<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิมถกงบ64สันติร่ายผลงานกมธ.วิสามัญฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ได้ปรับลดแล้วเหลืองบประมาณ วงเงิน 3.28 ล้านล้านบาท โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน กมธ.งบประมาณฯ เป็นผู้เสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติ กล่าวว่า ตั้งแต่รับหลักการวาระที่ 1 ในวันที่ 3 ก.ค. 2563 และ กมธ.วิสามัญฯ เริ่มพิจารณาในวันที่ 8 ก.ค.-8 ก.ย. 2563 โดยพิจารณางบประมาณของ 721 หน่วยงาน และพิจารณาตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ &amp;nbsp;แผนการปฏิรูปประเทศ ความมั่นคงของชาติ แนวนโยบายของรัฐบาล เงื่อนไขเศรษฐกิจและผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลได้กำหนดตัวชี้วัดด้วยต้นทุน การประเมินความคุ้มค่า และให้ความสำคัญกับการทำงบประมาณบูรณาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และเพิ่มงบประมาณในการลงทุน เช่น การบริหารจัดการน้ำ การศึกษา การวิจัยและนวัตกรรม และสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินงานแบ่งเป็น 8 คณะอนุกรรมาธิการ โดยปรับลดงบประมาณ 31,965,549,000 บาท จาก 1.รายการที่ไม่สอดคล้องกับสภาพในปัจจุบันหรือที่ดำเนินการไปแล้ว โดยการใช้จ่ายโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ 2.รายการที่สามารถปรับลดเป้าหมายหรือปรับเปลี่ยนในประหยัด เช่น การอบรมสัมมนา การจ้างเหมาบริการ การจ้างที่ปรึกษา การประชาสัมพันธ์ การเดินทางไปราชการต่างประเทศ เป็นต้น 3.รายการที่มีการดำเนินการล่าช้าการแผนที่กำหนดและคาดว่าไม่สามารถดำเนินการในปี 2564 4.รายการที่ใช้งบประมาณจากแหล่งอื่นนอกเหนืองบประมาณรายจ่ายบประจำปีได้ เพื่อนำไปจัดสรรให้กับส่วนราชการตามที่ ครม. เสนอตามความเหมาะสมและจำเป็น 17,419 ล้านบาท จัดสรรให้หน่วยงานรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ จำนวน 509 ล้านบาท ทำให้เหลืองบประมาณปี 2564 รวม 3.28 ล้านล้านบาท นอกจากนี้มีการเพิ่มงบประมาณให้กระทรวงสาธารณสุข เพื่อค่าใช้จ่ายสำหรับบุคคลากร, กระทรวงมหาดไทย เพื่อสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้ป่วยเอดส์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษี, กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา, และสำนักงานศาลยุติธรรม รวม 1,792,828,700 บาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77599</URL_LINK>
                <HASHTAG>3.3 ล้านล้านบาท, การประชุมสภาผู้แทนราษฎร, งบประมาณ 2564, ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f618e7ec5cfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039;ชักแม่น้ำของบ3.3ล้านล.เชื่อปีหน้าศก.โต4-5%แน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาทำหน้าที่การประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 วงเงินไม่เกิน 3.3 ล้านล้านบาท โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นำเสนอร่าง พ.ร.บ.งบปี 64 ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวนไม่เกิน 3.3 ล้านล้านบาท โดยใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันนโยบายและมาตรการด้านต่างๆ เพื่อให้ยุทธศาสตร์ชาติแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติแผนการปฏิรูปประเทศ และนโยบายสำคัญของรัฐบาลสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสบผลสำเร็จ เป็นรูปธรรม เกิดผลสัมฤทธิ์และประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยรัฐบาลได้ดำเนินการให้สอดคล้องกันทั้งเงื่อนไขทางเศรษฐกิจภายในประเทศและผลกระทบจากภายนอก รวมทั้งผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ที่รัฐบาลประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2563 คาดว่าจะปรับตัวลดลงในช่วงติดลบ 5-6% โดยมีสาเหตุหลักมาจากสงครามทางการค้าและจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการดำเนินมาตรการควบคุมและจำกัดการเดินทางของประเทศต่างๆ ทำให้เศรษฐกิจโลก ปริมาณการค้าโลก และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับตัวลดลงรุนแรง ซึ่งส่งผลให้แรงขับเคลื่อนทั้งจากอุปสงค์ต่างประเทศและในประเทศปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการลดลงของระดับความรุนแรงของการระบาดภายในประเทศคาดว่าจะทำให้ภาครัฐสามารถผ่อนคลายมาตรการควบคุมต่าง ๆ ได้ถึงระดับใกล้เคียงภาวะปกติภายในไตรมาสที่สอง และการลดลงของความรุนแรงของการระบาดในต่างประเทศจะทำให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ สามารถผ่อนคลายมาตรการจนถึงระดับใกล้เคียงกับภาวะปกติได้ภายในไตรมาสที่สาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่มาตรการควบคุมด้านการท่องเที่ยวคาดว่าจะมีการผ่อนคลายภายในไตรมาสที่สี่ ภายใต้แนวโน้มดังกล่าวคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีปรับตัวลดลงในอัตราที่ช้าลง โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจโลกและการเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ของภาคการท่องเที่ยวแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐ และปัจจัยสนับสนุนจากการผลิตและการส่งออกสินค้าที่ได้รับผลประโยชน์จากมาตรการกีดกันทางการค้าและการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศรษฐกิจไทยในปี 2564 คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 4 &amp;ndash; 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเทียบกับปี 2563 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากฐานการขยายตัวที่ต่ำกว่าปกติ ในปี 2563 และแนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นของอุปสงค์ภาคต่างประเทศภายหลังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผ่อนคลายลง รวมถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศตามการเริ่มฟื้นตัวของฐานรายได้จากการส่งออก การท่องเที่ยว การผลิตภาคเกษตร และ
แรงขับเคลื่อนจากภาครัฐทั้งการเบิกจ่ายภายใต้กรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบลงทุนรัฐวิสาหกิจ และการเบิกจ่ายภายใต้พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนสูงและมีความเสี่ยงที่จะต่ำกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่คาดการณ์ไว้หากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีความยืดเยื้อและมาตรการควบคุมของประเทศต่าง ๆ ขยายระยะเวลาออกไป หรือปัญหาในภาคการผลิตลุกลามไปสู่วิกฤตการณ์ทางการเงินการคลังในต่างประเทศรวมทั้งในกรณีที่มาตรการกีดกันทางการค้าทวีความรุนแรงมากขึ้น ในขณะเดียวกัน มีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ในกรณีที่การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สามารถยุติลงได้อย่างสิ้นเชิงภายในไตรมาสแรกของปี 2564&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณมีวงเงินงบประมาณสำหรับใช้จ่ายในการดำเนินภารกิจตามนโยบายของรัฐบาลและหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างเหมาะสมเพียงพอ และไม่ส่งผลต่อหนี้สาธารณะจึงกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 3.3 ล้านบาท เป็นการดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุลโดยกำหนดรายได้สุทธิจำนวน 2.6 ล้านล้านบาท และเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน 6.2 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 มีจำนวน 7 ล้านล้านบาท คิดเป็น 41.7% &amp;nbsp;ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่กำหนดไว้ที่ 60% &amp;nbsp;โดยหนี้สาธารณะที่เป็นข้อผูกพันของรัฐบาลซึ่งเกิดจากการกู้ยืมเงินโดยตรงและการค้ำประกันเงินกู้โดยรัฐบาล มีจำนวนทั้งสิ้น 6.5 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม ฐานะเงินคงคลัง ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 5.1 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลจะบริหารเงินคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และบริหารรายรับและรายจ่ายของรัฐให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การดำเนินนโยบายการเงินในช่วงที่ผ่านมามีความผ่อนคลายมากขึ้น เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2563 จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นสำคัญ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2563 มีแนวโน้มติดลบตามราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ระบบการเงินมีความเปราะบางมากขึ้น โดยเฉพาะความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ลดลงคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จึงมีมติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม และพฤษภาคม 2563 สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.50% &amp;nbsp;เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้ สนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ และลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า สำหรับกรอบโครงสร้างยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีรายละเอียดการดำเนินงานที่สำคัญสรุปได้ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านความมั่นคง รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 4.1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 12.6% &amp;nbsp;ของวงเงินงบประมาณ ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 4 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 12.2% &amp;nbsp;ของวงเงินงบประมาณ ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 5.7 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 17.5% &amp;nbsp;ของวงเงินงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม &amp;nbsp;รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 7.9 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 24.1% &amp;nbsp;ของวงเงินงบประมาณ ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1.1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 3.6% &amp;nbsp;ของวงเงินงบประมาณ ยุทธศาสตร์ที่ 6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ &amp;nbsp;รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น5.5 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น &amp;nbsp;16.9% &amp;nbsp;ของวงเงินงบประมาณ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70219</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี, สภาผู้แทนราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efc1601789c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 11:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเป้ารีดภาษีปี 2562!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.2561 &amp;ndash; ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 ซึ่งเป็นงบประมาณวงเงินรายจ่าย 3 ล้านล้านบาทนั้น ในส่วนของงบประมาณการรายรับประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 นั้นได้มีการประมาณการเก็บภาษีและรายได้ไว้อย่างน่าสนใจ โดยเชื่อว่าจะมีรายได้ทั้งปีงบประมาณถึง 3,032,600 ล้านบาทเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเภทรายได้หรือเป้าหมายการจัดเก็บภาษีนั้น ประกอบด้วย 1.ภาษีอากร 2,800,220.342 ล้านบาท แบ่งเป็น ภาษีทางตรง 1,090,600 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 339,000 ล้านบาท
ภาษีเงินได้นิติบุคคล 702,600 ล้านบาท และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม 49,000 ล้านบาท ภาษีทางอ้อม 1,709,620.342 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาษีการขายทั่วไป 909,000.510 ล้านบาท ประกอบด้วย ภาษีมูลค่าเพิ่ม 832,300 ภาษีธุรกิจเฉพาะ 61,000 ล้านบาท อากรแสตมป์ 15,700 ล้านบาท และภาษีการขายทั่วไปอื่น 0.510 ล้านบาท ภาษีการขายเฉพาะ 666,577.046 ล้านบาท แบ่งเป็นภาษีโภคภัณฑ์ภายใน 621,960.205 ล้านบาท ประกอบด้วย ภาษีรถจักรยานยนต์ 2,707.321 ล้านบาท ภาษีสุราและแสตมป์สุรา 62,102.909 ล้านบาท ภาษีเบียร์ 95,680.055 ล้านบาท ภาษีเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 22,431.147 ล้านบาท ภาษียาสูบและแสตมป์ยาสูบ 48,673.090 ล้านบาท ภาษีน้ำมัน &amp;nbsp;212,309.598 ล้านบาท ภาษีสรรพสามิตจากการนำเข้า 117,124.872 ล้านบาท ภาษีรถยนต์ 57,908.025 ล้านบาท ภาษีผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง 125.500 ล้านบาท ภาษีสถานบริการ 1,140.178 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมประทับตราไพ่ 29.915 ล้านบาท และภาษีแบตเตอรี่ 1,727.595 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาษีทรัพยากรธรรมชาติ 44,616.840 ล้านบาท ประกอบด้วย อากรการประมง 0.311 ล้านบาท ค่าภาคหลวงไม้สัก 0.153 ล้านบาท ค่าภาคหลวงไม้กระยาเลย 0.191 ล้านบาท ค่าภาคหลวงฟืนถ่านและของป่าอื่นๆ 0.070 ล้านบาท ค่าภาคหลวงแร่ 1,680.959 ล้านบาท และค่าภาคหลวงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 42,935.156 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาษีสินค้าเข้า-ออก 97,600 ล้านบาท ประกอบด้วยอากรขาออก 100 ล้านบาท และอากรขาเข้า 97,500 ล้านบาท ภาษีลักษณะอนุญาต 36,442.787 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าใบอนุญาตอื่นด้านสรรพสามิต 522.596 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตด้านป่าไม้ 48 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตยาง 10 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตต่างด้าว 5,617.005 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตวิทยุคมนาคม 29,500 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตการพนัน 34.796 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตอาวุธปืนและดอกไม้เพลิง 61.627 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตอื่นด้านมหาดไทย 376.445 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตสาธารณสุข 259.962 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตน้ำบาดาล 5.088 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า &amp;nbsp;7.180 ล้านบาท และรายได้ใบอนุญาตประกอบกิจการคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น 0.088 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.งบการขายสิ่งของและบริการ 29,365.595 ล้านบาท แบ่งเป็นการขายหลักทรัพย์และทรัพย์สิน 1,810.874 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยค่าขายอสังหาริมทรัพย์ 726.395 ล้านบาท ค่าขายผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ 135.394 ล้านบาท ที่มีทั้งค่าขายน้ำมัน 0.028 ล้านบาท ค่าขายไม้ 1.700 ล้านบาท และค่าขายพืชผลและพันธุ์สัตว์ 133.666 ล้านบาท ค่าขายหนังสือราชการ 6.488 ล้านบาท ค่าขายสิ่งของอื่น 942.598 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าขายของกลาง 51.982 ล้านบาท ค่าขายของเบ็ดเตล็ด 681.540 ล้านบาท ค่าขายผลิตผลจากการวิจัย 59.342 ล้านบาท รายได้ค่าซื้อเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง 81.261 ล้านบาท และค่าขายครุภัณฑ์ 68.472 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขายบริการ 27,554.721 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าบริการ 20,977.868 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งค่าธรรมเนียม 9,925.992 ล้านบาท โดยประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมที่ดิน และค่าจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ 502.304 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมควบคุมโรคระบาดสัตว์ 455.675 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมประตูน้ำ 0.043 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการประมง 4.413 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมบำรุงป่า 3.600 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการบิน 478.800 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการขนส่งทางบก 247.957 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการขนส่งทางน้ำ 477.246 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมแร่ 0.337 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการค้า 3,394.301 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมโรงงาน 266.997 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมสัมปทาน 1,038.244 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมประกอบอาชีพคนต่างด้าว 67 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการกงสุล &amp;nbsp;2,440.173 ค่าธรรมเนียมน้ำบาดาล 547.200 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำในประเทศ 0.990 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้คนงานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ 0.712 ล้านบาท &amp;nbsp;ค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ด 11,051.876 ล้านบาท ค่าเช่า 6,576.853 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ &amp;nbsp;6,571.305 ล้านบาท และค่าเช่าเบ็ดเตล็ด 5.549 ล้านบาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.งบรัฐพาณิชย์ 168,000 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากองค์การของรัฐสาขาสาธารณูปการ 6,271.786 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาขนส่ง 18,162.260 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาอุตสาหกรรม3,113.579 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ 70.298 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาพาณิชย์และบริการ 28,299.078 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาพลังงาน &amp;nbsp;82,148.036 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาสื่อสาร 1,300 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาสังคมและเทคโนโลยี 570 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาสถาบันการเงิน 25,365 ล้านบาท และรายได้จากกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นต่ำกว่า 50% 2,699.963 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.งบรายได้อื่น 35,014.063 ล้านบาท แบ่งเป็นแสตมป์ฤชากรและค่าปรับ 9,516.674 ล้านบาท โดยประกอบด้วย แสตมป์ฤชากร 4,184.614 ล้านบาท ค่าปรับสุรา 1.910 ล้านบาท ค่าปรับภาษีอากร 400 ล้านบาท ค่าปรับเปรียบเทียบคดี 779.630 ล้านบาท ค่าปรับจากการกระทำผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก 209.213 ล้านบาท และค่าปรับอื่น 3,941.307 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินรับคืน 3,906.113 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินเหลือจ่ายปีเก่าส่งคืน 2,887.999 ล้านบาท เงินกู้รับคืน 499.066 ล้านบาท เงินชดใช้ค่าเสียหายจากการละเมิด 72.474 ล้านบาท เงินชดใช้จากการผิดสัญญาการศึกษาและดูงาน 396.255 ล้านบาท เงินรับคืนอื่น 50.319 ล้านบาท รายได้เบ็ดเตล็ดอื่น 21,591.276 ล้านบาท ประกอบด้วย &amp;nbsp;รายได้จากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 296.024 ล้านบาท ดอกเบี้ยเงินฝาก 233.867 ล้านบาท เงินรับจากการทำเหรียญกษาปณ์ 1,196 ล้านบาท รายได้ค่าตอบแทนจากการใช้ความถี่วิทยุ 0.405 ล้านบาท ค่าตรวจสอบคุณภาพชีวภัณฑ์ 0.433 ล้านบาท และรายได้เบ็ดเตล็ดอื่น 19,864.547 ล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11048</URL_LINK>
                <HASHTAG>2562, 3 ล้านล้านบาท, ค่าธรรมเนียม, ภาษี, รายจ่าย, รายรับ, รายได้, ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180610/image_big_5b1caab1cb3f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
