<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก็ลองดู!&#039;สมชัย&#039;ขู่&#039;บิ๊กตู่&#039;ยื่นตีความกม.เลือกตั้งส.ส.เลยเวลาทำผิดรธน.แน่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.61- &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กรรมการการเลือกตั้ง กกต. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยเรื่องการเลือกตั้ง ส.ส. ว่าควรจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่นั้น ว่า เรื่องดังกล่าวมีเรื่องที่จะตั้งพิจารณา 2 ประเด็น คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เนื้อหาของร่าง พ.ร.ป.ดังกล่าวควรจะมีการยื่นตีความหรือไม่ และเรื่องดังกล่าวจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ โดยตนมองว่าประเด็นที่มีการตัดสิทธิคนที่ไม่ไปเลือกตั้งไม่สามารถเป็นข้าราชการการเมืองได้นั้น เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง ถึงจะมีการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองขึ้น หากผู้ที่เห็นว่าตัวเองได้รับความเสียหายก็มีช่องทางในการฟ้องร้องขอความเป็นธรรมอยู่แล้ว ประเด็นดังกล่าวจึงไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่จะกระทบต่อการเลือกตั้ง ส่วนประเด็นการให้เจ้าหน้าที่ช่วยผู้พิการลงคะแนนนั้น ก็เฉพาะในส่วนของคนพิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ซึ่งมีจำนวนไม่มาก และการทำประชามติรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2557 ก็มีการใช้วิธีดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิเลือกตั้ง และสอดคล้องกับหลักการสากล จึงไม่น่าจะมีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.เรื่องกรอบเวลาตามรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องพิจารณาว่าขณะนี้ยังอยู่ในชั้นที่สามารถดำเนินการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความได้หรือไม่ เพราะถ้าพิจารณาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 145 ที่ระบุว่านายกรัฐมนตรีมีเวลา รอไว้ 5 วันนับแต่วันที่ได้รับร่างกฎหมาย ถ้าไม่มีกรณีต้องดําเนินการตามมาตรา 148 ซึ่งก็คือการทักท้วงจาก สนช.หรือนายกฯเห็นว่าร่างกฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ หากไม่มีการดำเนินการตามมาตรา 148 ในช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว นายกฯจะต้องนํากฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วัน &amp;nbsp;ดังนั้นกรอบเวลาการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจึงไม่ใช่ 5+20 วัน เพราะหากเป็นอย่างนั้นในกฎหมายคงจะเขียนกรอบเวลาให้สนช.ทักท้วงหรือนายกฯยื่นตีความภายใน 25 วันตั้งแต่แรกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้น่าจะเกิน 5 วันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดแล้ว หากนายกฯได้รับร่างกฎหมายจาก สนช.วันที่ 20 มี.ค. อยากให้อ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 145 และ 148 ให้ดี ว่าอยู่ในกรอบ 5 วันที่รัฐธรรมนูญกำหนดหรือไม่ เพราะหากมีการยื่นตีความแล้ว ผู้ที่ยื่นตีความจะกระทำขัดรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo;นายสมชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ว่าขั้นตอนการยื่นตีความมีกรอบเวลา 5 วัน บวก 20 วัน รวม 25 วัน นายสมชัย กล่าวเพียงสั้นๆว่า &amp;ldquo;ก็ลองดูสิ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5914</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตีความ, ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส., สมชัย ศรีสุทธิยากร, ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab470fb124fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.ลงมติผ่านฉลุยกฎหมายเลือกตั้งส.ส.-การได้มาซึ่งส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ตามที่คณะกรรมาธิการร่วม 3ฝ่ายพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวได้พิจารณาทบทวนแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยที่ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลงมติให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ด้วยคะแนน 211 ต่อ 0 งดออกเสียง 7 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ตามที่กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย พิจารณาเสร็จแล้ว ทั้ง 4 ประเด็นคือ 1.การลดจำนวนกลุ่มการสมัครจาก 20 กลุ่ม เหลือ 10 กลุ่ม โดยปรับแก้เป็นบทหลักมี 20 กลุ่ม ส่วนบทเฉพาะกาล ให้มี 10 กลุ่ม 2. การแบ่งผู้สมัครแต่ละกลุ่มออกเป็น 2 ประเภท คือ อิสระและการเสนอชื่อโดยองค์กร แก้เป็นบทหลัก รับสมัครแบบอิสระอย่างเดียว ส่วนบทเฉพาะกาล ให้รับสมัคร 2 ประเภท คือ อิสระและการเสนอชื่อโดยองค์กร 3.วิธีการเลือกตรงและการเลือกไขว้ ปรับแก้เป็น ในบทหลักให้ใช้การเลือกตั้งและการเลือกไขว้ ส่วนบทเฉพาะกาล ให้ใช้การเลือกตรงเพียงอย่างเดียว และ 4.ปรับแก้ให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมสนช.มีมติเห็นชอบเช่นกันด้วยคะแนน 202 ต่อ 1 งดออกเสียง 13 &amp;nbsp;กระบวนการจากนี้จะต้องนำร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับส่งให้นายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ บังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4557</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย2ฉบับ, ที่มาส.ว., ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส., ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว., ลงมติ, สนช., เลือกตั้งส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa0e4c36b3ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
