<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธัญญ่า&#039;ลุยฝนช่วยภัยน้ำท่วมที่บ้านเกิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สาวอีสานมหัศจรรย์ลูกหลานเมืองร้อยเอ็ด ธัญญ่า อาร์สยาม ได้ตะลุยน้ำท่วมฝ่าสายฝนจากอิทธิพลพายุโซนร้อน เพื่อนำอาหาร น้ำดื่ม พร้อมข้าวของเครื่องใช้ไปแจกจ่ายบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัย ที่ บ้านหัวคู หมู่ 4 วัดโพธิ์รังสี และบ้านบ่อแก บ้านน้ำจั้น ตำบลบึงเกลือ อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหลังจากที่เจ้าตัวได้โพสต์ข้อความบอกบุญแฟนคลับเชิญชวนร่วมบริจาคปัจจัย ซึ่งสามารถรวบรวมได้กว่าห้าหมื่นบาท ทั้งจากมิตรรักแฟนเพลง และพี่น้องศิลปินร่วมค่าย พร้อมส่งกำลังใจไปถึงพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อนให้มีพลังสู้ต่อไป โดย&amp;ldquo;สาวธัญญ่า กล่าวว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ต้องขอขอบคุณพี่ๆ ศิลปินอาร์สยาม และแฟนคลับ ญ่าจ๋า ทุกคนเลยนะคะ ที่สมทบทุนเข้ามาเยอะมาก ธัญญ่าก็ได้โอนไปสมทบต่อกับองค์กรร้อยเอ็ดทำดี เพื่อจัดทำถุงยังชีพที่มีทั้ง มาม่า ปลากระป๋อง นม ขนม ยากันยุง ทิชชู ไฟแช็ค เทียนไข ยาแก้ไข้ ส่วนยอดที่มีเพิ่มเติมเข้ามา ก็นำไปจัดทำข้าวห่อเป็น ข้าวเหนียว-ไก่ทอด ไข่ต้ม กับแจ่วปลาร้าบอง เสร็จแล้วเราก็ตะลุยลงพื้นที่ไปแจกให้ถึงมือพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อนกันจริงๆ ค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งระหว่างทางนอกจากน้ำจะท่วมแล้ว ฝนยังตกตลอดทาง ตลอดเวลา กลัวตัวเองจะป่วยเหมือนกัน แต่พอมองเห็นพี่น้องที่เขาต้องอยู่กับสภาวะน้ำท่วมบ้านทุกๆ วัน พวกเราก็มีพลังที่จะลุยน้ำฝ่าสายฝนนำความช่วยเหลือไปถึงเขาให้ได้เหมือนกันค่ะ ยิ่งเข้าไปถึงในพื้นที่แล้วได้เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และเห็นหลายๆ คนจำเราได้ ร้องเพลงเราได้ ก็ยิ่งมีความรู้สึกอิ่มใจ มีความสุขมากๆ ค่ะ ต้องขอขอบคุณน้ำใจจากทุกๆ คนที่ร่วมสมทบ ขอบคุณสมาชิกองค์กรร้อยเอ็ดทำดี และขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องที่ประสบภัย เราจะผ่านพ้นไปด้วยกันนะคะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45007</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายอาร์สยาม, ธัญญ่า อาร์สยาม, นักร้องลูกกรุง, น้ำท่วม, ร้อยเอ็ด, ลูกทุ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f970788b05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คุณหญิงหน่อย&#039;ยกคณะลุยน้ำที่ร้อยเอ็ด ลั่นพรรคเพื่อไทยไม่ทิ้งประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62 - เวลา 09.30 น. ที่ต.นาแซง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายฉลาด ขามช่วง น.ส.จิราพรสินธุไพร นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ส.ส.ร้อยเอ็ด น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี &amp;nbsp;เดินทางมาให้กำลังใจพี่น้องประชาชน ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม โดยตลอดเส้นทางการสัญจรหลายช่วงมีน้ำท่วมขังสูง รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ซึ่งในอ.เสลภูมิ สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาคณะได้เดินทางมาที่วัดศรีมงคล บ้านบุ่งเบ้าห้วยเจริญ ต.นาแซง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเปิดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวและจุดประสานงานรับบริจาคสิ่งของจำเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ ได้พบปะพี่น้องประชาชน พูดคุยให้กำลังใจ พร้อมสวมกอดให้มีกำลังกาย กำลังใจต่อสู้กับสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ เปิดเผยว่า การเดินทางมาในพื้นที่เห็นสภาพน้ำท่วมจริง จึงเข้าใจว่า ประชาชนยากลำบากเพียงใด ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้ตนเอง ซึ่งถือเป็นกำลังใจที่ยิ่งกว่าญาติมิตร ยืนยันว่าหากประชาชนมีความเดือดร้อนที่ใด พรรคเพื่อไทยจะไปช่วยเหลือ พรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ ภายในเวลาเพียง 25 วัน จากประสบภัยแล้งกลับกลายเป็นต้องประสบอุทกภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจว่าพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าว ได้รับความเสียหาย พี่น้องมีทุกข์ที่ไหนเพื่อไทยทุกข์ด้วย วันนี้เรามาย่ำน้ำด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น คุณหญิงสุดารัตน์และคณะ เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทยมอบสิ่งของจำเป็น ทั้งข้าวสารอาหารแห้งให้กับพี่น้องประชาชน แต่ละหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.45 น. ที่ศาลาประชาคม บ้านคอกควาย อ.เสลภูมิ คุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมคณะ เดินทางมาให้กำลังใจ ประชาชนที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซาก คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่าในช่วงที่ประสบภัยแล้ง ต้องการให้ฝนตกแต่ไม่ได้ขอให้น้ำมามากแบบนี้ แต่เมื่อต้องประสบอุทกภัยแล้ว ก็ขอให้กำลังใจ ขอให้ผ่านพ้นสถานการณ์เช่นนี้ไปให้ได้ พรรคเพื่อไทยไม่ทิ้งกัน เราจะมาหาพี่น้องทุกครั้งที่พี่น้องได้รับความยากลำบาก พร้อมยืนเคียงข้างแม้วันนี้จะไม่สามารถทำอะไรให้พี่น้องได้อย่างเต็มที่ แต่ขอให้กำลังใจ นำสิ่งของจำเป็นมาให้ ผู้ประสบอุทกภัย และเมื่อน้ำผ่านพ้นไปแล้วยืนยันจะมาช่วยหาแนวทางแก้ไขฟื้นฟู.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44896</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, น้ำท่วม, พรรคเพื่อไทย, ร้อยเอ็ด, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6dfa955fe65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2019 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2019 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อยเอ็ดพื้นที่เกษตรอ่วม ท่วมซ้ำซาก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย. 62- &amp;nbsp;สภาพพื้นที่ทำเกษตรหลายร้อยไร่ &amp;nbsp;ในพื้นที่บ้านอีโก่ม บ้านยางใต้ บ้านหนาด ต.เทอดไทย บ้านโนนราษี บ้านดอนโมง บ้านดอนยาง ต.บึงงาม อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด บริเวณห้วยดางเดียวก่อนไหลลงแม่น้ำชีท่วมมิดนาข้าว พื้นที่เกษตรทั้งหมด&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่รองรับน้ำจากเมืองร้อยเอ็ด ส่วนแม่น้ำชีก็ยังเป็นพื้นที่รองรับน้ำจาก ขอนแก่น สารคาม ที่กำลังจะไหลลงมาอีกด้วย น้ำหลายสายกำลังค่อยๆไหลลงมาและคงจะเอ่อท่วมซ้ำซาก.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44800</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมน้ำชี, ร้อยเอ็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190902/image_big_5d6c857884acb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยหนู&#039;ขับเครื่องบินส่วนตัวเยี่ยมผู้รับผลกระทบโพดุลที่ร้อยเอ็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย. 2562 - &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเยี่ยมเยียนประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมโดยขับเครื่องบินส่วนตัวออกจากกรุงเทพมหานครไปยังท่าอากาศยานจังหวัดร้อยเอ็ดมีกำหนดการเดินทางไปยังจุดพักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่บ้านท่าเยี่ยม ตำบลวังหลวง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ทั้งนี้ตามหมายนายอำเภอเสลภูมิจะกล่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม และความต้องการของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะทางด้านสุขภาพเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา จากนั้นนายอนุทินจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนและแจกสิ่งของให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายอนุทิน จะเดินทางต่อไปยังจุดพักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่บ้านไค่นุ่น ต.นาแซง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของให้กับประชาชน &amp;nbsp;นอกจากนี้จะเดินทางไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)บ้านไค่นุ่น ต.นาแซง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และจากนั้นจะเดินทางมาที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเป็นประธานการประชุม VDO Conference เกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยของเขตสุขภาพที่ 7 ที่ห้องประชุมแก้วมุกดา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44738</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ร้อยเอ็ด, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6b62b24509a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2019 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2019 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุ่งกุลาต้านโรงน้ำตาลโรงไฟฟ้าชีวมวลสอดไส้ถ่านหิน ซัดรัฐหยุดหนุนปลูกอ้อยเปิดทางนายทุนน้ำตาลแย่งยึดที่ดินชาวบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.62- เครือข่ายชาวบ้าน จ.ร้อยเอ็ด กลุ่มเครือข่ายคนรักษ์ปทุมรัตต์&amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชน ตำบลโนนสวรรค์ และตำบลสระบัว อ.ปทุมรัตต์&amp;nbsp;ร่วมกับเครือข่ายปฏิรูปที่ดินอีสาน คณะกรรมการประสานงานองค์กรเอกชน ภาคอีสาน (กป.อพช.อีสาน) มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม จัดเวทีเวทีชำแหละนโยบายอุตสาหกรรมน้ำตาลกลาวทุ่งกุลา ที่วัดโพธิการาม ต.นครสวรรค์ อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด พร้อมออกแถลงการณ์ &amp;nbsp;หยุดโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลปทุมรัตต์&amp;nbsp;โดยระบุว่า สืบเนื่องจากรัฐบาล คสช. อันมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ผลักดันยุทธศาสตร์ อ้อยและน้ำตาลทราย 10 ปี (พ.ศ.2558-2569) เมื่อปีพ.ศ.2558 ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมุ่งเปลี่ยนภูมินิเวศวัฒนธรรมอีสานจากพื้นที่ ข้าว นาและป่าโคก สู่ การเป็นพื้นที่เกษตรอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย &amp;nbsp;อันจะทำให้พื้นที่นา ไร่ สวนและผืนป่าอีกกว่า 6 ล้านไร่ &amp;nbsp;กลายเป็นป่าอ้อยสุดลูกหูลูกตา โรงงานน้ำตาลทรายพ่วงโรงไฟฟ้าชีวมวลจะผุดขึ้นในทั่วทุกมุมเมืองของอีสานอีกกว่า 20โรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในการวางยุทธศาสตร์ที่ว่า กลับไม่สอดคล้องกับระบบนิเวศวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนปทุมรัตต์บนผืนแผ่นดินที่เรียกว่าทุ่งกุลา &amp;nbsp;ดินแดนแห่งข้าวหอมมะลิและวิถีวัฒนธรรมชาวนา การที่จะมีโรงงานน้ำตาลทรายขนาดกำลังการผลิต 24,000ตันอ้อยต่อวัน ต้องการพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 200,000ไร่ โรงงานไฟฟ้าชีวมวลขนาดกำลังการผลิต80เมกกะวัตต์มาตั้งอยู่ในพื้นที่ เสมือนการทิ้งระเบิดควันพิษลงกลางใจผู้คน ก่อให้เกิดความหวั่นวิตกอย่างหนัก พวกเรา ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบและองค์กรตามแนบท้ายแถลงการณ์นี้ ขอยืนหยัดที่จะบอกว่า ไม่ต้องการโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล ด้วยเหตุผลประการสำคัญ ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. อ้อย ไม่ใช่พืชชนิดเดียวที่เหมาะสมกับพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ณ ดินแดนทุ่งกุลาแห่งนี้ คือ แหล่งข้าวหอมมะลิที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน เป็นข้าวคุณภาพชั้นเยี่ยม ได้รับรางวัลทั้งระดับชาติและนานาชาติ รวมทั้ง ได้รับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งกลายมาเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดร้อยเอ็ด สู่ การเป็นนครหลวงข้าวหอมมะลิโลก &amp;nbsp;2.การส่งเสริมการปลูกอ้อยมีเบื้องหลังเพื่อสนับสนุนกลุ่มทุนผูกขาดน้ำตาลทรายในประเทศที่มีเพียงไม่กี่ราย ให้สามารถผูกขาดตลาดเกษตร ควบคุมทิศทางการผลิตและราคาได้อย่างเบ็ดเสร็จ จึงมิใช่เป็นไปเพื่อการแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง ราคาข้าวตกต่ำที่เกิดขึ้นในภาคอีสานดังกล่าวอ้าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ยุทธศาสตร์อ้อยและน้ำตาลทราย เป็นช่องให้กลุ่มทุนใช้เป็นข้ออ้างในการแย่งชิงทรัพยากร โดยเฉพาะที่ดิน และแหล่งน้ำและป่าโคก อันเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารและความมั่นคงทางเศรษฐกิจระดับชุมชนออกไปเป็นจากท้องถิ่น สู่เงื้อมมือของทุนเพียงกลุ่มเดียว เกษตรกรชาวไร่อ้อยจะถูกทิ้งให้เผชิญกับความเสี่ยงของราคาผลผลิต และความไม่มั่นคงทางอาหาร 4. การก่อสร้างโรงงานน้ำตาลทรายและโรงไฟฟ้าชีวมวลในเขตชุมชน จะทำให้ชุมชนต้องใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงอย่างน้อย &amp;nbsp;3.ด้านหลัก คือ 1) ด้านสุขภาพ &amp;nbsp;2) ด้านสิ่งแวดล้อม จะเกิด การแย่งชิงน้ำอุปโภคบริโภคของชุมชน เราไม่เชื่อว่าโรงงานจะสามารถกักเก็บแหล่งน้ำและใช้น้ำจากแม่น้ำร่วมกับชุมชนได้อย่างไม่เบียดเบียน &amp;nbsp;3) ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยเฉพาะความปลอดภัยบนท้องถนน ที่ต้องเผชิญหน้ากับรถบรรทุกอ้อย รถขนชานอ้อย กากน้ำตาลและอื่นๆ กว่า 2,400 เที่ยวต่อวัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.กรณีโรงงานไฟฟ้าชีวมวล มีการปกปิดข้อมูลการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงร่วม ซึ่งถ่านหินเป็นตัวก่อผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ 6.การดำเนินกิจการที่ผ่านมา เต็มไปด้วยความไม่ชอบธรรม ปิดกั้นและกีดกันการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังกรณีเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อ-EIA ครั้งที่ 1 &amp;nbsp;7. ภายใต้การดำเนินยุทธศาสตร์อ้อยและน้ำตาล เป็นแนวทางการพัฒนาประเทศที่ล้าหลัง ไม่ทันกระแสการบริโภคของโลก โดยเฉพาะยุโรปซึ่งเป็นตลาดหลัก มีแนวโน้มลดการบริโภคน้ำตาลลงอย่างต่อเนื่องตามกระแสรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ อันจะทำให้ราคาอ้อยตกต่ำลงในอนาคต สวนทางกับพื้นที่ปลูกอ้อยในประเทศไทยที่กำลังจะเพิ่มมากขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อย ถูกลอยแพหรือถูกทำให้ยินยอมขายผลผลิตในราคาที่ไม่เป็นธรรม ซ้ำเติมให้เกษตรกรเข้าสู่วัฏจักรหนี้สิน การสูญเสียที่ดิน การแตกสลายของครอบครัวและชุมชน &amp;nbsp;8. พื้นที่ทุ่งกุลาแห่งนี้ ไม่ใช่ดินแดนอันว่างเปล่า แต่มีผู้คน ภูมิปัญญา วิถีชีวิต เป็นแหล่งอายรธรรมอีสานมาหลายร้อยหลายพันปี การเปลี่ยนดินแดนแห่งนี้เป็นไร่อ้อยและโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า จึงเท่ากับการทำลายอายธรรมทุ่งกุลาอันเก่าแก่ประเมินค่าไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงข้อเรียกร้อง ว่า &amp;nbsp;1.ขอให้ยกเลิกการผลักดันโรงงานอ้อย น้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลที่อำเภอปทุมรัตต์&amp;nbsp;ทั้งนี้ การพัฒนาอีสานรวมถึงพื้นที่ทุ่งกุลาจะต้องมาจากคนอีสานและยึดหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดที่มุ่งสู่การเป็นนครหลวงข้าวหอมมะลิโลก &amp;nbsp;แหล่งเกษตรอินทรีย์เพื่อสุขภาพ 2.การพัฒนาจะต้องวางอยู่บนฐานการเคารพหลักสิทธิชุมชน หยุดการพัฒนาแบบเบียดขับชุมชนท้องถิ่นออก จากกระบวนการมีส่วนร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.หน้าที่ของรัฐที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมต้องคำนึงการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ ปากท้องของประชาชน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชน ไม่ควรผลักดันโครงการที่ลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชนให้ตกต่ำลงไปด้วยการผลักดันโรงงานน้ำตาลพ่วงโรงไฟฟ้า 4 ยกเลิกนโยบายอ้อยและน้ำตาลทรายเพราะเป็นส่วนสำคัญในการแย่งยึดที่ดินของชาวบ้าน ทำลายพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร ทำลายรากฐานวัฒนธรรมชุมชน &amp;nbsp;5. กฏหมายและแนวทางเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าชีวมวลจะต้องไม่มีถ่านหินมาเกี่ยวข้อง เป็นโรงไฟฟ้าทางเลือก เน้นพลังงานหมุนเวียนที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43213</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวหอมมะลิ, ทุ่งกุลารอ้งไห้, นโยบายอ้อยน้ำตาล, ร้อยเอ็ด, โรงไฟฟ้าชีวมวลสอดไส้ถ่านหิน, โรงไฟฟ้าน้ำตาลชีวมวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190811/image_big_5d4fe8eb98b92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเงาลงพื้นที่จวกรัฐประหารทำให้เกิดภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค. 2562 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 5 ส.ค.&amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย จะนำคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค เดินทางไปจ.ร้อยเอ็ด เพื่อประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยสัญจรครั้งที่1 โดยการประชุมสัญจรครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะไปเยี่ยมเยียนพี่น้องชาวอีสาน โดยเฉพาะเกษตรกรแห่งทุ่งกุลาร้องไห้ รับฟังปัญหาความเดือดร้อน และร่วมปรึกษาหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ด้วยการบริหารจัดการน้ำภาคอีสานอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;คณะกรรมการได้นำเอาแผนจัดการน้ำในยุคที่พรรคไทยรักไทยและพรรคเพื่อไทยได้เคยเริ่มต้นไว้แล้วมาใช้เป็นแนวทาง รู้สึกเสียดายที่การรัฐประหารทั้ง 2 ครั้งทำให้ชาวอีสานยังคงประสบกับปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก เพราะไม่มีแผนการจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งทั่วประเทศอย่างยั่งยืน ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงทุกข์ยากอยู่จนถึงทุกวันนี้ สำหรับการประชุมครั้งนี้ จะมีพี่น้องตัวแทนเกษตรกรจากทุ่งกุลาร้องไห้ มาร่วมประชุมเพื่อสะท้อนปัญหาและร่วมแสดงความคิดเห็นในการแก้ไขร่วมกันกับทีมเพื่อไทย ซึ่งถือเป็นการเริ่มเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคที่ประกาศเอาไว้นั่นก็คือ ประชาชนคิด เพื่อไทยทำ

เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ทุ่งกุลาร้องไห้ ถือเป็นแผ่นดินทองสำหรับการผลิตข้าวอร่อยที่สุดในโลก แต่แทนที่เกษตรกรแห่งทุ่งกุลาร้องไห้จะมีฐานะดี มีเศรษฐกิจดี กลับกลายเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ยากจนที่สุด จากปัญหาการขาดแคลนน้ำและปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ดังนั้นการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทยสัญจรครั้งที่1 นี้ จึงเป็นการร่วมหารือปัญหาน้ำแล้งทางภาคอีสานเป็นลำดับแรก เพื่อร่วมคิด ร่วมทำ และแก้ไขปัญหาร่วมกัน สำหรับพี่น้องประชาชนจังหวัดไหนอยากให้เราไปรับฟังปัญหาและร่วมคิดด้วยกัน สามารถติดต่อมาที่พรรคเพื่อไทยได้ทุกเวลา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42664</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อรัฐประหาร, ช่วยภัยแล้ง, ร้อยเอ็ด, อนุดิษฐ์ นาครทรรพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d148eaeb86bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 22:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งตำรวจจราจรสภ.พนมไพร รีดค่าเอ็มร้อยรถบรรทุกโค-กระบือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีตามที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าวในลักษณะที่ว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ขอค่าเครื่องดื่มชูกำลังจำนวน 100 บาท จากผู้ขับขี่รถบรรทุกโคกระบือ ในพื้นที่ สภ.พนมไพร จว.ร้อยเอ็ด ว่า

ได้รับรายงานจากภ.จว.ร้อยเอ็ด ว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ค.62 เวลา 09.00-12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ. พนมไพร ได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเพื่อกวดขันวินัยจราจรและป้องกันอาชญากรรม มีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นผู้ควบคุม บริเวณถนนสายยโสธร-พนมไพร ต.ชาณุวรรณ อ.พนมไพร จว.ร้อยเอ็ด เบื้องต้นพบว่าจากการตรวจสอบคลิป ตามที่มีการโพสต์ในโลกโซเชียลมีเดีย ได้มีผู้ขับขี่รถบรรทุกรายหนึ่งขับขี่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกตรวจสอบ และมีการพูดคุยในลักษณะมีการขอค่าเครื่องดื่มชูกำลังจากผู้ขับขี่ และมีการส่งเงินให้เจ้าหน้าที่จำนวน 60 บาท จากนั้นผู้ขับขี่ได้ขับรถออกไปจากจุดตรวจ จุดสกัด

ทั้งนี้กรณีดังกล่าวนั้นขณะนี้ พล.ต.ต.สมชาย นุ่มโต ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องมาประจำที่ ศปก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด โดยให้คณะกรรมการดำเนินการสืบสวนตรวจสอบด้วยความรวดเร็ว และให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

รองโฆษกตร.กล่าวต่อว่าคงต้องรอให้ต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงรวบรวมพยานหลักฐาน โดยหากผลการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการทางอาญาและวินัยตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างเด็ดขาดต่อไป ซึ่งที่ผ่านมามีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฎชัดเจน

นอกจากนี้&amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ดำการตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยหากพบว่าได้กระทำความผิดขึ้นจริง ให้ดำเนินการทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด อย่าปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

อีกทั้ง ผบ.ตร. ได้กำชับสั่งการมาโดยตลอด ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจหน้าที่ ประพฤติผิดในทางมิชอบ แสวงหา หรือ เรียกรับผลประโยชน์ หรือ ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือนร้อนแก่พี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานด้วยความสุจริต ยุติธรรม ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุกแก่ประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย และยังมีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วนให้ผู้บังคับบัญชาควบคุม เสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537 ในการ กวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติและพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ให้ดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41972</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร้อยเอ็ด, เด้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39cb25bc816.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
