<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สุทิน’เผยเดาใจส.ว.ยากโหวตหนุน-คว่ำร่างรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ในการประชุมรัฐสภาวันที่ 10 ก.ย.นี้ว่า &amp;nbsp;ประเมินว่าขณะนี้ยังเป็นที่สับสนชี้ชัดไม่ได้ว่าจะออกมาแบบไหน ตัวชี้ขาดคือ ส.ว. ยังคงแลกเปลี่ยนความเห็นกันจนนาทีสุดท้าย ยัง 50 &amp;ndash; 50 ออกได้ทั้ง 2 ทาง เดาใจยาก แต่ไม่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีการแก้ไขหรือไม่ พรรคเพื่อไทยไม่วิตกว่าจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ บัตรเลือกตั้งใบเดียวเราก็ชนะ ถ้า 2 ใบ มั่นใจว่าชนะ แต่บัตร 2 ใบ การเมืองจะเดินไปด้วยความราบรื่น ระบบเป็นที่น่าเชื่อถือของต่างชาติ ประชาชนยอมรับผลการเลือกตั้ง และยอมรับกระบวนการทางการเมืองมากกว่าเดิม แต่บัตรใบเดียวจะไม่สะท้อนเจตนารมณ์ประชาชน การยอมรับจากประชาชนก็น้อย การตั้งรัฐบาลก็จะมีสภาพแบบที่เป็นอยู่ บางพรรคหลายพ่อหลายแม่ ดังนั้น เรื่องผลการเลือกตั้งแพ้ชนะเราคิดว่าระบบไหนเราก็พร้อมเสมอ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า พรรคเล็ก และพรรคก้าวไกล ระบุว่า บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ พรรคใหญ่จะกินรวบ นายสุทิน กล่าวว่า รวบไม่รวบ ต้องคำนึงถึงระบบใหญ่ของระบอบประชาธิปไตย เช่น ประเทศอังกฤษ มี 2 พรรคใหญ่เท่านั้น พรรคใหญ่ที่แข็งแกร่ง 2 &amp;ndash; 3 พรรค คือวิถีทางที่ถูกต้อง ส่วนระบบประธานาธิบดีแบบสหรัฐอเมริกา มี 2 พรรคใหญ่ ไม่เห็นมีปัญหาอะไร การที่บอกว่าจะมีพรรคใหญ่กินรวบจึงไม่ใช่ปัญหา สำคัญคือพอพรรคใหญ่ได้คะแนนเยอะ ระบบตรวจสอบ และจริยธรรมของพรรคใหญ่นั้นต่างหากที่สำคัญ ในสภาเสียงมากขนาดก็ตาม สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. และผู้ตรวจการแผ่นดิน ถ่วงดุลล้นเหลืออยู่แล้วไม่น่ากังวล พรรคใหญ่กินรวบจึงไม่มีปัญหา แต่ที่จะมีปัญหาคือพรรคเบี้ยหัวแตกกระจัดกระจาย แบบนั้นจะทำให้ระบอบประชาธิปไตยมีปัญหา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116042</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุทิน คลังแสง, ประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน, พท., พรรคเพื่อไทย, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, วิปฝ่ายค้าน, ส.ส.มหาสารคาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_61305a8a31c8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำตามสัญญาแล้วครม.ไม่ยี่หระ’คว่ำ-ไม่คว่ำ’รัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐสภาจะโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ในวันที่ 10 กันยายน จะออกมาในแนวทางไหนได้บ้าง และรัฐบาลได้หารือกันถึงเรื่องนี้หรือไม่ ว่าไม่ทราบว่าจะออกแนวไหนได้บ้าง และรัฐบาลก็ไม่ได้หารือในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของส.ส. สภา และพรรคการเมือง ที่ต้องไปคุยกันเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกคว่ำในวาระ 3 จะเป็นอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า หากถูกคว่ำแล้วก็ไม่เดินแล้ว แต่หากไม่คว่ำก็จะเดิน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เช่นรัฐบาลลาออก ยุบสภา หรืออะไรก็ตาม หรือหากพิจารณาแล้วเสร็จใครจะมีการส่งศาลรัฐธรรมนูญ หรืออะไรก็ทำไป แต่ว่าเมื่อจบกระบวนการก็ต้องขึ้นทูลเกล้าฯ ประกาศใช้อยู่ดี เป็นเรื่องของสภา และพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำจะถือว่ารัฐบาลไม่ทำตามนโยบายที่เร่งด่วนที่แถลงไว้ต่อสภาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะมีการทำตามนโยบายตั้งแต่เสนอเข้าไปแล้ว และสภาก็รับหลักการไปแล้ว ถ้าจะผ่านหรือไม่ผ่านก็เป็นเรื่องของสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าหากอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็สามารถเสนอเข้ามาอีกได้ใช่หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า &amp;quot;เสนอเข้ามาอีกได้ เพราะถ้าพูดไปแล้ว ที่ผ่านมาฉบับนั้นก็ไม่เอา อันนี้ก็ไม่เอา ก็มาเอาอันนี้ซึ่งมันก็ไม่ได้สมบูรณ์นักอย่างที่เรารู้กันอยู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116039</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ เครืองาม, รองนายกรัฐมนตรี, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61385c7eb9eae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิโธ่!ก้าวไกลกัดฟันหนุนบัตร2ใบแต่ซัดร่างแก้ไขรธน.ยับ             </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงถึงการประชุมรัฐสภาที่จะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม วาระที่สาม ในวันที่ 10 ก.ย. นี้ ว่า พรรคก้าวไกลยังยืนยันว่าเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และไม่เห็นด้วยกับบัตรเลือกตั้งใบเดียวของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้กลับแก้ไขไปเป็นแบบรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ซึ่งทำให้พรรคใหญ่เกิดการกินรวบและนำสู่การรัฐประหาร ซึ่งพรรคไม่อยากเห็นเช่นนั้นอีก การแก้ไขครั้งนี้ พรรคขนาดใหญ่ทั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ประโยชน์ แต่ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การโหวตวาระสามในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ จะผ่านหรือไม่ผ่านอยู่ที่ 2 ส่วน คือ หนึ่ง เสียงของ ส.ว. เพราะในรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 อนุหก กำหนดว่าต้องได้เสียงเห็นชอบจาก ส.ว. 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ว.ทั้งหมด &amp;nbsp;หรือ 84 เสียง และสอง อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าจะส่งสัญญาณอย่างไร และอยากถามพล.อ.ประยุทธ์ว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะยื่นดาบให้ศัตรูเพื่อมาฆ่าตัวเอง&amp;rdquo; นายธีรัจชัยกล่าวและว่า พรรคก้าวไกลจะมีประชุมช่วงเย็นของวันที่ 9 ก.ย. นี้ เพื่อกำหนดว่าจะมีมติพรรคอย่างไรในการออกเสียงโหวตวาระสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย กล่าวต่อว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขฉบับนี้ ไม่เรียบร้อย และลุกลี้ลุกลน โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับ ส.ส.พึงมี กล่าวคือ มีการแก้ไขให้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อก็จริง ขณะเดียวกันยังคงมาตรา 93 และมาตรา 94 ให้ต้องคำนวณ ส.ส.พึงมีไว้ตามเดิม เสมือนเป็นหัวกุดท้ายมังกร และอยากถามว่าหากเป็นเช่นนี้จะแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการออกมาคัดค้านเนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้พรรคได้จำนวน ส.ส.ลดลงใช่หรือไม่ นายธีรัจชัย กล่าวว่า คิดว่าไม่ลด แต่กลับจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในพรรคมากกว่าเดิม เพราะประชาชนอยากได้พรรคที่อยู่กับร่องกับรอย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ก., นายธีรัจชัย พันธุมาศ, พรรคก้าวไกล, รัฐสภา, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61383663bcc67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชินวรณ์’ลั่นคุยส.ว.ระดับแกนนำแล้วโหวตเห็นชอบร่างแก้ไขรธน.แน่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ว่า เป็นการพิจารณาเรื่องการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ซึ่งพรรคยืนยันว่า ในฐานะผู้เสนอร่างแก้ไข และมีมติเห็นชอบในชั้นรับหลักการ และชั้นแปรญัตติวาระ 2 ดังนั้น การลงมติวาระ 3 พรรคจึงเห็นควรมีมติให้ความเห็นชอบ เพื่อจะได้นำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นทูลเกล้าฯ นำไปสู่การประกาศใช้ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชินวรณ์กล่าวต่อว่า หวังว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของทางออกปัญหาทางการเมือง แม้การแก้ไขจะเป็นประเด็นเดียว คือเรื่องระบบเลือกตั้ง แต่ก็เกี่ยวข้องกับบริบททางการเมืองที่จะทำให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยเฉพาะบัตร 2 ใบ ที่จะทำให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งขึ้น นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ 60 ยังมีจุดอ่อน เช่น การคำนวณ ส.ส. ที่ทำให้มี ส.ส.ปัดเศษ นำไปสู่ข้อกล่าวหาว่าทำให้ในการซื้อเสียงมากขึ้น ทำให้เกิดพรรคเล็กเรียกรับผลประโยชน์ ส่วนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เคยใช้มาแล้วในรัฐธรรมนูญ 40 - 50 ซึ่งเป็นประชาธิปไตยมากกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จึงหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้การลงมติจะต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 คือจำนวน 84 เสียง เสียงส.ส.ฝ่ายค้าน ร้อยละ 20 แต่ผมก็มั่นใจว่าการลงมติในวาระ 3 ครั้งนี้จะไม่มีเหตุผลอื่น เพราะในการพิจารณาชั้น กมธ. ก็มีการแก้ไขประเด็นที่เห็นต่างแล้ว จึงมั่นใจว่าการลงมติวาระ 3 จะมีความเห็นชอบอย่างพร้อมเพียงกัน&amp;rdquo;นายชินวรณ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่ขณะนี้มี ส.ว.บางส่วนออกมาส่งสัญญาณว่าอาจโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายชินวรณ์ กล่าวว่า จากการทำงานในชั้น กมธ.ด้วยกัน ส.ว.ที่เป็นหลักยังเห็นด้วย และในฐานะที่เป็นรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ก็ได้รับการประสานจาก ส.ว. ระดับแกนนำที่ยังยืนยันให้ความร่วมมือเห็นชอบวาระ 3 ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ที่ผันผวนอื่นยังมั่นใจว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะได้รับความเห็นชอบในวาระ 3 อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่หากที่ประชุมรัฐสภาโหวตผ่านวาระ 3 แล้ว มีผู้ไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ นายชินวรณ์ กล่าวว่า มั่นใจว่าใครก็ตามที่ไปยื่นจะเป็นภาระความรับผิดชอบของบุคคลนั้นทันที ว่าเป็นการไปยื่นตีความเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ซึ่งส่วนตัวเชื่อมั่นว่าแม้การลงมติวาระ 3 ผ่านไปก็จะไม่มีใครไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนทุกฝ่ายสลัดผลประโยชน์ของตัวเอง แล้วมาร่วมกันถอดสลักทางการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ด้วยกันน่าจะเป็นประโยชน์กว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง นายชินวรณ์ กล่าวว่า พรรคได้คุยเรื่องดังกล่าวโดยมอบหมายให้นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคเป็นหัวหน้าคณะยกร่างและจะเชิญบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งมาเป็นคณะกรรมการด้วย และเมื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา กระบวนการต่อจากนั้น พรรคจะพิจารณายกร่างแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับนี้ โดยเร็ว เพื่อจะได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาในสมัยประชุมหน้าต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116000</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, วาระ 3, ส.ส.นครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c030d7254dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ก้าวไกล-พรรคเล็ก’ดิ้นพล่านค้านจำนวนส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.2564 &amp;ndash; การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ในเวลา 10.20 น. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธาน กมธ. รายงานว่า คณะ กมธ.ได้พิจารณาเสร็จ โดยมีมาตราที่เพิ่มขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นมาตราที่เกี่ยวข้องและเสนอคำแปรญัตติที่ชอบด้วยข้อบังคับการรประชุมรัฐสภา ข้อที่ 124 การแก้ไขในแต่ละมาตรา โดย กมธ.ได้นำคำแปรญัตติของสมาชิกรัฐสภามีการแก้ไขมาตรา 86 แบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการแก้ไขจำนวน ส.ส.ให้สัมพันธ์กับการแก้ไขมาตรา 83 โดยตรง นอกจากนี้ ก็มียังมีการเพิ่มบทเฉพาะกาล พื่อรองรับในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ถ้าเกิดเลือกตั้งซ่อมตอนนี้ก็ไม่เกี่ยวกับการแก้ไขฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.38 น. ที่ประชุมพิจารณามาตรา 83 ว่าด้วยจำนวนส.ส.แบ่งเขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ภาพรวมการอภิปราย พรรคก้าวไกล &amp;nbsp;พรรคพลังท้องถิ่นไท และพรรคเสรีรวมไทย ไม่เห็นด้วยตามที่ กมธ.แก้ไข และเสนอให้คงใช้สัดส่วน ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือ ส.ส.แบ่งเขต 350 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน โดยนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า หากกำหนดสัดส่วน ส.ส.ไม่ห่างกัน จะทำให้พรรคการเมืองได้เน้นนโยบายหาเสียง เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพรวมว่าเมื่อพรรคได้เป็นรัฐบาลจะทำอย่างไร ไม่ใช่เน้น ส.ส.แบ่งเขตแบบตัวบุคคล ซึ่งการเข้ามา ส.ส.ก็จะใช้อิทธิพลหรือการอุปถัมภ์ ซึ่งแบบนั้นไม่ได้สะท้อนประชาธิปไตยในบ้านเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวิรัจน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า การให้สัดส่วน ส.ส.เป็นแบบที่ กมธ.แก้ไข จะทำให้มีการซื้อเสียงทวีคูณและแข่งขันมากขึ้น เราจะยอมรับหรือไม่ว่า มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจนเป็นธรรมเนียมว่า เงินไม่มา กาไม่เป็น เป็นแบบนี้ทั่วประเทศ ฟังปราศรัยได้ 200 บาท คืนหมาหอนได้อีก 500 บาท จึงอยากถามว่าสัดส่วน ส.ส.แบบที่ กมธ.แก้ไข ยังเหมาะสมจริงกับประเทศเราจริงหรือ ระบบนี้ใช้ในรัฐธรรมนูญปี 2540 เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นระบบกินรวบรัฐสภา เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่สะท้อนเจรจาของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อยากถามผู้มีอำนาจว่าหากใช้ระบบนี้ ไม่กลัวผีแล้วหรือ หรือว่าเพียงเพื่อให้ได้ประโยชน์เท่านั้น ก็เลิกกลัวผี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช &amp;nbsp;ส.ว. อภิปรายสนับสนุนให้มีส.ส.แบ่งเขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และให้ใช้ใบเลือกตั้ง 2 ใบ เพราะในการเลือกตั้งส.ส. ปี 62 ใช้แบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวมีปัญหามาก ตั้งแต่เกิดการร้องเรียนต่อกกต. ฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงการคำนวณส.ส.ใหม่ ได้เป็นส.ส.อยู่ดีๆ แต่เมื่อมีการเลือกตั้งซ่อมและคำนวณคะแนนใหม่ ทำให้ส.ส.ต้องกลับบ้าน รู้สึกสงสาร ฉะนั้น ตนจึงเห็นด้วยที่จะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับประชาชน แต่การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ดูเหมือนประชาชนจะไม่ได้อะไร เพราะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้บัตร 2 ใบ ตามที่ฝ่ายการเมืองต้องการ ที่ผ่านมาการเลือกตั้งมีปัญหาสร้างความแตกแยก ถ้าเราจะแก้รัฐธรรมนูญและให้ประชาชนได้ประโยชน์ต้องใช้เขตเลือกตั้งใหญ่ มีส.ส.หลายคน ไม่ใช่เขตเดียวคนเดียวแบบที่ทำกัน ซึ่งเขตใหญ่ซื้อเสียงยาก ทำให้ได้ตัวแทนของประชาชนอย่างทั่วถึงกว้างขวาง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114496</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไพบูลย์ นิติตะวัน, พรรคพลังประชารัฐ, รัฐสภา, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, สัดส่วน ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d53a1376f79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้รธน.ถึงชวน ‘ก้าวไกล’ข้องใจ ชงรัฐสภาโหวต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญส่งถึงมือ &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; แล้ว คาด 16 ส.ค.หารือถกวาระ 2 และ 3 เมื่อไหร่ &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; ยันไร้ปัญหา &amp;ldquo;โฆษก ปชป.ย้ำ &amp;ldquo;จุรินทร์-ชินวรณ์&amp;rdquo; &amp;nbsp;มีประสบการณ์ไม่ทำอะไรผิดกฎแน่ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; ปัดจูบปาก &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; ไม่ยอมชงญัตติเข้าที่ประชุมว่าผิดหลักหรือไม่ แต่ยังไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเพราะเกรงใจเพื่อน
เมื่อวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่&amp;hellip;) พ.ศ&amp;hellip;. แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 83 และมาตรา 91 กล่าวถึงการประชุมนัดสุดท้ายว่า การพิจารณารายมาตรา กมธ.ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงการพิจารณาแปรญัตติของ กมธ.สัดส่วนพรรคก้าวไกล (ก.ก.) 2 คน จากนั้นจะนำรายงานของคณะ กมธ.มาให้ที่ประชุมตรวจสอบ ถ้าทั้งหมดเห็นชอบก็รับรองรายงาน และส่งนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาเพื่อดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลจะยื่นญัตติด่วนให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาโหวตตัดสินว่า กมธ.แก้รัฐธรรมนูญแปรญัตตินอกเหนือจากที่รับหลักการมาในวาระที่ 1 ได้หรือไม่นั้น นายไพบูลย์กล่าวว่า คงเป็นการใช้สิทธิ์ตามข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 151 ซึ่งก็เป็นอำนาจของรัฐสภาต้องตีความเพื่อพิจารณาวินิจฉัย แต่ประเด็นอยู่ที่ข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 นั้นเขียนไว้ชัดเจน โดยเฉพาะวรรค 3 ที่สมาชิกสามารถแปรญัตติเพิ่มมาตราได้ แต่ต้องไม่ขัดต่อหลักการ หากเป็นเรื่องที่ขัดกับหลักการก็ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น กรณีบทเฉพาะกาล ดังนั้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พิจารณานั้นดำเนินการตามข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 วรรค 3 ชัดเจน แต่ถ้าพรรคก้าวไกลติดใจก็เสนอที่ประชุมรัฐสภาได้ ซึ่งเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาได้อ่านข้อบังคับ ก็เห็นว่าทุกอย่างถูกต้อง ไม่มีอะไรที่เป็นปัญหา
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชพน.) ในฐานะเลขานุการ กมธ. กล่าวว่า คณะ กมธ.จัดทำเนื้อหาตามคำแปรญัตติเสร็จแล้ว และเตรียมส่งให้นายชวนภายในวันที่ 13 ส.ค. ส่วนจะพิจารณาวาระสองเมื่อใด คาดว่าในวันที่ 16 ส.ค. ซึ่งประธานรัฐสภาได้นัดตัวแทนแต่ละฝ่ายหารือจะมีข้อสรุปเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกรกล่าวอีกว่า การแก้ไขรายละเอียดนั้น นอกจากมาตรา 83 และ มาตรา 91 ซึ่งเป็นหลักการใหญ่แล้ว ยังมีการแก้ไขมาตราอื่นประกอบ ได้แก่ มาตรา 85, มาตรา 86, มาตรา 92, มาตรา 93 และมาตรา 94 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการ แต่มีประเด็นที่น่าสนใจ และคาดว่าจะนำไปสู่การอภิปรายว่าด้วยเนื้อหาที่ให้กำหนดการคำนวณคะแนนที่ กมธ.ระบุให้นำไปกำหนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ซึ่งต้องตราขึ้นภายใน 120 วันนับจากรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขประกาศ และกรณีที่ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกระเบียบหรือกฎเพื่อใช้ในการเลือกตั้งไปพลางๆ ก่อน หากกฎหมายลูกนั้นไม่แล้วเสร็จ เช่น มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มี กมธ.ยังเห็นขัดแย้ง และเตรียมยื่นเรื่องต่อรัฐสภาให้พิจารณา นายนิกรยอมรับว่า อาจต้องยื่นไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ตามความของมาตรา 256 (9) แต่ต้องรอให้กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาเสร็จสิ้นในวาระสามเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ได้ทำหน้าที่เป็นรองประธาน กมธ. ซึ่งเป็นคนละเอียด และได้ดูเรื่องนี้อย่างรอบคอบแล้ว สิ่งใดที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับ นายชินวรณ์ไม่ทำแน่นอน ในขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ก็ได้ดำเนินการตามข้อบังคับในการยื่นคำแปรญัตติโดยอาศัยสิทธิอันชอบตามข้อบังคับ หากกล่าวหาว่าไม่สามารถยื่นคำแปรญัตติได้ แสดงว่าสมาชิกรัฐสภาที่ร่วมกันลงชื่อ รวมถึงสมาชิกที่รับหลักการ ก็ไม่มีใครสามารถยื่นคำแปรญัตติได้แม้แต่คนเดียว ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องพื้นฐานในเรื่องหลักการในการร่างกฎหมาย เพื่อให้กฎหมายเกิดความสมบูรณ์
ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะ กมธ. กล่าวในประเด็นนี้เช่นกันว่า รัฐสภามีข้อบังคับอนุญาตให้ดำเนินการได้ แต่ห้ามแก้ไขหลักการ เว้นแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการ ซึ่งสิ่งที่เป็นปัญหาและเป็นประเด็นในสังคมกล่าวหาว่า กมธ.พรรคเพื่อไทยเขียนเช็คเปล่าให้ กกต.ในเรื่องบทเฉพาะกาล และบอกว่าเป็นการพิจารณาเกินหลักการด้วยนั้น ยืนยันว่าบทเฉพาะกาลเขียนไป 2 มาตรา ถามว่าหากไม่มอบอำนาจให้ กกต.จะเกิดการเลือกตั้งได้หรือไม่ หรือจะให้ฝ่ายบริหารออกพระราชกำหนดประกาศให้มีการเลือกตั้ง ถามว่าจะเอาแบบนั้นหรือ ซึ่งเราก็ไม่เอา ระหว่างเลือก กกต.กับฝ่ายบริหาร เราเลือก กกต.มากกว่า
&amp;ldquo;ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยจะให้รัฐสภาตีความเรื่องข้อบังคับที่เราใช้นั้นใช้ไม่ได้ ก็สามารถทำได้ หรือจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาหลักผ่านวาระที่ 3 ก็ทำได้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็ต้องรอจังหวะเวลา ยืนยันว่าทุกอย่างไม่ได้พิจารณาอย่างร้อนรน เพราะมีเพียงแค่ 2 มาตรา&amp;rdquo; นพ.ชลน่านระบุ&amp;nbsp;
ส่วนนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ในฐานะ กมธ.ยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการเข้าสู่ตำแหน่งนายกฯ ที่ยังเป็นอำนาจของ ส.ว. และไม่ได้เป็นการแก้ไขเรื่องการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ แต่เป็นการแก้ไขระบบเลือกตั้งเพียง 2 มาตราเท่านั้น และยังมีการตีความแก้ไขเกินเลยไปหลายมาตรา โดยเฉพาะการให้ กกต.ออกข้อกำหนดเองได้ เหมือนเป็นการมอบอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติให้ กกต. ถามว่าเป็นการกระทำที่ชอบหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐสภาต้องปฏิบัติหน้าที่ตามหลักกฎหมายและหลักนิติธรรม แต่รัฐธรรมนูญฉบบนี้พยายามตีความให้เกินเลย แปลงร่างให้เอาร่างของพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยที่ถูกตีตกไปแล้วตั้งแต่ชั้นรับหลักการวาระแรกมาใส่ให้ได้ และทั้ง 2 พรรคค่อนข้างเอื้ออาทร กะหนุงกะหนิงช่วยเหลือกันแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจน เราจึงได้พิจารณาจะยื่นให้รัฐสภาพิจารณาอีกครั้งว่าการแก้ไขเกินเลยแบบนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยยื่นตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 151 เพื่อให้บรรจุเป็นญัตติก่อนการพิจารณารัฐธรรมนูญในวาระ 2-3&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า รู้สึกผิดหวัง และเชื่อว่าการแก้ไขแบบนี้ไม่ช่วยนำพาประเทศออกสู่วิกฤติทางการเมืองได้ ซึ่งพรรคยืนยันว่าการยื่นญัตติดังกล่าวเป็นการตรวจสอบเรื่องข้อกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่การตีรวน แต่เป็นการตรวจสอบการกระทำที่มีความพยายามสอดไส้ โดยเบื้องต้นในพรรคเห็นว่าควรใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 151 ก่อน เพื่อให้วินิจฉัยชี้ขาดเรื่องการตีความข้อบังคับ ยังไม่ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเพราะเราไม่อยากให้กระทบกับพรรคการเมืองที่เป็นพันธมิตรกับเราด้วย จึงเริ่มจากช่องทางนี้ก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113213</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิกร จำนง, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, พรรคพลังประชารัฐ, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_61038d654dbbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชัย&#039; ตอก สภาผู้เฒ่า หลับหูหลับตาลงมติตามโพย ผ่านร่างรธน.ประชาธิปัตย์ ทั้งๆที่ไม่สมบูรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย. 2564 &amp;nbsp; นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่าความเงอะงะของสภาผู้เฒ่าที่หลับหูหลับตาลงมติตามโพย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาผู้เฒ่า พร้อมใจกัน ผ่าน ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 13 ของพรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นแก้ไขระบบเลือกตั้ง จากบัตรใบเดียวเป็นสองใบ ด้วยมติ (เฉพาะ ส.ว. 250 คน) เห็นชอบ 210 &amp;nbsp;ไม่เห็นชอบ 5 งดออกเสียง 11 และ ไม่มาประชุม 24&amp;nbsp;
ส่วนร่างที่ 1 ของ พปชร. และ ร่างที่ 3 ของ เพื่อไทย ที่เป็นเรื่องเดียวกัน แต่มีความครบถ้วนสมบูรณ์กว่า ให้ความเห็นชอบ 0 และ 36 &amp;nbsp;ไม่เห็นชอบ 128 และ 71 งดออกเสียง 98 และ 119 ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างที่ 13 ของ ปชป. กลายเป็นร่างเดียวที่ใช้เป็นหลักในการแปรญัตติในวาระที่สอง ซึ่งมีความไม่สมบูรณ์ เนื่องจากมีแก้ไขเพียงสองมาตรา คือ มาตรา 83 และ 91 แต่หลักการที่ต้องแก้ยังต้องมีในมาตราอื่น ๆ อีกอย่างน้อย 5-6 &amp;nbsp;มาตรา ตัวอย่าง เช่น มาตรา 86 (1) และ (4) มีการระบุถึงจำนวน ส.ส. เขต เป็น 350 คน หรือ มาตรา 93 , 94 ยังคงระบุถึงวิธีได้มาของ ส.ส.บัญชีรายชื่อในรูปแบบบัตรใบเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแปรญัตติในวาระที่สอง ต่อให้เทวดามาแปรญัตติจึงถึงทางตันว่า &amp;nbsp;แปรอย่างไร ก็ไม่ทำให้ร่างแก้ไขเกิดความสมบูรณ์ &amp;nbsp;เพราะแก้แล้ว ยังขัดกับ มาตราที่ไม่ได้แก้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้นจะเอามาตราที่ไม่ได้แก้ เสนอเข้ามาพิจารณาวาระที่หนึ่งใหม่ &amp;nbsp;ก็ต้องรอสมัยประชุมหน้า &amp;nbsp;เพราะร่างญัตติที่ถูกลงมติไม่รับหลักการ จะเสนอใหม่ภายใต้หลักการเดียวกัน ในสมัยประชุมเดียวกันไม่ได้&amp;nbsp;
รอฟังคำตอบ เมื่อผู้สื่อข่าวเอาไมค์จ่อปากวิษณุเทพแห่งกฎหมายในวันจันทร์ดู ว่าจะมีอภินิหารใดได้ในกรณีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107768</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), พรรคประชาธิปัตย์, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, วุฒิสภา, สมชัย ศรีสุทธิยากร, หลับหูหลับตาลงมติตามโพย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d8079adc1ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
