<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือด!หักคว่ำรธน. ภท.อัดยับสภาศรีธนญชัยปลิ้นปล้อนปล่อยพล่ามกว่า10ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;รัฐสภา&amp;rdquo; ถกร่างแก้ไข รธน.วาระ 3 ดุช่วงค่ำ หลังอภิปรายยื้อยาวนานเกิน 10 ชั่วโมง &amp;ldquo;พลังประชารัฐ&amp;rdquo; แทงข้างหลัง ชงญัตติเอาเรื่องด่วนขึ้นมาพิจารณาก่อน หลังปล่อยให้พ่นน้ำลายตลอดวันตามธงตัวเองพร้อมชงญัตติพรึ่บ ร่อนตะแกรงสุดท้ายเหลือแค่ &amp;ldquo;ไม่โหวต-เลื่อน-โหวต&amp;rdquo; แต่ก็สะดุดหัวทิ่มไปตามกัน &amp;ldquo;ภูมิใจไทย&amp;rdquo; เดือดไม่ร่วมสังฆกรรมวอล์กเอาต์ ซัดพวกฉ้อฉลศรีธนญชัยปลิ้นปล้อนยิ่งกว่าสภาโจ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 17 มีนาคม มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยในระเบียบวาระจะมีการพิจารณารณาเรื่องด่วนในการลงมติวาระที่สาม ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช.... แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนการประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงจุดยืนของพรรคว่า ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของประชาชน เพราะเรื่องของรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของปัจเจกพรรค
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ปชป.จะเข้าร่วมการประชุมวิปรัฐบาล และจะนำเสนอความคิดเห็นเพื่อขอเสียงสนับสนุน โดยจะเสนอญัตติขอมติที่ประชุมรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจนใน 2 ประเด็น คือ 1.ขอบเขตของอำนาจรัฐสภาในการโหวตวาระ 3 ว่าทำได้หรือไม่ และ 2.รัฐสภาสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีหมวด 15/1 ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้า ปชป. กล่าวเสริมว่า นอกจาก 2 ประเด็นแล้ว จะขอให้วินิจฉัยว่าการจัดทำประชามติต้องจัดทำในช่วงใดกันแน่ ระหว่างทำประชามติก่อนโหวตวาระที่ 1 หรือทำประชามติหลังจากโหวตวาระที่ 3 ไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ฝ่ายค้านยังยืนหยัดท่าทีเดิม และน้อมรับคำวินิจฉัยของศาล ที่ให้เคร่งครัดและระมัดระวังตามมาตรา 256 แต่ยืนยันโหวตวาระ 3
ทั้งนี้ ก่อนประชุมรัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ ได้ประชุมร่วมกับแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก่อนออกคำแถลงว่า 1.พรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันเดินหน้าลงมติให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ในวาระที่ 3 2.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีข้อความใดเลยที่ห้ามการลงมติในวาระที่ 3 เพียงแต่บอกว่าหากจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ลงประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชนก่อนเท่านั้น 3.ในกรณีที่รัฐสภามีมติเป็นอย่างอื่นโดยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (6) อาทิ ถอน เลื่อน หรือทำให้ญัตติต้องตกไปโดยประการใด พรรคร่วมฝ่ายค้านจะได้หารือถึงมาตรการที่ต้องดำเนินการที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป และ 4.ขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนติดตามการประชุมรัฐสภา โดยเฉพาะในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งเคยสัญญาต่อพี่น้องประชาชนว่าจะดำเนินการ แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศมีความเป็นประชาธิปไตย
ชงญัตติหลังเปิดประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 09.55 น. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้เปิดประชุม โดยเริ่มต้นด้วยการให้นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการรัฐสภา อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2564 ก่อนเข้าสู่วาระเร่งด่วน โดยนายชวนให้สมาชิกอภิปรายเพื่อหารือหาทางออกเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกลางในเรื่องนี้เมื่อวันที่ 15 มี.ค.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอว่า การโหวตวาระที่สามไม่สามารถทำได้ และจะเก็บต่อไม่ได้ กระบวนการจัดทำต้องเริ่มต้นโดยรัฐสภา ยื่นญัตติของจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อรัฐสภาเห็นชอบ แล้วส่ง ครม.เพื่อนำไปจัดทำประชามติ และการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องกระทำโดยรัฐสภาตั้งกรรมาธิการเท่านั้น ไม่ใช่ทำโดย ส.ส.ร. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า จากคำวินิจฉัยของศาลไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้ ซึ่งฝ่ายกฎหมายของ ส.ว.และฝ่ายกฎหมายของรัฐสภาก็มีความเห็นว่าไม่อาจลงมติวาระที่สามได้ จึงขอเสนอญัตติขอให้รัฐสภา ลงมติไม่สามารถดำเนินการลงมติในวาระที่สามได้ เพราะต้องทำไปตามคำวินิจฉัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรค พท. กล่าวว่า ฝ่ายค้านตั้งใจแรงกล้าจะเดินหน้าลงมติวาระที่สาม ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลเองก็เป็นฝ่ายเสนอ แต่วันดีคืนดีก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เมื่อเราอ่านคำวินิจฉัยของศาลและมองในอีกมุมหนึ่ง อยากถามว่าตรงไหนที่ศาลบอกว่าไม่ให้ลงมติวาระที่สาม สมาชิกรัฐสภาบางคนอาจอ้างฝ่ายกฎหมาย แต่นั่นก็เป็นเพียงฝ่ายกฎหมาย ถ้ารัฐสภาไม่ผ่านกฎหมาย อยากถามว่าใครจะทำ ถ้าไม่อยากแก้ไขก็บอกว่าไม่อยากแก้ไข &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า เหตุใดการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยาก แต่การฉีกรัฐธรรมนูญโดยการรัฐประหารไม่มีใครคัดค้าน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ปราบโกง แต่ขี้โกง เอาเปรียบ ต้องการสืบทอดอำนาจ ควรโหวตวาระ 3 ให้เสร็จ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ไม่เป็นไร ขอให้โหวต อย่าใช้เสียงข้างมากลากไป ตีความแบบศรีธนญชัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจุรินทร์หารือว่า เพื่อเป็นทางออกและทำให้รัฐสภาสามารถแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จได้ ขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 31 ให้ที่ประชุมมีมติส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจและหน้าที่รัฐสภาอีกครั้ง ใน 4 ประเด็น คือ 1.ร่างที่พิจารณากันอยู่ เป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมหรือจัดทำรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ เพราะศาลยังไม่ได้ชี้ชัดสถานภาพว่าเป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติม หรือร่างจัดทำใหม่กันแน่ 2.คำวินิจฉัยศาลให้ทำประชามติเสียก่อนนั้น ยังไม่ชัดเจนว่าจัดทำตอนไหน ระหว่างก่อนโหวตวาระที่หนึ่ง หรือหลังโหวตวาระที่สาม 3.การทำประชามติที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ระบุไว้ 2 มาตรา คือมาตรา 166 ให้ ครม.จัดทำประชามติ ซึ่งเป็นอำนาจฝ่ายบริหาร และมาตรา 256 (8) ในการแก้ไขเพิ่มเติมหลังผ่านวาระที่สามแล้วให้ทำประชามติก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในการจัดทำประชามติ นอกเหนือจากนี้รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ชัดเจนในมาตราใด และ 4.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยว่าจะตกทั้งฉบับหรือไม่ ซึ่งจะนำสู่การตัดสินใจว่าจะลงมติในวาระที่สามได้หรือไม่ เพราะยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าร่างรัฐธรรมนูญที่เรากำลังวินิจฉัยยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้ว
&amp;ldquo;ขอได้โปรดที่ประชุมรัฐสภามีมติส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยใน 4 ประเด็น โดยอาจให้วิป 3 ฝ่ายยกร่างญัตติขึ้นมาโดยอาศัยประเด็นข้างต้น จากนั้นขอมติที่ประชุมเพื่อยื่นญัตติดังกล่าวร่วมกันต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย เพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
ในเวลา 11.30 น. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายสนับสนุนญัตติของนายสมชาย พร้อมแก้ไขคำเสนอของญัตติดังกล่าวที่ถูกทักท้วงว่าไม่สามารถทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ให้อำนาจ เป็นว่า &amp;quot;ให้ที่ประชุมไม่ให้มีการลงมติร่างรัฐธรรมนูญวาระสาม?โดยเหตุผลขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมี ส.ว.รับรองครบตามจำนวน ทำให้ญัตติของนายเสรีเป็นญัตติลำดับที่ 3
ดันญัตติโหวตวาระ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. เสนอญัตติว่าให้รัฐสภาทำหน้าที่ลงมติวาระ 3 ต่อไป ตามมาตรา 256 เพราะเห็นว่าทำต่อได้ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญระบุการแก้ไขเพิ่มเติมให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นทำได้ อย่าปิดกั้นอำนาจประชาชน ถ้าไปปิดกั้นอาจเกิดวิกฤตินองเลือดเหมือนปี 2535 อย่าให้บ้านเมืองมีอันเป็นไปเพราะการตัดสินใจของรัฐสภา
&amp;ldquo;ทางออกดีที่สุดแนวทางเดียวคือ โหวตวาระ 3 และต้องลงมติให้ผ่าน อย่าให้รัฐธรรมนูญแท้งก่อนคลอด วันนี้ใส่สูทดำขอไว้ทุกข์ให้กับการทำแท้งรัฐธรรมนูญ และในวันที่ 18 มี.ค. เรียกร้องให้แต่งชุดดำเต็มสภา เพราะไม่เห็นด้วยกับการล้มรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ส่วนนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ได้เลวร้าย สิ่งที่มีตำหนิอย่างเดียวคือที่มาไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าวันนี้เราทำให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย ก็จะได้ภาคภูมิใจและใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งเชื่อว่าสภาแห่งนี้มีเป้าหมายตรงกันคือ อยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงๆ แต่เมื่อบรรยากาศมาติดกับดักตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดการล่มสลาย ซึ่งเราควรหาทางเลือกไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดข้อบังคับ สามารถเดินหน้า บอกประชาชนได้ว่าสภาแห่งนี้ไม่ได้เล่นปาหี่กัน ไม่ให้สิ่งที่เราทำมาต้องสูญเปล่า ซึ่งพรรคภูมิใจไทยขอสนับสนุนญัตติของนายจุรินทร์ เพื่อขอมติรัฐสภาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้ง วันนี้จึงไม่ควรลงมติวาระ 3
&amp;nbsp; ต่อมาเวลา 12.45 น. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายให้เดินหน้าโหวต และตอนหนึ่งพาดพิงถึง ส.ว.ว่า เรามี ส.ว.หลายคนไม่เห็นด้วยที่จะมีการตีเช็คเปล่าให้ประชาชน แต่วันนี้ออกมาอ้างว่าอำนาจสถาปนาเป็นของประชาชน อยากถามว่าท่านไม่ละอายต่อบาปหรือรู้สึกละอายใจบ้างหรือ ทำให้นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ประท้วงว่า นายรังสิมันต์แสนรู้ทุกเรื่อง แต่ไม่รู้เรื่องตัวเอง ศาลบอกให้ไปถามประชาชน ถามว่าจากความแสนรู้ทำไมนายรังสิมันต์ถึงไม่รู้ในจุดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายชวนขอให้นายรังสิมันต์หลีกเลี่ยงการพูดเสียดสี ส.ว. ซึ่งนายรังสิมันต์อภิปรายต่อว่า เรามีกระบวนการยุติธรรมที่ขาดความเชื่อมั่นจากประชาชน พิจารณาขังผู้มีความเห็นต่างถึง 11 คน ซึ่งคนกลุ่มนี้รณรงค์เรียกร้องรัฐธรรมนูญ ยังไม่นับที่ 11 คนถูกข่มขู่ในยามวิกาล โดยอ้างว่าจะนำตรวจโควิด ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นมาตรฐานใหม่ของเรือนจำหรือ โดยระหว่างนั้น ส.ส.พรรคก้าวไกลหลายคนที่นั่งอยู่รอบตัวของนายรังสิมันต์ได้ยกภาพบรรดาแกนนำม็อบ 3 นิ้วถูกปิดปาก และมีข้อความประกอบต่างๆ เช่น #freeเพนกวิ้น #freeอานนท์ #freeหมอลำ #freeสมยศ เป็นต้น ทำให้นายกิตติศักดิ์ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง โดยขอให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธาน วินิจฉัยว่าสามารถชูภาพเหล่านี้ในที่ประชุมได้หรือไม่ โดยนายพรเพชรวินิจฉัยไม่ให้ชูภาพอีก แต่ในขณะที่นายรังสิมันต์อภิปรายต่อ ส.ส.ก้าวไกลก็ยังพยายามชูป้ายอีก ทำให้มีการประท้วงต่อเนื่อง จนทำให้นายพรเพชรถึงกับเตือนครั้งสุดท้าย ว่าหากยังมีการชูป้ายอีก จะใช้มาตรการตามลำดับ จึงทำให้เรื่องเงียบไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายชินวรณ์อภิปรายตอบโต้นายรังสิมันต์ที่พาดพิงถึงการเสนอญัตติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าเป็นการยื้อเวลานั้น ไม่ใช่ แต่เป็นการหาทางออกให้กับรัฐสภาเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป ว่าเราจะมอบอำนาจให้ ส.ส.ร.เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่&amp;nbsp; และถือว่านายรังสิมันต์กล่าวความเท็จ อีกทั้งนำเรื่องนอกสภาและเรื่องของพรรคพวกตัวเอง ซึ่งเป็นประเด็นนอกญัตติเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ อยากเห็นคนรุ่นใหม่หัวใจประชาธิปไตยเปิดใจอันเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่มองว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตย แต่มองคนอื่นว่าไม่เป็นนักประชาธิปไตย
เหลือ 3 แนวทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 13.30 น. นายสุทินอภิปรายว่า เหตุใดจึงจะไม่ดำเนินการต่อในวาระ 3 และระหว่างรัฐธรรมนูญกับคำวินิจฉัยศาลควรยึดอะไร หากรัฐสภาเดินหน้าโหวตวาระ 3 หากโหวตแล้วตกก็ให้ตกไป จะได้รู้ว่าใครมีเจตนาอะไร และจะได้รีบร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าชะลอก็ไม่รู้ว่าจะได้อะไรชาติไหน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บอกโหวตไม่ได้ ผมขอให้ขีดเส้นใต้อีกครั้งว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญบรรทัดไหนที่บอกว่าโหวตไม่ได้&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรค พปชร. อภิปรายว่า การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้มี 5 ญัตติที่ซ้อนกันไปซ้อนกันมา ในส่วนของรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 เขียนไว้ชัดเจนว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร แม้จะรักร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เฝ้าประคบประหงม ซึ่งความเห็นทางนิติศาสตร์บางครั้งก็มีช่องที่เห็นโต้แย้งกันได้ ขณะนี้มีการอภิปรายกันหลากหลาย ดังนั้น เราจะหาจุดจบอย่างไร หากเป็นไปได้จะดำเนินการตามระเบียบวาระก็ไม่ขัดข้อง หรือโหวตตามญัตติที่เพื่อนสมาชิกเสนอก็ไม่ขัดข้อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรชี้แจงว่า นับแต่เปิดประชุมมา ประธานสภาฯ ให้มีการหารือ ตอนนี้มีผู้เข้าชื่อหารือ 13 คน คงใช้เวลา 2 ชั่วโมง ถ้าลงชื่อเพิ่มก็คงเกินเวลาอีก แต่เมื่อดูเนื้อหาที่หารือไม่ได้เพิ่มญัตติอะไร เป็นเพียงการอภิปรายสนับสนุนญัตติหนึ่งญัตติใด ส่วนญัตติ 5 เรื่อง แต่ถ้าสรุปจริงๆ เหลือเพียง 3 เรื่องคือ 1.ลงมติตามข้อบังคับ 2.ญัตติขอไม่ให้ลงมติ และ 3.ขอให้เลื่อนการลงมติ เพื่อดำเนินการให้ดีขึ้น โดยส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.50 น. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นทำให้เราถึงทางตันจริงๆ ทั้งที่เป็นหน้าที่ของรัฐสภา แต่ต้องมาถกเถียงกันว่าเราทำได้จริงหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วยังยื้อกันอีกหรือ และเราจะไม่ได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะเรายังนั่งเถียงตัวกฎหมาย ขอให้ทุกคนช่วยดึงสติ ขอถามว่าพวกเรากำลังทำเพื่อประชาชนจริงหรือไม่ ก็ไม่ต่างจากการตีเช็คเปล่าให้ศาลรัฐธรรมนูญไปกำหนดชะตาประเทศนี้เลย เพราะตามหลักการแล้วรัฐสภาแห่งนี้ต่างหากที่จะเป็นคนบอกว่า ศาลรัฐธรรมนูญทำอะไรได้บ้าง มีอำนาจอะไรบ้าง
ทั้งนี้ นายจิรัฏฐ์ได้อภิปรายพาดพิงไปถึง ส.ว. ซึ่งก็ทำให้นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ลุกขึ้นประท้วงทันทีพร้อมโต้กลับมา จนทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลลุกขึ้นประท้วงกลับบ้าง ซึ่งในท้ายที่สุดนายชวนก็ได้วินิจฉัยให้นายกิตติศักดิ์ถอนคำพูด ซึ่งนายกิตติศักดิ์ก็ยอมถอนคำพูด
ต่อมาสมาชิกรัฐสภาก็ยังคงอภิปรายเสนอความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ยังมีจุดยื่นตามแนวทางของแต่ละคน โดยวนเวียนใน 3 หลักคือ ไม่โหวต, โหวตวาระ 3 และเลื่อน ก่อนที่จะถึงคิวนายชินวรณ์ ซึ่งเป็นผู้อภิปรายคนสุดท้าย ซึ่งก็ได้ตอกย้ำข้อเสนอของนายจุรินทร์ ที่ให้เลื่อนญัตติก่อนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ
ที่ประชุมรัฐสภาได้ใช้เวลาหารือถึงประเด็นดังกล่าวเกือบ 9 ชั่วโมง มีผู้อภิปราย 43 คน ก่อนที่นายชวนจะวินิจฉัยแนวทางการลงมติจากญัตติต่างๆ ที่เสนอ โดยได้จัดให้อยู่ใน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.การลงมติเพื่อไม่ลงมติในวาระ 3 ของนายสมชายและนายเสรี 2.การเลื่อนและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญของนายจุรินทร์,นายนิกร จำนง ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา และนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.พรรค พปชร. และ 3.ลงมติวาระ 3 ไปเลยของ นพ.ชลน่านและนายรังสิมันต์
โดยหลังการเสนอของนายชวน ทำให้สมาชิกมีการถกเถียงกันอย่างมากถึงญัตติต่างๆ ว่าถูกต้องตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในญัตติที่ 1 และ 2 ที่ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง และในเวลา 19.25 น. ระหว่างที่ นพ.ชลน่านกำลังอภิปราย ปรากฏว่าได้เกิดเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังไปทั่วอาคารรัฐสภา จนเกิดความแตกตื่น โดย ส.ส.หลายคนต่างลุกขึ้นยืนอย่างตื่นตระหนก ซึ่งนายชวนได้พูดติดตลกว่า &amp;ldquo;สงสัยอภิปรายกันจนน้ำไหลไฟดับ&amp;rdquo; แต่หลังสัญญาณดังขึ้นประมาณ 2 นาทีก็หยุดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ และการประชุมได้ดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ ทราบว่าอาจเกิดจากมีคนสูบบุหรี่อยู่ใกล้เครื่องจับสัญญาณ จนทำให้สัญญาณเตือนไฟไหมดังขึ้น แต่ล่าสุดพบว่ามีคนกดสัญญาณ แต่ไม่สามารถหาได้เพราะไร้กล้องวงจรปิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ปชป. เสนอให้พักการประชุม 15 นาที เพื่อไปหารือและแก้ไขญัตติ ซึ่งนายชวนก็ได้วินิจฉัยให้พักการประชุม 20 นาที ภายหลังหารือกว่า 40 นาทีแล้วกลับเข้ามาประชุมอีกครั้ง ซึ่งก็ยังคงมีการถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดนายไพบูลย์ได้เสนอญัตติให้เข้าสู่ระเบียบวาระพิจารณาเรื่องด่วน และมีผู้รับรองถูกต้อง ทำให้นายชวนต้องขอมติที่ประชุม เนื่องจากตลอดทั้งวันเป็นเพียงการหารือ ยังไม่เข้าวาระ เมื่อมีผู้เสนอวาระจึงจำเป็นต้องขอมติ และที่ประชุมลงมติเห็นชอบส่งผลให้ทั้ง 3 ญัตติที่เสนอมาก่อนหน้านี้ตกไปทั้งหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังลงมติประชุมให้นำเรื่องด่วนขึ้นมา นายชวนได้ให้มีการโหวตตามวาระ ทำให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ยกมือถามว่าต้องขานชื่อใช่หรือไม่ ซึ่งนายชวนก็ตอบใช่ ทำให้นายชาดากล่าวว่า คงไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยกับพวกฉ้อฉล ศรีธนญชัย ปลิ้นปล้อน ไร้สาระสิ้นดี นี่คือสภาโจ๊ก จากนั้น ส.ส.ภูมิใจไทยได้วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมทั้งหมด ต่อมาจึงเข้าสู่การเตรียมการลงมติวาระ 3 โดยใช้วิธีขานชื่อเป็นรายบุคคล ซึ่งมีเพียง 379 คน แต่ยังครบองค์ประชุม โดยเสียงเห็นชอบส่วนใหญ่เป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์, เพื่อไทยและก้าวไกล ในขณะที่ในส่วนของ พปชร.และ ส.ว.นั้นจะงดออกเสียง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96417</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถกร่างแก้ไข รธน., ประชุมรัฐสภา, ประชุมร่วมรัฐสภา, ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย, วาระ 3, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_605222290d16c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
