<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.ทสส.&#039;ลั่นร้านค้าได้ผ่อนคลายแล้วไม่ทำตามมาตรการคุมเข้มโควิดเตือนก่อนสั่งปิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.63-พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) แถลงว่า มาถึงวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เห็นว่าควรมีมาตรการผ่อนคลายบางมาตรการ โดยวันที่ 3 พ.ค.นี้ เป็นวันแรกของการใช้มาตรการผ่อนคลาย ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ชีวิตทุกคนเปลี่ยนแปลงไป ใน 2 ส่วนหลักการผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้กิจการบางประเภทที่เคยปิดให้กลับมาเปิดดำเนินการได้ โดยหมายถึงกิจการอันจำเป็นแก่การดำรงชีวิต เช่น การออกกำลังกาย ร้านเสริมสวย โรงพยาบาล ให้สัตว์ได้รับการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า 2 วันที่ผ่านมาเกิดการเดินทางเป็นจำนวนมาก เพราะอาจเกิดความคลาดเคลื่อนในการสื่อความหมายของการผ่อนคลาย ซึ่งการผ่อนคลายจากมาตรการที่เคยปิดให้มาเปิดได้ ไม่ใช่ให้เราผ่อนคลายความเข้มงวดที่เคยมีต่อตัวเอง รัฐบาลไม่เคยแนะนำให้เราการ์ดตก เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจ แต่อาจจะมีบางคนที่เข้าใจว่านั่นคือการพักผ่อน อาจจะเข้าใจว่าเราการ์ดตกได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จึงต้องทำความเข้าใจกันใหม่ว่าเรายังการ์ดตกไม่ได้ ดังนั้นการเดินทางไม่ใช่คำแนะนำที่รัฐบาลประสงค์ให้ทุกคนปฏิบัติได้ในขณะนี้ ในข้อกำหนดที่ประกาศออกมายังระบุว่างดหรือลดการเดินทางข้ามเขตจังหวัด เว้นแต่มีเหตุจำเป็นและต้องแสดงหลักฐาน และเมื่อเดินทางไปแล้วจะต้องเจอกับจุดตรวจเข้มคนของจุดตรวจทั้งหลาย ก็ต้องยอมรับสภาพว่าทั้งเดินทางไปและกลับจะต้องพบกับความไม่สะดวกเหล่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ที่จะเปลี่ยนแปลงไปมากครั้งนี้คือ ผู้ประกอบการ ที่ต้องจัดให้มีการดำเนินมาตรการตามหลัก ที่กำหนดคือ 1.จะต้องจัดให้มีการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส 2.ต้องจัดให้ทุกคนในสถานบริการนั้นมีหน้ากาก 3.ต้องจัดให้มีเจลสบู่หรือแอลกอฮอล์เพื่อล้างมือ 4.จะต้องจัดให้มีจัดมาตรการเว้นระยะ และ5.ต้องทำทุกวิธีเพื่อไม่ให้เกิดความแออัดในสถานบริการนั้น ภาระหนักจะตกอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าการกทม.ที่จะต้องจัดทีมลงไปตรวจ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำเป็นคู่มือออกมาแล้ว โดยศบค.ได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงทำหน้าที่ไปตรวจ ให้เป็นไปตามหลักการใหญ่ของการผ่อนคลาย เช่น&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวของคนส่วนใหญ่ที่เดินทางไปซื้อของ ไปร้านค้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีเกรงว่าอาจจะมีการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามมาตรการที่กำหนดจึงมอบหมายตนไปดู และเมื่อได้ไปสุ่มตรวจในบางซุปเปอร์มาร์เก็ต ก็พบว่าอาจจะมีความคลาดเคลื่อนหรือขาดความพิถีพิถันในการดำเนินการไปบ้างซึ่งก็ได้รับการแก้ไขแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชุดตรวจของฝ่ายความมั่นคง หากตรวจแล้วพบว่าสถานประกอบการนั้นไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหลักก็ต้องตักเตือน ถ้าไม่ทำอีกก็ปิด เพราะเป็นความรับผิดชอบต่อคนในภาพรวมไม่ได้ประสงค์ต่อการกันแกล้ง เพื่อให้ทุกคนที่ไปใช้บริการเกิดความมั่นใจว่าสถานที่ที่เข้าไปนั้นปลอดภัยพอเพียง นี่คือความยืดหยุ่นผ่อนคลาย รัฐบาลคำนึงถึงว่าไม่สามารถไปตรวจจากทุกสถานประกอบการให้เป็นมาตรฐานได้ ดังนั้น จึงอาจมีช่องทางของการร้องเรียน เช่น ทำเนียบมีโทรศัพท์ 1111 ขอย้ำเป็นการผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้กิจการบางประเภทกลับมาเปิดได้ แต่ไม่ใช่เราผ่อนคลายตัวเอง ขอให้การเดินทางไปที่ใดก็ตามของทุกคนคงเป็นไปตามคำแนะนำของรัฐบาลคือต้องสวมหน้ากาก เว้นระยะ ทำความสะอาดมือ ต้องคงวินัยตัวเองอย่างนี้ตลอดไปยังไม่ถึงเวลาผ่อนคลาย ดังนั้น ถ้าใครเข้าใจผิดในช่วง 1 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเดินทางไปแล้วก็ต้องยอมรับมาตรการที่จะมีการตรวจสอบในการเดินทางขากลับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
ผบ.ทสส. กล่าวว่า ในช่วงวันหยุดที่ 4 พ.ค., 6 พ.ค. และ 11 พ.ค.ถ้าไม่เดินทาง หยุดแล้วอยู่กับบ้าน หรือทำกิจกรรมอื่นที่มีการผ่อนคลายให้ และสนับสนุนให้ทำงานอยู่กับบ้าน ทำงานเหลื่อมเวลา ขอให้ยึดหลักเดิมไว้เพื่อประคองตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ให้น้อยอยู่เช่นนี้ ส่วนการตั้งจุดตรวจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง ทั้งจุดตรวจโควิด-19 ลดลงแล้ว เหลือ 312 จุด และจุดตรวจเคอร์ฟิว เหลือ 690 จุด และไปเพิ่มชุดออกสุ่มตรวจความพร้อมของสถานประกอบการ ที่จะดำเนินการจริงจังเข้มข้นในห้วง 28 วันจากนี้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64933</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ประกอบการ, ผ่อนคลาย, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, ร้านค้า, ศปม., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7cc4bc3e5d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โจรไทย4.0 ขโมยไม่เว้นถังน้ำ  !</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจรไทย 4.0 ขโมยไม่เว้นถังน้ำ &amp;nbsp;ขับซาเล้งดอดยกกลางดึกหน้าร้านค้าเมืองลำปาง เจ้าของส่องวงจรปิดโร่แจ้งความควานหาหัวขโมยถัง500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27ส.ค.61-นางมุ้ย บุยเฮง &amp;nbsp;อายุ &amp;nbsp;72 ปี &amp;nbsp;เป็นเจ้าของ ร้านแดงการเบาะ ที่ตั้งอยู่ &amp;nbsp;บริเวณถนนรอบเวียงเมืองลำปาง &amp;nbsp;จ.ลำปาง ได้เปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งไว้บริเวณหน้าร้าน หลังเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาได้คนร้ายเป็นชายหนึ่งคน อายุประมาณ 25 - 30 ปี ขับรถสามล้อหรือรถซาเล้ง &amp;nbsp;เข้ามาจอดไว้ข้างๆร้าน แล้วเดินเข้ามายกถังน้ำมันเปล่าที่ร้านตั้งเรียงรายไว้เพื่อจำหน่าย ไปจำนวน 1 ถัง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมุ้ย เปิดเผยว่า &amp;nbsp;เมื่อตนเองตื่นขึ้นมาและออกมาดูสินค้าที่วางขายก็พบว่าถังน้ำได้หายไป &amp;nbsp; จึงมาตรวจสอบจากภาพกล้องวงจรปิดพบว่ามีคนร้าย เข้ามาขโมยถังน้ำไปในช่วงเวลาประมาณ &amp;nbsp;02.00 น (วันที่ 26 สิงหาคม) &amp;nbsp;โดยถังน้ำมันที่จำหน่ายมูลค่าถังประมาณ &amp;nbsp;500 บาท &amp;nbsp; และตนเองได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปางเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16233</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล้องวงจรปิด, ขโมย, ถังน้ำ, ร้านค้า, ลำปาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b8379af32d9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2018 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2018 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ ปลื้มคนแห่สมัครร่วมโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐกว่า 15,000 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;เผยร้านค้ารายย่อยแห่สมัครเข้าร่วมโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐกว่า 15,000 ราย คาดเริ่มซื้อขายได้ตั้งแต่ 10 ก.ค.นี้เป็นต้นไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
06 ก.ค. 61 นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีร้านค้ารายย่อยได้สมัครเข้าร่วมโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐแล้วกว่า 15,000 ราย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้จัดส่งรายชื่อร้านค้าที่ผ่านคุณสมบัติล็อตแรก 5,000 รายไปให้กรมบัญชีกลางอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการแล้ว และจะทยอยส่งอีกวันละประมาณ 3,000-5,000 ราย จากนั้นเมื่อกรมบัญชีกลางอนุมัติก็จะส่งให้ธนาคารกรุงไทยนำเข้าระบบ และคาดว่าตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.2561 เป็นต้นไป ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการและได้รับการอนุมัติจะสามารถรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อชำระค่าสินค้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกระทรวงได้ตั้งเป้าที่จะรับสมัครร้านค้าเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 100,000 ราย ภายใน 2 เดือนนี้ โดยเบื้องต้นกำหนดร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการแยกเป็นร้านอาหารที่จำหน่ายอาหารสำเร็จรูป อาหารปรุงสำเร็จประมาณ 20,000 ร้าน , ร้านค้าในตลาดสด เช่น ขายเนื้อหมู ไก่ ปลา ไข่ไก่ 30,000 ร้าน , ร้านค้าในตลาดต้องชม 3,000 ร้าน &amp;nbsp;ร้านค้าในตลาดกลางผักและผลไม้ 2,000 ร้าน และร้านขายผลิตภัณฑ์ชุมชน รถเร่ 2,000 คัน ส่วนที่เหลือจะเป็นร้านค้ารายย่อย ร้านขายของชำ ร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประโยชน์ที่ร้านค้าเข้าร่วมโครงการจะได้รับ จะมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาซื้อของมากขึ้น และมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะในแต่ละเดือนจะมีวงเงินหมุนเวียนที่รัฐบาลใส่เข้าไปในบัตรประมาณเดือนละ 4,000 ล้านบาท หรือ 48,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะมีทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอยในการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น ทั้งการซื้อสินค้าจากร้านค้าธงฟ้าประชารัฐและร้านค้ารายย่อยที่รับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่นทางมือถือ ซึ่งจะกระจายตัวอย่างทั่วถึงทุกชุมชน และที่สำคัญยังเป็นการช่วยเหลือผู้ผลิตสินค้าชุมชนในท้องถิ่นให้สามารถจำหน่ายสินค้าผ่านร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่ได้เปิดรับสมัครใหม่ได้มากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12869</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, ตลาดสด, ปลา, พาณิชย์, ร้านค้า, ร้านค้าธงฟ้า, เนื้อหมู, ไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f2773079f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ไล่ออกร้านธงฟ้าเก็บค่ารูดบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;ตามเจอตัวแล้ว &amp;ldquo;ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ&amp;rdquo; ขึ้นป้ายเก็บค่ารูดบัตร 5% พบอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ไล่ออก พร้อมยึดคืนเครื่องรูดบัตร ย้ำทุกร้านต้องทำตามเงื่อนไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค.61-นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า &amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจสอบพบร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่มีการขึ้นป้ายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อซื้อสินค้าแล้ว โดยเป็นร้านที่ตั้งอยู่ใน ต.ยางฮอม อ.ขุนตาล จ.เชียงราย ชื่อ &amp;ldquo;นงคราญการค้า&amp;rdquo; ซึ่งจากการที่พาณิชย์จังหวัดได้เข้าไปตรวจสอบ ทางเจ้าของร้านได้แจ้งว่าเป็นการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และยอมรับว่าได้ติดป้ายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวจริง และได้ปลดป้ายลงเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ทางเจ้าของร้านยอมรับว่าได้กระทำผิดหลักเกณฑ์ตามประกาศของกรมการค้าภายใน เรื่องการเข้าร่วมโครงการ และได้ขอลาออกจากการเข้าร่วมโครงการ รวมทั้งได้คืนเครื่องรูดบัตร EDC แล้ว โดยได้คืนเครื่องที่ผู้แทนกระทรวงการคลังเชียงราย และแจ้งลาออกจากโครงการที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย&amp;rdquo;นายวิชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัยกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มีการติดตามและตรวจสอบร้านค้าธงฟ้าประชารัฐอย่างใกล้ชิดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ เพราะตั้งใจที่จะให้ร้านค้าเป็นทางเลือกในการซื้อสินค้าราคาประหยัด เพื่อลดค่าครองชีพให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยหากพบว่าร้านค้าใดกระทำผิดเงื่อนไข ก็จะปลดออกจากการเข้าร่วมโครงการ และยึดเครื่องรูดบัตรคืนทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น เพราะถือเป็นการเอาเปรียบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8512</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธงฟ้า, ประชารัฐ, พาณิชย์, รูดบัตร, ร้านค้า, ร้านค้าธงฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae18fd45a66c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2018 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2018 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูนิโคล่ เปิดเกมบุกฟาสต์แฟชั่นนอกห้าง      </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ยูนิโคล่ ผุดโมเดลใหม่ &amp;quot;โรดไซด์ สโตร์&amp;quot; เลือกไทยเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยเตรียมสปีดขยายสาขามากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
23 ม.ค. 61- นายโอกุริ โทโมโยชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมเปิดร้านรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ &amp;quot;โรดไซด์ สโตร์&amp;quot; (Roadside Store) หรือร้านที่อยู่ในทำเลติดถนน บริเวณย่านพัฒนาการ 58 ขนาดพื้นที่ 1,440 ตารางเมตร ในวันที่ 23 มี.ค.2561 จับกลุ่มครอบครัวเป็นหลัก ถือเป็นการเปิดรูปแบบร้านโรดไซด์ สโตร์ แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือประเทศที่ 4 ต่อจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับการเปิดรูปแบบใหม่ดังกล่าว นับเป็นการขยายสาขานอกศูนย์การค้าครั้งแรก หลังจากเปิดตลาดในเมืองไทยกับสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เมื่อประมาณ 7 ปีที่ผ่านมา การเปิดสาขาใหม่ของยูนิโคล่ก็มักไปกับศูนย์การค้าเป็นหลัก จากนี้จะหาทำเลที่เหมาะสมกับโรดไซด์ สโตร์ ควบคู่กับการขยายสาขาแบบดีพาร์ทเม้นสโตร์ เพื่อสร้างธุรกิจให้เติบโตมากขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;แม้ในปี 2560 ที่ผ่านมาเราไม่ได้เปิดสาขาใหม่เมืองไทยมากนัก หรือเพียงแค่ 1 สาขา ปัจจุบันมี 35 สาขา โดยปีก่อน 2559 เปิดใหม่ 2 สาขา แต่สำหรับปี 2561 จะกลับมาสปีดสาขาใหม่ให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่มหาชัยและพิษณุโลก รวมถึงโมเดลใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น&amp;quot; นายโอกุริ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ดี ยูนิโคล่ โรดไซด์ สโตร์ จะมีสินค้าที่ค่อนข้างครบครัน หรือใกล้เคียงกับทำเลขนาดใหญ่อย่างเซ็นทรัลเวิลด์ขนาด 1,500-2,000 ตารางเมตร ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ สตรี และเด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1567</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจ, ยูนิโคล่, ร้านค้า, แฟชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180123/image_big_5a66ec6634a15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
