<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2018 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 18:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชี้ร้องถูกหมอข่มขืนแพทยสภา อาจเชิญสองฝ่ายมาให้ข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
15พ.ย.61-แพทย์ชี้ หากมีการร้องเรียนเรื่องหมอข่มขืนสาวตรวจภายใน มีการร้องแพทยสภา อาจเรียกสองฝ่ายมาให้ข้อมูล&amp;nbsp;&amp;nbsp;เผยขณะตรวจต้องมีบุคคลที่ 3เป็นผู้หญิงอยู่ด้วย และในการตรวจต้องทำให้ ผ่อนคลาย หากผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวด สามารถปฏิเสธได้แม้อยู่ระหว่างการตรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.ชัญวลี ศรีสุโข สูตินรีแพทย์ ประจำโรงพยาบาลพิจิตร และโฆษกแพทยสภา กล่าวถึงกรณีโซเชียลมีเดียมีการโพสต์ข้อความว่ามีหญิงสาวที่เข้ารับการตรวจภายในที่คลินิกแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ แต่ถูกแพทย์ข่มขืน เนื่องจากมีอวัยวะเพศชายสวมถุงยางเข้าสู่ช่องคลอด แม้จะถูกปฏิเสธว่าเป็นของปลอม ว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการร้องเรียนเข้ามา แต่ปกติหากเป็นคดีที่มีผลกระเทือนถึงคนไข้ ทางเลขาธิการแพทยสภาสามารถหยิบเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภาเพื่อตั้งกรรมการสอบได้ ซึ่งกรรมการจะมีการประชุมกันใน 2 สัปดาห์นี้ อีกทางคือผู้เสียหายมาร้องเรียนให้แพทยสภาตรวจสอบ ซึ่งทางเลขาฯ รับเรื่องและตั้งกรรมการสอบได้ ทั้งนี้หากมีการตั้งกรรมการสอบแล้วเพื่อความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องมีการเชิญทั้งคู่มาให้ข้อมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.ชัญวลี กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการตรวจภายในนั้นมีข้อควรระวังที่เรียนมาตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์ คือ 1.การตรวจภายในต้องมีที่ต้องตรวจ เช่น ปวดท้อง สงสัยอุ้งเชิงกรานอักเสบ หรือตรวจหามะเร็งประจำปี 2. ผู้ป่วยต้องยินยอม จะด้วยวาจาก็ได้ 3.ต้องมีผู้ช่วย หรือบุคคลที่ 3 ซึ่งต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น ไม่ว่าหมอที่ตรวจจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม ทั้งนี้ต้องไม่ให้ผู้ป่วยรู้สึกอาย ต้องเป็นส่วนตัว มีผ้าคลุม บางกรณีก็ปิดตาคนไข้ และในการตรวจต้องทำให้ ผ่อนคลาย หากผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวด สามารถปฏิเสธได้แม้อยู่ระหว่างการตรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากทั้งนี้ ขั้นตอน 1. ดูอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก ว่ามีแผล หรือความผิดปกติหรือไม่ 2. สอดใส่เครื่องมือเรียกว่าปากเป็ด (speculum) ขนาดต้องพอดี ไม่ใหญ่เกินไป กรณีเป็นโสด ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ หรือไม่เคยคลอดลูกมาก่อนอาจจะยาก ต้องเลือกเครื่องมือขนาดเล็ก ต้องใส่น้ำยาหล่อลื่น ข้อที่ต้องระมัดระวังการคือการไปสัมผัสถูกจุดที่ไวต่อความรู้สึกทางเพศ หรือปุ่มกระสัน (Clitoris) และ รูปัสสาวะ ขั้นตอนที่ 3 คือการคลำด้วยมือแพทย์จะใส่ถุงมือ ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลางใส่เข้าไปในช่องคลอด อีกมือหนึ่งก็จะกดหน้าท้องเพื่อดูลักษณะมดลูกว่าเป็นอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.ชัญวลี กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีเครื่องอัลตร้าซาวด์หาโรคทางนารีเวช พัฒนามา 30 ปีแล้ว สามารถดูพยาธิสภาพทางสูตินรีเวชกรรมได้ดีมาก ลักษณะของเครื่องมือคล้ายกับอวัยวะเพศชาย แต่ไม่ได้เหมือนกัน 100 เปอร์เซ็นต์ และมีเพียงขนาดเดียว โดยมีหัวกลมๆ หากมีการใช้เครื่องมือนี้ขั้นแรกต้องใส่เจลที่บริหัวเครื่องมือ ใส่ถุงยางอนามัย และใส่เจลลงไปอีกครั้ง การใส่ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อเมื่อมีการนำเครื่องมือไปตรวจกับอีกบุคคลหนึ่ง ทั้งนี้การตรวจจะใส่เครื่องมือดังกล่าวเข้าไปทางช่องคลอด ซึ่งต้องใส่เข้าไปลึกเช่นกันเพื่อดูมดลูก หรือปีกมดลูกจะได้เห็นพยาธิสภาพที่ชัดเจน หากอัลตร้าซาวด์หน้าท้องจะไม่เห็นชัดเจน อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;การใช้เครื่องมือก็ต้องแจ้งหรือขออนุญาตคนไข้ก่อน &amp;nbsp;หากคนไข้เจ็บต้องหยุด แต่ส่วนใหญ่ก่อนใส่เครื่องมือนี้ต้องตรวจภายในด้วยมือก่อนว่าคนไข้สามารถใส่เครื่องมือนี้เข้าไปที่ช่องคลอดได้หรือไม่ บางเคสหากเป็นคนที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน หรือใส่เครื่องมือไม่ได้ อาจจะต้องใส่เครื่องมือนี้ตรวจทางทวารหนักแทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22041</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตรวจภายใน, พญ.ชัญวลี ศรีสุโข, ร้องถูกแพทย์สูติฯข่มขืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5bed5d50bde0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
