<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;ชาวเชียงใหม่&quot;ไม่ทน ทำร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการอากาศสะอาด...</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาคุณภาพอากาศเชียงใหม่ ซึ่งช่วงเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี เผชิญวิกฤตค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ส่งผลให้ชาวเชียงใหม่หายใจเอาอากาศพิษเข้าสู่ร่างกายประจำ &amp;nbsp; ปีนี้มลพิษฝุ่นควันก็ร้ายแรงสุดระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เชียงใหม่ขึ้นอันดับ 1 คุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก จัดอันดับโดยเว็บไซต์ AirVisual &amp;nbsp;แม้จังหวัดร่วมทำงานสู้ฝุ่นพิษกับหลายภาคส่วน แต่ก็ไม่สามารถบรรเทาปัญหาได้ &amp;nbsp;เนื่องจากปัจจัยที่ทำให้เกิดไฟป่าและฝุ่นควันไม่ได้เกิดจากการเผาพื้นที่ทางการเกษตร พื้นที่ป่าเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การสร้างความตระหนักและรับรู้การแก้ปัญหาฝุ่นพิษห่มคลุมเมืองร่วมกันอย่างจริงจัง &amp;nbsp;เป็นสิ่งสำคัญเพื่ออนาคตของจังหวัดเชียงใหม่ เหตุนี้ มูลนิธิส่งเสริมการออกแบบอนาคตประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ &amp;nbsp;สภาลมหายใจเชียงใหม่ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) &amp;nbsp;คิกออฟโครงการ &amp;ldquo;เคาท์ดาวน์ฝุ่น PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่&amp;rdquo; ที่ จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;เมื่อวันก่อน โดยเชิญตัวแทนภาคนโยบาย หน่วยงานรัฐ เอกชน ภาควิชาการ ภาคเกษตร ภาคประชาสังคม ภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และสื่อสารมวลชน ร่วมแลกเปลี่ยนวิธีการทำงานขจัดปัญหาฝุ่นควัน มุ่งสู่การจัดทำแผนการปฏิบัติงานลดฝุ่น PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งเป้าให้เสร็จเดือนมกราคม ปี 2564 เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหมอกควันพิษฤดูกาลหน้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไพสิฐ พาณิชย์กุล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกฎหมายมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ทุกปีชาวเชียงใหม่ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตมลพิษทางอากาศจากฝุ่นละออง PM 2.5 และทุกครั้งที่เกิดไฟป่าค่าฝุ่น PM 2.5 จะทะยานสูงขึ้นถึง 925 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำสถิติสูงสุดในรอบหลายสิบปี ส่วนที่มาของฝุ่นควันเกิดจากการเผาในที่โล่ง การเผาป่าฝุ่นในเมือง ฝุ่นจากนอกประเทศ ฯลฯ สถานการณ์ฝุ่นควันเป็นมลพิษทางอากาศกระทบต่อทุกชีวิตประชาชนในพื้นที่ ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจ &amp;nbsp;อีกทั้งภาระค่าใช้จ่ายในการป้องกันตนเองจากมลพิษ เพื่อให้มีการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ การบูรณาการเชิงระบบของหน่วยงานต่างๆ ภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคม การบริหารจัดการระบบงบประมาณเพื่อการมีอากาศสะอาด &amp;nbsp;จำเป็นต้องให้มีกฏหมายว่าด้วยการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ขณะนี้ภาคประชาสังคมร่วมกันจัดทำ(ร่าง) พระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ... เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการปัญหาฝุ่นPM 2.5 ได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น &amp;nbsp;สำหรับโครงการเคาท์ดาวน์ฝุ่น PM2.5 &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมเป็นภาคี ร่วมคิด ร่วมทำเพื่อสู้เป้าหมายลดปริมาณฝุ่นในเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์ฝุ่นควัน ซึ่งเป็นมลพิษอากาศซึ่งครอบคลุมไปยังพื้นที่กว้างขวางขึ้น และมีความเข้มข้นของมลพิษในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนทุกปี &amp;nbsp;ไม่เฉพาะพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เป็นเหตุให้คนอยู่ในภาวะอันตราย ภาคประชาชนเห็นความจำเป็นต้องพัฒนาปฏิรูประบบบริหารจัดการมลพิษอากาศให้มีประสิทธิภาพและเป็นระบบ &amp;nbsp;นำมาสู่การจัดทำร่างกฎหมายจัดการเพื่ออากาศสะอาด &amp;nbsp;เป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดระบบการวางแผน เพื่อป้องกันการปล่อยมลพิษ ฝุ่น ควัน &amp;nbsp;กลิ่น เข้าสู่สภาพแวดล้อมและชั้นบรรยากาศ &amp;nbsp;ส่งเสริมการบูรณาการเชิงระบบของหน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;ภาครัฐ ร่วมกับภาคเอกชน และภาคประชาสังคม &amp;nbsp;การบริหารจัดการระบบงบประมาณเพื่อการมีอากาศสะอาด ระบบบริหารจัดการเชิงพื้นที่ที่เป็นแหล่งของอากาศไม่สะอาด ทั้งภาคขนส่ง โรงงานอุตสาหกรรม เขตพื้นที่ก่อสร้าง การเผาในที่โล่ง &amp;nbsp;การเผาตอซังของเกษตรกร การเผาพื้นที่ป่า รวมถึงฝุ่นควันที่ลอยข้ามพรมแดนจากแหล่งกำเนิดในต่างประเทศ การพัฒนามาตรฐานคุณภาพอากาศ ระบบประเมินคุณภาพอากาศ จนถึงการเฝ้าระวัง เตือนภัยจากสถานการณ์อากาศที่ไม่สะอาดที่อาจจะมีผลกระทบต่อประชาชน &amp;nbsp; ระบบการจัดการในสถานการณ์วิกฤตจากสภาพอากาศ เพราะสิทธิในอากาศสะอาด เป็นสิทธิของบุคคลที่สมควรได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย &amp;nbsp;ประชาชนและชุมชนสามารถใช้สิทธิเข้ามามีส่วนร่วมตัดสินใจในการกำหนดนโยบายของรัฐที่เกี่ยวกับการจัดการอากาศสะอาด &amp;nbsp;การมีส่วนร่วมในการจัดทำแผน นำไปสู่การปฏิบัติแก้มลพิษ ซึ่งภาคประชาสังคมร่วมกันออกแบบโครงสร้างกฎหมายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตลอดปีนี้โครงการเคาท์ดาวน์ฝุ่น PM 2.5 จะจัดเวทีแลกเปลี่ยนการทำงานของทุกส่วน ขอยกระดับการมองอนาคตเชียงใหม่ปลอดฝุ่นควัน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สุมิท แช่มประสิทธิ์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมการออกแบบอนาคตประเทศไทย กล่าวว่า ฝุ่นจิ๋วเป็นปัญหามลพิษที่หมักหมมในเชียงใหม่มากกว่า 10 ปี ต้องการแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมา แก้เมื่อเผชิญเหตุ ทำให้ปัญหาวนเวียนกลับมาทุกปี และแนวโน้มสถานการณ์หนักขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp;เมืองที่มีระดับมลพิษอากาศสูงจะพบปัญหาสุขภาพเพิ่มขึ้นและสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว โครงการเคาท์ดาวน์ฝุ่นPM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่หวังสร้างการเปลี่ยนแปลงวิธีแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยระดมทุกภาคส่วนสะท้อนปัญหาและหาแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ทุกวันนี้ปัจจัยที่ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 &amp;nbsp;ยังไม่มีข้อสรุปร่วมกัน เกิดการชี้นิ้วใส่กัน &amp;nbsp;เราอาสาจัดพื้นที่พูดคุย บอกเล่าอุปสรรค ข้อติดขัดในการทำงานแก้ปัญหา และช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของภาคส่วนต่าง ๆ หัวใจสำคัญการทำงานครั้งนี้ทุกฝ่ายต้องแบ่งปันข้อมูลกัน และสร้างกระบวนการคิดแบบมองปัญหาเชิงระบบ มองอนาคตร่วมกัน และขับเคลื่อนร่วมกัน ระยะเวลาโครงการ 5 ปี ระยะสั้นภายใน 5 เดือน เกิดมาตรการทำให้ฝุ่นควันอยู่ในเกณฑ์ดีได้มาตรฐาน &amp;nbsp; ระยะยาวปริมาณฝุ่นพิษลดลงอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 40 &amp;nbsp;มีวันที่อากาศดี อากาศปลอดโปร่ง เพิ่มมากขึ้น ชีวิตชาวเชียงใหม่ไม่ต้องสูดดมฝุ่น จากเวทีแรกก็น่าสนใจ หลังนักวิชาการฟังข้อมูลจากภาคส่วนอื่นๆ &amp;nbsp;หันกลับมาทบทวนงานวิจัยตัวเองว่าต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลงงานวิจัยสู้ฝุ่นที่ตอบโจทย์ชุมชนมากขึ้น ส่วนหน่วยงานรัฐได้เสนอแผนแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าที่อัพเดท มาปรับข้อมูลให้ตรงกัน เวทีครั้งต่อไปจะจัดเดือน ต.ค. และปลายปี แล้วรวบรวมข้อมูล สังเคราะห์ ทำแผนปฏิบัติการ &amp;nbsp;หากเชียงใหม่เกิดผลที่เป็นรูปธรรม จะขยายผลทำงานให้กับเมืองที่ยังแก้ปัญหามลพิษอากาศไม่ได้เช่นกัน &amp;nbsp;&amp;ldquo; ดร.สุมิท กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แน่นอนว่า ทางแก้ปัญหามลพิษที่รุนแรง ต้องมาจากการลดการเผาที่โล่งแจ้ง ลดจุดความร้อน ลดฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้คนเจ็บป่วย &amp;nbsp;พิทยา จินาวัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 2 สสส. บอกเล่าแผน การดำเนินงาน ยกตัวอย่าง &amp;nbsp;ในพื้นที่บ้านหัวเสือ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ทางเทศบาลตำบลบ้านหลวงใช้นวัตกรรม&amp;ldquo;ทะเบียนประวัติการใช้ที่ดินรายแปลง&amp;rdquo; สำรวจเขตที่ดินของชาวบ้านด้วยเทคโนโลยี GPS บอกพิกัดผ่านทางดาวเทียม 20,000 ไร่ รวมที่ดิน 6,000 แปลง เมื่อเกิดไฟป่าขึ้นระบบจะชี้จุดเกิดความร้อน (Hotspot) ว่า เกิดในที่ดินแปลงใด ซึ่งไฟป่าส่วนใหญ่เกิดจากฝีมือคน การมีทะเบียนฯ ทำให้มีหลักฐานดำเนินคดีเอาผิดได้ ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา พบว่า ชาวบ้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี กระทั่งไม่พบปัญหาบุกรุกพื้นที่ป่า จำนวนจุดความร้อนลดลง และปัญหาไฟป่าลดลงอย่างเป็นรูปธรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มลพิษทางอากาศฝุ่นควันไฟป่าเกี่ยวข้องกับสุขภาพของประชาชนโดยตรง การแก้วิกฤตฝุ่นนี้ สสส.สนับสนุนหลายโครงการ เราร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการเสริมศักยภาพชุมชนและพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ช่วยป้องกันปัญหาฝุ่นควันจากไฟป่าอย่างยั่งยืนในพื้นที่ 19 ตำบลใน 9 จังหวัดภาคเหนือ พบว่าได้ผลสำเร็จร้อยละ 80 &amp;quot; พิทยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74586</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, ดร.สุมิท แช่มประสิทธิ์, มลพิษภาคเหนือ, ร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการอากาศสะอาด พ.ศ....., ไพสิฐ พาณิชย์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a2678b3a18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2020 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2020 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;ชาวเชียงใหม่&quot;ไม่ทน ทำร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการอากาศสะอาด...</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาคุณภาพอากาศเชียงใหม่ ซึ่งช่วงเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี เผชิญวิกฤตค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ส่งผลให้ชาวเชียงใหม่หายใจเอาอากาศพิษเข้าสู่ร่างกายประจำ &amp;nbsp; ปีนี้มลพิษฝุ่นควันก็ร้ายแรงสุดระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เชียงใหม่ขึ้นอันดับ 1 คุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก จัดอันดับโดยเว็บไซต์ AirVisual &amp;nbsp;แม้จังหวัดร่วมทำงานสู้ฝุ่นพิษกับหลายภาคส่วน แต่ก็ไม่สามารถบรรเทาปัญหาได้ &amp;nbsp;เนื่องจากปัจจัยที่ทำให้เกิดไฟป่าและฝุ่นควันไม่ได้เกิดจากการเผาพื้นที่ทางการเกษตร พื้นที่ป่าเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การสร้างความตระหนักและรับรู้การแก้ปัญหาฝุ่นพิษห่มคลุมเมืองร่วมกันอย่างจริงจัง &amp;nbsp;เป็นสิ่งสำคัญเพื่ออนาคตของจังหวัดเชียงใหม่ เหตุนี้ มูลนิธิส่งเสริมการออกแบบอนาคตประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ &amp;nbsp;สภาลมหายใจเชียงใหม่ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) &amp;nbsp;คิกออฟโครงการ &amp;ldquo;เคาท์ดาวน์ฝุ่น PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่&amp;rdquo; ที่ จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;เมื่อวันก่อน โดยเชิญตัวแทนภาคนโยบาย หน่วยงานรัฐ เอกชน ภาควิชาการ ภาคเกษตร ภาคประชาสังคม ภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และสื่อสารมวลชน ร่วมแลกเปลี่ยนวิธีการทำงานขจัดปัญหาฝุ่นควัน มุ่งสู่การจัดทำแผนการปฏิบัติงานลดฝุ่น PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งเป้าให้เสร็จเดือนมกราคม ปี 2564 เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหมอกควันพิษฤดูกาลหน้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไพสิฐ พาณิชย์กุล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกฎหมายมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ทุกปีชาวเชียงใหม่ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตมลพิษทางอากาศจากฝุ่นละออง PM 2.5 และทุกครั้งที่เกิดไฟป่าค่าฝุ่น PM 2.5 จะทะยานสูงขึ้นถึง 925 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำสถิติสูงสุดในรอบหลายสิบปี ส่วนที่มาของฝุ่นควันเกิดจากการเผาในที่โล่ง การเผาป่าฝุ่นในเมือง ฝุ่นจากนอกประเทศ ฯลฯ สถานการณ์ฝุ่นควันเป็นมลพิษทางอากาศกระทบต่อทุกชีวิตประชาชนในพื้นที่ ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจ &amp;nbsp;อีกทั้งภาระค่าใช้จ่ายในการป้องกันตนเองจากมลพิษ เพื่อให้มีการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ การบูรณาการเชิงระบบของหน่วยงานต่างๆ ภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคม การบริหารจัดการระบบงบประมาณเพื่อการมีอากาศสะอาด &amp;nbsp;จำเป็นต้องให้มีกฏหมายว่าด้วยการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ขณะนี้ภาคประชาสังคมร่วมกันจัดทำ(ร่าง) พระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ... เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการปัญหาฝุ่นPM 2.5 ได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น &amp;nbsp;สำหรับโครงการเคาท์ดาวน์ฝุ่น PM2.5 &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมเป็นภาคี ร่วมคิด ร่วมทำเพื่อสู้เป้าหมายลดปริมาณฝุ่นในเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์ฝุ่นควัน ซึ่งเป็นมลพิษอากาศซึ่งครอบคลุมไปยังพื้นที่กว้างขวางขึ้น และมีความเข้มข้นของมลพิษในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนทุกปี &amp;nbsp;ไม่เฉพาะพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เป็นเหตุให้คนอยู่ในภาวะอันตราย ภาคประชาชนเห็นความจำเป็นต้องพัฒนาปฏิรูประบบบริหารจัดการมลพิษอากาศให้มีประสิทธิภาพและเป็นระบบ &amp;nbsp;นำมาสู่การจัดทำร่างกฎหมายจัดการเพื่ออากาศสะอาด &amp;nbsp;เป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดระบบการวางแผน เพื่อป้องกันการปล่อยมลพิษ ฝุ่น ควัน &amp;nbsp;กลิ่น เข้าสู่สภาพแวดล้อมและชั้นบรรยากาศ &amp;nbsp;ส่งเสริมการบูรณาการเชิงระบบของหน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;ภาครัฐ ร่วมกับภาคเอกชน และภาคประชาสังคม &amp;nbsp;การบริหารจัดการระบบงบประมาณเพื่อการมีอากาศสะอาด ระบบบริหารจัดการเชิงพื้นที่ที่เป็นแหล่งของอากาศไม่สะอาด ทั้งภาคขนส่ง โรงงานอุตสาหกรรม เขตพื้นที่ก่อสร้าง การเผาในที่โล่ง &amp;nbsp;การเผาตอซังของเกษตรกร การเผาพื้นที่ป่า รวมถึงฝุ่นควันที่ลอยข้ามพรมแดนจากแหล่งกำเนิดในต่างประเทศ การพัฒนามาตรฐานคุณภาพอากาศ ระบบประเมินคุณภาพอากาศ จนถึงการเฝ้าระวัง เตือนภัยจากสถานการณ์อากาศที่ไม่สะอาดที่อาจจะมีผลกระทบต่อประชาชน &amp;nbsp; ระบบการจัดการในสถานการณ์วิกฤตจากสภาพอากาศ เพราะสิทธิในอากาศสะอาด เป็นสิทธิของบุคคลที่สมควรได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย &amp;nbsp;ประชาชนและชุมชนสามารถใช้สิทธิเข้ามามีส่วนร่วมตัดสินใจในการกำหนดนโยบายของรัฐที่เกี่ยวกับการจัดการอากาศสะอาด &amp;nbsp;การมีส่วนร่วมในการจัดทำแผน นำไปสู่การปฏิบัติแก้มลพิษ ซึ่งภาคประชาสังคมร่วมกันออกแบบโครงสร้างกฎหมายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตลอดปีนี้โครงการเคาท์ดาวน์ฝุ่น PM 2.5 จะจัดเวทีแลกเปลี่ยนการทำงานของทุกส่วน ขอยกระดับการมองอนาคตเชียงใหม่ปลอดฝุ่นควัน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สุมิท แช่มประสิทธิ์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมการออกแบบอนาคตประเทศไทย กล่าวว่า ฝุ่นจิ๋วเป็นปัญหามลพิษที่หมักหมมในเชียงใหม่มากกว่า 10 ปี ต้องการแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมา แก้เมื่อเผชิญเหตุ ทำให้ปัญหาวนเวียนกลับมาทุกปี และแนวโน้มสถานการณ์หนักขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp;เมืองที่มีระดับมลพิษอากาศสูงจะพบปัญหาสุขภาพเพิ่มขึ้นและสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว โครงการเคาท์ดาวน์ฝุ่นPM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่หวังสร้างการเปลี่ยนแปลงวิธีแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยระดมทุกภาคส่วนสะท้อนปัญหาและหาแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ทุกวันนี้ปัจจัยที่ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 &amp;nbsp;ยังไม่มีข้อสรุปร่วมกัน เกิดการชี้นิ้วใส่กัน &amp;nbsp;เราอาสาจัดพื้นที่พูดคุย บอกเล่าอุปสรรค ข้อติดขัดในการทำงานแก้ปัญหา และช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของภาคส่วนต่าง ๆ หัวใจสำคัญการทำงานครั้งนี้ทุกฝ่ายต้องแบ่งปันข้อมูลกัน และสร้างกระบวนการคิดแบบมองปัญหาเชิงระบบ มองอนาคตร่วมกัน และขับเคลื่อนร่วมกัน ระยะเวลาโครงการ 5 ปี ระยะสั้นภายใน 5 เดือน เกิดมาตรการทำให้ฝุ่นควันอยู่ในเกณฑ์ดีได้มาตรฐาน &amp;nbsp; ระยะยาวปริมาณฝุ่นพิษลดลงอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 40 &amp;nbsp;มีวันที่อากาศดี อากาศปลอดโปร่ง เพิ่มมากขึ้น ชีวิตชาวเชียงใหม่ไม่ต้องสูดดมฝุ่น จากเวทีแรกก็น่าสนใจ หลังนักวิชาการฟังข้อมูลจากภาคส่วนอื่นๆ &amp;nbsp;หันกลับมาทบทวนงานวิจัยตัวเองว่าต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลงงานวิจัยสู้ฝุ่นที่ตอบโจทย์ชุมชนมากขึ้น ส่วนหน่วยงานรัฐได้เสนอแผนแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าที่อัพเดท มาปรับข้อมูลให้ตรงกัน เวทีครั้งต่อไปจะจัดเดือน ต.ค. และปลายปี แล้วรวบรวมข้อมูล สังเคราะห์ ทำแผนปฏิบัติการ &amp;nbsp;หากเชียงใหม่เกิดผลที่เป็นรูปธรรม จะขยายผลทำงานให้กับเมืองที่ยังแก้ปัญหามลพิษอากาศไม่ได้เช่นกัน &amp;nbsp;&amp;ldquo; ดร.สุมิท กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แน่นอนว่า ทางแก้ปัญหามลพิษที่รุนแรง ต้องมาจากการลดการเผาที่โล่งแจ้ง ลดจุดความร้อน ลดฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้คนเจ็บป่วย &amp;nbsp;พิทยา จินาวัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 2 สสส. บอกเล่าแผน การดำเนินงาน ยกตัวอย่าง &amp;nbsp;ในพื้นที่บ้านหัวเสือ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ทางเทศบาลตำบลบ้านหลวงใช้นวัตกรรม&amp;ldquo;ทะเบียนประวัติการใช้ที่ดินรายแปลง&amp;rdquo; สำรวจเขตที่ดินของชาวบ้านด้วยเทคโนโลยี GPS บอกพิกัดผ่านทางดาวเทียม 20,000 ไร่ รวมที่ดิน 6,000 แปลง เมื่อเกิดไฟป่าขึ้นระบบจะชี้จุดเกิดความร้อน (Hotspot) ว่า เกิดในที่ดินแปลงใด ซึ่งไฟป่าส่วนใหญ่เกิดจากฝีมือคน การมีทะเบียนฯ ทำให้มีหลักฐานดำเนินคดีเอาผิดได้ ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา พบว่า ชาวบ้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี กระทั่งไม่พบปัญหาบุกรุกพื้นที่ป่า จำนวนจุดความร้อนลดลง และปัญหาไฟป่าลดลงอย่างเป็นรูปธรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มลพิษทางอากาศฝุ่นควันไฟป่าเกี่ยวข้องกับสุขภาพของประชาชนโดยตรง การแก้วิกฤตฝุ่นนี้ สสส.สนับสนุนหลายโครงการ เราร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการเสริมศักยภาพชุมชนและพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ช่วยป้องกันปัญหาฝุ่นควันจากไฟป่าอย่างยั่งยืนในพื้นที่ 19 ตำบลใน 9 จังหวัดภาคเหนือ พบว่าได้ผลสำเร็จร้อยละ 80 &amp;quot; พิทยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74585</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, ดร.สุมิท แช่มประสิทธิ์, มลพิษภาคเหนือ, ร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการอากาศสะอาด พ.ศ....., ไพสิฐ พาณิชย์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a2678b3a18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
