<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึมครึม!&#039;อุตตม&#039;-&#039;วิรัช&#039;เผชิญหน้าประชุมหารือร่างพ.ร.บ.โอนงบฯโยนปรับครม.เป็นอำนาจนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63-เมื่อ เวลา 10.00น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ... นัดประชุมเป็นครั้งแรก ที่ห้องประชุม 416-417 ฝั่งวุฒิสภา โดยก่อนการประชุม ได้แยกประชุมย่อยที่ห้อง 415 เพื่อหารือเบื้องต้น โดยมีนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง&amp;nbsp; เข้าร่วมประชุมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศค่อนข้างอึมครึม เนื่องจากภายในห้องมีนายอุตตม นั่งอยู่ด้วย ขณะที่มี ส.ส. กลุ่มที่เป็นแกนนำเคลื่อนไหวให้นายอุตตม พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพื่อดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ นั่งเป็นหัวหน้าพรรคแทน&amp;nbsp; ได้นั่งอีกฝั่ง อาทิ&amp;nbsp; นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp; นายชัยวุฒิ&amp;nbsp; ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่กลุ่มของนายอุตตม ก็มีนายวิเชียร ชวลิต&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp; พรรคพปชร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเมื่อประชุมกลุ่มย่อยเสร็จแล้ว นายอุตตม ออกจากห้องเพื่อประชุม กมธ.วิสามัญฯ พร้อมปฏิเสธคำถามถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี( ครม.)&amp;nbsp; โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า &amp;ldquo;ผมไม่ทราบ เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวิรัช&amp;nbsp; ปฏิเสธตอบคำถามถึงปัญหาภายในพรรคพปชร. กล่าวเพียงว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo; ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมาธิการฯ เป็นเพียงวิปที่คอยประสานงานให้เท่านั้น ส่วนรัฐมนตรีคลังก็นั่งอยู่ในห้อง อย่าถามผม &amp;ldquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67894</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิรัช รัตนเศรษฐ, นายอุตตม สาวนายน, ปรับครม., ร่างพรบ.โอนงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5ed9e666a3441.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับโป๊ะเพจเครือข่าย &#039;อนาคตใหม่&#039; บิดเบือนข้อมูล &#039;โอนงบ&#039; ปั่นหัวมวลชนด่ารัฐบาลแจกงบกลาโหม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.63&amp;nbsp;- ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง แชร์โพสต์เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;Thebetter Thailand&amp;quot; ซึ่งเป็นเพจเครือข่ายอนาคตใหม่วิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ....ว่างบสะพัด อันดับหนึ่ง กระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;17,700 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ดร.กิตติธัช เขียนข้อความว่า &amp;quot;คืนงบ&amp;quot; = เอางบจากกระทรวงและหน่วยงานมาคืนให้ส่วนกลางเพื่อเอาไปใช้สู้กับไวรัสโควิด (ทั้งทางสาธารณสุขและทางเศรษฐกิจ) ซึ่งกระทรวงกลาโหมคือ กระทรวงที่คืนงบมาที่ส่วนกลางเยอะที่สุด (1.77 หมื่นล้านบาท) แต่กลายเป็นว่าคนที่มีอคติทางการเมืองและไม่อ่านจับใจความ เข้าใจว่านี่คือ การให้งบไปที่กระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่เพจเครือข่ายอนาคตใหม่ (BetterThailand) ก็เอามาโพสท์แล้วก็มีคนแชร์ไปด่ารัฐบาลเยอะแยะว่า แจกงบให้กลาโหมอีกทำไมเยอะแยะ แต่ให้สาธารณสุขน้อยมาก...ทั้งที่หัวเรื่องมันก็เขียนอยู่ว่า &amp;quot;คืนงบ!!!&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพสท์ของเพจเครือข่ายอนาคตใหม่อันนี้ จะเป็นเครื่องวัดระดับสติปัญญา และ การอ่านจับใจความของคนไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งตอนนี้กระแสเริ่มตีกลับแล้ว และกลายเป็นคนที่แชร์ไปด่าเริ่มทยอยลบกันทีละคนๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ความล้มเหลวการศึกษาไทย
#บรรทัดเดียวยังไม่คิดจะอ่านกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ล. คนที่หลอกลวงมวลชนของตัวเองได้ตลอดเวลา พวกเขาไม่ได้เคารพ &amp;quot;คนเท่ากัน&amp;quot; แบบที่ปากพูด เพราะเขาเห็นมวลชนเป็นเพียง &amp;quot;ฝูง&amp;quot; ที่จะต้อนไปทางไหนก็ได้ บิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างไรก็ได้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67810</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, ร่างพรบ.โอนงบประมาณ, เครือข่ายอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8ad0ff33b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; ดีดปาก &#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; อย่าใช้สภาเป็นเครื่องมือวิจารณ์สถาบันอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.63 - ที่รัฐสภา น.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า พ.ร.บ.การโอนงบประมาณรายจ่ายฉบับนี้มี 4 หน่วยงานคือ ศาล องค์กรอิสระ อัยการ รัฐสภา ที่ได้รับงบประมาณรายจ่ายปี 2563 รวม 47,000ล้านบาท ที่ไม่ยอมร่วมโอนงบมาช่วยประชาชน อ้างว่า เป็นการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ให้โอนงบประมาณกลับ โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐสภานั้น รู้สึกผิดหวังที่ไม่เห็นความพยายามของประธานสภาหาวิธีคืนเงินครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ชี้แจงทันทีว่า สภายินดีคืนงบประมาณให้ แต่ติดที่คณะกรรมการกฤษฎีกาบอกว่า ไม่สามารถตัดงบจากสภาได้ แต่นางอมรัตน์แย้งกลับว่า แม้คณะกรรมการกฤษฎีกาจะบอกตัดงบไม่ได้ แต่ไม่เห็นความพยายามประธานสภาหาวิธีอื่นคืนเงิน ซึ่งนายชวนตอบว่า เชื่อว่าคนส่วนมากในสภาเข้าใจกรณีนี้ แต่มีอยู่บ้างไม่ยอมเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนางอมรัตน์ได้อภิปรายพาดพิงไปถึงศาล และศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ยอมคืนงบประมาณ โดยยกตัวอย่างงบประมาณสร้างบ้านพักตุลาการ ที่อยากให้ตุลาการที่กินหรูอยู่สบายยอมเสียสละความ สุขส่วนตัว 1ปี ทำให้นายชวนเตือนทันทีว่า อย่าไปพาดพิงถึงสถาบันอื่น เราไม่ชอบใครส่วนตัว แต่อย่าใช้สภาเป็นเครื่องมือในการวิจารณ์สถาบันอื่น ขณะที่ส.ส.รัฐบาลก็ประท้วงน.ส.อมรัตน์ที่อภิปรายเสียดสีองค์กรภายนอก จากนั้นนายชวนจึงให้น.ส.อมรัตน์อภิปรายต่อจนจบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67804</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, น.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, ร่างพรบ.โอนงบประมาณ, ส.ส.พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8a44145abb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอชลน่าน&#039; ขวาง &#039;ร่างพรบ.โอนงบฯ&#039; เปรียบเหมือนมัดมือชกสภา-ตีเช็คเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ได้รับมอบจากผู้นำฝ่ายค้านให้เป็นผู้อภิปรายแทน กล่าวว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นครั้งแรกของสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพราะการพิจารณากฎหมายโอนงบประมาณตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีแล้ว 5 ครั้ง โดยเป็นการพิจาณาของสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นี้แล้ว ขอเรียนตามตรงว่าไม่สามารถรับหลักการได้ด้วยเหตุผล 2 ประการ 1.หลักการขัดกับหลักประชาธิปไตยและกฎหมายอื่น ซึ่งตามหลักการนำงบประมาณไปใช้ต้องคำนึงถึงหลักความยินยอมของประชาชน เป็นหลักการสำคัญที่สภาต้องตรวจสอบได้ กล่าวคือ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 กำหนดห้ามไม่ให้มีการโอนงบประมาณข้ามหน่วยงานเท่านั้น แม้กฎหมายจะอนุโลมให้โอนงบประมาณ แต่การโอนงบประมาณนั้นต้องเป็นโอนกันระหว่างหน่วยรับงบประมาณด้วยเท่านั้น ซึ่งการโอนงบประมาณเข้างบกลางนั้นจะมีปัญหาเรื่องความชอบด้วยกฎหมายทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;งบกลางไม่ได้มีสถานะเป็นหน่วยรับงบประมาณ แต่เป็นเพียงรายการการใช้เงินเท่านั้น ประกอบกับ งบกลางส่วนนี้ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ คือ นายกฯเท่านั้น&amp;quot; นพ.ชลน่าน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า 2.รายการของการโอนงบประมาณครั้งนี้ต้องเรียกว่าจอมโอนแห่งยุค เพราะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ทำการโอนงบประมาณมาแล้ว 4 ครั้ง ตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ประกอบกับ เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ออกประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ เพื่อกำหนดสัดส่วนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 2% แต่ไม่เกิน7.5% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งเป็นการแก้ไขระเบียบมารองรับเพื่อให้งบกลางอยู่ในอำนาจของนายกฯแต่เพียงผู้เดียวมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การทำร่างกฎหมายเช่นนี้เหมือนกับการเป็นหมัดมือสภาและตีเช็คเปล่า หากสภาอนุมัติให้ผ่านไป เราจะเป็นสภาจากการเลือกตั้งชุดแรกที่มีรอยด่างว่าถูดหมัดมือชกและเห็นชอบกฎหมายโอนงบประมาณที่ไม่ควรเห็นชอบ เพราะไม่มีรายละเอียด ดังนั้น เพื่อศักดิ์ศรีของสภาเราโปรดอย่าได้รับหลักการ แต่หากจะรับหลักการก็ต้องรับหลักการแบบมีเงื่อนไข โดยหากการพิจารณาวาระ2และ3 ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการใช้งบประมาณอีก ฝ่ายค้านในฐานะเสียงข้างน้อยจะโหวตคว่ำเพื่อบันทึกเอาไว้&amp;quot; น.พ.ชลน่าน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67785</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, ร่างพรบ.โอนงบประมาณ, ส.ส.น่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8760310b1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้ว &#039;บิ๊กตู่&#039; เสนอร่างพ.ร.บ.โอนงบ 8.8 หมื่นล้านต่อสภาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร เป็นพิเศษ ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาวาระร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ... วงเงิน 88,452 ล้านบาท โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงหลักการและเหตุผลของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ว่า &amp;nbsp;ร่างพ.ร.บ.โอนงบ ฯเป็นการให้โอนงบประจำปีรายจ่ายบางรายการ ไปเป็นงบกลาง รายการสำรองจ่ายที่จำเป็นฉุกเฉิน วงเงิน 8.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการแก้ปัญหาและบรรเทาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เราถือการแพร่ระบาดครั้งนี้เป็นภัยพิบัติร้ายแรงส่งผลต่อประชาชนและเศรษฐกิจ ที่ผ่านมารัฐบาลใช้จ่ายงบกลาง รายการสำรองจ่าย เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ส่งผลให้เงินที่ตั้งไว้ไม่เพียงพอ จึงมีความจำเป็นต้องโอนงบไปตั้งไว้เป็นงบกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลเห็นว่าร่างกฏหมายนี้มีความสอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลัง รวมทั้งทำให้การบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 มีประสิทธิภาพและความคล่องตัวเท่าทันต่อสถานการณ์ ทั้งนี้ ร่างกฏหมายดังกล่าวสอดคล้องกับกฏหมายวิธีการงบประมาณ ปี 61 ที่กำหนดว่าจะโอนให้หน่วยอื่นไม่ได้ เว้นแต่มีพ.ร.บ.ให้โอนหรือให้นำไปใช้ได้ อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่นำไปจัดทำ ประกอบด้วย รายจ่ายประจำที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายและไม่มีข้อผูกพันธ์หรือสามารถชะลอข้อผูกพันธ์ได้ ณ วันที่ 7 เม.ย. 2563 อาทิ 1.ค่าใช้จ่ายในการสัมมนา การฝึกอบรม การประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ การจัดงานในกิจกรรมต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า 2.รายจ่ายลงทุน อาทิ รายการปีเดียวที่ยังไม่ได้ประกาศดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างภายในวันที่ 7 เม.ย. &amp;nbsp;รายการที่ชะลอการดำเนินการได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ หรือดำเนินการไม่ได้ในปีนี้ ทั้งนี้ เราได้คำนึงถึงการบริหารรายจ่ายในไตรมาส3 และไตรมาส4 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 ตามแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐที่จำเป็นในการให้บริการสาธารณะภาครัฐ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์และสวัสดิการเพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อร่างกฏหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ หน่วยรับงบประมาณจะสามารถขอรับการจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น เพื่อนำไปดำเนินการในโครงการหรือแผนงานที่สำคัญสอดคล้องกับภารกิจใน 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกรทะบ 2.การปัองกันและเยียวยา ภัยพิบัติ ภัยแล้ง อุทกภัย ที่อาจเกิดขึ้นในปลายปี 63 3.แก้ไขปัญหาที่มีเหตุฉุกเฉินหรือที่จำเป็น ผมหวังว่าส.ส.จะให้การสนับสนุนและรับหลักการร่างกฏหมายนี้ เพื่อนำงบประมาณแผ่นดินไปดำเนินการในเหตุการณ์เร่งด่วนอย่างคุ้มค่า โปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนสืบไป ดังนั้น ผมจึงขอเสนองบประมาณร่างพ.ร.บ.นี้ได้พิจารณาตามวาระต่อไป&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67783</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร่างพรบ.โอนงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed872960c5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
