<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 23:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่างรธน.ส่อแท้งศาลเคยตีตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญส่อเค้าแท้งก่อนบรรจุวาระแล้ว &amp;ldquo;หมอสุกิจ&amp;rdquo; นัดหารือทีมกฎหมายด่วน 18 มิ.ย. หลังพบเนื้อหาที่เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตก &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; ยันไม่มีปัญหา เพราะเป็นร่างที่ทำตามข้อเสนอศาลที่ให้ทำประชามติก่อน เพราะย้อนเกล็ดเป็นร่างที่สภาสูงเคยเห็นชอบแล้ว
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน ยังคงมีความต่อเนื่องในญัตติการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ ส.ส.ทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านเสนอรวม 14 ฉบับ โดย นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า จากการตรวจสอบรายละเอียดของญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ ส.ส.ยื่น 14 ฉบับ พบว่า 13 ญัตติ ไม่มีปัญหาและบรรจุในระเบียบวาระได้ แต่มี 1 ฉบับที่ต้องให้ฝ่ายกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาตรวจสอบรายละเอียด คือ ญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยขอแก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จำนวน 200 คน ว่าจะบรรจุวาระได้หรือไม่ เพราะมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาว่าขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564 เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมาหรือไม่ โดยให้ฝ่ายกฎหมายได้นัดหารือด่วนในวันที่ 18 มิ.ย. ก่อนทำความเห็นเสนอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ในฐานะประธานรัฐสภาพิจารณาต่อไป
ขณะที่ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่าที่ประชุมร่วม 3 ฝ่าย คือ รัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภาได้หารือแล้วว่าจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 23-24 มิ.ย. โดยได้แบ่งเวลาการอภิปรายระหว่างฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และวุฒิสภา ฝ่ายละ 6 ชั่วโมง คาดว่าการอภิปรายวาระแรกจะแล้วเสร็จในวันที่ 24 มิ.ย. เวลาประมาณ 16.00 น. หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการลงมติแบบเปิดเผยขานชื่อ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาลงมติประมาณ 6 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณี ส.ว.ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรีว่า อยากถามกลับ ส.ว.ที่บอกจะรับเฉพาะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทบทวนความคิดของตัวเองดีแล้วใช่หรือไม่ เหตุผลคืออะไร เพราะร่างรัฐธรรมนูญทั้งของฝ่ายค้านและ พปชร.เหมือนกันทุกอย่าง ถือว่า ส.ว.ไม่ได้ยึดหลักการ แต่ยึดหน้าคน ยึดฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินยังกล่าวอีกว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อจัดตั้ง ส.ส.ร. ที่ฝ่ายค้านเสนอ คือร่างเดิมที่ ส.ว.เคยรับหลักการและร่วมแปรญัตติไว้เรียบร้อยแล้ว วันนี้ได้นำร่างที่ ส.ว.ให้ความเห็นชอบมายื่น แต่ทำไม ส.ว.ถึงเปลี่ยนใจไม่รับร่าง ขอได้โปรดช่วยชี้แจงต่อประชาชนด้วย ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญแนะนำว่าการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องทำประชามติ และ ส.ว.เองก็เห็นด้วย วันนี้ฝ่ายค้านกำลังส่งร่างเพื่อให้ทำประชามติสอบถามประชาชน เราทำตามคำแนะนำทั้งหมด การที่ ส.ว.ปฏิเสธตั้งแต่ต้น ถือเป็นการปิดโอกาสประชาชนในการลงมติว่าจะให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่
&amp;ldquo;ท่านไม่รับหลักการก็ถือว่าปิดโอกาสประชาชน ซึ่งขอให้รับหลักการก่อนแล้วส่งไปให้ประชาชนตัดสิน หรือ ส.ว.กลัวเสียงประชาธิปไตย เพราะถ้าประชาชนไม่ให้ผ่านมันก็ไม่ได้แก้ แสดงว่าท่านกลัวประชาชน แต่ถ้าไม่กลัวก็ขอให้รับและทำประชามติ ส่วนร่างอื่นๆ ที่เสนอก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงสร้างอำนาจ ส.ว. และมีดีกับประชาชนทั้งนั้น ยืนยันว่าเราไม่ได้แก้เพื่อตัวเอง หาก ส.ว.มีธงในใจแล้วก็บอกมาตรงๆ และการพูดแบบนี้เกรงใจไม่ให้เกียรติประชาชน คนเราต้องมีความอายระดับหนึ่ง&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โอกาสที่จะผ่านความเห็นชอบทั้ง 14 ร่าง คงต้องดูข้อเท็จจริงว่าเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองหรือไม่ แต่ยังมั่นใจด้วยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 จะได้รับโอกาส ขอแค่รัฐสภามีมติเห็นควรให้เอาไปทำประชามติถามประชาชนก่อนเท่านี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว &amp;nbsp;
&amp;ldquo;หลายเรื่องที่เราเสนอไม่กระทบ ส.ว. และการที่เราจะเรียกร้องให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามภายใต้รัฐธรรมนูญเดิม เราจะยังหนีวงจรอุบาทว์ไม่พ้น ดังนั้นอะไรที่ไม่ดีในรัฐธรรมนูญนี้ ถ้าแก้ได้ก็ควรต้องแก้&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว
ด้าน นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวถึงการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปิดสวิตช์ ส.ว.ว่า ขอตั้งคำถามกลับว่า ส.ว.ทำผิดอะไรที่จะมาปิดสวิตช์อำนาจเลือกนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเท่าที่ทราบการปิดสวิตช์ ส.ว.นั้นมี 2 ประเด็นที่เรียกร้อง คือให้เหลือเพียงสภาเดียว โดยยุบวุฒิสภา ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าประเทศไทยยังเหมาะที่จะอยู่ระบบ 2 สภาเหมือนอังกฤษและสหรัฐอเมริกา หากจะให้ยุบเหลือสภาเดียวคงเป็นไปไม่ได้ เชื่อว่าสังคมไทยเองก็ยังไม่พร้อม&amp;nbsp;
นายสมชายกล่าวอีกว่า ส่วนอีกประเด็นที่เรียกร้องปิดสวิตช์ ส.ว.คือการยกเลิกอำนาจในการโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ให้มีอำนาจส่วนนี้ในช่วง 5 ปีแรก เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ ส.ว.ไม่ได้มีสิทธิ์เสนอชื่อนายกฯ มีสิทธิ์เพียงร่วมโหวตเท่านั้น ดังนั้นถ้าสภาผู้แทนราษฎรโหวตเลือกใครเป็นนายกฯ ส.ว.ก็แค่เห็นชอบตาม วันนี้ไม่จำเป็นต้องปิดสวิตช์ ส.ว. เพราะถ้ายุบสภาขึ้นมา และมีการเลือกตั้งใหม่ หาก ส.ส.ลงเสียงมากพอที่โหวตใครเป็นนายกฯ ได้ ส.ว.ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ดูร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่มีการเสนอมา ก็ไม่มั่นใจว่าเสนอมาเพื่อให้เป็นประโยชน์กับประชาชนจริงหรือไม่ หรือเสนอมาหลายมาตราเพื่อบังหน้าใช่หรือไม่ เพราะจริงๆ อยากแก้เพียง 3 ประเด็น คือบัตรเลือกตั้ง ปิดสวิตช์ ส.ว. และงบประมาณ ดังนั้นควรถามสังคมว่าเห็นด้วยหรือไม่ เพราะถ้าแก้เพื่อประโยชน์ของฝ่ายการเมืองเท่านั้น&amp;rdquo; นายสมชายกล่าว และว่า ไม่สามารถยืนยันได้ว่า ส.ว.จะเห็นด้วยทั้งหมดกับการคัดค้านการปิดสวิตช์ ส.ว. เรื่องอำนาจโหวตเลือกนายกฯ เพราะการพิจารณาครั้งที่แล้วก็ยังมีคนเห็นต่าง แต่เชื่อว่าไม่มีใครเห็นด้วยกับการยุบ ส.ว.ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้ ส.ว.จะโหวตให้เฉพาะร่างของพรรค พปชร.ใช่หรือไม่ เพราะไม่มีเรื่องของการปิดสวิตช์ ส.ว. นายสมชายกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะครั้งที่ผ่านมา ส่วนตัวก็โหวตให้ร่างของฝ่ายค้านด้วยซ้ำ ดังนั้นต้องดูว่าร่างไหนเป็นประโยชน์ อันไหนที่ไม่เป็นประโยชน์ และเสียเวลาบ้านเมือง ก็ไม่โหวตให้ แต่ยืนยันว่าการโหวต ส.ว.จะปล่อยให้โหวตกันอย่างอิสระหรือฟรีโหวต ซึ่งในวันที่ 18 มิ.ย. วิปวุฒิสภาจะหารือกันเพื่อวางกรอบในการอภิปราย และสัดส่วนการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) พร้อมจัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ให้กับ ส.ว.ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่าทำไมต้องเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับควบคู่กับการเสนอแก้เป็นรายมาตรา ว่าเป็นที่ประจักษ์ชัดกันอยู่แล้วว่า รธน.ปี 60 ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันก่อให้เกิดปัญหามากมาย และถูกวางกลไกให้ยากต่อการแก้ไข ซึ่งการเสนอแก้ไขทั้งฉบับเป็นการยืนยันนโยบายและจุดยืนเดิมของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งเห็นว่าการแก้ไขทั้งฉบับเป็นสิ่งที่จำเป็นผ่าน ส.ส.ร.เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ นี่คือหลักการพื้นฐานที่ถูกต้อง และควรผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับควบคู่กับการเสนอแก้เป็นรายมาตราไม่น่าจะเกิดความเสียหายใดๆ ในทางตรงกันข้าม กลับน่าจะเกิดผลดีมากกว่า เพราะหากเกิดมีอุบัติเหตุทางการเมือง และเกิดการเลือกตั้งขึ้นกะทันหัน อย่างน้อยที่สุดเราอาจได้กติกาบางเรื่องที่ดีและมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น แต่ถ้าไม่แก้รายมาตราเลย หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้น เราก็จะต้องกลับเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งตามกติกาเดิมที่ คสช.กำหนดขึ้น เหมือนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด&amp;rdquo; นายภูมิธรรมกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ ส.ว. ระบุว่า โหวตร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พปชร.เท่านั้นว่า เป็นคนกลุ่มเดิมๆ ดาหน้าออกมาหวงอำนาจอันไม่ชอบธรรมของตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนกลุ่มนี้ได้แก่พวก ส.ว. 250 คนที่ คสช.เลือกมาที่เที่ยวมาชี้หน้าหาว่าข้อเสนอแก้รัฐธรรมนูญให้ยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ คือการลุแก่อำนาจ เป็นแค่การหาเสียง จริงๆ แล้วเป็นพวกท่านต่างหาก ที่แสดงความกำแหงลำพองว่าเสียงของตัวเองเป็นใหญ่ ประกาศกร้าวชี้เป็นชี้ตายล่วงหน้าว่าจะรับแต่ร่างของพรรคพลังประชารัฐ ไม่เอาของพรรคฝ่ายค้านแน่นอน ส.ว.ก็ยังคงเป็น ส.ว.อยู่วันยังค่ำ ในอดีตเคยเกาะขาอิงแอบเผด็จการอย่างไร ทุกวันนี้ก็ยังทำตัวเป็นขวากหนามประชาธิปไตยอยู่อย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ทางออกของประเทศอย่างสันติคือ การยอมให้ประชาชนได้มีโอกาสร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนเอง โดยเลือก ส.ส.ร.เพื่อหยุดยั้งกลไกเผด็จการครองเมือง จึงขอร้องเรียนไปยังพรรคร่วมฝ่ายค้านให้กลับมาร่วมกันผลักดันการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และต้องไม่ร่วมสังฆกรรมกับขบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองเท่านั้น&amp;nbsp;
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำอดีตพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราโดยพรรค พปชร. คือการสร้างความมั่นคงให้กับระบบที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและเสริมความเข้มแข็งให้กับการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์กับพวก ถือเป็นผลร้ายต่อบ้านเมือง นอกจากนั้นยังแฝงไว้ด้วยเล่ห์เพทุบายที่จะทำให้พรรคฝ่ายค้านขัดแย้งแตกแยก และพลังประชาธิปไตยอ่อนแอลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106739</URL_LINK>
                <HASHTAG>18 มิ.ย., นัดหารือทีมกฎหมายด่วน, ร่างรธน., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอสุกิจ, เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตก, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb56417c1f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สภาสูง&#039;เอาแน่!ลุยโหวตสกัดตั้งสภาร่างรธน.9ก.พ.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.64- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาระหว่างส.ส.และสว. ในวันอังคารที่ 9 ก.พ. ที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาได้บรรจุระเบียบวาระเรื่อง ญัตติด่วน เรื่อง ขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 เพื่อขอให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจ ของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210(2)ที่เสนอโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.ระบบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐและนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา เป็นเรื่องด่วนเรื่องแรก ในระเบียบวาระการประชุม รวมถึงร่างพรบ.ตำรวจแห่งชาติ ที่ถูกบรรจุเป็นเรื่องด่วน &amp;nbsp;โดยญัตติขอให้รัฐสภาส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ดังกล่าว เป็นการเคลื่อนไหวของส.ส.พรรคพลังประชารัฐและสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันลงชื่อรวม 73 ชื่อเสนอญัตติเพื่อขอให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าการแก้ไขรธน.มาตรา 256 เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่ประชุมร่วมรัฐสภาจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างแก้ไขรธน.วาระสอง ในช่วงวันที่ 24-25 ก.พ.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภาและหนึ่งใน คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฯ ของรัฐสภา ซึ่งเป็นหนึ่งในสว.ที่ร่วมลงชื่อในญัตติเพื่อเสนอคำร้องให้ศาลรธน.วินิจฉัยดังกล่าว เปิดเผยว่า ที่ประชุมร่วมรัฐสภา จะมีการพิจารณาญัตติดังกล่าวในวันที่ 9 ก.พ. นี้ อย่างไรก็ตาม การจะส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุมร่วมรัฐสภาจะลงมติอย่างไร เพราะขณะนี้ก็มีสว.บางส่วนมีความคิดเห็นว่า การแก้ไขรธน.มาตรา 256 เพื่อมาร่างรธน.ฉบับใหม่ อาจจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เพราหลักการในญัตติที่ขอแก้ไขมาตรา 256 ที่กำลังดำเนินการอยู่เป็นการทำเพื่อให้มีการยกร่างรธน.ฉบับใหม่ อันมีความหมายว่าให้แก้ทั้งฉบับแต่หมวดแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 น่าจะมีเจตนาเพียงให้แก้เป็นรายมาตราไม่ได้มีเจตนาให้ยกร่างรธน.ฉบับใหม่ จึงยังมีมุมมองที่เห็นว่าไม่น่าทำได้ โดยหากสุดท้าย ที่ประชุมร่วมรัฐสภา มีมติเสียงข้างมากโหวตส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ก็ต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แต่หากเป็นมติของรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญก็น่าจะรับคำร้องไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ก็เคยมีบรรทัดฐานคำวินิฉัยเดิมเมื่อปี 2555 อยู่ก่อนแล้ว ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราเดียวเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ไม่อาจทำได้ เพราะประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนญ ประชาชนย่อมใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ ประชาชนจึงย่อมให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกร่างรธน.ฉบับใหม่ได้ หากประชาชนมีมติยอมรับ ซึ่งถึงตอนนี้ก็คิดว่า สมาชิกรัฐสภาแต่ละคนก็มีคำตอบอยู่แล้วว่า วันอังคารนี้ จะโหวตให้ส่งหรือไม่ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต่อเนืองกันมาหลายเดือนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับผมแน่นอนว่า จะโหวตเพื่อให้ส่งคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพราะผมเป็นหนึ่งในสมาชิกรัฐสภาทีร่วมลงชื่อด้วย แต่ก็มีสว.อีกหลายคนเหมือนกัน ที่เขาก็เห็นว่า การแก้ไขรธน.มาตรา 256 ตอนนี้น่าจะทำได้ไม่มีปัญหา เพราะเขามองว่า ยังไง สุดท้ายแล้ว พอสภาร่างรัฐธรรมนูญ ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมา ก็ต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญไปทำประชามติถามประชาชนอยู่แล้ว ทำให้จนถึงตอนนี้ เรื่องนี้ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ แต่ผมก็อยากให้ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความชัดเจนไปเลยว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญตอนนี้ทำได้หรือไม่ได้ เพราะหากส่งไป มันไม่ได้ทำให้เสียเวลาอะไรส่วนหากส่งไปแล้ว ยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมาก่อนโหวตวาระสองและวาระสามก็ไม่เป็นไร ก็เดินไปด้วยกันได้กับการพิจารณาของรัฐสภา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าจนถึงขณะนี้คิดว่า มีสมาชิกวุฒิสภาเอาด้วยกับการจะลงมติให้ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน นพ.เจตน์กล่าวว่า ก็มีเยอะ แต่ก็กะจำนวนไม่ได้เพราะการส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เสียงเห็นชอบด้วยเกินกึ่งหนึ่งของสองสภารวมกัน แต่หากพรรคพลังประชารัฐเอาด้วยหมด มันก็เป็นไปได้ที่จะได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง &amp;nbsp;แต่สำหรับสว. ก็คิดว่าน่าจะมีคนเห็นด้วยให้สงคำร้องไปศาลรธน.มากกว่าไม่เห็นด้วยที่จะส่ง แต่ก็ประเมินยากอยู่ ส่วนส.ส.ประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทย คงไม่โหวตให้ส่ง เช่นเดียวกับฝ่ายค้านทั้งหมด ก็คงไม่เอาด้วย ก็ยืนยันว่า การที่เห็นควรต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนเพราะกระบวนการดังกล่าวไม่ได้ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญในเวลานี้ล่าช้าอะไร เพราะในเมื่อยังมีความคิดเห็นที่ยังแตกแยกกันอยู่ว่าการแก้ไขรธน.ตอนนี้ ทำได้หรือไม่ ก็ควรทำให้เกิดความชัดเจน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92262</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐสภา, ร่างรธน., ศาลรัฐธรรมนูญ, สภาสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb3288071f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2020 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2020 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่างรธน.ฉบับไอลอว์ตกแต่อบอุ่น&#039;จอน&#039;ขอบคุณ&#039;ชวน&#039;ยันเจ้าหน้าที่แลกบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
21 พ.ย.63- &amp;nbsp;นายจอน อึ๊งภากรณ์ อดีต ส.ว.กรุงเทพฯ ผู้ก่อตั้งไอลอว์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าถึงแม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขของประชาชนกว่าหนึ่งแสนคนจะถูกรัฐสภาตีตกโดยที่ส.ว.แต่งตั้งและส.ส.พรรคพลังประชารัฐหลายคนเลือกที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจไอลอว์มากกว่าที่จะวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาของร่างของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามพวกผม (ผม เป๋า และจิ๋ว) ที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำเสนอร่างของประชาชนในฐานะผู้ริเริ่มเสนอกฎหมายได้รับแต่ความร่วมมือ การอำนวยความสะดวก การต้อนรับที่อบอุ่น และกำลังใจจากเจ้าหน้าที่ของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มต้น ผมอยากขอขอบคุณท่านประธานรัฐสภา คุณชวน หลีกภัยที่ทำให้ร่างของประชาชนสามารถเข้ารับการพิจารณาพร้อมกับร่างของพรรคการเมืองและสมาชิกรัฐสภาอีกหกฉบับ ทั้งนี้โดยที่ท่านได้สั่งเร่งการตรวจสอบการลงชื่อทั้งหมดให้เสร็จในระยะเวลาที่สั้นที่สุดโดยผ่านขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดครบทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอขอบคุณสินี ส้มมี ผู้อำนวยการสำนักการประชุมที่ให้การต้อนรับและเอื้ออำนวยการให้ทีมงานเจ้าหน้าที่ของไอลอว์สามารถใช้ห้องประชุมของสำนักฯ เพื่อติดตามการอภิปราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่ต้องขอขอบคุณอย่างยิ่งคือบรรดาเจ้าหน้าที่ของกลุ่มงานเข้าชื่อเสนอกฎหมาย นำโดยคุณสมพงษ์ รัตนวรรณ ผู้อำนวยการ รวมถึงคุณศักรินทร์ และคุณศักดา ซึ่งได้ต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น และอำนวยความสะดวกทุกประการ รวมถึงการเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนการหาแทกซี่สำหรับกลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายขอขอบคุณเจ้าหน้าที่แลกบัตรที่กระซิบให้กำลังใจหลังจากที่พวกเราถูกอภิปรายอย่างหนัก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84569</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอน อึ๊งภากรณ์, ร่างรธน., ไอลอว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190629/image_big_5d1729dd135f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 06:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 06:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.นิว&#039;เปิด 6 เหตุผล ทำไมต้องไม่รับร่างแก้ไข รธน.ไอลอว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย.63- ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Suphanat Aphinyan ระบุว่า เปิด 6 เหตุผล ทำไมต้องไม่รับ &amp;quot;ร่างแก้ไข รธน.ไอลอว์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีผู้หวังดีต่อส่วนรวมส่งมาครับ ช่วยกันเผยแพร่ให้รู้ว่า &amp;quot;ร่างแก้ไข รธน.ไอลอว์&amp;quot; มีข้อบกพร่องอยู่ไม่น้อย และไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงไม่แปลกถ้าจะถูกตีตกไปครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ไอลอว์รับเงินจากต่างชาติ
2.ไม่ใช่ร่างฯ ประชาชนส่วนใหญ่
3.ส่อเค้าเป็นพิมพ์เขียวระบอบการปกครองใหม่
4.นิรโทษกรรมคนโกงทางอ้อม
5.ใครก็ตามที่อายุครบ 18 ปี เป็น สสร.ได้หมด
6.เป็นร่างฯ ที่ออกแบบมาเพื่อก้าวไกลเพียงพรรคเดียว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84060</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นิว-ศุภณัฐ อภิญญาณ, ร่างรธน., ไอลอว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb30b817d687.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สว.สมชาย&#039;ยืนยันโหวตไม่เห็นชอบญัตติตั้งส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.63-นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;quot;สมชาย แสวงการ&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;ผมจะโหวตไม่เห็นชอบหรืองดออกเสียง ในญัตติตั้งส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพราะขัดรัฐธรรมนูญ แต่จะโหวตให้แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราบางญัตติ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83907</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งส.ส.ร., นายสมชาย แสวงการ, ร่างรธน., ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f3696505575d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผอ.ไอลอว์&#039; ดิ้นแจงปมรับเงินต่างชาติแก้ รธน. ลั่นไม่มีวันยอมให้แหล่งทุนมาชี้นำบงการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย.63 -&amp;nbsp;นายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์ - iLaw) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ในฐานะที่เป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการของไอลอว์ ผมขอบอกเลยว่าพวกเราไม่เคยและไม่มีวันยอมให้แหล่งทุนใดมาชี้นำหรือบงการการทำงานของเราหรือมาแทรกแซงความเป็นอิสระขององค์กรของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83369</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอน อึ๊งภากรณ์, รับเงินต่างชาติ, ร่างของไอลอว์, ร่างรธน., เอ็นจีโอ, แก้รัฐธรรมนูญ, ไอลอว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d03024b232.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอสุกิจ&#039;ยันร่างรธน.6ฉบับยังอยู่ครบ ส่วนฉบับไอลอว์ตรวจสอบอยู่ ยังบอกไม่ได้เข้าสภาวันไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.63 -นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับใดตกแม้แต่ฉบับเดียว โดยเฉพาะญัตติร่างแก้รัฐธรรมนูญ ทั้ง 6 ฉบับ ของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาก่อนลงมติรับหลักการวาระที่หนึ่ง ตามข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ข้อที่ 121 วรรคสาม ซึ่งเป็นมติของที่ประชุมรัฐสภา ไม่ใช่ความคิดนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา หลังจากที่คณะกมธ.พิจารณาเสร็จแล้วจะนำกลับเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาในสมัยประชุมหน้า เพื่อลงมติว่าจะรับหลักการหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุกิจ กล่าวต่อว่า สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับไอลอว์ ที่มีประชาชนร่วมเข้าชื่อกันจำนวนแสนคนนั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อ ที่ต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน ขณะนี้รัฐสภาเร่งรัดการทำงานให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ได้รับการแจ้งว่าตรวจสอบเสร็จไปแล้วกว่า 5 หมื่นรายชื่อ จากนั้นก็ต้องส่งให้กรมการปกครองตรวจสอบว่าผู้ลงชื่อเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหรือไม่ อีกทั้งต้องทำหนังสือไปยังเจ้าตัวว่าได้ลงชื่อจริงหรือไม่ ถ้าทำไม่ครบถ้วนทุกขั้นตอนอาจถูกร้องศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงต้องทำให้ถูกต้องที่สุด ยังบอกไม่ได้ว่าร่างฉบับไอลอว์จะนำกลับเข้าสู่สภาได้เมื่อไหร่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78959</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์, ร่างรธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200929/image_big_5f72bc2cf0aaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
