<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แหม่ม สุริวิภา&#039;จวกเขตลาดพร้าว  ร้องเรียนมา 10 ปี แต่ล้มเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทนมาเป็น 10 ปี ล่าสุดพิธีกรคนเก่ง แหม่ม-สุริวิภา กุลตังวัฒนา ทนไม่ไหวแล้ว ได้ออกมาโพสต์ระบายความในใจ หลังประสบปัญหาข้างบ้านปล่อยหมาออกมาเห่ายามวิกาลมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้ทำการแจ้งเรื่องไปทางเขตลาดพร้าวแล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งแหม่ม สุริวิภา ได้โพสต์ภาพข้อความว่า &amp;ldquo;ความศรัทธาและเชื่อในระบบของการร้องเรียน ในความเดือดร้อนที่ข้างบ้านปล่อยหมา ออกมาเห่าในยามวิกาล เป็นเวลาเกือบ 10 ปี ที่ร้องขอความช่วยเหลือ ผลลัพธ์ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เรายังนอนไม่ได้ หมายังเห่าเหมือนเดิม ดูเหมือนระบบของเขตลาดพร้าว ระบบของ กทม. ระบบของตำรวจ ที่เราร้องเรียนไป ล้มเหลวค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระบบการร้องเรียนไม่มีอยู่จริง ไม่เหลือแล้วซึ่งความศรัทธา เราคงต้องหาทางขายบ้าน หนีไป คำถามคือ จะต้องหนีแบบนี้อีกกี่ครั้ง แล้วเราจะมีระบบของการร้องเรียน ของหน่วยงานที่บอกมาเพื่อ..??? เพราะเจ้าของบ้านที่หน่วยงานเหล่านี้ไปคุย เค้าฟังภาษามนุษย์ไม่รู้เรื่อง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมกันนี้ยังได้ระบุข้อความว่า &amp;ldquo;ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ถึงมีข่าวทะเลาะกันระหว่างข้างบ้าน ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมถึงมีข่าวการยิงกัน ข่าวยิงหมา ข่าววางยาหมา เพราเขาเหล่านั้นคงหมดความอดทน ...เราคง...?????ต้องทำไง????&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้โพสต์คลิปซึ่งถ่ายจากในห้องนอนในตอนกลางคืน &amp;nbsp;โดยมีเสียงหมาเห่าเป็นระยะๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เสียงนี้จากห้องนอนของเราค่ะ เป็นแบบนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จาก4 ทุ่มครึ่ง จนถึง 6 โมงเข้าแบบนี้ทุกวัน เรายังพึ่งระบบแจ้งความ ระบบแจ้งผอ.เขตลาดพร้าวได้หรือไม่ เรายังพึ่งการแจ้งกทม. มั้ยคะ หรือเราเสียภาษีเปล่าประโยชน์ ระบบไหนจะช่วยได้ เราหมดแล้วซึ่งหนทาง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม mamsurivipa&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90660</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร้องเรียน, หนูแหม่ม สุริวิภา, เขตลาดพร้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600a80d1eddb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 20:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักธุรกิจร้องกมธ.ปปช.ถูกอ้างเป็นดีเอสไอเรียกเงิน28ล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.63-คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ได้รับการร้องเรียนจากกรณีเป็นผู้เสียหายจากการถูกกลุ่มที่อ้างตัวว่า เป็นเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคใต้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภาค 8 ร่วมกันเรียกร้องสินบน 28 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่นๆอีกรวมเกือบ 100 ล้านบาท &amp;nbsp;โดยอ้างว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้พนักงานอัยการพิเศษสั่งไม่ฟ้อง และมีคำสั่งรอลงอาญาเกี่ยวกับการให้คนต่างด้าวประกอบการด้วยเหตุผลพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจารึก ศรีอ่อน รองประธาน กมธ.ป.ป.ช. สอบถามถึงปัญหาดังกล่าว โดยน.ส.เอื้อมพรและนายคริสตอฟให้ข้อมูลว่าโดนบุคคลกลุ่มหนึ่งอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กองปฏิบัติคดีพิเศษภาค 8 ดีเอสไอ มาเรียกรับเงินหลังจากที่ได้เข้ามาลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โครงการซีดีแอนด์พี อ.สมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;อย่างถูกต้องและมีการรเสียภาษีเรียบร้อย จึงได้แจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลพระยาไกรเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจารึก ระบุว่า ทางกรรมาธิการฯ จะเชิญดีเอสไอที่เป็นเจ้าของสำนวน รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มว่าการกระทำแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ คดีมีความสำคัญต้องนำเข้าดีเอสไอหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องจริงก็จะนำคนผิดมาลงโทษ การกระทำดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมาย และจะต้องโดนข้อหากรรโชกทรัพย์ เพราะหน้าที่ของ กมธ.ป.ป.ช. มีหน้าที่ดูแลและสร้างความยุติธรรมให้กับประชาชน โดยผู้สียหายจากกระบวนการเรียกรับเงิน จะต้องได้รับการคุ้มอย่างเต็มที่ และจะขอสอบสวนเพิ่มเติม รวมทั้งหน่วยงานราช จะต้องให้ความเป็นธรรมกับชาวต่างชาติที่มาลงทุนในประเทศไทยอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86444</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., ดีเอสไอ, นักธุรกิจ, ร้องเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd0cd6e2a6a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หญิงหน่อย&#039;ขู่!ม็อบอาจไปเยือนหากรัฐไม่สนใจปัญหาผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.63-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ตลาดจตุจักร เพื่อพบปะและรับฟังปัญหาความเดือดร้อน จากกลุ่มสหกรณ์ผู้ค้า และผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร ซึ่งมีผู้เช่าอยู่ประมาณ 10,300 แผง ขณะที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. มีแผนพัฒนาและลงทุนในพื้นที่และ ให้ กทม.เป็นผู้บริหารจัดการแผงค้าขาย ต้องส่งเงินให้ รฟท. ราว 169 ล้านบาทต่อปี โดยให้กทม.คิดค่าเช่า 900 บาท, 1,400 บาท และ1,800 บาท ต่อแผงต่อเดือน ตามแต่ละโครงการ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยผู้ค้าบางส่วนได้จ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยไปแล้ว แต่บางส่วนยังไม่ได้ดำเนินการ และมีการเข้ายื่นเรื่องต่อ กมธ.ตรวจสอบเงินกู้ 1.9 ล้านบาท ฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19 เกี่ยวกับผลกระทบโควิด-19 ก่อนหน้านี้ด้วย โดยกลุ่มผู้ค้า ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กทม.และ รฟท.ช่วยลดค่าเช่าแผง รวมถึง ดอกเบี้ยและค่าปรับที่ผู้ค้าติดค้างด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวแทนผู้บริหารตลาดจตุจักร เผยว่า รายได้ของตลาดจตุจักร ที่หดหายไป นอกจากเก็บค่าเช่าไม่ได้เเล้ว ยังมีผู้ยกเลิกสัญญาเช่าหลายราย ตามมติ ครม.และ MOU ระหว่าง รฟท.กับ กทม. เกี่ยวกับการบริหารจัดการตลาดจตุจักร ซึ่งเฉลี่ยแล้ว ตลาดจตุจักรต้องส่งเงินให้ กทม.เพื่อจ่ายให้ รฟท.เดือนละ 14 ล้านบาทเศษ โดยยกตัวอย่างค่าแผงที่แพงที่สุดคือ 1,800 แบ่งไว้บริหารจัดการในตลาด 450 บาท ส่งให้ รฟท. 1,350 บาท แทบไม่เหลือกำไร บาวเดือนตลาดจตุจัดรมีกำไรเพียง 20,000 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากกับการบริหารพื้นที่กว่า 70 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเดิมชัยกล่าวว่า ในฐานะ กมธ.ติดตามเงินกู้ ทบทวนกรณีกลุ่มผู้ค้าจตุจักร ไปยื่น กมธ.ติดตามเงินกู้ฯ ว่า ได้ร้องเรียนไว้ใน 3 ประเด็น คือ1.) ยุติฟ้องร้องผู้ค้าที่ติดค่าเช่าแผง 2.) ยกเว้นดอกเบี้ยและขอผ่อนชำระเงินต้น หลัง รฟท.ยอมยกเว้นดอกเบี้ย แต่ให้จ่ายเงินต้นในคราวเดียว 3.) ผู้ค้าที่จ่ายทั้งต้นและดอกแล้ว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยียวยา หรือให้ กทม.ลดเงินต้นให้จากยอดดอกเบี้ยที่จ่ายไป ตนจะนำข้อเสนอเพิ่มเติมในวันนี้ เข้าที่ประชุม กมธ.ติดตามเงินกู้ฯ ในวันอังคารนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า จุดเด่นของตลาดจตุจักรที่มีความแตกต่าง จากตลาดอื่นๆ เพราะเป็นที่รวมของสินค้าชุมชนทั้งจากวิสาหกิจชุมชนและชาวบ้านมากระจายที่นี่ ดังนั้นการดูแลเชิงการค้าอย่างเดียวไม่เพียงพอต้องส่งเสริมหรือมีหน้าที่ดึงผลิตภัณฑ์จากชุมชนมาขายด้วยซ้ำ และเห็นว่า ผู้ที่รับสินค้าเหล่านี้มาขาย ควรได้รับสิทธิพิเศษจากภาครัฐ อย่างน้อยก็จากเงินกู้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แนวทางการช่วยเหลือมี 2 ระดับคือ ในชั้นกรรมาธิการ อย่างที่นายประเดิมชัย นำเสนอและจะดำเนินการ อีกระดับคือ จะประสานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและผู้ว่าการรถไฟฯ เพื่อนำสู่การนัดประชุมร่วมกัน 3 ฝ่ายกับกลุ่มผู้ค้า จะได้นำสู่การคลี่คลายปัญหา แต่ถ้าผู้มีอำนาจไม่ยอมมาประชุม กลุ่มผู้ค้าอาจจะพาม็อบไปเยี่ยมก็ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83912</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ตลาดนัดจตุจักร, ม็อบ, ร้องเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201115/image_big_5fb0ff7b05c3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2020 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2020 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีฯโวยแหลกกองทัพอากาศ-สน.ดอนเมืองปล่อยให้รถบรรทุกดินทำถนนพัง ขู่ร้อง ป.ป.ช. เอาผิดฐานละเว้นหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.63&amp;nbsp;- นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยผ่านโพสต์เฟซบุ๊กว่า สมาคมฯ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณ ถ.เดชะตุงคะ แขวงทุ่งสีกัน เขตดอนเมืองว่า ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากเคยใช้ถนนที่ราบเรียบปูด้วยแอสฟัสต์อย่างดี กลับกลายเป็นถนนที่หลุมบ่อขนาดใหญ่ แตกและยุบตัวเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สาเหตุที่ถนนดังกล่าวชำรุดเป็นหลุมบ่อเสียหาย สืบเนื่องมาจากมีรถบรรทุกพ่วง 6 เพลา 22 ล้อ ซึ่งมีน้ำหนักบรรทุกมากกว่า 50,500 กิโลกรม ขนดินเข้าออกมากกว่า 20 คัน ทยอยนำดินจากบริเวณศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ มาถมบริเวณพื้นที่ด้านข้างสนามบินเล็กทุ่งสีกันและเรือนจำทหารอากาศ ซึ่งเป็นการแบกน้ำหนักบรรทุกเกิน 21 ตัน มากกว่ามาตรฐานถนนจะร้องรับได้ อีกทั้งการบรรทุกไม่มีผ้าใบปิดคลุมให้มิดชิด ทำให้ดินล่วงหล่นตลอดเส้นทาง และบริเวณหน้าถนนทางเข้าพื้นที่ถมดินไม่มีการคอยกวาดฝุ่นดินหรือล้างถนนแต่อย่างใด ทำให้เกิดฝุ่นละอองฟุ้งกระจายตลอดเวลา และปล่อยให้รถขนดินจำนวนมากมาจอดเข้าคิวรอถมดินบนถนนกีดขวางทางสัญจรของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้ง พ.ร.บ.การจราจร 2522 พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ 2535 พ.ร.บ.การสาธารณสุข 2535 พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน 2543 โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ทางหลวง 2535 ม.45 ม.61 ประกอบ ม.72 ม.73/2 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5980/2560 ศาลสั่งจำคุก โดยไม่รอการลงโทษมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของกองทัพอากาศ อยู่ในเขตอำนาจการดูแลของสถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง และสำนักงานเขตดอนเมือง ซึ่ง สน.ดอนเมืองก็ตั้งอยู่บน ถ.เดชะตุงคะ ห่างจากสถานที่เกิดเหตุประมาณ 500 กว่าเมตรเท่านั้น แต่กลับมองไม่เห็นการกระทำความผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมายหรืออย่างไร ที่สำคัญถนนเดชะตุงคะ สร้างมาจากเงินภาษีของประชาชน แต่กลับปล่อยให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกหรือผู้รับเหมามาย่ำยี จนถนนชำรุดแตกร้าว ยุบตัวเป็นหลุมบ่อพังเสียหาย เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อยานยนต์และการจราจร หรือคิดว่าเป็นพื้นที่ของทหารแล้ว จะทำอะไรก็ได้ ไม่ผิดกฎหมายหรือย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมาคมฯ จะให้เวลา สน.ดอนเมือง กองทัพอากาศ และ ผอ.เขตดอนเมือง ไม่เกิน 5 วันนับแต่วันนี้ ในการดำเนินการจับกุมผู้ประกอบการรถบรรทุก และเจ้าของที่ดินผู้ว่าจ้าง ฐานละเมิดกฎหมายข้างต้น รวมทั้งเป็นตัวการร่วมในการทำลายทรัพย์สินของทางราชการดังกล่าว และต้องสั่งให้ผู้ประกอบการมาบูรณะซ่อมแซมถนนดังกล่าวให้กลับสู่สภาพเดิมภายใน 5 วัน โดยเงินของผู้ประกอบการเอง หากล่าช้าเกินไปกว่านี้ สมาคมฯจะนำความไปยื่นร้อง ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69842</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนชำรุด, ร้องเรียน, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200627/image_big_5ef6a10f430f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2020 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2020 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;โชว์จม.ร้องเรียนเลือกตั้งซ่อมเขต4 ลำปางถามพรรคฝั่งรบ.จะทำอะไรก็ไม่ผิดใช่หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.63-พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส โชว์จดหมายร้องเรียนของประชาชน พร้อมระบุว่า หลังจาก การลงพื้นที่อย่างหนักแบบปูพรม ได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชนมากมาย ได้มีประชาชน ร้องเรียนมายังเพจพรรคเสรีรวมไทย จำนวนมากเกี่ยวกับการทุจริตในการเลือกตั้ง และวันนี้ ได้มีประชาชนกลุ่มหนึ่ง เข้ามาร้องเรียนแจ้งเบาะแสเป็นเอกสาร ของความไม่ชอบมาพากล เกี่ยวกับการเลือกตั้งซ่อม เขต4 ลำปาง พี่น้องประชาชนบอกว่า &amp;ldquo;คิดว่าเป็นพรรคฝั่งรัฐบาลจะทำอะไรก็ไม่ผิดตลอด&amp;rdquo;ใช่หรือไม่ ตนเองก็ไม่อยากเดือดร้อน แต่ทนความไม่ถูกต้อง ไม่ยุติธรรม ไม่เป็นกลาง แบบนี้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68656</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, ร้องเรียน, เลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต4 จ.ลำปาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c21d6fcbd73d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของโรงงานถูกวัยรุ่นรุมทำร้ายเหตุต่อว่าฉี่ใส่กำแพง ยื่นหนังสือร้อง &#039;ผบ.ตร.&#039; หวั่นชีวิตไม่ปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายแบรนด์ โสรัฐ ไบเยอร์ อายุ33ปี เจ้าของบริษัทเฟอร์นิเจอร์&amp;nbsp; ย่านซอยด่านสำโรง 60 พร้อมด้วย น.ส&amp;nbsp; อนุธิดา เรือนทองดี อายุ 20 ปี แฟนสาว ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่น บุกเข้าไปภายในบริษัท เพื่อทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน&amp;nbsp; และทรัพย์สินเสียหาย หลังนายแบรนด์ ได้เข้าไปต่อว่าเรื่องที่มาปัสสาวะรดกำแพงโรงงาน โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร เพื่อขอความเป็นธรรมเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถพิสูจน์เรื่องอาวุธปืนและเกรงจะได้รับอันตราย โดยมี พ.ต.อ.ทิวา บุญวรรณศิริ&amp;nbsp;รองผู้บังคับการกองมาตราฐานวินัยเป็นผู้รับหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแบรนด์ โสรัฐ ไบเยอร์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ที่มายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องของคดี&amp;nbsp;ถึงแม้ว่าวันนี้ผู้ก่อเหตุ 3 คนจะถูกเจ้าหน้าตำรวจจับกุมแล้วก็ตาม และทั้งหมดถูกแจ้ง 3 ข้อหาคือ ร่วมกันใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ,ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย,ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ แต่ที่ประหลาดใจทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถดำเนินการในส่วนของเรื่องปืนได้&amp;nbsp;ถึงแม้ว่าผู้ก่อเหตุจะนำปืนมามอบให้แล้วก็ตามซึ่งเป็นปืนปลอมและไม่ใช่ปืนที่ก่อเหตุ เพราะด้วยโทษก็แค่เป็นอาวุธที่คล้ายอาวุธปืนเท่านั้น อีกทั้งผู้ก่อเหตุได้ขอประกันตัวออกมา จึงเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแบรนด์ โสรัฐ ไบเยอร์ กล่าวอีกว่าทั้งนี้ในวันที่ไปแจ้งความและทางผู้ที่บุกรุกทั้ง 3 คน ได้เข้ามามอบตัว พร้อมนำกระเป๋า ที่ใส่ปืนมามอบให้ ซึ่งตนดูแล้วเป็นปืนคนละแบบ ที่ไม่ใช่ปืนที่ใช่ก่อเหตุ ซึ่งในวงจรปิดก็บันทึกภาพไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ติดใจในเรื่องอาวุธปืน ที่ทางพนักงานสอบสวนไม่ได้ตรวจสอบอย่างแท้จริง ไม่มีความกระตือรือร้น ในการทำงาน และขอให้ทางเจ้าหน้าที่ สภ. สำโรงเหนือ ดำเนินการอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp; ขณะเดียวกันผู้ก่อเหตุก็พักอาศัยอยู่แถวโรงงานและกลัวว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย ต่อชีวิตและทรัพย์สินและมีการขู่ว่าออกมาได้มึงเจอกูอีก จึงได้มาร้องเรียนขอความเป็นธรรมในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68400</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.จักรทิพย์   ชัยจินดา, ร้องขอความเป็นธรรม, ร้องเรียน, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee1c52f49c09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปน.เผยประชาชนแห่ร้องเรียนให้รัฐเยียวยาโควิด-19ครบทุกกลุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.63- &amp;nbsp;นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 เม.ย.เป็นวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ สปน. ครบรอบปีที่ 60 ซึ่ง สปน. มีส่วนสำคัญยิ่งในการเทิดทูนสถาบันหลักและส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติ เป็นหน่วยงานที่กำกับและติดตามการปฏิบัติงานของส่วนราชการทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนทั่วประเทศ และเป็นศูนย์กลางการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด - 19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชน และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยรัฐบาลได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และช่วยเหลือเยียวยาประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดสำนักนายกฯ กล่าวว่า การที่ สปน. ก้าวเข้าสู่ปีที่ 61 ได้น้อมนำแนวพระราชดำริสืบสาน รักษา ต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาเป็นแนวทางปฏิบัติ และได้วางแนวทางการทำงาน &amp;ldquo;เร็ว รุก สุขกับงาน วิชาการนำหน้า จิตอาสาเพื่อสังคม&amp;rdquo; มาเป็นกรอบในการปฏิบัติงาน เน้นการพัฒนาระบบการทำงานเชิงรุกและการตรวจราชการแบบบูรณาการ เพื่อให้ส่วนราชการทุกหน่วยขับเคลื่อนงานด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปัจจุบัน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ สปน. เป็นหน่วยประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในภาวะวิกฤตให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า สปน.ได้รายงานในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 หรือ ศบค. เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2563 ว่า สปน. ได้รับข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็น ในช่วงสถานการณ์โควิด - 19 ผ่านสายด่วน 1111 ระหว่างวันที่ 5 มี.ค. ถึงวันที่ 12 เม.ย. รวม 109,261 เรื่อง โดยมีข้อร้องเรียน จำนวน 62,018 เรื่อง (ร้อยละ 56.8) ส่วนใหญ่ขอให้รัฐเพิ่มมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้ครบทุกกลุ่ม และควบคุมราคาจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้เกินราคา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อเสนอแนะด้านสาธารณสุข จำนวน 19,555 เรื่อง (ร้อยละ 17.9) โดยเฉพาะมีความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของรัฐบาลด้านการสาธารณสุข ขอให้ภาครัฐวางแผนการจัดการขยะติดเชื้อและขยะชุมชนทั่วประเทศ และขอให้คนไทยทุกคนร่วมกันให้ความร่วมมือกับภาครัฐเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 ให้มีประสิทธิภาพ รวมถึง มีการแจ้งเบาะแสกลุ่มเสี่ยง ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว ขายของเกินราคาและสอบถามทั่วไป จำนวน 27,688 เรื่อง (ร้อยละ 25.3) ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานรับข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63099</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e951ec4a76ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
