<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นฝนตกทั่วไทย ‘บิ๊กตู่’เชื่อเอาอยู่ ไม่หนักเท่าปี54</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ร่ายยาวแผนเผชิญเหตุรับมือน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ขอ ปชช.มั่นใจฝีมือรัฐบาล ยันปริมาณน้ำทรงตัวไม่น่าห่วงท่วมหนักซ้ำปี 54 &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; กำชับปลัด กษ.ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สสน.จับตาพายุเข้าอีสานปลาย ก.ย.ทำฝนถล่มกรุง-ปริมณฑล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;Prayut-chan-o-cha&amp;quot; ว่า ได้เตรียมแผนเผชิญเหตุรับมือสถานการณ์น้ำอย่างเป็นระบบ เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ได้ลงพื้นที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะที่มาจากภาคเหนือ และอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคกลางของประเทศรวมถึง &amp;nbsp;กทม. ซึ่งได้รับข้อมูลว่าปัจจัยสำคัญของปริมาณน้ำในช่วงนี้มาจากพายุ &amp;nbsp;2 ลูกที่เพิ่งผ่านพ้นไป ส่งผลกระทบในบางพื้นที่ แต่ในภาพรวมปริมาณน้ำอยู่ในระดับทรงตัวแล้ว และจากการประเมินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;สถานการณ์น้ำในปีนี้ไม่น่าเป็นห่วงเหมือนปี 2554 อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องจนหมดหน้าฝน โดยให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์จุดเสี่ยงต่างๆ อย่างเต็มที่ตามแผนเผชิญเหตุ โดยคำนึงเสมอว่านอกจากระบายน้ำลงทะเลเพื่อป้องกันน้ำท่วมแล้ว ยังต้องคำนวณการเก็บกักน้ำไว้ใช้หน้าแล้งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รัฐบาลมีแผนการรับมือสถานการณ์น้ำอย่างเป็นระบบ ในแต่ละลุ่มน้ำแต่ละภูมิภาคในช่วงมรสุมของทุกๆ ปี ตั้งแต่ระบบติดตามระดับน้ำ พร้อมทั้งพยากรณ์ปริมาณน้ำล่วงหน้า ซึ่งจะกำหนดเกณฑ์ปลอดภัย &amp;nbsp;เกณฑ์ตัดสินใจเพิ่มการระบายน้ำในแต่ละจุดแต่ละพื้นที่ โดยคำนวณผลกระทบล่วงหน้า การเตรียมพื้นที่รองรับน้ำ มีหน่วยงานและผู้รับผิดชอบตามระดับผลกระทบ มีอนุกรรมการและคณะกรรมการกำกับดูแล มีขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน รวมทั้งแผนเผชิญเหตุแยกเป็นพื้นที่และเป็นภาพรวม ระบบและช่องทางสื่อสารแจ้งเตือนภัย และการตระเตรียมพื้นที่อพยพและพื้นที่ปลอดภัย เป็นต้น ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบความแข็งแรงโครงสร้างเขื่อนและประตูน้ำ ขุดลอกคูคลองสาขา จัดระเบียบที่อยู่อาศัยชุมชนที่รุกล้ำลำคลองสาธารณะ และกำจัดผักตบชวาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักการสำคัญที่รัฐบาลเน้นย้ำมาตลอดคือ การแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำอย่างยั่งยืน โดยมีการจัดทำแผนบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ประกอบด้วย การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน การปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก การบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำนองและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำหลากสายใหม่ ทั้งคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ที่จะแล้วเสร็จในปี 2566 คลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย &amp;nbsp;(เพื่อรองรับน้ำท่วมที่รอบปี 50 ปี) และคลองระบายน้ำควบคู่กับถนนวงแหวนรอบที่ 3 (เพื่อรองรับน้ำท่วมที่รอบปี 100 ปี) ทั้งนี้ เป้าหมายหลักนอกจากเพื่อลดปัญหาน้ำท่วมแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมของประเทศด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการที่รัฐบาลได้วางแผนไว้แล้ว และขอความร่วมมือในการอุปโภคบริโภคอย่างสมดุล พื้นที่เพาะปลูกก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องกับทรัพยากรน้ำ และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตามนโยบายตลาดนำการผลิตด้วย ซึ่งรัฐบาลพร้อมจะเข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง &amp;nbsp;ปลายทาง เพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำของประเทศครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคกลางตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ในจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดใกล้เคียง ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำหลากในบางพื้นที่ โดยได้รับรายงานว่าที่อ่างแม่มอก อ.เถิน จ.ลำปาง ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ติดกับ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย มีน้ำล้นอ่าง ล้นสปิลเวย์ กำลังไหลเข้าสุโขทัยในช่วงบ่าย ซึ่งจะมีผลทำให้ อ.ทุ่งเสลี่ยม อ.สวรรคโลก อ.ศรีสำโรง อ.เมืองสุโขทัย อาจจะมีน้ำท่วม ซึ่งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดเร่งปฏิบัติการร่วมกันอย่างเข้มข้น และนำเครื่องจักรเครื่องมือเข้าช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ หารือสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;(กทม.) ในการเตรียมความพร้อมในหน้าฝนว่า นอกเหนือจากสาเหตุทางกายภาพ เช่นท่อมีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะรองรับปริมาณน้ำฝนได้ พบว่าอีกปัญหาหนึ่งคือท่อระบายน้ำอุดตัน ทำให้น้ำไหลระบายได้ช้า ซึ่งท่อในแต่ละจุดนั้นเชื่อมโยงถึงกัน ดังนั้นหากจะให้น้ำระบายได้ดีต้องทำให้ทุกจุดสามารถระบายน้ำได้ ซึ่งบางจุดไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของ กทม. &amp;nbsp;จึงอยากขอให้ กทม.บูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานอื่นในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการลอกท่อในทุกพื้นที่ทุกจุดเพื่อให้น้ำสามารถไหลระบายได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ รวมทั้งแก้ปัญหาน้ำรอระบายที่เป็นปัญหาสะสมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดการเสวนา เรื่อง &amp;ldquo;2564 จะมีน้ำท่วมใหญ่หรือไม่ เตรียมพร้อมรับมืออย่างไร&amp;quot; &amp;nbsp;จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และหน่วยงานพันธมิตรด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ว่าตามที่มีกระแสข่าวปีนี้จะเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ดังนั้นการให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องนี้จึงเป็นหน้าที่ของกองหนุนอย่าง อว.ที่พร้อมนำความรู้ วิชาการต่างๆ สื่อสารไปให้สังคมและชุมชนรับรู้เพื่อลดผลกระทบ โดยสถานการณ์ช่วงนี้ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก แต่โอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมแบบปี 2554 มีน้อย เพราะน้ำในเขื่อนยังน้อยเพียง 10,000 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น &amp;nbsp;และปัจจัยจากน้ำทะเลหนุนปีนี้ก็มีไม่มาก จึงเหลือปัจจัยเดียวที่จะต้องเตรียมรับมือ คือน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ชุมชนเมืองเท่านั้น แต่ที่น่ากังวลคือน้ำแล้ง ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังจากนี้แน่นอน จึงต้องเตรียมการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) กล่าวว่า จากการคาดการณ์ฝนเดือน ก.ย.ถึง ต.ค.นี้ ประเทศไทยตอนบนจะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าปกติ และน่าจะมีพายุอย่างน้อย 1 &amp;nbsp;ลูกเคลื่อนที่เข้ามาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอ่อนกำลังในภาคเหนือ พื้นที่ฝนตกส่วนใหญ่จะตกในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนล่าง และจะตกบริเวณท้ายเขื่อนมากกว่า ทำให้ไม่มีน้ำไหลลงในเขื่อนมากนัก ซึ่งตอนนี้พบสัญญาณว่าจะมีพายุก่อตัว ที่จะเคลื่อนตัวเข้ามาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงปลายเดือน ก.ย. จะส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลด้วย ขณะที่ในเดือน พ.ย.คาดว่าจะมีฝนตกมากกว่าค่าปกติในพื้นที่ภาคใต้ อาจมีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงและหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวเข้ามายังอ่าวไทยได้ ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักจนเกิดอุทกภัยได้ จึงควรเตรียมพร้อมรับมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานในช่วงวันที่ 7- 16 ก.ย.ที่ผ่านมาเกิดอุทกภัยใน 28 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ &amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำพูน ลำปาง ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร &amp;nbsp;พิจิตร นครสวรรค์ เลย ชัยภูมิ นครราชสีมา อุบลราชธานี ปราจีนบุรี &amp;nbsp;สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี ระยอง ตราด ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;นครนายก สมุทรปราการ ระนอง กระบี่ และตรัง รวม 106 อำเภอ 249 &amp;nbsp;ตำบล 847 หมู่บ้าน 2 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,277 &amp;nbsp;ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 21 จังหวัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116961</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รมว.กลาโหม, ร่ายยาวแผนเผชิญเหตุรับมือน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_6134af8a5bb52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
