<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กพย.เตรียมเสนอปลดล็อกอีกรอบ&quot;กัญชา-กระท่อม&quot;หลุดจากยาเสพติด  ผุดร่างพ.ร.บ.พืชยา กัญชา กระท่อม ฉบับประชาชน รองรับ   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.62- &amp;nbsp;ที่เวทีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;เสวนา ครั้งที่ 19 เรื่อง &amp;ldquo;กัญชา เพื่อเยียวยาสุขภาพ?&amp;rdquo; ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม รองอธิการบดีด้านวิจัย จุฬาฯ กล่าวว่า ขณะนี้สังคมเกิดคำถามเกี่ยวกับกัญชามากมายว่า สามารถรักษาทุกโรคได้จริงหรือไม่ ปลอดภัยไหม และคนไข้ที่จำเป็นต้องใช้จะได้ใช้เมื่อไร &amp;nbsp;จากการสืบค้น พบว่า สารสกัดจากกัญชา &amp;nbsp; ซีบีดี ที่ได้รับรองทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์มี 35 ประเทศ กฎหมายเปิดบางส่วน 18 ประเทศ ส่วนอีกหลายร้อยประเทศยังผิดกฎหมายอยู่ ก็ต้องมาคิดให้รอบคอบทั้งวิทยาศาสตร์ การแพทย์ สังคม กฎหมาย การจะรณรงค์เปิดกัญชาเสรีต้องมาระดมความคิดร่วมกันต่อไป สิ่งที่ต้องชี้แจงกันให้ชัดสุดคือ รักษาในโรคอะไรได้บ้าง รวมถึงความปลอดภัย คุณภาพ และการการเข้าถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฯ เผยว่า กัญชาได้รับการพิสูจน์จากผู้ใช้จริงทั้งในและต่างประเทศแล้วว่า รักษาโรคได้ แต่ไม่ใช่ทุกโรค และใช่ว่าจะใช้ได้ผลทั้งหมด 100 เปอร์เซ็น ที่พบว่ารักษาได้คือ อาการปวด จากระบบประสาทผิดปกติ และนอกระบบประสาทผิดปกติ พวกเข่า ข้อ ต่างๆ รวมถึงอาการเกร็ง พวกโรคบิดก็ใช้ได้ &amp;nbsp;โรคลมชัก โรคสมอง รวมทั้งรักษาทางอารมณ์ แต่สำหรับโรคไบโพล่า ใช้ไม่ได้ &amp;nbsp; เพราะบางทีหากใช้กัญชาก็จะทำให้ได้ผลตรงข้ามกันเช่น ร่าเริงมากเกินไป หรือทำให้หดหู่มากเกินไป &amp;nbsp; ส่วนโรคมะเร็งที่ได้ยินกันบ่อยสุดว่าช่วยได้ &amp;nbsp;จริงๆแล้วไม่อยากบอกว่ารักษาโรคได้ &amp;nbsp;ต้องขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้รักษา &amp;nbsp;หากแพทย์เข้าใจชีวิตของผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งก็เหมาะสำหรับใช้เป็นการรักษาคุณภาพชีวิตตั้งแต่ผู้ป่วยอยู่ในระยะที่ 1 ใช้รักษาเพื่อไม่ให้ซึมเศร้าหรือหดหู่เมื่อรู้ว่าเป็นมะเร็ง . &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวต่อว่าขั้นตอนกัญชาขณะนี้ &amp;nbsp;วันที่ 19 พ.ค. จะหมดเขตสำหรับการแจ้งครอบครองกัญชา เพื่อจะไม่ให้ถูกปรับ จับ ของที่อยู่ในมือจะต้องส่งมอบหมด หลังจาก 19 พ.ค. ภายใน 3 เดือนทุกอย่างต้องอยู่ในระบบ ต้องมีหน่วยงานรับไปสกัด &amp;nbsp;ในเวลา 3 เดือนนี้ทั้งกลุ่มใต้ดิน ที่แอบรักษา ต้องเชื่อมกับกลุ่มบนดินเพื่อให้ถูกกฏหมาย &amp;nbsp;หลังจากนี้ ต้องเอาความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก และให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างใต้ดินกับบนดิน จากนั้นจับคู่กัน &amp;nbsp;โดยให้โรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลจังหวัด &amp;nbsp;สามารถเอาคนป่วยที่ใช้ยานี้อยู่ ขึ้นมารักษาที่โรงพยาบาลนั้นๆ อย่างถูกต้อง แล้วตนหวังว่าจะมีการผลักดันให้เป็นพืชในบ้านโดยที่มีความปลอดภัยมากที่สุดไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผศ.ภญ.ดร.รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ขณะนี้จุฬามีการทำวิจัยกัญชา หลายด้านทั้งในเรื่องของการปลูก &amp;nbsp;การพัฒนาสายพันธุ์ และการนำมาสกัดเพื่อให้ได้ความปลอดภัย รวมถึงการใช้ ในมิติต่างๆและการศึกษาผลข้างเคียง &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังศึกษาในเรื่องของนโยบาย การประเมินกฎระเบียบมาตรการต่างๆ &amp;nbsp;ตอนนี้คณะเภสัชศาสตร์จุฬา ฯ &amp;nbsp;กำลังดำเนินการสร้างคลัสเตอร์วิจัยด้านพืชเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงกัญชาด้วย โดยจะขอรับการสนับสนุนจากฝ่ายวิจัยของจุฬา ส่วนคณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาฯ ก็ได้จัดทำโครงการวิจัยเรื่องการจัดตั้งศูนย์พัฒนากระบวนการผลิตชีวเภสัชสัมพันธ์จากพืช เพื่อการประยุกต์ใช้ทางทันตกรรม &amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายในการผลิตยาจากพืช &amp;nbsp;เพื่อใช้งานทางทันตกรรม &amp;nbsp;ซึ่งภายในโครงการนี้มีการดำเนินการเรื่องการผลิตยาจากกัญชาด้วย &amp;nbsp;เพื่อประโยชน์ทางทันตกรรมและทางการแพทย์อื่นๆ รวมถึงการดำเนินการในส่วนของการผลิตยาเพื่อเป้าหมายผลิตยาคุณภาพใช้ทดสอบทางคลินิกกับผู้ป่วยทางทันตกรรมในปีหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา(กพย.) กล่าวว่า &amp;nbsp;กพย. อยู่ระหว่างการยกร่าง พ.ร.บ.พืชยา กัญชา กระท่อม ฉบับประชาชน โดยจะแยกกัญชาและกระท่อมจาก พ.ร.บ.ยาเสพติด และ พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท &amp;nbsp; จะเป็นการบริหารพืชยา 2 ชนิดนี้ ตั้งแต่ปลูก เมล็ดพันธุ์ แปรรูป ผลิตภัณฑ์ และอื่นๆ โดยจะมีการเปิดประชาพิจารณ์และขอความร่วมมือประชาชนในการลงชื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นี้ เพื่อเสนอตามขั้นตอนการออกกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ ผศ.ดร.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้ พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 ได้ประกาศออกมาแล้วในราชกิจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2562 โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 60 วันนับ &amp;nbsp;จากวันที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา โดยให้ความหมายของคำว่า สมุนไพร คือ ผลิตผลธรรมชาติที่ได้จากพืช สัตว์ จุลชีพ หรือแร่ที่ใช้ผสม ปรุง หรือแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร นั่นหมายความว่า พืชกัญชา ย่อมเป็นสมุนไพรตามความหมายของ พ.ร.บ.นี้ อย่างไรก็ตาม กัญชาอาจไม่เข้าความหมายของผลิตภัณฑ์สมุนไพร แม้จะเข้าลักษณะเป็นยาจากสมุนไพร ยาแผนไทย หรือยาพัฒนาจากสมุนไพรก็ตาม เนื่องจาก &amp;nbsp;ยังคงเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และยาเสพติดให้โทษอยู่ตามกฎหมายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และกฎหมายยาเสพติดให้โทษ &amp;nbsp; จึงควรมีการพิจารณาต่อไปว่า จะดำเนินการอย่างไร เช่น การให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการผลิตภัณฑ์สมุนไพรประกาศกำหนดให้ผลิตภัณฑ์จากกัญชาบางประการ เช่น ตำรับยาเสพติดให้โทษ &amp;nbsp;ที่มีกัญชาผสมอยู่ เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรือการปลดล็อกกัญชาจากการเป็นยาเสพติด &amp;nbsp; เพื่อให้ผลิตภัณฑ์จากกัญชาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะส่งออกไปยังต่างประเทศหรืออื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; แม้กฎหมายระดับสากลจะมีแนวโน้มถอดกัญชาออกจากยาเสพติด แต่ถึงอย่างไรแต่ละประเทศก็ต้องมาออกกฎ ออกหลักเกณฑ์เป็นของตนเอง ซึ่งจริงๆ ก็ต้องรออนุสัญญาระหว่างประเทศมีการแก้ไขเปิดช่องก่อน เราคงไม่สามารถทำอะไรแบบก้าวกระโดดได้ คงทำได้ในเรื่องของการเฝ้าดูและเตรียมตัว&amp;quot;ผศ.ดร.คนึงนิจกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34961</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร่างพ.ร.บ.พืชยา กัญชา กระท่อม ฉบับประชาชน โ, ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.), เสวนากัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5ccad2972b3f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
