<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;ฟัด&#039;ยุทธพงศ์&#039;ไม่เลิก ร้องป.ป.ช.สอบ&#039;บ้านสามัคคี&#039;สงสัยไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

20ส.ค.64 -นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565 เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือไปให้ ป.ป.ช. ทางไปรษณีย์ EMS เพื่อทำการตรวจสอบนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ว่า มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นไปตามความในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือไม่ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2563 เว็บไซต์มติชน หัวข้อ &amp;lsquo;ยุทธพงศ์&amp;rsquo; เปิดบ้านสามัคคี เลี้ยง ส.ส.อีสาน เพื่อไทย พูดคุยการเมืองชื่นมื่น ลงข่าวไว้ว่า &amp;#39;ยุทธพงศ์&amp;rsquo; เปิดบ้านสามัคคี เลี้ยง ส.ส.อีสาน เพื่อไทย พูดคุยการเมืองชื่นมื่น เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ตึกสามัคคี นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เปิดเซฟเฮาต์จัดเลี้ยงให้ส.ส.อีสาน และส.ส.ในพรรคพท.ที่มีความสนิทสนมกัน โดยมีส.ส.ร่วมทานข้าว และพูดคุยแลกเปลี่ยนประเด็นการเมืองกันอย่างชื่นมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อย้อนไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ นายยุทธพงศ์ ยื่นต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2562 พบว่า ไม่มีการแจ้งบัญชีเกี่ยวกับบ้านสามัคคีไว้แต่อย่างใดโดยในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินดังกล่าว นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร แจ้งว่า มีที่ดินเพียง 2 โฉนด ตั้งอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม และไม่ได้แจ้งว่ามีบ้านสามัคคีดังกล่าวไว้แต่อย่างใด นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กับ คู่สมรส แจ้งทรัพย์สินสุทธิ รวมกัน 28,503,975.11 บาท ในส่วนรายได้&amp;nbsp; นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร แจ้งว่ามีรายได้ต่อปี 1,506,720 บาท และคู่สมรส ไม่มีการแจ้งรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ที่ระบุว่า &amp;lsquo;ยุทธพงศ์&amp;rsquo; เปิดบ้านสามัคคี เลี้ยง ส.ส.อีสาน เพื่อไทย พูดคุยการเมืองชื่นมื่นนั้น จึงทำให้เข้าใจได้ว่า นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อาจเป็นเจ้าของบ้านสามัคคีดังกล่าว ดังนั้นจึงมีเหตุที่ควรตรวจสอบบ้านสามัคคีดังกล่าวต่อไปว่า ได้มาอย่างไร ตั้งแต่เมื่อใด ก่อนหรือหลังการเป็นส.ส. บ้านดังกล่าวตั้งอยู่บนที่ดินเลขที่ใด ซื้อที่ดินจากใคร ราคาเท่าใด บ้านสร้างเมื่อใด ราคาก่อสร้างเท่าใด ใครเป็นผู้รับเหมา ชำระเงินกันอย่างไร เอาเงินที่ไหนไปซื้อที่ดินและปลูกสร้างบ้านสามัคคีดังกล่าว โดยขอให้ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหลักฐานของส่วนราชการและเอกชนเช่น หน่วยงานที่อนุญาตก่อสร้าง หน่วยงานที่ออกเลขที่บ้าน หน่วยงานที่อนุญาตให้ใช้ไฟฟ้าหรือน้ำประปา หรือผู้รับเหมาสร้างบ้าน ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า เนื่องจากตามข่าวดังกล่าวมีภาพบุคคลที่ห้องอาหารมีโคมไฟประดับอย่างชัดเจน มีทั้งอาหาร และแก้วไวน์ ประกอบด้วย ซึ่งในภาพนับรวมได้ 17 คน มีหลายคนเป็น ส.ส. เช่น นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร นายสุทิน คลังแสง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นต้น จึงขอให้ ป.ป.ช. เชิญบุคคลที่เป็น ส.ส. ในภาพทุกคน มาสอบถามข้อเท็จจริงด้วยว่า บ้านสามัคคีดังกล่าว ตั้งอยู่ที่ใด และบุคคลเหล่านี้ไปที่บ้านดังกล่าวเมื่อวันที่เท่าใด และเนื่องในโอกาสใด&amp;nbsp; ตามที่กล่าวมานั้น กรณี จึงมีเหตุที่ขอให้ ป.ป.ช. ทำการตรวจสอบนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม ว่าเป็นเจ้าของบ้านสามัคคีดังกล่าว หรือไม่ และตรวจสอบต่อไปว่า มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน รายการบ้านสามัคคีดังกล่าวข้างต้น เป็นไปตามความในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113931</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, บ้านสามัคคี, ร้องป.ป.ช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f1d390eb51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 08:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 08:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039;จ่อร้องป.ป.ช.เอาผิดศบค. ปล่อยให้ทหารอียิปต์-ครอบครัวทูตแพร่โควิดในไทยอย่างอภิสิทธิ์ชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 &amp;nbsp;ก.ค.63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า กรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เป็นทหารชายสัญชาติอียิปต์ ซึ่งเดินทางพร้อมกับคณะเข้ามาในประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ในโรงแรม จ.ระยอง โดยไม่มีการกักตัว 14 วัน โดยอ้างว่าเป็นไปตามเงื่อนไขข้อยกเว้นที่ให้ลูกเรือต่างชาติเข้ามาปฏิบัติภารกิจในประเทศไทยได้ และยังพบว่าคณะดังกล่าวมีการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆหลายแห่งใน จ.ระยอง เช่น ห้างสรรพสินค้า นอกจากนี้ยังมีกรณีการพบผู้ติดเชื้อที่เป็นเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ ซึ่งเป็นครอบครัวคณะทูตจากแอฟริกา เดินทางเข้ามาพำนักที่คอนโดแห่งหนึ่งในกทม. โดยอ้างว่าได้รับข้อยกเว้นให้กับคณะทูตที่มาปฎิบัติงานในประเทศไทย จึงไม่มีมาตรการกักตัว 14 วันเช่นกันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุทั้ง 2 กรณีเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความหละหลวมและเลือกปฏิบัติของ ศบค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ ซึ่งปล่อยให้มีอภิสิทธิ์ชนเข้ามาอยู่ในประเทศไทยได้โดยอิสระ ไร้มาตรการตรวจสอบและกักกันตามมาตรฐาน ซึ่งเลือกใช้แต่เฉพาะกับคนไทยชนชั้นล่างเท่านั้น ซึ่งมิอาจยอมรับได้ เพราะได้สร้างความเสี่ยงให้เกิดขึ้นกับคนไทยให้หวาดผวากับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะในจังหวัดระยอง และในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จนทำให้จังหวัดและเทศบาลนครระยองต้องสั่งปิดสถานศึกษาในเขตเทศบาลไปกว่า 10 แห่ง รวมทั้งพนักงานโรงแรมและห้างสรรพสินค้าต้องถูกตรวจสอบและกักตัว ส่งผลเสียหายทางธุรกิจอย่างมาก โดยที่ ศบค. ไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด รวมทั้งการปกปิดข้อมูลที่ควรแจ้งให้ประชาชนทราบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ท่าน ผอ.ศบค. และโฆษก ศบค. พยายามโฆษณาชวนเชื่อ และขู่ประชาชนอยู่เสมอเพื่อมิให้คนไทยการ์ดตก แต่ทว่ากลับเป็น ศบค. นั่นเองที่หละหลวมและเอาใจคณะทหารและคณะฑูตจากต่างประเทศเสียเอง และพยายามที่จะใช้เหตุเหล่านี้ขยายการบังคับใช้ พรก.ฉุกเฉินต่อไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด เพราะจะสามารถรวบอำนาจแบบรวมศูนย์ได้ และทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเบิกเบี้ยเลี้ยง ค่าตอบแทนความดีความชอบแบบทวีคูณได้อีกมากมาย ในขณะที่ภาคธุรกิจ ภาคสังคมต้องเสียหายยับเยิน โดยที่ ศบค.ยังลอยตัวอยู่เหนือปัญหา และไม่มีผู้ใดออกมาแสดงความรับผิดชอบใด ๆ เลย ซึ่งถ้าจิตสำนึกยังมีความรับผิดชอบหลงเหลืออยู่บ้างก็ควรแสดงสปิริต &amp;ldquo;ลาออกไปเสีย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.234 ประกอบ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ในการไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดผู้อำนวยการ ศบค.และคณะ ฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ต่อไป โดยจะไปยื่นคำร้องในวันพุธที่ 15 ก.ค.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71378</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, ทหารอียิปต์, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ร้องป.ป.ช., ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f09113c0eee1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกเข่ง!&#039;พี่ศรี&#039;จ่อร้องป.ป.ช.เชือด10 ส.ส.จาก 5 พรรค ฐานครอบครองที่ดิน ภ.ท.บ5/ส.ป.ก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.62- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า วันพุธที่ 4 ธ.ค.62 นี้ เวลา 13.00 น. ตนจะเดินทางไปยื่นคำร้อง ต่อ ป.ป.ช. ให้ไต่สวน สอบสวนเอาผิด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จำนวน 10 คน จาก 5 พรรคการเมือง ประกอบด้วย สส.จากพรรคอนาคตใหม่ 2 คน พรรคพลังประชารัฐ 2 คน พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน พรรคภูมิใจไทย 2 คนและพรรคเพื่อไทย 1 คน ซึ่งสส. เหล่านี้ได้ยื่นแบบแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. เมื่อ 25 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา ปรากฎว่า ได้ยึดถือครอบครองที่ดินประเภท ภ.บ.ท.5 และหรือ ส.ป.ก. กันเป็นจำนวนมาก โดยที่น่าจะขาดคุณสมบัติของการมีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งที่ดิน ภ.บ.ท.5 นั้นเป็นเพียงเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภาษีดอกหญ้า) ซึ่งท้องถิ่นจะจัดเก็บ ไม่เกี่ยวกับว่าใครเป็นเจ้าของที่ดิน ไม่ใช่เอกสารแสดงสิทธิครอบครองที่ดิน เพราะเจ้าของที่ดินก็ยังคงเป็นของทางราชการอยู่ เพียงแต่อาจจะให้มีการใช้ประโยชน์ชั่วคราว แต่ไม่ถือว่าผู้ที่ใช้ประโยชน์นั้นเป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งปัจจุบันมีคำสั่งกรมการปกครองเมื่อปี 2551 ได้สั่งให้ยกเลิกการเก็บภาษีดังกล่าวแล้ว เพราะปัญหาคือ ส่วนมากเป็นที่ป่าสงวน การแจ้งเสียภาษีก็แจ้งกันเองโดยไม่รังวัด บางรายครอบครองเป็นร้อยเป็นพันไร่ บุกรุกป่าทั้งนั้น ซึ่งที่ดินประเภทดังกล่าว ไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดินแต่อย่างใด โดยมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2519 กำหนดบรรทัดฐานไว้ว่า &amp;ldquo;ผู้ที่มีชื่อในใบเสร็จเสียเงินบำรุงท้องที่เป็นเพียงหลักฐานแสดงว่าผู้นั้นเป็นผู้เสียภาษีเท่านั้น ไม่ใช่หลักฐานแสดงว่าผู้นั้นมีสิทธิครอบครอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ดิน ส.ป.ก.นั้น ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 2518 กำหนดไว้ชัดเจนว่าผู้ที่จะมีสิทธิยึดถือครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินปฎิรูป ต้องเป็นมีอาชีพเป็นเกษตรกรเป็นหลัก โดยมี พรฎ.กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร 2535 ไว้โดยต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ 1.มีฐานะยากจน 2.ผู้จบการศึกษาทางเกษตรกรรม และ 3.บุตรของเกษตรกรที่มีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ สส.ทั้ง 10 คนได้ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏโดยชัดแจ้งว่ามีทรัพย์สินและรายได้ต่อปีเป็นจำนวนมาก จึงเป็นการขัดต่อ พรฎ.กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเป็นเกษตรกร พ.ศ.2535 และมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2555 ได้กำหนดอัตรารายได้ของผู้ยากจนไว้ คือ ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อคนต่อปีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ส.ส.ทั้ง 10 คนซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนฝ่ายนิติบัญญัติ ย่อมรู้ว่าตนเองเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติของการได้สิทธิในการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. หรือ ภ.บ.ท.5 ดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น แต่กลับไม่ยอมสละที่ดินดังกล่าวคืนให้รัฐเพื่อนำไปจัดสรรให้กับผู้ยากไร้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งเท่ากับว่าอาจมีเจตนาที่จะทุจริตต่อหน้าที่และฝ่าฝืนกฎหมายอันเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 อย่างร้ายแรงในข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 9 และยังเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลักในข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 17 และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมทั่วไปในข้อ 21 ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.219 บัญญัติอีกด้วย สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวน สอบสวน เพื่อดำเนินการเอาผิดหรือลงโทษ ส.ส.ทั้ง 10 คนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51654</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 ส.ส. 5 พรรค, ที่ดินภ.บ.ท.5, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ร้องป.ป.ช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de5c52854c19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!&#039;พี่ศรี&#039;จ่อร้อง ป.ป.ช.สอบจริยธรรมร้ายแรง&#039;ปารีณา&#039;ปมที่สปก.1.7พันไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.62-นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฎเป็นการทั่วไปว่า นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. และป่าสงวนแห่งชาติ จ.ราชบุรีกว่า 1.7 พันไร่ โดยที่อาจจะขาดคุณสมบัติของการมีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. ตามที่กฎหมายบัญญัตินั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ดินดังกล่าวอธิบดีกรมป่าไม้ได้ออกมายืนยันต่อสาธารณะแล้วว่า เดิมเคยอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี พ.ศ.2527 โดยกรมป่าไม้ได้ส่งมอบให้ ส.ป.ก.นำไปจัดสรรให้เกษตรกรผู้ยากไร้ได้เข้าทำประโยชน์โดยประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินเมื่อปี พ.ศ.2554 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าววัตถุประสงค์กฎหมาย ส.ป.ก. มีความชัดเจนว่าผู้ที่มีสิทธิที่จะครอบครองและทำประโยชน์ได้นั้น ข้อพิจารณาเรื่องแรกของการให้ที่ ส.ป.ก. คือ ต้องเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ไร้ที่ทำกิน และต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ทำการเกษตร ซึ่ง ส.ส.ปารีณา น่าจะขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ปี 2548 เนื่องจากเริ่มดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดราชบุรีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และมีการครอบครองที่ดินมีมากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งตาม พรฎ.กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเป็นเกษตรกร พ.ศ.2535 และมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2555 ได้กำหนดอัตรารายได้ของผู้ยากจนไว้ คือ ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อคนต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ส.ส.ปารีณา ย่อมรู้ว่าตนเองเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติของการได้สิทธิในการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก.ดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น แต่กลับไม่ยอมสละที่ดินดังกล่าวคืน ส.ป.ก.เพื่อนำไปจัดสรรให้กับผู้ยากไร้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งเท่ากับว่ามีเจตนาที่จะฝ่าฝืนกฎหมายอันเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 อย่างร้ายแรงในข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 9 และยังเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลักในข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 17 และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมทั่วไปในข้อ 21 ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.219 บัญญัติอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวน สอบสวน เพื่อดำเนินการเอาผิดหรือลงโทษ ส.ส.ปารีณา ตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันพุธที่ 20 พ.ย.2562 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถ.สนามบินน้ำ นนทบุรี นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50604</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ดินสปก., นายศรีสุวรรณ จรรยา, ปารีนา ไกรคุปต์, ร้องป.ป.ช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd349754bfc5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรี&#039;ทนไม่ได้!เตรียมร้องป.ป.ช.สอบกองทัพช็อปดาวเทียมจารกรรมพิสูจน์ดูหนังมากไปหรือเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.61- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์ สมาคมฯ เรื่อง &amp;quot;ตอบโต้การเฉไฉของกองทัพกรณีการจัดซื้อจัดหาดาวเทียมจารกรรม&amp;quot; ระบุว่า ตามที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและโฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนกรณีข้อคัดค้านของสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยที่ไม่เห็นด้วยที่สภากลาโหมหรือกองทัพไทยกำลังดำเนินการจัดซื้อจัดหาดาวเทียม THEIA จากสหรัฐอเมริกามูลค่า 91,200 ล้านบาทไทยมาใช้ในขณะที่ประเทศยังอยู่ในสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนยังยากจน ฯลฯ โดยอ้างว่ากองทัพยังไม่ซื้อดาวเทียมจารกรรมดังกล่าวเป็นแค่การศึกษา และยังกล่าวหาว่ามโนไปเอง และหรือดูหนังมากเกินไป ซึ่งพิเคราะห์แล้วน่าจะมีลักษณะเฉไฉเลี่ยงบาลีตอบคำถามไม่ตรงประเด็นมากกว่า
&amp;nbsp;
กรณีดังกล่าวหากสมาคมฯ จะมโนไปเองหรือไม่นั้น กองทัพก็ควรที่จะต้องตอบคำถามของสมาคมฯ เพื่อให้ประชาชนทราบให้ได้เสียก่อนว่าเหตุใด 1)ทำไมประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป. : DTi) และคณะจึงได้เดินทางไปลงนามในหนังสือแสดงการรับรู้ หรือ LOA (Letter of Acknowledge) แล้วเมื่อวันที่ 14-23 ธันวาคม 2560 และต่อมาได้เดินทางไปลงนามในหนังสือแสดงความจำนง หรือ LOI (Letter of Intent) เมื่อเดือนมีนาคม 2561 และล่าสุดผู้บริหารในระดับบิ๊กๆ ของรัฐบาลได้เดินทางไปสหรัฐอเมิกาเมื่อปลายเดือนเมษายน 2561 เพื่อเป็นสักขีพยานในการลงนามในหนังสือยืนยัน หรือ LOC (Letter of Confirm) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)ทำไม รมช.กลาโหม เดินทางไปร่วมงานสัมมนาเรื่อง การใช้ประโยชน์จากดาวเทียม THEIA ณ ห้องฟินิกส์ อิมแพค เมืองทองธานี โดยมีหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกว่า 200 หน่วยงาน โดยการจัดของ สทป.เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2561 &amp;nbsp;และมีการเชิญประธานกรรมการ THEIA และคณะผู้บริหารของบริษัทดาวเทียมดังกล่าวมาบรรยายสรุปเกี่ยวกับขีดความสามารถของดาวเทียมในการเจาะและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ โดยมีนักล็อบบี้ยิสต์ฝ่ายไทยที่เป็นอดีตนักการเมืองใหญ่ สส.หลายสมัยของจังหวัดเพชรบุรีรวมอยู่ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)เนื่องจากหนังสือ LOA , LOI และ LOC ที่ สทป. ไปลงนามกับ THEIA สหรัฐอเมริกานั้น มีลักษณะเป็นหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการค้าหรือการลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวาง ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาเสียก่อน ตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ 2560 เหตุใดกองทัพหรือกระทรวงกลาโหมจึงไม่ขอความเห็นชอบจากสภา สนช.ให้มีมติให้ความเห็นชอบให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวเสียก่อน และได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นตามที่รัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวบัญญัติไว้ครบถ้วนแล้วหรือยัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 4)ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า จัดทำโครงการการพัฒนาดาวเทียมสำรวจธีออส 2 งบประมาณ 7,800 ล้านบาท และให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพัฒนาโครงการดาวเทียมขนาดเล็กเพื่อความมั่นคงร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง งบประมาณ 1,000 ล้านบาทไปแล้ว จะถือว่าเป็นการซ้ำซ้อนกันหรือไม่?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกมาทักท้วงของสมาคมฯก็เป็นการยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้งหาใช่เป็นการมโนหรือดูหนังมากเกินไปแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรณีการใช้อำนาจในการไปลงนามในหนังสือสัญญาต่างๆ กับต่างชาติในการจัดซื้อจัดหาดาวเทียมจารกรรมที่ไม่เป็นไปตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ 2560 นั้น สมาคมฯ จำต้องนำความไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อไต่สวนและมีความเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีการจงใจที่จะปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายหรือไม่ โดยสมาคมฯ จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ในวันพุธที่ 6 มิถุนายน 2561 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี และเพื่อพิสูจน์ว่าสมาคมฯ มโนหรือดูหนังมากเกินไปหรือไม่ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10711</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดซื้อดาวเทียมจารกรรม, ดูหนังมากไป, น้กร้อง, ร้องป.ป.ช., ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a57158e30f13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
