<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมรถโดยสารฯบุกทำเนียบยื่น7 ข้อ ร้องนายกเยียวยาผลกระทบจากโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 ก.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 10.00 น. ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ชั้น 1 อาคารสำนักงาน ก.พ. นายพิเชษฐ์ เจียมบุรเศรษฐ์ นายกสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย &amp;nbsp;ได้นำผู้ประกอบการรถโดยสารจากบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด, บริษัท เทพสมบัติ จำกัด (สมบัติทัวร์), บริษัท นครชัยทัวร์ จำกัด, บริษัท กิตติสุนทร จำกัด และบริษัท นครชัยขนส่ง จำกัด ฯลฯ เข้ายื่นหนังสือ ถึงท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี พร้อมติดตามข้อเรียกร้องเพื่อเยียวยาผู้ประกอบการรถโดยสารในสถานการณ์แพร่ระบาดโรคไวรัส Covid-19 โดยมี นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนเข้ารับมอบหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศทั่วทุกภาคส่วนอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจ SME ที่ต้องประสบปัญหาขาดทุน และหยุดกิจการไปหลายแห่ง ซึ่งผู้ประกอบการรถโดยสารเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการสาธารณะ ในรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญด้านการคมนาคมทั่วประเทศ ได้รับผลกระทบจากการต้องลดเที่ยววิ่งจากเดิม เหลือเพียง &amp;nbsp; &amp;nbsp;25-30% อัตราบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยลดลงกว่า 50% ต่อเที่ยววิ่ง และผู้ประกอบการบางรายต้องหยุดเดินรถชั่วคราว เพราะทนต่อสู้กับค่าใช้จ่ายไม่ไหว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย ได้มีหนังสือขอความช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารายังผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่เดือนมกราคม,เมษายน &amp;nbsp;และพฤษภาคม &amp;nbsp;รวมจำนวน 3 ฉบับ ซึ่งพบว่าผลของความช่วยเหลือ ที่ได้รับอย่างชัดเจน และเป็นรูปธรรมเป็นเรื่องการเร่งฉีดวัคซีน ป้องกันCovid-19 ให้กลุ่มพนักงานบริการรถโดยสาร ส่วนข้อเรียกร้องอื่นๆ ที่ได้นำเสนอไปนั้น ยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้นสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย จึงเดินทางมายื่นหนังสือติดตามและเยียวยาดังกล่าว กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือตามข้อเสนอดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เฉพาะรถขนส่งผู้โดยสาร ดีเซลไม่เกินลิตรละ 20 บาท NGV ลดเหลือ 10.62 บาท กิโลเมตร รวมถึงตรึงราคา LPG ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ยกเว้นการเก็บภาษีรถโดยสารประจำปี 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ยกเว้นการทำประกันภัยรถโดยสารภาคสมัครใจประจำปี 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ให้บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) งดเว้น หรือลดการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกี่ยวกับการเดินรถทั้งหมดให้ผู้ประกอบการรถร่วมเป็นระยะเวลา 1 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ขอจัดการเดินรถโดยสารประจำทาง ให้สามารถหมุนเวียนได้ทุกเส้นทาง เหมือนธุรกิจการบิน เพื่อให้สามารถใช้ตัวรถอย่างเต็มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนผู้ประกอบการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ขอให้ช่วยเหลือผู้ประกันตนอยู่ในสิทธิ์ประกันสังคม ให้ได้รับสิทธิการช่วยเหลือเยียวยา จากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลาไม่เกิน 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ขอให้ผ่อนคลายการจำหน่ายตั๋วโดยสารต่อรถ 1 คัน ได้ตามปกติ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ในพื้นที่ควบคุมสีอแดงเข้มได้ระดับ 30% ของจำนวนประชากรเป้าหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สมาคมฯคาดว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาจากท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อเยียวยาผู้ประกอบการที่ให้บริการขั้นพื้นฐานในด้านการขนส่งสารธารณะของประเทศไทยยังคงสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ โดยผู้ประกอบการทุกราย มีความมุ่งมั่นประกอบกิจการเดินรถโดยสาร พร้อมพัฒนา และปฏิบัติตามแนวทางและมาตรการของสาธารณสุขเพื่อช่วยควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ให้ร่วมกันผ่านพ้นภาวะวิกฤต และยังให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ เพื่อให้บริการขั้นพื้นฐานแก่ประชาชนที่ยังมีความจำเป็นต้องเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ให้เป็นบริการที่อยู่เคียงข้างการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศไทยตลอดไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108657</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย, ร้องนายกฯ, เยียวยาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e29dbacdfac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2019 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2019 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;จ่อร้องนายกฯเอาผิดบอร์ดอีอีซี จัดผังเมืองเอื้อนายทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค. 62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ &amp;ldquo;บอร์ด EEC&amp;rdquo; ได้มีมติเห็นชอบแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน แผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค หรือการจัดทำผังเมือง EEC ไปเมื่อคราวการประชุมวันที่ 5 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา ท่ามกลางการคัดค้านของเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออกนั้น ทั้งที่ภาคประชาชนและนักวิชาการส่วนใหญ่จะยืนยันว่าการจัดทำแผนผังการพัฒนานั้นยังคงมีปัญหาและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างมีความหมาย ไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่เขียนไว้ใน&amp;nbsp; พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 หรือ พ.ร.บ.EEC ที่ว่า &amp;quot;ให้คำนึงถึงความสัมพันธ์กับชุมชน สุขภาวะของประชาชน สภาพแวดล้อม และระบบนิเวศตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;quot; รวมทั้งเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ม.72(1) ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่า &amp;ldquo;การวางแผนการใช้ที่ดินต้องให้เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่และศักยภาพของที่ดินตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากเอกสารแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน หรือผังเมืองรวม EEC ที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออกนำมาเผยแพร่นั้น ปรากฏโดยชัดแจ้งว่าจะมีการเพิ่มพื้นที่สีม่วง (พื้นที่อุตสาหกรรม) จาก 3% เป็น 5% ซึ่งกระทบต่อพื้นที่สีเขียว (เกษตรกรรม) ในเขต จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี และ&amp;nbsp; จ.ระยอง เป็นจำนวนมาก และที่สำคัญเป็นการเพิ่มพื้นที่สีม่วงในพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่สีเขียว แต่มีนายทุนใหญ่ไปกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านมาในราคาถูกมาดักรอให้ประกาศเป็นพื้นที่สีม่วง อันเป็นการเอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุนดังกล่าวโดยชัดแจ้ง จนชาวบ้านไม่อาจยอมรับได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจำเป็นที่จะต้องนำความไปยื่นคำร้องต่อนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ด EEC เพื่อตั้งประเด็นพิพาททางปกครองไว้ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีสั่งตั้งกรรมการสอบเลขาธิการ EEC และอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และขอให้มีการทบทวนการจัดทำแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และหรือผังเมือง EEC เสียใหม่ให้อยู่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของประชาชน ตามข้อเรียกร้องอย่างแท้จริง และหากนายกรัฐมนตรีเพิกเฉย จะได้ใช้เป็นเหตุแห่งการนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลปกครองได้ต่อไป โดยสมาคมฯ และชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก จะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันพฤหัสบดีที่ 8 ส.ค. 2562 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42916</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดรธน., บอร์ดEEC, ฟ้องศาลปกครอง, ร้องนายกฯ, ศรีสุวรรณ, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190807/image_big_5d4a33d3baddb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก!หน้าทำเนียบ คุณลุงวัย 66 ใช้มีดจี้คอคัวเอง ร้อง&#039;บิ๊กตู่&#039;ช่วย ถูกนายทหารตีท้ายครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 09.10 น. บริเวณประตูทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ฝั่งตรงข้ามสำนักงานก.พ. นายวรพล อายุ 66 ปี ชาวจ.สมุทรปราการ ได้นำมีดคัตเตอร์จี้คอตัวเอง เพื่อเรียกร้อง ขอความเป็นธรรม กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จากกรณีนายทหารที่ประจำการ กองพลทหารราบที่ 6 ต.โพธิสัย อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด แอบเป็นมือที่สาม คบหากับภรรยาของตน พร้อมกับจดทะเบียนสมรส รวมถึงทางภรรยาได้หลอกให้นายวรพลโอนเงินให้จำนวน 280,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ และเจ้าหน้าที่ของทำเนียบรัฐบาล ได้พยายามเข้ามาพูดคุยและเกลี้ยกล่อมนายวรพล ที่ยังเอามีดจี้คอตัวเอง และไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ โดยตำรวจได้พยายามชวนนายวรพลเข้าไปนั่งในที่ร่ม พร้อมทำทีขอดูเอกสาร เพื่อให้นายวรพลเอามีดออกจากคอตัวเอง ก่อนเข้าชาร์ตตัวไว้ได้ จากนั้นได้นำนายวรพลไปที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ฝั่งสำนักงาน ก.พ. โดย นายสาธิต สุทธิเสริม หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน เข้าพูดคุยต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36367</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี้คอตัวเอง, ทหารตีท้ายครัว, ทำเนียบรัฐบาล, ร้องนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce37f5c7f7e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สันธนะร้องนายกฯสอบ&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039; รับเงินบ่อนสมัยผบช.น.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 61 - ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ให้ดำเนินการตรวจสอบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กับพวกร่วมในการกันกระทำความผิดทางอาญา โดยให้รับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เพื่อลงโทษทางวินัยและทางอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการที่จะเข้าไปร้องเรียนและจะนำข้อมูลต่างๆ ไปชี้แจงให้ ผบ.ตร.ได้รับทราบ ตั้งแต่สมัยยังเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. แต่กลับถูกปฏิเสธและระบุว่าไม่รู้จักกับตน ซึ่งผู้บังคับบัญชาสูงสุดควรต้องเป็นตัวอย่างที่ดีและต้องปรับปรุงให้องค์กรดีขึ้น แต่การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบางคนใช่หรือไม่ ทั้งนี้ ตนพร้อมที่ไปจะไปเจอกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ด้วยตัวเองแบบตัวต่อตัว ในฐานะรุ่นพี่นักเรียนนายร้อยตำรวจมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมเมื่อครั้งที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ว่ามีการรับเงินจากบ่อนการพนันหรือไม่ เพราะมีข้อมูลและได้ส่งรายละเอียดให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปแล้วว่าในช่วงเวลาที่ ผบ.ตร.เป็น ผบช.น. ได้ปล่อยให้เปิดบอลการพนันกลางกรุงนานถึง 7 เดือน มีเงินสะพัดในแต่ละเดือนถึง 1.5 หมื่นล้านบาทต่อเดือน รวมถึงทราบว่ามีเอกสารรับเงิน 200 ล้านบาทจากบ่อนดังกล่าวด้วยใช่หรือไม่ จึงขอให้ตรวจสอบว่าเงินจำนวนดังกล่าวไปอยู่ที่ใคร ขอให้นายกฯช่วยตรวจสอบด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14959</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กแป๊ะ, ผบ.ตร., รับเงินบ่อน, ร้องนายกฯ, สันธนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6a849546178.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มบินไทยโชคดีรอดตายจากรถคอนเทนเนอร์ทับ แต่วันนี้โชคร้ายยังไม่ได้รับค่าชดเชย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.61- &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานก.พ. นายวรวุฒิ อยู่ญาติมาก พนักงานการบินไทย ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กรณีไม่ได้รับความยุติธรรมเรื่องการจ่ายค่าชดเชยความเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล และคดีความไม่มีความคืบหน้า ภายหลังประสบอุบัติเหตุ ถูกรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 18 ล้อ หล่นทับรถยนต์จนบาดเจ็บสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตนประสบอุบัติเหตุ ถูกรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 18 ล้อหล่นทับรถยนต์ที่ตนขับอยู่จนแบนราบ ซึ่งตนติดอยู่ใต้ตู้คอนเทนเนอร์ราว 2 ชั่วโมง 45 นาที ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่แขนข้างซ้าย ต้องใช้ระยะเวลาฟื้นอย่างน้อย 3 เดือน และยังไม่สิ้นสุดการรักษา แต่จนถึงขณะนี้ ตนยังไม่ได้รับค่าชดเชย จากห้างหุ้นส่วนจำกัด เคพีเอส ทรานสปอร์ท ซึ่งเป็นคู่กรณี อีกทั้งการพูดคุยกับ บริษัท เทเวศประกันภัย, บริษัท วิริยะประกันภัย และบริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด เพื่อเรียกค่าเสียหายจำนวน 4.7 ล้านบาท เป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าทุกข์ทรมานที่ต้องติดอยู่ใต้ตู้คอนเทนเนอร์ และค่าเสียโอกาสในอนาคตที่ยังไม่สามารถทำงานได้ กลับมีการต่อรองเงินจนเหลือ1.32 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะที่คนขับรถดังกล่าวได้ถูกส่งฟ้องคดี และรอลงอาญา 6 เดือน รวมถึงยึดใบขับขี่ ซึ่งอาการของผมบาดเจ็บสาหัสมาก แต่ทำไมคดีที่เขาได้รับถึงเบา ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็แจ้งว่า หลังหักค่าประกันและค่าสินไหม ผมจะเหลือเงินราว 500,000 บาท จึงตั้งคำถามเรื่องการหักเงิน ทำไมบริษัทประกันต้องผลักภาระให้ผมดำเนินการเอง แล้วแบบนี้ผมจะทำประกันเพื่ออะไร จึงขอร้องเรียนให้นายกฯตรวจสอบบริษัทประกัน และผมจะไปร้องเรียนเรื่องนี้ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปค.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต่อไป&amp;rdquo; นายวรวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความและประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งตามมาตรา 44 ให้มีมาตรการจริงจังเกี่ยวกับการควบคุมความปลอดภัยของรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ โดยให้มีการเพิ่มโทษ และให้สามารถเอาผิดกับกรรมการนิติบุคคลและกรรมการผู้จัดการ ไม่ใช่เอาผิดทางอาญาเฉพาะตัวคนขับ ซึ่งในกรณีนี้ คนขับไม่สามารถหาเงินมาจ่ายชดเชยความเสียหายได้ ขณะที่กรรมการของบริษัทต้นสังกัดก็ไม่ยอมจ่าย ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบต่อสังคม หากรับผิดชอบไม่ได้ ก็ไม่ควรนำมาวิ่งบนท้องถนน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13564</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทับรถฟอร์จูนเนอร์, พนักงานการบินไทย, รถพ่วงบรรทุกตู้คอนแทนเนอร์, ร้องนายกฯ, ไม่ได้รับค่าชดเชย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4d8f7f0fc63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันธนะ&#039;บุกทำเนียบฯ ขอพบนายกฯ โวมีเอกสารลับคนในรัฐบาลทุจริต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค. 61 -&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา10.15 น. พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล ในฐานะประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด เดินทางมายื่นหนังสือข้อมูลการทุจริตของคนในรัฐบาล ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุถ้ามีข้อมูลอะไรให้มายื่น โดยเมื่อมาถึง พ.ต.ท.สันธนะพยายามจะเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือโดยตรงกับนายกฯ เพราะเกรงหากยื่นผ่านคนอื่นความลับจะรั่วไหล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า จากที่นายกฯได้เอ่ยถึงตนในลักษณะก่อกวนวุ่นวาย และพูดท้าทายให้ตนนำข้อเท็จจริงออกมา ทำให้รู้สึกว่าชีวิตตนไม่มีความปลอดภัย จนต้องไปอยู่ในเซฟเฮ้าท์ เพราะก่อนหน้านี้เคยถูกลอบยิงมาหลายครั้ง ระเบิดก็มี เช้าวันนี้เหตุการณ์ปกติจึงนำเอกสารที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับการทุจริตมายื่นนายกฯในทำเนียบฯ แต่จะเป็นใคร และทุจริตเรื่องอะไรยังพูดไม่ได้ ขอให้ผ่านขั้นตอนตรวจสอบไปก่อน เพราะห่วงว่าถ้าไม่ได้ยื่น เอกสารยังไม่ทันเปิด ชีวิตตนอาจจะจบก่อน ดังนั้น หากวันนี้ไม่ได้ยื่นกับนายกฯ ก็ขอยื่นผ่านทหารที่นายกฯมอบหมายมาเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ถ้ามีการประสานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้เข้าพบจะไปเข้าพบหรือไม่ พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า หากรองโฆษก สตช.นัดหมายมา ก็พร้อมไปพบ แต่ตอนนี้ยังไม่มี ส่วนความสัมพันธ์กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นั้น ก่อนหน้านี้เป็นพี่น้องกัน แต่ตั้งแต่เมื่อวานท่านเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแล้ว ต่างคนต่างทำหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชนได้นำตัว พ.ต.ท.สันธนะไปพูดคุยทำความเข้าใจ ที่ศูนย์บริการประชาชน ฝั่งสำนักงาน ก.พ. โดยใช้เวลาหารือประมาณ 30 นาที โดยพ.ต.ท.สันธนะได้ยื่นข้อเสนอขอนายทหาร 2 นาย และรถ 1 คัน เพื่อนำตนเองและผู้ติดตามไปเอาเอกสารทุจริตดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้ตามคำขอ พ.ต.ท.สันธนะ จึงเดินทางกลับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8820</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อมูลทุจริต, คนในรัฐบาลโกง, บุกทำเนียบฯ, พ.ต.ท.สันธนะ, ร้องนายกฯ, เอกสารลับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af286dd0e5eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
