<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิโรจน์&#039; เดือดชำเเหละยิบงบ &#039;ชุดทหารเกณฑ์&#039; ตั้งราคา 150 ล้านสูงเกินจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คืนวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล ร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564&amp;nbsp; ในวาระที่ 2 - 3&amp;nbsp; งบประมาณกระทรวงกลาโหม ในส่วนงบของกองทัพบก โดยตั้งข้อสังเกตถึงงบในส่วนของโครงการจัดหายุทธภัณฑ์ และอาภรณ์ภัณฑ์ สายพลาธิการ กองทัพบก หรือที่เรียกง่ายๆว่า &amp;lsquo;งบชุดทหารเกณฑ์&amp;rsquo;&amp;nbsp; ซึ่งกองทัพตั้งงบประมาณดังกล่าวไว้สูงถึง 150 ล้านบาท ทั้งที่จริงเเล้วในราคาตลาดมีราคาต่ำกว่าเท่าตัว ส่งผลให้เป็นที่น่าสงสัยว่า งบประมาณดังกล่าวถูกตั้งเอาไว้โดยไม่โปร่งใส เอื้อให้ต่อธุรกิจของทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; จากเอกสารประกอบการชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯ หน้าที่ 44 การจัดซื้อทั้ง 7 รายการ ทั้งเสื้อยืด กางเกง ผ้าเช็ดตัว ผ้าขาวม้า รองเท้า ถุงเท้า แม้กระทั่งกางเกงใน มีกลิ่นไม่ชอบมาพากล ทั้งในส่วนของชุดลำลองของทหารเกณฑ์ อาทิ เสื้อยืดคอวี 152,000 ตัว งบ 27.816 ล้านบาท ตกตัวละ 161.25 บาท ถ้าซื้อปลีกแค่ตัวเดียว ที่ Shopee ตัวละ 80 บาท ซื้อ 152,000 ตัว แต่กลับแพงกว่าถึง 81.25 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าซื้อจาก Shopee นี่ซื้อได้ 2 ตัว แล้วยังมีเงินทอน ผมมี QR Code สามารถเข้าไปเช็คราคากันเองได้เลย&amp;nbsp; และผมเอาประกาศราคากลางในปี 2563 จากเว็บไซต์ของกรมพลาธิการทหารบก มาให้ดู ก็พบว่า ตัวละ 161.25 บาท กางเกงขาสั้นลำลอง 76,000 ตัว งบ 27.816 ล้านบาท ตกตัวละ 366 บาท ถ้าซื้อปลีกตัวเดียว ที่ Shopee มีป้าย ใช้ในราชการกองทัพบก ด้วย ตัวละแค่ 120 บาท ซื้อ 76,000 ตัว แต่แพงกว่า 246 บาท ซื้อจาก Shopee นี่ซื้อได้ 3 ตัว ในประกาศราคากลางในปี 63 ก็ ตัวละ 366 บาท รองเท้าจังเกิ้ล 37,400 คู่ งบ 64.7768 ล้านบาท ตกคู่ละ 1,732 บาท ถ้าซื้อคู่เดียว ที่ Shopee ของแท้มีป้าย ใช้ในราชการกองทัพบก คู่ละแค่ 600 บาท ซื้อ 37,400 คู่ แต่แพงกว่าถึง 1,132 บาท ซื้อจาก Shopee ซื้อได้ เกือบ 3 คู่&amp;nbsp; ประกาศราคากลางในปี 2563 ก็ คู่ละ 1,732 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าเช็ดตัว 63,914 ผืน งบ 9.5871 ล้านบาท ตกผืนละ 150 บาท ซื้อ Shopee ผืนเดียว ราคา 100 บาท&amp;nbsp; ประกาศราคากลางในปี 2563 ก็ผืนละ 150 บาท ผ้าขาวม้า 76,000 ผืน งบ 7.98 ล้านบาท ตกผืนละ 105 บาท ซื้อ Shopee ผืนเดียว จากสุรินทร์ เนื้อดี สีไม่ตก ราคาผืนละ 39 บาท ประกาศราคาลางในปี 2563 ก็ผืนละ 105 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถุงเท้าต้านแบคทีเรีย 100,000 คู่ งบ 8.4 ล้านบาท ตกคู่ละ 84 บาท ซื้อ Shopee คู่เดียว อย่างหนาต้านแบคทีเรียลาย ทบ. คู่ละ 35 บาท ประกาศราคากลางในปี 2563 ก็คู่ละ 84 บาท ต่อให้เป็นถุงเท้านาโนใส่ 3 วันไม่เหม็น ที่ผลิตโดยกรมพลาธิการกองทัพอากาศ ที่เอามาจัดแสดงที่ทำเนียบรัฐบาลในปี 2559 และนายกฯ ไปพิสูจน์ด้วยตนเอง ก็ไม่น่าจะแพงถึงขนาดนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ ระบุต่อว่า แม้แต่กางเกงในก็ไม่เว้น กางเกงใน 100,000 ตัว งบ 6.93 ล้านบาท ตกตัวละ 69.3 บาท ซื้อจาก Shopee 5 ตัว 170 ตกตัวละ 34 บาท ซื้อ 100,000 ตัว แต่แพงกว่า 35.3 บาท แพงกว่าเท่าตัว โดยประกาศราคากลางในปี 2563 ก็ตัวละ 69.3 บาท จึงสงสัยว่ารุ่นนี้ใส่แล้วกันแรงระเบิดหรืออย่างไร

&amp;ldquo;ราคาทั้งหมดนี้ สะท้อนว่า โครงการจัดหายุทธภัณฑ์ และอาภรณ์ภัณฑ์ สายพลาธิการ กองทัพบก ที่ตั้งงบไว้ 150 ล้านบาท นั้นสูงเกินจริง ถ้าซื้อทั้ง 7 รายการ ใน Shopee ด้วยราคาขายปลีกจะใช้งบแค่ 59.9754 ล้านบาท เท่านั้น ซึ่งซื้อเป็นแสนตัวสามารถต่อรองให้ลดราคาสัก 10% ได้สบายๆ ก็จะใช้งบแค่ 53.9779 ล้านบาท เท่านั้น ผมจึงขอปรับลดงบประมาณลง 96.0221 ล้านบาท เนื่องจากงบที่ตั้งไว้นั้นสูงถึง 3 เท่า ของราคาตลาด และอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ช่วยตอบประชาชนด้วยว่า ตกลงแล้ว &amp;ldquo;ถุงเท้า กางเกงใน นี่เขามีไว้ใส่ หรือมีไว้กิน&amp;rdquo; นายวิโรจน์ ระบุทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77704</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบชุดทหารเกณฑ์, พรรคก้าวไกล, ร่างพรบ.งบประมาณปี64, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200830/image_big_5f4b3e9372168.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 06:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 06:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือดำน้ำจะจบยังไง​!อดีตบิ๊กข่าวกรองคาดไม่นานรู้กันจะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 ส.ค.63 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ&amp;nbsp; โพสต์ความเห็นบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง เรือดำน้ำจะจบยังไง​? มีเนื้อหาดังนี้
เรือดำน้ำไม่ทันจะเสร็จ​ ถูกถล่มด้วยตอร์ปิโดเสียแล้ว​ จะรอดหรือไม่รอด​ ลองดูอีกหนึ่งมุมมอง
ร่าง​ พรบ.งบฯปี​ 64​ ทึ่กำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของกรรมาธิการงบฯ​ ของสภาฯ​ ความเห็นแตกยับ​ ขอให้กองทัพเรือถอย​
เรือดำน้ำจะไปรบกับใคร​ เรือดำน้ำจะเกยตื้น​ คนไม่เห็นด้วยต่างสรรหาเหตุผลมาชี้แจง​ ประเทศกำลังได้ยากเพราะโควิด​&amp;nbsp; เอามาช่วยโควิดก่อนดีมั้ย​&amp;nbsp; จริงบ้างไม่จริงบ้าง​ แล้วแต่คนจะเชื่อ
เรือดำน้ำ​ 3 ลำนี้ได้รับอนุมัติจาก​ ครม.​ ผ่านพรบ.งบฯปี​ 63​ ไปแล้ว​ งบฯ​ 64​ เป็นงบต่อเนื่อง​ คนที่ให้เหตุผลว่า​ ปี​ 63​ ทร.ยินยอมให้ตัด
โอนงบฯมาช่วยโควิด​ ยังทำได้เลย​ ดังนั้น​ งบฯ​ 64​ ให้เอาเงินที่จะจ่ายค่าสร้างเรือดำน้ำมาช่วยคนก่อนได้มั้ย
พูดนะได้​ แต่ทำไม่ได้​ คราวที่แล้ว​ ทร.ให้ตัดโอนงบเรือดำน้ำมาช่วยแก้ปัญหาโควิดได้​ เพราะมีเงินงบฯอยู่ในมือ​ แต่ยังไม่ได้ใช้​ คือ​ ยังไม่ได้ส่งให้บริษัทที่สร้างเรือดำน้ำ​ สรุปเงินมีในกระเป๋า​ ให้ยืมเอาไปใช้ก่อนได้
ผิดกับคราวนี้​&amp;nbsp; งบฯ64​ ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา​ หากถูกตัดงบฯ​ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ​ ถือว่าตกไปเลย​ สส.จะมาตัดโอนงบฯ​ ไปใช้เพื่อการอื่น​ เป็นงบฯ​ พัฒนาจังหวัดหรืองบเพื่อการอื่นใดไม่ได้​ เพราะรัฐธรรมนูญและพรบ.งบ​ กำหนดห้าม​ ทำไม่ได้​ แปลว่า​ เงินก้อนไม่เคยมีมาก่อนเลย​ เพราะยังไม่ได้เป็นกฏหมาย​ พรบ. งบ 64&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของกองทัพเรือเพื่อโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำในปี​ 64​ ก็จะไม่มี​ เมื่อไม่มีงบผูกพัน​ ลิ้นชักนี้ก็จะว่างเปล่า
ส่วนจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายให้บริษัทสร้างเรือดำน้ำ​ จะผิดสัญญาการสั่งสร้าง​ ใครต้องชดใช้​&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุติการสร้าง​ ใครจะจ่ายเงินค่าเสียหายเท่าไรยังไง​ ใครต้องรับผิดชอบ​ ไม่นานรู้กัน
เรื่องความมั่นคงเป็นเรื่องใหญ่และละเอียดอ่อน​ จะใช้อารมณ์ไม่ได้​ และยังมีเรื่องความสัมพันธ์รหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75773</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, ซื้อเรือดำน้ำ, นันทิวัฒน์ สามารถ, ร่างพรบ.งบประมาณปี64</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20200222/image_mid_5e50ac8048863.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;โวโครงสร้างพปชร.เรียบร้อยปัดมีความพยายามเลื่อยขา&#039;สมคิด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.64 - เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีต้องกำชับ ส.ส.พปชร. ในการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 หลังการประชุมสภาฯเมื่อวันที่ 2 ก.ค.เกือบต้องนับองค์ประชุมว่า&amp;nbsp; เขาก็อยู่กันทั้งหมด อยู่กันรอบๆ ไม่ได้ไปไหนหรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงมติวันที่ 3 ก.ค.นี้ ต้องกำชับอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;เขาก็อยู่กันรู้แล้ว เขาโตแล้ว&amp;rdquo;
เมื่อถามถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สมุทรปราการเขต 5 กดดันหรือไม่ เพราะการเลือกตั้งซ่อม พปชร.ชนะมาตลอด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า กดดันเรื่องอะไร ก็ว่าไป แล้วแต่ประชาชน เมื่อถามว่า ครั้งที่ผ่านมาชนะฉิวเฉียด ครั้งนี้น่าจะซื้อใจประชาชนได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ผมชนะหมื่นนึง ก็แล้วแต่ประชาชน ต้องให้เกียรติประชาชน&amp;rdquo;
เมื่อถามถึงโครงสร้างพรรค พปชร.เรียบร้อยดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรียบร้อย เมื่อถามอีกว่า ในพรรคมีความพยายามเลื่อยขานายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีหรอก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70394</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ร่างพรบ.งบประมาณปี64</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5efeb1783e660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อย่านิ่งนอนใจ!จิรายุ&#039;เตือนอาจเกิดสึนามิทางเศรษฐกิจคล้ายหลังสงครามโลกครั้งที่2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

3 ก.ค.63-นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการอภิปรายพรบ.งบประมาณ2564 ว่า การชี้แจงของรัฐมนตรีโดยเฉพาะกระทรวงการคลังที่มีกลุ่ม 4 กุมาร อยู่นั้นดูเหมือนจะตอบแบบไม่มีกระจิตกระใจในการทำงาน ทำให้น่าเป็นห่วงว่าอาจทำให้ประเทศไทย ถูกกดคันเร่งเข้าสู่เรดโซนได้ เพราะดูแล้วรัฐบาลทำงบฯแบบฝันหวาน เตรียมจะนอนบังคับตัวเองให้ฝันดี ทั้งๆที่ไม่สามารถกำหนดฝันได้เพราะปัจจัยลบเต็มไปหมด จากการอภิปรายของฝ่ายค้านที่ทำการบ้านร่วมกันมาเป็นอย่างดี เจาะตรงเป้า 7 ปีมานี้ทำให้เห็นความอันตรายของการจัดทำงบประมาณ ซึ่งถือว่าเป็นฟางเส้นสุดท้ายของประเทศ เพราะหากจัดทำแบบสุรุ่ยสุร่ายชุดความคิดเดิมๆ ก็จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศที่สุ่มเสี่ยงอยู่แล้ว ล้มครืนถึงขั้นล้มละลายได้และอาจต้องใช้บริการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ IMF ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สภาพัฒน์ฯ ระบุในเล่มงบประมาณว่า เศรษฐกิจที่รัฐบาลคาดการณ์ปี2564จะโตประมาณ 5% นั้นยังมีความไม่แน่นอน และมีความเสี่ยงสูง เป็นการประเมินเข้าข้างตัวเองเกินไป&amp;nbsp; แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย กลับออกมาเตือนอีกทางว่า อาจจะติดลบถึง -8.1% เสียด้วยซ้ำ ผมต้องรีบบอกพี่น้องประชาชนว่าอย่าได้นิ่งนอนใจ เตรียมตัวรับมือ ให้ดีเพราะอาจจะเกิดสึนามิ ทางเศรษฐกิจอาจคล้ายกับหลัง สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะข้าราชการทั้งประเทศ อาจตกงานกว่าครึ่ง&amp;nbsp; เพราะมีตัวอย่างแล้วในช่วงที่ประเทศไม่มีเงินและไม่สามารถกู้ได้ ต้องลดรายจ่ายประจำ ในยุคนั้นก็จะใช้ดุลข้าราชการ คือการเลิกจ้าง ลดองค์กรของรัฐ ทหารลดกำลังพล&amp;quot;นายจิรายุ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุ กล่าวอีกว่า หากปี 2564-2565 รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้&amp;nbsp; และยังจัดทำงบประมาณ แบบไม่ดูตาม้าตาเรือ นอกจากจะขาดดุลงบประมาณแล้ว ก็จะไม่สามารถกู้ได้อีกแล้ว จะต้องไปลดงบประมาณรายจ่ายเพื่อให้เป็นไปตามกรอบ วินัยการเงินการคลังที่ต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อการลงทุนไม่น้อยกว่า 20%&amp;nbsp; เพราะฉะนั้นอยากให้ นายกรัฐมนตรีฟังประชาชนบ้างวันนี้ ชาวบ้านพูดกันเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่า วันนี้ผู้ติดเชื้อไม่มี แต่ผู้เป็นหนี้ มีเต็มบ้านเต็มเมือง เพราะฉะนั้นไม่แปลก ที่รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้รับฉายา นักกู้แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp; บิดาแห่งความเหลื่อมล้ำ ผู้นำการก่อหนี้ และยังเป็นผู้จัดงาน มหกรรมก่อหนี้แห่งชาติ ด้วยงบประมาณ2564 นี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70392</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนตกงาน, จิรายุ  ห่วงทรัพย์, ฉายารัฐบาล, ร่างพรบ.งบประมาณปี64, สึนามิทางเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5dab0247ee7f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุทิน&#039;อัดรัฐบาลตอบไม่ตรงคำถามนัดถกแนวร่วมฝ่ายค้านก่อนเคาะโหวตร่างพรบ.งบฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;3ก.ค.63-ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ว่า ภาพรวมการอภิปรายช่วงสองวันที่ผ่านมา พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2564 เราได้ทำให้ประชาชนรู้เนื้อหาสาระ บรรยากาศเป็นไปด้วยดี สิ่งที่สำคัญคือการที่รัฐบาลได้ตอบข้อซักถาม ทำให้ประชาชนได้มองเห็นว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดในการอภิปรายงบประมาณคือ ต้องทำให้ประชาชนได้รู้ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจว่า วันนี้เป็นอย่างไร ในปี 2564 จะเป็นอย่างไร รวมถึงในอนาคตต่อไป โดยฝ่ายค้านได้พยายามสะท้อนอย่างชัดเจน รัฐบาลก็เป็นฝ่ายตอบ แต่ยังมีความพยายามบิดเบือนตัวเลข และความจริง เช่นอ้างว่า เรื่องการจัดเก็บภาษีได้น้อย จากปีที่ผ่านมาเป็นเพราะรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปลดภาษี ซึ่งความเป็นจริงนั้น มีการปรับลดจริงในปี 2555 โดยลดจากร้อยละ 30 มาเป็นร้อยละ 20 ด้วยเหตุผลว่าต้องการดึงคนที่หลีกเลี่ยงภาษีเข้าสู่ระบบ และสู้กับภาษีนิติบุคคลของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในปี 2556 สามารถจัดเก็บเงินได้เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวต่อว่า การที่นายอุตตม สาวนายน รมว.คลังตอบข้อซักถามว่า เก็บภาษีได้น้อยเพราะราคาน้ำมันโลกลดลง ในความเป็นจริงราคาน้ำมันโลกลดลงจริง แต่รัฐบาลไปจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในส่วนดีเซลเกือบ 6 บาท และยังหลีกเลี่ยงไม่ตอบคำถาม ในอดีตที่ผ่านมาไม่มีการจัดเก็บส่วนนี้ แต่ตอนนี้ได้จัดเก็บไปมากแล้ว แม้กระทั่งเรื่องเงินกู้และจีดีพี มีความพยายามบิดเบือน เพราะฉะนั้นวันนี้เชื่อว่าน่าจะมีคนขึ้นไปถามจี้ข้อมูลเหล่านี้อีกครั้ง เพื่อให้รัฐบาลได้ตอบใหม่ โดยเฉพาะในช่วงที่ตนจะสรุปการอภิปรายซึ่งจะรวบรวมประเด็นเหล่านี้ เพื่อชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลทำผิดหรือเจตนาพูดให้ผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากสมมติฐานที่มองว่ารัฐบาลทำผิดจะนำมาซึ่งการจัดงบประมาณที่ผิดทั้งหมด ส่วนเรื่องการทุจริตหรือเงื่อนงำเบาะแสในการจัดทำงบฯเอื้อต่อการทุจริต จากการอภิปรายก็ปรากฏออกมาหลายเรื่อง และทำให้เริ่มมองเห็น ในวันนี้จะมีผู้อภิปรายคนสำคัญมาอภิปรายหลายคน เช่น นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย นายมิ่งขวัญ ศรีสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ รวมถึงผมด้วย ยืนยันว่าในวันนี้ข้อมูลจะเข้มข้นกว่าเมื่อวาน&amp;rdquo;นายสุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวอีกว่า เชื่อว่าการอภิปรายจะจบภายในเวลาประมาณ 24.00 น. ส่วนทิศทางการโหวตของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้นจะงดออกเสียงหรือจะมีใครแตกแถวหรือไม่ ทางวิปฝ่ายค้านจะมีการประชุม ในเวลา 11.00 น. เพื่อประเมินและหาข้อสรุปว่าจะลงมติในแนวทางใด จะไม่ปล่อยให้เป็นการโหวตอิสระ เพราะต้องมาคุยกันก่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีท่าทีที่ตรงกัน ถึงแม้จะฟรีโหวตก็ต้องตรงกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70388</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเก็บภาษี, นายสุทิน คลังแสง, นายอุตตม สาวนายน, ร่างพรบ.งบประมาณปี64</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e54cfb7c63ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ที่ปรึกษาชวน&#039; วอน รมต.-ส.ส.ร่วมถกงบปี 64 ใช้ผู้ติดตามไม่เกิน 2 คน ลดแออัดในสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.63 - ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงกำหนดการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายแระจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ว่า รัฐบาลส่งร่างฯให้สภาตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีกรอบพิจารณาให้แล้วเสร็จในวาระ 3 จำนวน 105 วัน ซึ่งจะต้องเสร็จสิ้นในวันที่ 28 ก.ย.63 โดยสภาฯจะพิจารณาในวาระแรก ระหว่างวันที่ 1-3 ก.ค.นี้ และจะใช้วิธีพักการประชุม เพื่อให้เช้าวันรุ่งขึ้นพิจารณาต่อได้ทันทีไม่ต้องนับองค์ประชุม ทั้งนี้ วิปรัฐบาลและฝ่ายค้านได้มีการตกลงเวลากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยประธานและรองประธานสภาฯ มีเวลา 2 ชั่วโมง ฝ่ายค้านมีเวลา 22 ชั่วโมง 30 นาที ส่วนรัฐบาลมีเวลา 22 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จึงอยากให้ทุกฝ่ายเคารพกติกา และต้องบริหารเวลาตามที่ตกลงกันไว้ ไม่มีการขอเวลาเพิ่ม หากมีการประท้วง พาดพิง ให้หักเวลาของฝ่ายนั้น&amp;rdquo; นพ.สุกิจ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุกิจ กล่าวยอมรับว่า สภาฯได้มีปัญหาเรื่องการจราจร รวมทั้งจำนวนคนที่จะเดินทางเข้ามาในวันดังกล่าวจำนวนมาก จึงขอร้องให้บรรดารัฐมนตรี และส.ส.ให้ผู้ติดตามมาน้อยที่สุด ไม่เกิน1-2 คน และให้งดการประชุมกรรมาธิการชุดต่างในช่วงการอภิปรายงบประมาณ เพื่อลดจำนวนคนที่เข้ามาสู่รัฐสภา บรรเทาความแออัดของผู้คน รวมถึงความคับคั่งของการจราจร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69687</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์, ร่างพรบ.งบประมาณปี64</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef4399851c53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เทพไท&#039;โวยอภิปรายร่างพรบ.งบฯปี64แค่2วันทำส.ส.เสียโอกาสตรวจสอบภาษีของปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 มิ.ย.63 -นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2564 ว่า จากการที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดให้มีการประชุมในวันที่1-2กรกฎาคมนั้น การใช้เวลาเพียง2วัน เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2564 ที่มีวงเงินสูงถึง3.3ล้านล้านบาท มีความจำเป็นต้องมีเวลาอภิปราย และแสดงความเห็นมากพอสมควร ยิ่งในครั้งนี้ประธานสภาฯได้ขอความร่วมมือจากรัฐบาล ให้นำส่งเอกสารร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯล่วงหน้านานถึง2สัปดาห์ ทำให้สมาชิกมีเวลามากเพียงพอในการทำการบ้าน อ่านเอกสาร และหาข้อมูลประกอบการพิจารณาได้อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณของแต่ละปี จะใช้เวลาไม่น้อยกว่า3-4วันทั้งนั้น เว้นแต่การประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ที่ใช้เวลาเพียง3ชั่วโมงก็สามารถลงมติผ่านไปได้ แต่สภาผู้แทนราษฎรมี ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จะใช้โอกาสนี้อภิปรายแผนงาน และโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เลือกตั้งของตัวเองให้มากที่สุด จึงทำให้มี ส.ส.แสดงความจำนงค์ในการอภิปรายเป็นจำนวนมาก การใช้เวลาเพียง2วัน จะทำให้ ส.ส.เสียโอกาสในการอภิปราย ตรวจสอบการใช้งบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศอย่างแน่นอน&amp;quot; นายเทพไท กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.นครศรีฯ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวจะขออนุญาตจากที่ประชุม ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอใช้สิทธิ์ในการอภิปรายคนหนึ่งด้วย และเห็นว่าเพื่อให้การอภิปรายของ ส.ส.แต่ละคน มีเนื้อหาและเหตุผลที่สมบูรณ์ครบถ้วน ก็ควรจะให้เวลาการอภิปรายคนละไม่น้อยกว่า10นาที ถ้าจะกำหนดเวลาให้เพียง5-7นาทีเหมือนกับการอภิปรายในหลายๆครั้งที่ผ่านมา ก็จะไม่เป็นประโยชน์ในการทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรจึงขอเสนอให้ผู้ประสานงานหรือวิปทั้ง2ฝ่าย ได้ร่วมการหารือเพื่อหาข้อยุติเรื่องการอภิปราย และควรเปิดโอกาสให้ ส.ส.ทุกคนได้ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ไม่ควรนำเอาเงื่อนเวลามาปิดกั้นการทำหน้าที่ของ ส.ส.ในฐานะตัวแทนประชาชนซึ่งเจ้าของประเทศที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69124</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลักภัย, นายเทพไท เสนพงศ์, ร่างพรบ.งบประมาณปี64</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f7703402a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
