<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ร้องศาลจำหน่ายคดีหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พปชร.งัดแผนเด็ดสู้คดี 27 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ ยื่นศาล รธน.ขอจำหน่ายคดี อ้าง 66 ส.ส.อนาคตใหม่ทำผิดรูปแบบ ส่งเป็นหนังสือให้ประธานสภาฯ ไม่ถูกต้อง ระบุต้องทำเป็นคำร้อง พร้อมขอไต่สวน 2 ครั้ง ก่อนรับพิจารณาและสั่งยุติปฏิบัติหน้าที่ เหตุให้โอกาสผู้ถูกร้องนำหลักฐานสู้ &amp;quot;พท.&amp;quot; โวยเอาเปรียบ ไร้สปิริต &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ยื่นขยายเวลาชี้แจงถือหุ้นวี-ลัค มีเดีย ครั้งที่สอง ยืดออกไปอีก 15 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 20 มิ.ย. นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมต่อสู้คดีหุ้นสื่อ 27 ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้พิจารณาจำหน่ายคดีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ขอให้วินิจฉัยว่า ส.ส.ทั้ง 27 คนของพรรค พปชร.ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากถือหุ้นสื่อ และขอให้ศาลไต่สวนว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอและมีมูลที่จะรับไว้วินิจฉัยหรือไม่ และหากศาลสั่งรับให้ไต่สวนว่าควรที่ศาลจะสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ โดยให้โอกาส ส.ส.ผู้ถูกร้องแสดงพยานหลักฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพลกล่าวว่า จากการตรวจสอบสำนวนพบว่า 66 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ยื่นเรื่องนี้ต่อประธานสภาฯ และประธานนำส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญ มีการทำเป็นหนังสือ จึงไม่ถูกต้องตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดไว้ในมาตรา 7 (5) และมาตรา 41 ว่าหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับการร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็น ส.ส.สิ้นสุดลง ต้องกระทำเป็นคำร้อง จึงเห็นว่าเมื่อการยื่นคำร้องไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก ก็สมควรว่าศาลจะจำหน่ายคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าทีมต่อสู้คดีหุ้นสื่อ 27 ส.ส.ของพรรค พปชร. กล่าวว่า ถ้าหากศาลเห็นว่าเรื่องดังกล่าวสามารถพิจารณาได้ ก็ขอให้ศาลมีการไต่สวน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นการไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนพิจารณาว่ารับหรือไม่รับ เพราะเรื่องนี้เป็นการยื่นมาโดยไม่มีหน่วยงานใดรวบรวมพยานหลักฐาน มีเพียงเอกสาร ทั้งที่วัตถุประสงค์ในการจดทะเบียนบริษัทของ 27 ส.ส.พรรค พปชร.ไม่เหมือนกัน โดยที่ทั้ง 27 คนไม่ได้มีโอกาสชี้แจง แต่อยู่ๆ ก็มีคนเอาเอกสารมาแล้วบอกว่าคุณผิด ซึ่งต่างจากกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ที่ถูกร้อง ซึ่งผ่านการชี้แจงโต้แย้ง และหอบเอกสารมาเป็นลังๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีดังกล่าวประชาชนไม่เข้าใจคิดว่าเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วไม่เหมือนกัน เพราะกรณีของ 27 ส.ส.ไม่ได้ผ่านกระบวนสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และการชี้แจงไม่มีเลย เราจึงต้องการเพียงโอกาสในการชี้แจง และถ้าหากศาลไต่สวนและรับเรื่องไว้พิจารณา ก็ให้ไต่สวนอีกเพื่อให้พิจารณา ควรจะสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ที่ทางพรรคขอเช่นนี้ เพราะพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 เพิ่งออกมาใหม่พร้อมกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ผ่านมาใช้ข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้กำหนด แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องของกฎหมายที่กำหนดวิธีพิจารณาคดีไว้ชัด ว่าอะไรที่ยื่นเป็นคำร้อง และอะไรยื่นเป็นหนังสือ ดังนั้นถ้าเราบอกว่าการยื่นคำร้องมันผิดแล้วมีการพิจารณาไป คำวินิจฉัยก็จะผิด&amp;quot; หัวหน้าทีมต่อสู้คดีหุ้นสื่อ 27 ส.ส.ของพรรค พปชร.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพลกล่าวว่า ในเมื่อกระบวนการผิด ก็ต้องทำให้ถูกต้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าทำอะไรไม่ได้เลย &amp;nbsp;และการขอไต่สวนก็เป็นการที่เราขอโอกาสพิจารณาคดีเหมือนของนายธนาธรเท่านั้นเอง ชื่อว่าคำร้องที่ทางพรรค พปชร.ยื่นจะมีผลเฉพาะตัวกับ 27 ส.ส.เท่านั้น ไม่ได้มีผลไปเอื้อให้กับ ส.ส.รายอื่นที่ถูกร้อง แต่ไม่ได้ยื่นคำขอไต่สวนหรือคุ้มครอง เว้นแต่ในประเด็นข้อกฎหมาย ถ้าศาลบอกว่าผิด ก็จะผิดไปทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร. กล่าวว่า การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้สั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ของ 27 ส.ส. หากศาลมีมติรับคำร้องไว้พิจารณา ซึ่งตามกฎหมายศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และหากจำไม่ผิด ศาลเคยมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวมาแล้วในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และต้องเข้าใจว่ากรณีการถือหุ้นสื่อของ ส.ส.พปชร. ต่างจากกรณีของนายธนาธร เนื่องจากนายธนาธรดำเนินกิจการสื่อจริง แต่ 27 ส.ส.ของพรรคเป็นเพียงการระบุวัตถุประสงค์การก่อตั้งบริษัทในใบบริคณห์สนธิตามระเบียบของกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกพรรค พปชร. เชื่อว่าการพิจารณาของศาลจะดูหลายอย่างประกอบ เพราะการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งและศาลรัฐธรรมนูญ มีวิธีพิจารณาแตกต่างกัน แต่มั่นใจว่ากระบวนยุติธรรมไม่มีสองมาตรฐาน และไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เราก็พร้อมยอมรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การยื่นให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ไม่ได้เป็นการเอาเปรียบนายธนาธร ตามที่โฆษกพรรคเพื่อไทยออกมาระบุ อย่างไรก็ตาม ก็ไม่กังวลกรณีว่าที่รัฐมนตรีของพรรคและพรรคร่วม อย่างนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ และ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ถูกยื่นตรวจสอบอาจเข้าข่ายคุณสมบัติ เพราะนายกรัฐมนตรีต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบอยู่แล้ว&amp;quot; รองโฆษกพรรค พปชร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยคุณสมบัติการถือครองหุ้นสื่อของ ส.ส.ที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ 41 ส.ส. ซึ่งมี ส.ส.ของพรรค ปชป.รวมอยู่ด้วยว่า ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะได้มีการเตรียมทีมกฎหมายไว้แล้ว โดยในส่วน ส.ส.ของพรรค ไม่มีใครเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อคดีอยู่ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ ต้องให้เกียรติ ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา ซึ่งพรรคเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และพรรคการเมืองที่ยื่นเรื่องร้องเรียนควรให้ความเคารพ อย่ากดดันศาล&amp;quot; โฆษกพรรค ปชป.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีพรรค พปชร.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้สั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ 41 ส.ส. เหมือนกับกรณีของนายธนาธรว่าฟังดูแล้วออกจะเป็นการเอาเปรียบและขาดสปิริตมากเกินไป ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมและยืนอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน เมื่อนายธนาธรถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ควรที่จะใช้หลักเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกันนี้กับ 41 ส.ส.พรรค พปชร. ที่ถูกยื่นคำร้องว่าขาดคุณสมบัติ เนื่องจากถือหุ้นในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ในการทำกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ เช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า ในความเป็นจริงแล้ว กรณีของนายธนาธร หากศาลรัฐธรรมนูญไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ในฐานะเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ที่มี ส.ส.จำนวนมากถึง 80 เสียง และยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วยนั้น ย่อมจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและเป็นประสิทธิภาพของระบบสภาผู้แทนฯ ที่ประชาชนแสดงเจตนารมณ์ผ่านการกาบัตรเลือกตั้ง โดยหลักแล้วนายธนาธรไม่สมควรถูกสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. แต่เมื่อศาล รธน.มีคำสั่งก็มิอาจปฏิเสธคำสั่งนั้นได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคแกนนำของฝ่ายค้าน จึงอยากจะทำความเข้าใจกับประชาชนว่า ขอให้ติดตามกรณีการคุ้มครองชั่วคราว 41 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เพื่อให้มีสถานะ ส.ส.อย่างใกล้ชิดว่า วันนี้คดีถือหุ้นสื่อของ ส.ส.และอีกหลายคดีที่ พล.อ.ประยุทธ์และ คสช.ถูกร้องเรียน มีความยุติธรรมหรือไม่ หรือยังเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา&amp;rdquo;โฆษกพรรค พท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้ส่งทีมกฎหมายมายื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอขยายเวลาในการส่งเอกสารคำชี้แจงกรณีถือหุ้นสื่อในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด เข้าข่ายทำให้ขาดคุณสมบัติความเป็น ส.ส.หรือไม่ ออกไปอีก 15 วัน นับจากวันที่ 8 ก.ค. ซึ่งเป็นวันครบกำหนด 30 วันที่ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ขยายเวลายื่นคำชี้แจงครั้งที่ 1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทีมกฎหมายให้เหตุผลถึงการขอขยายเวลาครั้งนี้ว่า เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารเท่านั้น ไม่ได้มีปัญหาอะไร รวมถึงมาตรวจสำนวนด้วยว่ามีความคืบหน้าอย่างไรหรือไม่ ซึ่งเมื่อยื่นคำร้องแล้วต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะอนุญาตให้ขยายเวลาตามที่มีการขอหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การยื่นขอขยายเวลาครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยอนุญาตให้ขยายเวลามาแล้วครั้งหนึ่งเป็นเวลา 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 8 ก.ค. หากศาลรัฐธรรมนูญอนุญาต จะเท่ากับว่านายธนาธรยืดเวลายื่นคำชี้แจงออกไป 45 วัน รวมกับ 15 วันที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ยื่นคำชี้แจงตามขั้นตอน ก็จะทำให้นายธนาธรมีเวลาทำคำชี้แจงนานถึง 60 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องของ กกต.ไว้วินิจฉัยเมื่อวันที่ 23 พ.ค. และสั่งให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39071</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหุ้นสื่อ, พปชร., ร้องศาลจำหน่ายคดีหุ้นสื่อ, ส.ส.ถือหุ้นสื่อ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b901d9f5a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
