<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;จ่อร้องสตง.สอบการใช้เงินสร้างรถไฟฟ้าทั่วกรุงก่อมลพิษทางเสียงกระทบปชช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า สมาคมฯได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน อาคารบ้านเรือน คอนโด ชุมชน และหมู่บ้านจัดสรรที่ปลูกสร้างอยู่ใกล้เส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ในขณะนี้มาโดยตลอด ล่าสุดคือหมู่บ้านกลางเมือง ปิ่นเกล้า-จรัญฯ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดงว่า ได้สร้างปัญหามลพิษทางเสียงและความสั่นสะเทือนรบกวนการหลับนอนและการพักผ่อนของชาวบ้านอย่างมาก แม้เคยร้องเรียนไปยัง กทม. ท้องถิ่น รฟม. รฟท. แล้วก็ไม่ไม่เห็นมีการแก้ไขมลภาวะทางเสียงและแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นบริเวณจุดอ่อนไหวในเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าต่างๆ แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากปัจจุบันมีเส้นทางรถไฟฟ้าเกิดขึ้นหลายเส้นทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งที่เปิดให้บริการแล้ว และยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง เมื่อมีการเปิดการเดินรถไฟฟ้าวิ่งผ่านจะเกิดเสียงจากแรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เป็นมลภาวะทางเสียงและแรงสั่นสะเทือน ซึ่งบริเวณที่มีเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าตัดผ่านนั้น มีหลายจุดที่เป็นพื้นที่อ่อนไหว เช่น โรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องการความเที่ยงตรงสูงอ่อนไหวต่อแรงสั่นสะเทือน และเสียงที่กระทบต่อผู้ป่วย ตลอดจนรบกวนการทำงานและการอยู่อาศัยของเคหสถานและสถานที่ราชการต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารที่พักอาศัยสองข้างทางรถไฟฟ้าในยามวิกาล จะได้รับผลกระทบจากเสียงและแรงสั่นสะเทือน ยังส่งผลต่อตัวอาคารและสถานที่ เช่น โรงเรียน วัด สถานที่ทางศาสนา และ โบราณสถานต่างๆ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบ พบว่าในหลายจุดที่มีรถไฟฟ้าตัดผ่าน อยู่บริเวณพื้นที่อ่อนไหว ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบได้ เช่น บริเวณ โรงพยาบาลรามคำแหง โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลพญาไท1 โรงพยาบาลเพรชเวช เป็นต้น ซึ่งควรได้รับการปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งเส้นทางการเดินรถที่เปิดให้บริการแล้ว และที่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง และเส้นทางการเดินรถที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องสามารถป้องกันบรรเทาได้ ด้วยการออกแบบและแก้ไขปรับปรุงทางวิศวกรรม ซึ่งที่ผ่านมาทราบว่าทาง สตง.ได้เคยเสนอแนะบางหน่วยงานให้แก้ไขในเส้นทางรถไฟที่ผ่านชุมชนมาแล้วอย่างได้ผล แต่ปัจจุบันมีเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าในเขตเมืองและชุมชนเพิ่มขึ้นหลายเส้นทางในรับผิดชอบหลายหน่วยงาน แต่มิได้ปรับปรุงแก้ไขเพื่อลดมลภาวะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนจึงจำนำความไปร้องเรียนให้ สตง.ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายในการเสนอแนะหน่วยงานที่รับผิดเร่งแก้ไขบรรเทาปัญหาดังกล่าวในวันศุกร์ที่ 20 ส.ค.64 นี้ เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ซ.อารีย์ แต่หากไม่เป็นผลสมาคมฯจะร่วมกับชาวบ้านนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113848</URL_LINK>
                <HASHTAG>การก่อสร้างรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพ, นายศรีสุวรรณ จรรยา, มลพิษทางเสียง, ร้องเรียน สตง.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611df3966c155.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ!อบจ.นครพนมพาหัวคะแนนเที่ยวขณะน้ำท่วมชาวบ้านเดือดร้อน ร้องสตง.สอบแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;6ก.ย.62-นายอนุสรณ์&amp;nbsp; เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนชาวจังหวัดนครพนมจำนวนมาก ที่ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของผู้บริหาร อบจ.นครพนมยุคนี้ ที่เหมือนไม่สนใจทุกข์สุข ความเดือดร้อนของประชาชน ที่ประสบอุทกภัยจากพายุโพดุล และพายุคาจิกิ ทำความเสียหายให้กับเรือกสวน ไร่นา ถนนหนทาง ตลอดจนทรัพย์สินบ้านเรือนราษฎรจำนวนมาก และถ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด จะทราบว่า มวลน้ำจากหนองหาร สกลนคร กำลังไหลเข้ามายังลำน้ำก่ำ จ่อคอหอยพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดนครพนมแล้ว ส่วนราชการและท้องถิ่นควรจะต้องระดมสรรพกำลังในการป้องกันน้ำท่วม แต่กลับปรากฎข่าวอบจ.นครพนม นำหัวคะแนนไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวชายทะเล จังหวัดระยอง เป็นรุ่น ๆ หลายรุ่น
โดยอาจใช้งบประมาณของท้องถิ่นบังหน้า จึงมีการแจ้ง สตง. ลงตรวจสอบในทันที พร้อมทั้งระงับยับยั้งการดำเนินโครงการที่จะมีขึ้นในทำนองเดียวกันอีกหลายรุ่น ผู้บริหาร อบจ.นครพนมชุดนี้ เพิ่งได้รับอานิสงส์จาก ม.44 ให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่หลังจากถูก ม.44 พักงานไป พี่น้องประชาชนเห็นภาพ ใช้งบไปเที่ยวอย่างสนุกสนาน สรวลเสเฮฮา สำมะเลเทเมา มีดนตรี มีแดนเซอร์แต่งชุดวาบหวาม ท่ามกลางความทุกข์ยากของประชาชน ถ้านำงบมาซ่อมแซมถนนที่เสียหาย หรือซื้อถุงยังชีพแจกจ่ายประชาชนที่ประสบอุทกภัย จะเป็นการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่ามากกว่า
&amp;ldquo;ขอฝากไปยังรัฐบาลว่า เห็นภาพการใช้งบประมาณของท้องถิ่นภายใต้การบริหารของรัฐบาลนี้แล้ว อดเป็นห่วงรัฐบาลที่มีนโยบายให้ท้องถิ่นใช้งบสะสม จำนวน&amp;nbsp; 600,000 ล้านบาทอย่างมาก&amp;nbsp; เพราะแทนที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจกลายเป็นงบกระตุ้นหาเสียงของผู้บริหารท้องถิ่นและพวกพ้อง จึงขอฝาก สตง.วางมาตรการในการป้องกันและตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างรอบคอบ รัดกุม เพื่อให้งบประมาณถึงมือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45121</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุโพดุล-คาจิกิ, ร้องเรียน สตง., หัวคะแนน, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อบจ.นครพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d31803a084a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2019 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2019 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; บุก สตง.จี้เอาผิด กกต.ผลาญงบจัดเลือกตั้งสุดชุ่ยแถมหนีเที่ยวนอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.62 - ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อผู้ว่าฯ สตง.เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินแผ่นดินของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ว่ามีการใช้จ่ายเงินในการเตรียมการเลือกตั้งกว่า 10 โครงการฯ เป็นไปด้วยความคุ้มค่า มีผลสัมฤทธิ์ตามกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะการใช้กล่องลังทำคูหาเลือกตั้งที่มาเลเซีย และการอ้างไปติดตามการเลือกตั้งนอกประเทศของ 7 กกต.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เหตุจากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้วางกรอบงบประมาณ เพื่อดำเนินการจัดการเลือกตั้งโดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 4,000 + 600 ล้านบาท จากการเสนอขอไป 5,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้ง เมื่อปี 2554 หลายร้อยล้านบาท โดยอ้างเหตุผลจากอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่เพิ่มขึ้นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทว่าผลจากการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าในต่างประเทศพบว่า เกิดปัญหาขึ้นหลายประการ อาทิ การจัดการเลือกตั้งที่มาเลเซีย ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิกว่า 5,183 คน แต่มีเจ้าหน้าที่เพียงน้อยนิด จนผู้มาแสดงสิทธิเลือกตั้งต้องยืนเข้าคิวรอกันหลายชั่วโมง จนต้องขยายเวลาในการใช้สิทธิ ขณะเดียวกันคูหาเลือกตั้งมีไม่เพียงพอ จนต้องเอากล่องกระดาษมาทำเป็นคูหาเลือกตั้งเพิ่ม ซึ่งเป็นข่าวแพร่ไปทั่วโลก เป็นที่อับอายขายหน้านานาอารยประเทศยิ่งนัก นอกจากนั้นยังมีการพิมพ์เอกสารผู้สมัครแต่ละพรรคการเมืองผิดพลาดเป็นจำนวนมากด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลของการใช้จ่ายเงินเพื่อจัดการเลือกตั้งดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงประสิทธิผลของการใช้จ่ายงบประมาณที่ผิดพลาด ล้มเหลว ในขณะเดียวกัน กกต.ทั้ง 7 คนกลับมีเงินไปใช้จ่ายในการตรวจสอบการเลือกตั้งในต่างแดนอย่างฟุ่มเฟือยกว่า 12 ล้านบาทโดยเลือกไปแต่เฉพาะในประเทศที่ผู้คนนิยมไปท่องเที่ยว อาทิ อเมริกา อังกฤษ สวิต เยอรมัน ทั้งๆ ที่ประเทศเหล่านั้นมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยกว่าอีกหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์การบริหารงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งดังกล่าวของ กกต. มีความน่าเคลือบแคลงสงสัยมาก ดังนั้นสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จำต้องเดินทางมาร้องเรียนต่อ สตง. เพื่อขอให้ตรวจสอบ 7 กกต. ว่าใช้จ่ายเงินแผ่นดินไปโดยชอบด้วยกฎหมายและมีความคุ้มค่า มีผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพตามที่กฎหมายบัญญัติไว้หรือไม่ด้วย หากพบความผิดให้ดำเนินการเอาผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน 2561 ประกอบ พ.ร.บ.งบประมาณ 2561 และ พ.ร.บ.การเงินการคลังของรัฐ 2561 ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31324</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต.จัดเลือกตั้ง, กกต.ดูงานต่างประเทศ, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ร้องเรียน สตง., สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190314/image_big_5c89f09a6a232.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
