amp;nbsp;(สป.ยธ.)นำโดย พันตำรวจเอก วิรุตม์ &amp;nbsp;ศิริสวัสดิบุตร &amp;nbsp;เลขาธิการสป.ยธ. ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วิชา &amp;nbsp;มหาคุณ &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้นำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ อาญา ฉบับที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรเป็นหลักในการเสนอต่อนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาและป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในระบบตำรวจและงานสอบสวน&amp;rdquo; พร้อมกับแนบ รายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในชั้นสอบสวน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ของกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ส่งมาด้วย
&amp;nbsp;
โดยเนื้อหาในหนังสือดังกล่าวมีใจความดังนี้ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งแต่งตั้งท่านเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบปัญหาการสอบสวนคดีนายวรยุทธ &amp;nbsp;อยู่วิทยา ที่รองอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งไม่ฟ้องเพื่อหาทางนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมาย &amp;nbsp;พร้อมทั้งให้ศึกษาปัญหาระบบสอบสวนและการสั่งคดีของพนักงานอัยการเสนอแนวทางแก้ไขให้ดำเนินการเพื่อป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในระบบตำรวจและงานสอบสวนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) เห็นว่า ปัญหาสำคัญที่สุดเกิดจากงานสอบสวนความผิดอาญาแทบทั้งหมดได้ถูกผูกขาดโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่เพียงองค์กรเดียวทั้งในกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาคด้วยอำนาจของรัฐบาลเผด็จการที่ออกข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยไว้ในปี พ.ศ.2506 &amp;nbsp; ซ้ำยังขาดการตรวจสอบจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ แม้กระทั่งพนักงานอัยการระหว่างสอบสวนตามหลักสากลอย่างสิ้นเชิง เป็นช่องทางให้พนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจของไทยซึ่งมีจุดอ่อนที่ระบบการปกครองแบบมีชั้นยศ และวินัยเช่นเดียวกับทหาร &amp;nbsp;สามารถถูกผู้บังคับบัญชาสั่งการโดยมิชอบ ที่มักกระทำด้วยวาจาให้สอบสวนเพื่อกลั่นแกล้ง แจ้งข้อหาต่อประชาชน เสนอให้อัยการสั่งฟ้อง &amp;nbsp;หรือจะล้มคดีเสนอให้สั่งไม่ฟ้องเพื่อช่วยผู้กระทำผิดกันอย่างไรก็ได้ &amp;nbsp;ซึ่งตำรวจผู้เป็นพนักงานสอบสวนแทบทุกคนล้วนจำใจต้องกระทำตามคำสั่งที่มิชอบนั้นด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ เพื่อมิให้ถูกกลั่นแกล้งจากการถูกผู้บังคับบัญชาจับผิดลงโทษทางวินัยให้เสียอนาคต หรือแต่งตั้งโยกย้ายให้ได้รับความเดือดร้อนได้หลายรูปแบบ
ปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;ตามแนวทางที่สำคัญในระยะแรกดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1. แยกงานสอบสวนให้เป็นสายงานเฉพาะจากตำรวจฝ่ายป้องกันอาชญากรรมในลักษณะเดียวกับงานนิติวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความรู้ความชำนาญ และหลักประกันความเจริญก้าวหน้าในสายงานโดยการตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนและการเสนอสำนวนต่อพนักงานอัยการ &amp;nbsp;ให้กระทำโดยพนักงานสอบสวนอาวุโสผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้างานสอบสวนและหัวหน้าพนักงานสอบสวนสถานีและกองบังคับการเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2.การสั่งงานสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวกับคดี &amp;nbsp;ต้องกำหนดให้กระทำเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง เช่นเดียวกับการปฏิบัติงานของพนักงานอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3. การสอบปากคำบุคคล ไม่ว่าจะในฐานะผู้กล่าวหา &amp;nbsp;ผู้ต้องหาหรือพยาน ต้องกำหนดให้บันทึกภาพและเสียงเป็นหลักฐานให้พนักงานอัยการและศาลเรียกตรวจสอบได้ทุกคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4. คดีฆาตกรรมหรือสงสัยว่าน่าจะเกิดจากการฆาตกรรม &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนต้องแจ้งให้นายอำเภอ พนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์ ร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน ลงลายมือชื่อรับรองไว้พร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5.คดีที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีขึ้นไป หรือคดีที่มีผู้ร้องเรียนต่อพนักงานอัยการว่าการสอบสวนมิได้เป็นไปตามกฎหมาย หรือพนักงานสอบสวนไม่รับคำร้องทุกข์ &amp;nbsp;ให้อัยการมีอำนาจเข้าตรวจสอบและสั่งการสอบสวนคดีนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6.การออกหมายเรียกบุคคลเป็นผู้ต้องหาหรือเสนอศาลออกหมายจับ &amp;nbsp;ต้องได้รับความเห็นชอบจากพนักงานอัยการในการตรวจสอบพยานหลักฐาน &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอัยการจะเห็นชอบได้ &amp;nbsp;ก็ต่อเมื่อมั่นใจว่า คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดให้ศาลลงโทษจำเลยได้สอดคล้องกับหลักสากลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7.กระจายอำนาจสอบสวนโดยกำหนดว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวง กรมที่มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายใด &amp;nbsp;ให้มีอำนาจสอบสวนความผิดนั้นด้วย &amp;nbsp;โดยไม่ตัดอำนาจของพนักงานสอบสวนที่ดำเนินการสอบสวนไปตามอำนาจหน้าที่ของตน&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อเป็นการกระจายอำนาจสอบสวนความผิดเฉพาะทางให้แต่ละหน่วยสามารถดำเนินคดีได้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประเด็นการแยกงานสอบสวนตามข้อ 1 &amp;nbsp;สามารถกระทำได้โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรีนำร่าง พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติฉบับที่นายมีชัย &amp;nbsp;ฤชุพันธุ์ เป็นประธานและได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีไว้ &amp;nbsp;นำเข้าสู่สภาเพื่อตราเป็นกฎหมายบังคับใช้
ประเด็นตามข้อ 2-7สามารถกระทำได้ด้วยการเสนอให้นายกรัฐมนตรีนำร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิอาญา ของคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ &amp;nbsp;ที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน &amp;nbsp;2563 &amp;nbsp; และประธานรัฐสภาได้เสนอไว้ &amp;nbsp;นำเข้าสู่การพิจารณาของสภาเพื่อแปรญัตติเพิ่มเติมในข้อ &amp;nbsp;2 ,3 ,4, 6 และ 7 เพื่อตราเป็นกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78484</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิชา มหาคุณ, พ.ต.อ.วิรุตม์  ศิริสวัสดิบุตร, ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c509edef4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สป.ยธ.ชำแหละร่างพรบ.ตำรวจใหม่ขัดรธน.เสนอนำร่างชุด&#039;มีชัย&#039;เข้าสู่สภาเพื่อการปฏิรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย.63 - สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คัดค้านร่าง พ.ร.บ. ปฏิรูปตำรวจฉบับสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและขอให้นำฉบับนายมีชัย&amp;nbsp; ฤชุพันธุ์ เสนอต่อสภาเพื่อการปฏิรูป แก้ปัญหาการทุจริต ประพฤติมิชอบของตำรวจผู้ใหญ่ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อตำรวจผู้น้อยและประชาชน มีใจความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มติเมื่อ 15กันยายน 2563 เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฯ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอแทนฉบับคณะกรรมการชุดนายมีชัย&amp;nbsp; ฤชุพันธ์ ร่างตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งแม้จะยังไม่ถือว่าเป็นการปฏิรูปตำรวจที่แท้จริง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากขาดหลักการเรื่องตำรวจจังหวัด กำหนดให้ตำรวจต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบควบคุมของผู้ว่าราชการจังหวัด โดยผ่าน &amp;rdquo;คณะกรรมการตำรวจจังหวัด&amp;rdquo; ตามหลักสากล&amp;nbsp; และสอดคล้องกับเสียงเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบในวงการตำรวจอย่างจริงจัง&amp;nbsp; ทั้งปัญหาการรับส่วยสินบนจากบ่อนการพนัน ตู้ม้า และแหล่งอบายมุขของตำรวจผู้ใหญ่ที่เป็นสาเหตุของอาชญากรรมมากมาย&amp;nbsp; รวมไปถึงปัญหาการสอบสวนที่พนักงานสอบสวนถูกผู้บังคับบัญชาสั่งให้ไม่รับแจ้งความ หรือกลั่นแกล้งแจ้งข้อหาประชาชนโดยมิชอบ หรือสอบสวน &amp;ldquo;ล้มคดี&amp;rdquo; เช่น กรณีเหตุการณ์ทำร้ายผู้กองปูเค็มเนื่องจากการไปตรวจสอบแจ้งให้ตำรวจจับกุมตู้ม้า&amp;nbsp; รวมทั้งการทำลายพยานหลักฐานคดีบอสที่เป็นข่าวอื้อฉาวและที่ไม่เป็นข่าวอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว นอกจากจะขัดต่อรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในมาตรา 258 และ 260 ให้การปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรม ต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งซึ่งกำหนดสัดส่วนผู้เป็นตำรวจไว้แล้ว เนื้อหาที่เป็นสาระสำคัญในการปฏิรูปตามร่างเดิมหลายเรื่อง ยังถูกแก้ไขและตัดออกไปอีกด้วย ที่เห็นชัดในเบื้องต้นก็คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ ตามร่างฉบับนายมีชัยฯ ในมาตรา 15&amp;nbsp; ซึ่งยุบรวม ก.ตช. และ ก.ตร. เข้าด้วยกัน&amp;nbsp; มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&amp;nbsp; โดย ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. ฝ่ายป้องกัน สอบสวน บริหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จเรตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัยการสูงสุด&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม&amp;nbsp; อดีตตำรวจระดับ ผบช. ขึ้นไปห้าคนและบุคคลภายนอกสามคนที่ผ่านการเลือกตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรขึ้นไปทุกคนร่วมเป็นกรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp; องค์ประกอบ ก.ตร. ดังกล่าว กลับถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแก้ไขในมาตรา 14&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้ ผบ.ตร. เป็น รอง ประธาน และ รอง ผบ.ตร. ทุกคน จเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ถึง 5&amp;nbsp; ตำแหน่ง (ไม่นับตำแหน่งเทียบเท่าซึ่งอาจปรับได้)เป็นกรรมการ โดยมีอัยการสูงสุด&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นบุคคลภายนอก 3คนเช่นเดิม และลดสัดส่วนของอดีตตำรวจระดับ ผบช. ขึ้นไปที่มาจากการเลือกตั้งของตำรวจเหลือเพียง 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp; การกำหนดให้ ผบ.ตร. เป็นรองประธาน ก.ตร. แทนที่จะเป็นอัยการสูงสุด หรือปลัดกระทรวงมหาดไทยซึ่งมีฐานะเป็นกรรมการนั้น&amp;nbsp; เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามแบบธรรมเนียมการบริหารราชการแผ่นดินที่อัยการสูงสุดและปลัดกระทรวงมหาดไทยถือว่าเป็นผู้มีสถานะสูงกว่า ผบ.ตร.&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาถึงสถานะความเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนตาม ป.วิ อาญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งอำนาจในการสั่งคดีที่ ผบ.ตร. ต้องเสนอสำนวนการสอบสวนที่ตนมี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเห็นแย้งพนักงานอัยการให้อัยการสูงสุดชี้ขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.&amp;nbsp; นอกจากนั้นสิทธิในการเลือก ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ 8 คน ที่กำหนดให้ตำรวจชั้นสัญญาบัตรขึ้นไปมีสิทธิเลือก ก็ถูกแก้ไขให้เป็นตำรวจระดับรองผู้กำกับการขึ้นไป&amp;nbsp; เป็นการตัดสิทธิของตำรวจชั้นสัญญาบัตรระดับรองสารวัตรถึงสารวัตรทั่วประเทศซึ่งมีจำนวนรวมกว่าห้าหมื่นคน และไม่สามารถสะท้อนความต้องการของข้าราชการตำรวจที่แท้จริงเท่ากับร่างเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.&amp;nbsp; องค์ประกอบของ ก.ตร. มีสัดส่วนของตำรวจผู้ใหญ่ทั้งในและนอกราชการถึง 9 คน จากคณะกรรมการรวม 18คนดังกล่าว โดยเฉพาะ รอง ผบ.ตร. ทุกคนซึ่งมีฐานะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ ผบ.ตร. โดยตรง เพิ่มขึ้นจาก 3 คน เป็น&amp;nbsp; 5 คน และอาจเพิ่มอีกได้ตามการปรับชื่อตำแหน่ง&amp;nbsp; จะส่งผลทำให้การออกกฎและระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจหลายเรื่องที่ถูกร่างฉบับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดให้กระทำโดยมติ ก.ตร. เช่น การกำหนดให้ตำรวจบางหน่วยไม่มียศ&amp;nbsp; การโอนงานตำรวจเฉพาะทาง13&amp;nbsp; หน่วยไปให้กระทรวง ทบวง กรมที่รับผิดชอบ และอื่นๆ อีกหลายเรื่อง เป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.&amp;nbsp; ประเด็นการแยกงานสอบสวนให้มีสายการบังคับบัญชาและการสั่งคดีต่างหากจากงานตำรวจ&amp;nbsp; ป้องกันมิให้ถูกแทรกแซงจากผู้บังคับบัญชาฝ่ายตำรวจ&amp;nbsp; เนื่องจากสามารถกลั่นแกล้งแต่งตั้ง โยกย้ายพนักงานสอบสวนที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมายได้ง่าย&amp;nbsp; ก็ถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติตัดออกไปพร้อมกับวิธีประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยตำรวจโดยภาคประชาชนที่จะทำให้ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นมากขึ้น &amp;nbsp;
สป.ยธ. จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีใช้ความกล้าหาญและเด็ดขาดในการปฏิรูปตำรวจให้เป็นตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้&amp;nbsp; โดยนำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับที่คณะกรรมการชุดนายมีชัย ฤชุพันธ์&amp;nbsp; ซึ่งได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนมาแล้วมากมาย แม้กระทั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอง&amp;nbsp; เสนอต่อสภาเพื่อตราเป็นกฎหมายบังคับใช้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77831</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดรัฐธรรมนูญ, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180310/image_big_5aa394dd1a696.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;แจงร่างพรบ.ตำรวจใหม่ไม่ยุบกองบัญชาการแต่เพิ่มความสำคัญโรงพักแย้มมีร่างพรบ.สอบสวนอีกชุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.63- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงร่างพ.ร.บ.ตำรวจที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการยุบกองบัญชาการ ว่า กองบัญชาการทุกอย่างมีครบไม่ได้ยุบอะไร เพียงแต่ไปเพิ่มความสำคัญในส่วนของสถานีตำรวจ จากที่พ.ร.บ.เดิมไม่เคยมีการระบุถึงสถานีตำรวจ แต่ร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่กำหนดให้มีบทบาทหน้าที่และงบประมาณ รวมถึงบุคลากรอย่างเพียงพอ เพราะใกล้ชิดประชาชน อีกทั้งยังมีโอกาสให้เจริญเติบโต ส่วนกรณีที่มีการเสนอให้แยกการสอบสวนออกจากตำรวจนั้น จากการศึกษาของกรรมการชุดต่างๆเห็นว่าวิธีเช่นนั้นไม่มีประโยชน์ เพราะต่อให้แยกไปสุดท้ายตำรวจก็ต้องตั้งหน่วยงานขึ้นมาสอบสวนอยู่ดี ดังนั้นเราจึงใช้วิธีคล้ายๆกับข้อเสนอดังกล่าว คือ ให้การสอบสวนอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้เป็นหนึ่งแท่งในจำนวนห้าแท่ง โดยไม่ห้ามข้ามกันไปมาระหว่างแท่ง แต่มีเงื่อนไข เช่น ไปแล้วต้องต่อแถวอาวุโส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า การปฏิรูปครั้งนี้ยังให้มีกรรมการพิทักษ์คุณธรรมตำรวจ (กพค.) เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจเสร็จสิ้น ใครรู้สึกไม่เป็นธรรมให้ส่งเรื่องมาที่กพค.ตรวจสอบ ถ้าพบว่าไม่เป็นธรรมก็สามารถส่งเรื่องต่อไปยังศาลปกครองได้ แทนวิธีการเดิมที่ให้ส่งเรื่องไปยังศาลปกครองทางเดียว ซึ่งไม่ควรเป็นเช่นนั้น รวมถึงอยากให้มีคณะกรรมการระดับชาติ คือ คณะกรรมการรับเรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับตำรวจ(กร.ตร.) ที่จะรับเรื่องจากประชาชนที่รู้สึกว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เป็นธรรม เช่น ล้มคดีขาดอายุความ สั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ซึ่งสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทำหน้าที่ อาทิ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง เป็นต้น โดยมีจเรตำรวจเป็นฝ่ายเลขาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงกรณีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (กตร.) กับคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)ที่มีหน้าที่ใกล้เคียงกันแล้วมีการเมืองเข้ามาแทรก จึงปรับปรุงให้เหลือเพียงกตร.แล้วเอาการเมืองออกให้หมดเหลือเพียงนายกฯคนเดียว รวมถึงปฏิรูปการแต่งตั้งโยกย้ายจากเดิมที่หลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายอยู่นอกกฎหมายทำให้เปลี่ยนได้ทุกปี ครั้งนี้เรานำมาไว้ในร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เช่น ระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นไปให้ยึดอาวุโส 100 เปอร์เซ็นต์ ระดับผู้บัญชาการลงมาถึงผู้บังคับการอาวุโส 50 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่านั้นลงมาอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องที่ตำรวจไม่ควรต้องเสียกำลังไปดำเนินการ โดยจะให้โอนกลับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เช่น ตำรวจรถไฟ ตำรวจป่าไม้ ตำรวจสิ่งแวดล้อม และตำรวจจราจร โดยจะให้ตำรวจจราจรโอนกลับไปอยู่ในท้องถิ่นที่เป็นเทศบาลนครภายใน 5 ปี ตำรวจป่าไม้ให้ไปภายใน 1 ปี และตำรวจสิ่งแวดล้อมให้โอนภายใน 2 ปี รวมถึงสนับสนุนให้มีตำรวจไม่มียศมากขึ้น และต้องเสร็จภายใน 1 ปี เช่น ตำรวจที่เป็นหมอ โดยจะให้ค่าตอบแทนแทนการให้ยศ เพราะเมื่อมียศจะผูกกับตำแหน่ง เช่น หมอที่เป็นพ.ต.ท.จะเป็นพ.ต.อ.ไม่ได้ ถ้าตำแหน่งไม่ว่าง ถ้าไม่มียศจะเติบโตได้โดยไม่ติดอะไร ซึ่งทั้งหมดนี้เมื่อเข้าสภาก็สามารถปรับปรุงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ร่างพ.ร.บ.ตำรวจเป็นเรื่องขององค์กร แต่ยังมีเรื่องใหญ่ คือ การสอบสวน ซึ่งจะมีร่างพ.ร.บ.ขึ้นมาอีกฉบับหนึ่ง แต่ยังรอไว้ก่อน ให้ตกผลึก ยิ่งมีคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอสขึ้นมาก็ให้ชุดของนายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ทบทวนอีกครั้ง และเหตุผลหนึ่งที่ร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวไปไม่ได้ เพราะยังมีความเห็นแย้งจากตำรวจ อัยการ และศาล ซึ่งมีเหตุผล เช่น เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจสอบสวนคดีอาญาในประเทศไทยมีทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำไมพ.ร.บ.สอบสวนจึงกำหนดไว้เพียงตำรวจ แต่หน่วยงานอื่นไม่ต้องทำตามร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวด้วย รวมถึงยังมีวิธีการสอบสวนต่างๆที่ปัจจุบันถือว่าดีแต่ตำรวจขอให้ช่วยพูดถึงเรื่องงบประมาณด้วย และอีกเหตุผลหนึ่งเมื่อโครงสร้างยังไม่ยุติพ.ร.บ.ตำรวจที่เป็นถือเป็นฝาแฝดก็ต้องรอให้เรื่องโครงสร้างยุติก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77822</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ เครืองาม, ปฏิรูปตำรจ, ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, สายงานสอบสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f6435da49ee2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อชิรวิทย์&#039;โดดขวางปฏิรูปตำรวจชุด&#039;มีชัย&#039;อ้างไม่เคยถามตร.ท้าทำวิจัยก่อนทำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10ส.ค.61- ที่ห้องประชุมชุมนุมสหกรณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) และอดีตคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) แถลงถึงการปฏิรูปตำรวจ หลังจากคณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ...ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานฯได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ..... และร่างพ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญาพ.ศ. .... วาระที่หนึ่งเสร็จแล้ว และกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่า ตนออกมาแสดงความคิดเห็นไม่ได้ต่อต้าน ไม่ได้คัดค้าน เพียงเสนอความเห็นว่า ไม่เห็นด้วย&amp;nbsp; ต้องการเสนอว่าความคิดเห็นแล้วให้ไปพิจารณาว่าทำได้หรือไม่ โดยทุกอย่างที่พูดท้าให้ไปทำการวิจัยด้วย ว่าการจะปฏิรูป ตั้งอะไรใหม่ ย้ายอะไร&amp;nbsp; เช่น ตั้งหน่วยงานใหม่ หรือแยกงานใดออกไปจากตำรวจที่ผ่านมา คุ้มค่า มีประสิทธิภาพหรือไม่ ท้าไปทำวิจัยก่อนทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การออกมาครั้งนี้ ผมมาคนเดียวคิดคนเดียวแต่บูรณาการรับฟังความคิดเห็น จากลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นตำรวจ ที่ผมสอนในหลักสูตร สารวัตร ผู้กำกับการ&amp;nbsp; ผู้บังคับการ ซึ่งสะท้อนมาว่าตำรวจจริงๆเขาต้องการอะไร ยืนยันว่าการออกมาไม่มีเบื้องหลัง เบื้องหน้า เบื้องบน แต่มาในฐานะที่เป็นตำรวจ เป็นลูกตำรวจ&amp;nbsp; ครอบครัวเป็นตำรวจและไม่เคยประพฤติชั่ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองผบ.ตร.กล่าวว่า ตนไม่เคยออกมาก่อนหน้านี้เพราะ รอดูจนการร่างกฎหมายเสร็จสิ้นและออกมาแสดงความคิดเห็นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ที่เปิดโอกาสให้สาธารณะชนแสดงความคิดเห็น&amp;nbsp; การปฏิรูปตำรวจครั้งนี้ ไม่เคยถามตำรวจ&amp;nbsp; มีเพียงตัวแทน 2 คน คือ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน อดีตผบช.ภ. 1 และ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. ไปนั่งเป็นตัวแทนในคณะกรรมการ 2 คน ร่วมกับกรรมการจากหน่วยงานอื่นๆอีก 14 คน เป็น 14 คนที่ไม่เคยรู้กฎหมาย แต่ไปร่างกฎหมาย เปรียบเสมือนปลูกเรือนต้องตามใจอยู่ แต่การปฏิรูปแบบนี้เหมือนมีธง ตำรวจ 2 คน จะไปแสดงความเห็นต่อสู้อะไรกับอีก 14 คนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การปฏิรูปชุดนายมีชัย ไม่ได้หยิบยก 2 เรื่องสำคัญ ที่เป็น สมอง และหัวใจของการปฏิรูปตำรวจ มาพูด นั่นคือ 1. เรื่องงบประมาณ ที่ยังไม่เพียงพอ ผมเคยเสนอหลายครั้ง ลดจำนวนตำรวจไปครึ่งหนึ่งเอางบฯเงินเดือนตัดจากกำลังพลที่เอาออกไป มาเพิ่มเงินเดือนให้ตำรวจ และมาเป็นงบลงทุนฯ โดยงานด้านรักษาความปลอดภัยโอนให้หน่วยอื่น ให้เอกชน รัฐก็ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังตำรวจในภารกิจนี้ เอาตำรวจออกได้&amp;nbsp; และ 2. ไม่ได้พูดถึงผลกระทบการดูแลตำรวจชั้นผู้น้อย ที่เป็นหัวใจของตำรวจใกล้ชิดประชาชนที่สุด ทั้งที่การปฏิรูปให้ได้ผลอย่างแท้จริงต้องปฏิรูปตำรวจชั้นผู้น้อย ซึ่งใกล้ชิดและกระทบประชาชนมากที่สุด ขณะนี้ตำรวจชั้นผู้น้อยแสนกว่าคนยังตกระกำลำบาก ต้องทำงานหนักเกินกว่าข้าราชการทุกกระทรวง แต่รายได้เท่ากันตามมาตรฐานระเบียบราชการ&amp;quot;พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15132</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปตำรวจ, พ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา, พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน, พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม, พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช, มีชัย ฤชุพันธุ์, ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6d517240f2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จักรทิพย์พร้อมรับกม.ปฏิรูปตำรวจ พูดไม่ได้เห็นด้วยหรือเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ตำรวจแห่งชาติ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ที่เกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 เสร็จแล้ว ในวาระแรกทั้ง 2 ร่าง คือ ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา พ.ศ. .... โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนนั้นว่า ได้เห็นแล้วบางส่วน อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ของพี่น้องประชาชน เสร็จจากขั้นตอนนี้จะเข้าคณะรัฐมนตรี ต้องรอก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมน้อมรับอยู่แล้ว ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่หรือต้องปรับอะไร ผมไม่สามารถพูดได้ เพราะผมมีส่วนได้เสีย ขอให้เขาทำหน้าที่ไป ออกมาอย่างไรผมก็ยอมรับกติกาอยู่แล้ว การทำประชาพิจารณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอิสระ เราไม่ได้บังคับให้ใครไปไม่ไป&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14962</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.ปฏิรูปตำรวจ, ประชาพิจารณ์, ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์, มีชัย, ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b178a05aa42e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
