<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวถกงบ65ไม่แพ้ซักฟอก ยื่นศาลปค.เงินกู้ผิดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สภาลุยถกงบประมาณปี 2565 ตามกำหนดเดิม พ่นน้ำลายยาวตั้ง 9 โมงเช้าถึงตีหนึ่ง ตั้งแต่ 31 พ.ค.ถึง 2 มิ.ย. เพื่อไทยตีปี๊บจัดให้เหมือนน้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ นำร่อง 28 พ.ค.ขนทีมเศรษฐกิจพรรคเฟซบุ๊กไลฟ์ชำแหละประเดิม &amp;ldquo;ธีระชัย&amp;rdquo; ร้องศาลปกครอง พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้าน และ 7 แสนล้าน ผิดรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ที่ 24 พ.ค. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างวันที่ 27-28 พ.ค. จะมีการพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก) จำนวน 2 ฉบับ คือ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 และ พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 โดยวันที่ 27 พ.ค. ประชุมตั้งแต่เวลา 09.30 น. ถึงเที่ยงคืน และวันที่ 28 พ.ค. แบ่งเวลาฝ่ายละ 9 ชั่วโมง โดยในส่วนของรัฐบาลรวมเวลาให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงด้วย
นายวิรัชกล่าวว่า ส่วนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 เป็นไปตามกำหนดเวลาเดิม คือวันที่ 31 พ.ค. - 2 มิ.ย. โดยทุกอย่างยังต้องเดินหน้า แต่ต้องหามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเมื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบปี 65 ในวาระแรกเสร็จแล้ว ในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) คงไม่มีปัญหา เนื่องจากได้เตรียมห้องประชุม กมธ.และสถานที่ต่างๆ สำหรับผู้มาชี้แจงไว้หมดแล้ว
สำหรับกรณีฝ่ายค้านประกาศไม่รับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 65 นั้น นายวิรัชกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ฝ่ายค้านก็มักอภิปรายไม่เห็นด้วย แต่รัฐบาลก็จะทำหน้าที่ในส่วนรัฐบาล ถือเป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่าย หากสงสัยประเด็นใด รัฐบาลก็ต้องชี้แจง
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงผลการประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อเตรียมอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ว่าจะใช้เวลาอภิปรายทั้งหมด 47 ชั่วโมง 30 นาที แต่ละวันจะเริ่มประชุมตั้งแต่ 09.00-01.00 น. รัฐบาลและฝ่ายค้านได้เวลาอภิปรายฝ่ายละ 22 ชั่วโมง ส่วนที่เหลือ 3.30 ชั่วโมง เป็นของประธานที่ประชุม สำหรับแนวทางการอภิปรายนั้นจะผ่อนคลายให้สมาชิกสามารถถอดหน้ากากอนามัยในการอภิปรายได้ แต่ต้องมาอภิปรายบริเวณโพเดียมที่สภาจัดไว้ให้ในห้องประชุม ส่วนการฉีดวัคซีนให้ ส.ส.นั้น ประธานสภาเห็นควรให้ ส.ส.ฉีดวัคซีน แต่ไม่บังคับ ให้เป็นไปด้วยความสมัครใจ โดยจะมีการตั้ง กมธ.วิสามัญ 64 คน ลดจำนวนลงจากครั้งที่แล้ว เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด ประกอบด้วย ครม. 16 คน, พรรคเพื่อไทย 13 คน, พรรคพลังประชารัฐ 12 คน, พรรคภูมิใจไทย 6 คน, พรรคก้าวไกลและพรรคประชาธิปัตย์ พรรคละ 5 คน ส่วนพรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเศรษฐกิจใหม่, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, พรรคเพื่อชาติและพรรคพลังท้องถิ่นไท พรรคละ 1 คน การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบรายจ่ายปี 2565 ครั้งนี้ จะเป็นน้องๆ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดิน 2565 พรรคจะเดินหน้าตรวจสอบไม่แพ้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเม็ดเงินส่วนใหญ่ยังเป็นไปเพื่อ 1.ปกป้องพวกพ้อง ทอดทิ้งประชาชน 2.ไม่จัดลำดับความสำคัญของปัญหา 3.ไม่สนใจทุกข์ร้อนของประชาชน และ 4.ไม่มีวิสัยทัศน์ในการจัดสรรงบประมาณ
&amp;ldquo;ในวันที่ 28 พ.ค. พรรคจะจัดเวทีวิพากษ์การจัดสรรงบ และถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กพรรค โดยทีมเศรษฐกิจของพรรคจะเจาะลึกให้เห็นถึงโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณในภาวะวิกฤติที่บิดเบี้ยว เอื้อผลประโยชน์กับพวกพ้อง นำโดย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง, นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค และนายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียน รวมถึงทีมเศรษฐกิจพรรค&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาสะท้อนในสภา โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2565 ที่ต้องปรับปรุงแก้ไขให้ทันสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด จะตรวจสอบงบรายจ่ายให้จัดสรรถึงประชาชนได้ดีกว่านี้
ขณะเดียวกัน นายอนุชา บูรพชัยศรีโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะที่ปรึกษา และรองนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามภาพรวมของการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ว่าที่ประชุมไม่ได้พูดถึงเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท เพราะรายละเอียดเรื่องดังกล่าว รมว.การคลังจะเป็นผู้ชี้แจง โดยเป็นการหารือภาพรวมแบบกว้างๆ โดยเฉพาะประเด็นเยียวยาประชาชนในอดีตเพื่อนำมาพิจารณาต่อยอดโครงการเยียวยาที่กำลังมีขึ้น ที่ประชุมยังได้หารือถึงเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2565 ที่จะเข้าสภาวันที่ 31 พ.ค. - 2 มิ.ย. โดยเน้นที่ประเด็นการชี้แจงเรื่องการจัดสรรงบประมาณที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาด โควิด-19 และยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน กล่าวถึง พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท ว่า เดี๋ยวคงมีการชี้แจง ไม่นานหรอก ไม่เงียบหรอก ถึงเวลาก็ต้องชี้แจง
วันเดียวกัน นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.การคลัง พร้อมด้วยคณะแกนนำกลุ่มสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย เดินทางมายื่นฟ้อง ครม.ต่อศาลปกครองสูงสุด ให้พิจารณาและมีคำสั่งเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้ออกร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.&amp;hellip; วงเงินไม่เกิน 7 แสนล้านบาท และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2563 ที่มีมติเห็นชอบ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา พ.ศ.2563 หรือ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท
&amp;quot;การใช้เงินจำเป็นต้องดำเนินการไม่ให้ผิดรัฐธรรมนูญ หากปล่อยให้มีการออก พ.ร.ก.ที่ผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ สุดท้ายประชาชนก็ไม่ได้เงินอยู่ดี เพราะจะมีคนทักท้วงได้ เเละมีปัญหาในภายหลัง จึงมาขอให้ศาลพิจารณายกเลิกมติดังกล่าว การนำเสนอร่างกฎหมายที่ผิดรัฐธรรมนูญอาจเข้าข่ายเป็นความผิด มาตรา 112 โดยตรง และในอนาคตการทำสัญญาเงินกู้ของรัฐบาลกับหน่วยงานต่างๆ อาจมีปัญหา หากมีการหยิบยกเป็นประเด็นโต้แย้งว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติกฎหมายเงินกู้ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายละเมิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ถ้ารัฐบาลยังยืนกรานว่า การออก พ.ร.ก.เงินกู้ถูกต้องแล้ว จะเดินหน้าต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104044</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 แสนล้าน, งบประมาณปี 2565, พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้าน, ร้องศาลปกครอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abb3ea6317d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่‘ตู่’หลังสงกรานต์ จตุพรเตรียมนัดทุกสีเสื้อ‘บช.น.’จ่อฟัน112ถือป้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ให้ กห.สอบ &amp;quot;ร.ท.&amp;quot; โพสต์หนุนแอมมี่ ย้ำทหารต้องมีวินัย &amp;quot;นครบาล&amp;quot; เล็งดำเนินคดีมวลชนร่วมม็อบ 24 มี.ค.อีก 10 คน ถือป้ายผิด ม.112 &amp;quot;ภาคีนักกฎหมายฯ&amp;quot; ร้องศาลปกครองสั่งตร.หยุดใช้กำลังกับผู้ชุมนุม พร้อมเลิกนำแบริเออร์-ลวดหนามสกัดเคลื่อนไหว &amp;quot;โฆษก ยธ.&amp;quot; เผย &amp;quot;รุ้ง&amp;quot; ไม่ได้อดข้าวเหมือนเพนกวิน &amp;quot;จตุพร&amp;quot; นัดพรรคการเมือง-ปชช.ทุกกลุ่มหลังสงกรานต์ร่วมออกไล่นายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีทหารยศ ร.ท. สังกัดสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก แสดงความเห็นในเฟซบุ๊กสนับสนุนการกระทำของแอมมี่ ผู้ต้องหาทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ว่า กำลังตรวจสอบอยู่ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย โดย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ได้สั่งการไปแล้ว ขอให้มีการตรวจสอบว่าทำไมถึงโพสต์ และถ้าไม่ได้โพสต์แล้วใครไปโพสต์ ซึ่งหาหลักฐานได้ทั้งหมด เทคโนโลยีตามได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลักเกณฑ์และข้อห้ามในการโพสต์ข้อความลงโซเชียลนั้น จะเป็นทหารหรือไม่ใช่ทหาร ก็ใช้กฎหมายเดียวกัน เพียงแต่ทหารมีวินัยทหารอยู่ด้วย ถ้าร้ายแรงก็เป็นอาญา&amp;quot; นายกฯ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เราไม่ได้ปิดกั้นการแสดงออกทางความคิดของทหาร แต่การแสดงออกผ่านโซเชียลหรือสังคมให้ใช้ดุลพินิจ เนื่องจากเป็นข้าราชการ การโพสต์ข้อความอะไรต้องไม่กระทำการเป็นลบกับองค์กรหรือการเป็นข้าราชการที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.วีรยุทธ์ น้อมศิริ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า ในการประชุมสภากลาโหมที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน กำชับเรื่องการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจําการ 2564 ในเดือนเมษายน ขอให้ดูเรื่องทัศนคติของผู้สมัครที่มีต่อสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกลุ่มแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ตั้งเวทีปราศรัยบริเวณแยกราชประสงค์วันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ทางทีมงานสืบสวนสอบสวน บช.น. ได้ถอดเทปแกนนำผู้ที่ปราศรัยทั้ง 11 คน ถ้าบุคคลหนึ่งบุคคลใดมีข้อความที่ผิดกฎหมาย มีข้อความที่ผิดตามมาตรา 112 ก็จะถูกดำเนินคดีเป็นรายๆ ไป นอกจากนี้ ทีมงานสืบสวนสอบสวนก็จะดำเนินการประสานกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อเอาผิดกับคนที่โพสต์ข้อความชักชวนให้มีการร่วมชุมนุมในทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการเตรียมดำเนินคดีกับบุคคลที่ถือป้ายข้อความที่เป็นความผิดตามมาตรา 112 อีก 10 คน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิสูจน์ตัวบุคคล ถ้าพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ก็จะดำเนินการออกหมายเรียกมาดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการดำเนินคดีกับแกนนำที่ขึ้นปราศรัยทั้ง 11 คนในคดี ม.112 เพื่อความรอบคอบในการดำเนินคดี เรามีทีมงานประกอบด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงระดับรองผู้บัญชาการในการถอดเทปครั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำอย่างตรงไปตรงมา&amp;quot; พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการติดตามตัวเพื่อนสาวคนสนิทของนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ โฆษก บช.น.กล่าวว่า อยู่ระหว่างการติดตามอย่างกระชั้นชิด เพราะที่ผ่านมาคลาดได้ตัวเพียงนิดเดียว แต่ยังอยู่ในไทย อย่างไรก็ตาม มีผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดี ม.112 ที่ร่วมกันชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนีได้หลบหนีไปยังประเทศมาเลเซียแล้ว 1 คน
ขอศาลสั่ง ตร.เลิกขวางม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่ม Wevo ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2564 ที่ห้างเมเจอร์ฯ รัชโยธิน วันเดียวกับเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม REDEM หน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก และไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขัง โดยคำร้องมีเนื้อหารายละเอียดขอให้ศาลเรียกพนักงานสอบสวนและผู้ต้องหามาไต่สวนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการยื่นคำร้องแล้ว ศาลเห็นควรให้เบิกตัวนายปิยรัฐ ผู้ต้องหาที่ 1 จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และหมายเรียกพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน มาศาลเพื่อไต่สวนคำร้องร่วมกัน ในวันที่ 31 มี.ค. เวลา 10.00 น. ซึ่งเมื่อศาลไต่สวนทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ก็จะมีคำสั่งอนุญาตให้นายปิยรัฐได้ประกันตัวหรือไม่ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน นำโดยนางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.), น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นักกิจกรรมทางการเมือง แนวร่วมกลุ่มราษฎร พร้อมด้วยตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ด้านหน้าอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2563 ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.), ผบช.น.และ ผบ.ตร. ยุติการใช้กำลังจัดการการชุมนุมที่เกินสมควรแก่เหตุกับผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรและกลุ่มผู้ชุมนุมอื่นๆ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการละเมิดเสรีภาพการชุมนุมผู้ฟ้องคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอังคณากล่าวว่า ในวันดังกล่าวตนเดินทางไปเพื่อจะเข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมาธิการที่รัฐสภา และได้มีการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง โดยได้รับคำยืนยันว่าสามารถเดินทางเข้าอาคารได้ การจราจรปกติ ซึ่งตนเดินทางไปก่อนที่การชุมนุมจะเริ่ม ก็พบว่ามีการปิดกันเส้นทางแล้ว เมื่อเจรจากับเจ้าหน้าที่ขอเปิดช่องทางเล็กๆ เพื่อผ่านเจ้าหน้าที่ก็ไม่รับฟัง และมีการขู่ว่าหากเข้าใกล้แนวกั้นก็จะทำการฉีดน้ำ ใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุที่เพิ่งมาฟ้องส่วนหนึ่งเพราะหลายๆ คนกังวล หวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยว่าจะถูกแก้แค้นหรือไม่ถ้ามาฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจริงๆ ควรมีกลไกตรวจสอบการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และเราพบว่าหลังจากวันที่ 17 พ.ย.63 เจ้าหน้าที่เองก็ใช้กำลังมาโดยตลอด&amp;quot; นางอังคณากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ชลธิชากล่าวว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อผู้ชุมนุมที่ผ่านมา ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายการชุมนุม แต่กลับใช้กฎหมายมาดำเนินคดีกับพวกเรา ทั้งกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุม และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยสิ่งที่เกิดขึ้นคือเจ้าหน้าที่ได้พยายามขัดขวางการชุมนุมด้วยการใช้แท่งแบริเออร์และลวดหนามมาสกัดผู้ชุมนุมไว้ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเจรจา ซึ่งขัดกับมาตรฐานสากล ที่จะต้องมีการเปิดพื้นที่ให้มีการเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายวิชาการ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ แถลงความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการประมวลข้อเท็จจริงในการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัลลภกล่าวว่า จากการตรวจสอบประเด็นเรื่องจดหมายของนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่ม?ราษฎร? เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการโพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งนายอานนท์เกรงว่าจะได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต พบว่าช่วงเวลาไทม์ไลน์มีความสอดคล้องกัน แต่มีการอธิบายความที่แตกต่างกัน โดยเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนการตรวจเชื้อโควิด-19 ภายในเรือนจำ แต่ผู้ต้องขังปฏิเสธการตรวจ จึงทำให้ต้องมีการแยกขังตามมาตรการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การตรวจสอบจดหมายซึ่งมีหลายเส้นบรรทัด จากการสืบเสาะของคณะกรรมการพบจดหมายดังกล่าวคือด้านหลังของเอกสารคำร้องขอไต่สวนหรือที่เรียกกันว่าใบคำฟ้อง ซึ่งผู้ต้องขังจะมีติดตัวอยู่ หรืออาจได้รับจากทนายที่ศาล ไม่ได้เป็นหนังสือหรือกระดาษของทางเรือนจำ อีกทั้งเจ้าตัวยังเป็นทนายความซึ่งอาจมีการพกพาเอกสารดังกล่าวเข้ามาตรวจสอบในการต่อสู้คดีได้ จึงคาดว่าจะขอมาตอนขึ้นศาลก่อนเขียนส่งให้บุคคลอื่นไปโพสต์
นัดหลังสงกรานต์ไล่บิ๊กตู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันว่าภายในเรือนจำไม่มีกระดาษลักษณะนี้ ส่วนจะเป็นบุคคลใดที่นำข้อมูลดังกล่าวไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และเนื่องจากเรื่องดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหาย ทางกองกฎหมาย กรมราชทัณฑ์ ได้ไปแจ้งต่อ ปอท.เพื่อสืบหาผู้กระทำความผิดแล้ว&amp;quot; นายวัลลภกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า ส่วนที่มีการโพสต์ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร? เตรียมอดอาหารเป็นเพื่อนเพนกวินนั้น จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ปนัสยายังทานอาหารปกติ ไม่ได้มีการอดอาหารแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีการเสวนา ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย มีนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535, นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอรัปชัน, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, นายนคร มาฉิม อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และตัวแทนภาคประชาชนหลายภาคส่วน ร่วมรับฟังพร้อมเสนอข้อเสนอแนะต่างๆ ทางการเมือง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้พบการจาบจ้วงสถาบัน แต่กลับไม่มีใครปกป้องสถาบันเลย ทำให้สงสัยว่ามีทฤษฎีสมคบคิดอะไรหรือไม่ ขอทำภารกิจอีกครั้งหาก พล.อ.ประยุทธ์ออกไปพร้อมจะยุติบทบาท แต่ไม่ใช่การทำม็อบ เพียงแต่ขอเรียกร้องสังคม อยากเห็นความสามัคคีประชาชน พล.อ.ประยุทธ์หรือเครือข่าย 3 ป. หากทำดีขอให้อยู่ตายคาเก้าอี้ไปเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บัดนี้ได้เวลาแล้วที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าต้องสลายความเป็นสีเสื้อ แล้วมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวในนามสามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย เพื่อปลดชนวนความขัดแย้งและความรุนแรง ด้วยการไล่ พล.อ.ประยุทธ์ลงจากอำนาจตามแนวทางสันติวิธี และมีอารยะ แล้วร่วมกันสร้างสังคมใหม่ที่ไม่มีฝักฝ่ายให้เกิดความปรองดองสามัคคีของคนในชาติ ภายใต้พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;quot; ประธานญาติวีรชนพฤษภากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจตุพรกล่าวว่า นับแต่ยึดอำนาจ 22 พ.ค.2557 เป็นต้นมา คนไทยตกอยู่ในสภาพถูกแบ่งแยกแล้วปกครอง สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยบอกว่าจะปฏิรูปประเทศ ทำให้คนไทยเกิดความสามัคคี การแก้ไขรัฐธรรมนูญล้วนทำไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์คือภัยของชาติอย่างแท้จริง วางแผนการสืบทอดอำนาจแยบยล มีศิลปะมากกว่ารุ่นพี่ทั้งหลาย ทุกอย่างต้องเอาเปรียบคนไทย หากยังอยู่ในอำนาจอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ได้เวลาแล้วหรือยัง ควรออกมาจัดการกับประยุทธ์ ความเสียหายจากเรื่องต่างๆ มากมาย เรียกร้องพรรคการเมืองที่บอกว่ารัฐธรรมนูญต้องการแก้ไข ต้องแสดงความรับผิดชอบ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ถอนตัวออก ประเทศก็ไม่เกิดวิกฤติ ไม่รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์กล้าหรือไม่ วันนี้ชัดเจน สิ่งที่ประชาธิปัตย์ใช้เป็นข้ออ้างไม่สำเร็จ นักการเมืองเล่นละครกันอย่างไรประชาชนไม่ได้ขำด้วย หลังสงกรานต์หากทุกคนเห็นด้วย ก็มาร่วมกันจัดการประยุทธ์ เมื่อไม่มีประยุทธ์ เชื่อว่าจะได้รัฐธรรมนูญ เหมือนไม่มีสุจินดา พอออกไปก็แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ไม่มีประยุทธ์ก็จะได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเหมือนกัน&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจเรื่องจุดต่างม็อบ 3 นิ้วในพม่ากับไทย ระหว่างวันที่ 22-25 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 97.7 ระบุในพม่าความรุนแรงและการสูญเสียชีวิตของประชาชนมาจากเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ในประเทศไทยม็อบ 3 นิ้วเป็นผู้เริ่มทำผิดกฎหมาย ใช้ความรุนแรง ระเบิดปิงปอง ระเบิดเพลิง เผาทรัพย์สินจากเงินภาษีของประชาชนและใช้ความรุนแรง ทำร้ายสถาบันหลักของชาติและทำลายจิตใจของผู้อื่นผู้ศรัทธาจงรักภักดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจ ส่วนใหญ่ร้อยละ 84.6 มีความเห็นว่า ถ้าตำรวจไม่จัดการเด็ดขาดกับม็อบ ม็อบจะทำตัวเหนือกฎหมาย ใช้ระเบิด ไม่ใช้สันติวิธี ม็อบคุกคามผู้อื่น เบียดเบียนผู้อื่น เผาทำลายทรัพย์สินส่วนรวมเงินภาษีของประชาชน ทำบ้านเมืองวุ่นวาย ซ้ำเติมวิกฤติทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนมากขึ้นไปอีก แนะให้ชุมนุมในที่ที่สงบ ไม่กระทบการเดินทางผู้อื่นของผู้เห็นต่าง มีเพียงร้อยละ 15.4 ระบุตำรวจไม่ควรจัดการม็อบด้วยความรุนแรง เพราะจะทำให้เกิดความรุนแรงบานปลาย เข้าทางขบวนการปลุกปั่นให้คนไทยในชาติแตกแยก เข้าทางพวกต้องการโหมไฟทำลายล้างประเทศชาติบ้านเมือง และคนในม็อบบางคนถูกยั่วยุเข้าร่วมม็อบด้วยความรู้ไม่เท่าทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ที่นำธงชาติไทยแต่ไร้แถบสีน้ำเงินมากระทำการในลักษณะไม่สมควร เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 64 และบริเวณคณะวิจิตรศิลป์ มช. ตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ.2522.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97401</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารต้องมีวินัย, ภาคีนักกฎหมาย, ม.112, ร้องศาลปกครอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605de621412ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฤษฎีกาไม่รับเรื่องสรรหาเลขาสกสค.เหตุศาลปกครองรับไว้และไต่สวนแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14มิ.ย.62-&amp;nbsp;คกก.กฤษฎีกา มีมติไม่รับที่จะวินิจฉัย กรณีสรรหาเลขาฯ สกสค. เหตุศาลปกครองได้มีหมายเรียกให้ผู้ฟ้องและผู้ถูกฟ้องไปแถลงด้วยวาจาแล้ว &amp;nbsp;&amp;quot;อรรถพล .&amp;quot; ลั่น มีเอกสารยืนยันเรื่องร้องในทุกประเด็น &amp;nbsp;มั่นใจ จะมีการเพิกถอนคำสั่งตั้ง เลขาฯ สกสค.


นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (รองปลัด ศธ.) กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. ให้ไปชี้แจงต่อศาลปกครองกรณีที่นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ. ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ สกสค.) ได้ยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครอง เพื่อขอให้มีการคุ้มครองฉุกเฉิน และเพิกถอนมติที่ประชุมคณะกรรมการ สกสค.ครั้งที่ 5/2562 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2562 และคำสั่งคณะกรรมการ สกสค.ที่ 2/2562 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2562 ที่ตั้งนายณรงค์ แผ้วพลสง ผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นเลขาฯ สกสค. ซึ่งตนได้แถลงต่อศาลว่าการสรรหาตำแหน่งเลขาฯ สกสค. และตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. เป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนของกฏหมาย ทุกอย่าง ไม่มีการกลั่นแกล้ง หรือมีอคติ เช่นเดียวกับการไปชี้แจงต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา กรณีที่ ศธ.ได้ส่งเรื่องให้ช่วยตีความในประเด็นการสรรหาเลขาธิการ สกสค. และผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. ตนก็ได้ยืนยันเรื่องนี้เช่นกัน


ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า ตนในฐานะผู้ร้องได้ไปแถลงต่อศาล ถึงข้อผิดพลาดที่มิชอบด้วยกฏหมายใน 10 ประเด็น ซึ่งในแต่ละประเด็น มีข้อมูลเอกสารหลักฐานที่ชี้ให้เห็นนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ.ใช้อำนาจไม่ถูกต้อง โดยในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ ศาลปกครองได้นัดทั้ง 2 ฝ่ายไต่สวนอีกครั้ง &amp;nbsp;ก่อนจะตั้งองค์คณะเพื่อพิจารณาคดีภายใน 7 วัน ทั้งนี้ &amp;nbsp; คาดว่าศาลจะตัดสินได้ไม่เกินกลางเดือน กรกฎาคมนี้ เพราะตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน มีเอกสารยืนยันในสิ่งที่ตนร้องในทุกประเด็น &amp;nbsp; และตนมั่นใจว่าสุดท้ายแล้วจะมีการเพิกถอนคำสั่งแน่นอน&amp;nbsp;
ส่วนการยื่นเรื่องเพื่อฟ้องต่อศาลอาญาทุจริต ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน เบื้องต้นมีผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกระทำความผิดอาญาชัดเจนแล้วไม่ต่ำกว่า 3 รายที่เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ สกสค.ในวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2562 และภายในสัปดาห์หน้าน่าจะไปยื่นฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องต่อศาลได้ สำหรับกรณีที่ ศธ.ได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความประเด็นการสรรหารเลขาฯ สกสค. และผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.นั้น ตนได้เดินทางไปชี้แจงถึงข้อผิดพลาดดังกล่าวด้วยเช่นกัน และล่าสุดคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ได้มีมติไม่รับที่จะวินิจฉัยเรื่องนี้แล้ว เนื่องจากเห็นว่าศาลปกครองได้มีหมายเรียกให้ผู้ฟ้องและผู้ถูกฟ้องไปแถลงด้วยวาจาแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38522</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสรรหาเลขาสกสค., คณะกรรมการกฤษฎีกา, นายอรรถพล ตรึกตรอง, ประเสริฐ บุญเรือง, ร้องศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc18a6dd8cfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มรักษ์ต้นไม้ร้องศาลปกครองสั่งรฟม.-อิตาเลียนไทยระงับตัดรื้อย้ายต้นไม้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.61 - ที่ศาลปกครองกลาง เครือข่ายประชาชนรักษ์ต้นไม้ และชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ &amp;nbsp;นำโดยน.ส.ช่อผกา วิริยานนท์ &amp;nbsp;นางอรยา สูตะบุตร นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด &amp;nbsp;เข้ายื่นฟ้องรฟม. &amp;nbsp;และบริษัทอิตาเลียนไทย ดิเวลล๊อปเมนต์ จำกัด มหาชน ต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้มีคำสั่งให้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัทอิตาเลียนไทย รวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้องหยุดการตัด ย้าย หรือการกระทำใด ๆ ต่อต้นไม้ที่อยู่ในแนวการก่อสร้างรถไฟฟ้า 11 สายในกรุงเทพมหานคร จนกว่าจะได้มีการปฏิบัติถูกต้องตามหลักวิชาการ กฎหมายที่ชัดเจน &amp;nbsp;โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม และขอให้ศาลมีคำสั่งให้รฟม. ผู้รับเหมา นำต้นไม้ชนิด ประเภท และขนาดเดียวกันกับที่ตัดโค่น ทำลาย หรือขุดล้อม ย้ายออกไป กลับคืนมาปลูกในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับจุดเดิม &amp;nbsp;หากต้นไม้ที่ย้ายไปตายไปแล้วก็ให้มีการซื้อหามาปลูกทดแทนให้มากขึ้นเป็น10 เท่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ จรรยา ในฐานะผู้รับมอบอำนาจในการฟ้องคดี กล่าวว่า เนื่องมาจากบริษัทอิตาเลียนไทยได้รับสัมปทานก่อกสร้างโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต -สะพานใหม่ - คูคต &amp;nbsp;โดยเมื่อต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาได้มีการตัดต้นไม้บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 14 ต้นอย่างผิดวิธีและไม่ได้มีการขออนุญาตในการตัดจากกรุงเทพมหานคร ถือว่าเป็นการกระทำขัดต่อพ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง 2535 พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535 รวมถึงรัฐธรรมนูญหลายมาตรา &amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ- รังสิต ก็มีตัดและล้อมย้ายไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ &amp;nbsp;ทำให้เกิดความเสียหายและเมื่อนำไปแล้วก็ไม่มีการบำรุงรักษาจนต้นไม้ทยอยยืนแห้งตาย &amp;nbsp;ประกอบกับไม่มีความชัดเจนว่าเมื่อก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าแล้วเสร็จจะมีการนำต้นไม้เดิมกลับมาปลูก หรือปลูกอื่นทดแทนในจำนวนเท่าเดิมก่อนการก่อสร้างหรือไม่ &amp;nbsp;จึงเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมากจึงต้องฟ้องต่อศาลปกครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.ช่อผกา กล่าวว่า การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในประเทศอื่นๆ ล้วนมีการรักษาต้นไม้ใหญ่ ให้อยู่คู่กับเมือง ดังนั้นคนกรุงเทพจึงไม่จำเป็นต้องเลือกหรือแลก แต่เราสามารถมีได้ทั้งความเจริญจากรถไฟฟ้าและเครื่องฟอกอากาศธรรมชาติจากต้นไม้ในเมือง ก่อนหน้านี้เครือข่ายต้นไม้ในเมืองได้เคยร้องเรียนเรื่องการตัดต้นไม้ผิดวิธีในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ ไปยังกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;จนเกิดการนำนักวิชาการด้านการล้อมต้นไม้มาให้ความรู้กับผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทุกราย แต่เพียง 2 เดือนถัดมาบริษัทอิตาเลียนไทย ก็ตัดต้นไม้ผิดวิธีที่หน้าม.เกษตร แสดงให้เห็นว่าทั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างและรฟม.เจ้าของสัมปทานยังไม่มีแนวปฏิบัติต่อต้นไม้ในเมืองที่ถูกต้องดีพอ &amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้อำนาจศาลคุ้มครองต่อการกระทำหรือการใช้อำนาจของรฟม. และบริษัทอิตาเลียนไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4788</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดต้นไม้, ม.เกษตรศาสตร์, รักษ์ต้นไม้, ร้องศาลปกครอง, อิตาเลียนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa6168aa47bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
