<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2018 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2018 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.ลุยชงทีโออาร์ดิวตี้ฟรีเข้าบอร์ดธ.ค.-ม.ค.62 ยันไม่รวมพื้นที่ Terminal 2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นิตินัย&amp;quot;ลุยชงทีโออาร์ประมูลดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิเข้าบอร์ด ธ.ค.61- ม.ค.62 อุบไทม์ไลน์เปิดประมูลเผยแนวโน้มไม่รวม Terminal 2 เรียกความเชื่อมั่นเดินหน้าลงนามข้อตกลงคุณธรรมเพื่อแสดงจุดยืนทำงานโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย(จำกัด)มหาชน หรือ ทอท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าแนวทางการประมูลสิทธิบริหารจัดการพื้นที่ปลอดภาษีอากร (ดิวตี้ฟรี)ว่า ทอท.จะเสนอหลักเกณฑ์การประกวดราคา(ทีโออาร์) ร้านค้าปลอดภาษี ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต่อคณะกรรมการบริษัทได้ในเดือน ธ.ค. 61 หรือในเดือน ม.ค.62 โดยพื้นที่ที่จะเปิดประมูลจะรวมพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 และพื้นที่อาคารเทียบเครื่องบินหลังที่ 1 (แซทเทิลไลท์) ส่วนจะรวมพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 Terminal 2 หรือไม่ ขณะนี้มีน้ำหนักมากที่จะไม่รอรวมพื้นที่ส่วนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากต้องรอคำตอบจากอัยการว่าทอท.ควรดำเนินการอย่างไร หลังมีข้อพิพาทงานออกแบบอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ซึ่งหากมีความชัดเจนในเดือน พ.ย.นี้ก็ตาม ก็ยังต้องรอเจรจากับบริษัท การบินไทย (จำกัด)มหาชน ที่จะใช้พื้นที่ภายใน Terminal 2 ซึ่งไม่ทราบว่าจะใช้เวลานานเท่าไร จึงกังวลว่าหากนับมารวมจะทำให้การประมูลออกไปล่าช้า ไม่ทันที่ผู้ประกอบการใหม่จะเข้าใช้พื้นทีได้ทันก่อนหมดสัญญาใน 27 ก.ย. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวว่า ส่วนกรณีที่พื้นที่ดิวตี้ฟรี ใน4 สนามบินได้แก่ 1.ท่าอากาศยานภูเก็ต 2.เชียงใหม่ 3.หาดใหญ่ ซึ่งจะหมดสัญญาพร้อมกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น &amp;nbsp;จะต้องกลับไปพิจารณาก่อนว่า จะนำมารวมกันแล้วและเปิดประมูลในคราวเดียวกันหรือไม่ ทั้งนี้เนื่องจาก พื้นที่ของท่าอากาศยานเชียงใหม่ และหาดใหญ่มีไม่มาก อาจจะรวมกันประมูล แต่ยังต้องขอรอดูพื้นที่ในท่าอากาศยานภูเก็ตก่อนหากมีพื้นที่ใหญ่พอก็จะแยกสัญญาออกมาประมูลต่างหากจากพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หากไม่ใหญ่มากก็มีแนวโน้มจะเปิดประมูลในสัญญาเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คาดว่าภายในเดือนธ.ค. นี้ -ม.ค. 62 จะเสนอเข้าบอร์ด ส่วนจะเปิดประมูลเมื่อไรนั้นยังตอบไม่ได้ ขณะนี้ก็เริ่มเขียนทีโออาร์ เราให้น้ำหนักมากที่จะไม่รอรวม Terminal 2 เราจะทำเป็นสัญญาส่วน ขายปลีก(Retail) และ บริหารสต๊อกสินค้า ส่วนจะรวมกับสนามบินอื่นอีก 3 แห่ง ขอดูอีกที ยังไม่เห็นตัวเลข เบื้องต้นพื้นที่ดิวตี้ฟรี ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ท่าอากาศยานดอนเมือง รวมกันมีสัดส่วน 95%ของพื้นที่รวม 6 ท่าอากาศยาน&amp;quot;นายนิตินัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวว่า การไม่นำพื้นที่ภายใน Terminal 2 มารวมกับพื้นที่เดิม และ แซทเทิลไลท์ ทำให้การกำหนดเงื่อนไขราคาไม่เหมือนเดิม รวมทั้งทิศทางการเคลื่อนตัวของผู้โดยสารภายในอาคารด้วย แต่หากเปิดพื้นที่มาก จะทำให้ราคาพื้นที่ต่อตารางเมตรก็จะลดลง หากพื้นที่น้อยราคาต่อตารางเมตรก็จะได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่า หากไม่รวมพื้นที่ Terminal 2 ราคาประมูลก็ไม่น่าจะต่ำ และทอท.ก็ยึดตัวเลขที่ผู้เสนอราคาให้อัตราผลตอบแทนสูงสุดแก่ ทอท. ซึ่งในการเสนอซองราคาจะมีการให้ผลตอบแทนขั้นต่ำอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มองว่าหากแบ่งแยกสัญญามากเกินไป แยกตามหมวดสินค้า จะทำให้การบริหารจัดการยุ่งยากเกินไป โดยปัจจุบัน ทอท.เข้ามาจัดการตามประเภทของธุรกิจอยู่แล้ว อาทิ งานโฆษณา งานบริหารจัดการเล้าจน์ภายในสนามบิน ลีมูซีน ขายของ ซึ่งในส่วนนี้รวมอยู่ในดิวตี้ฟรี ซึ่งมีทั้งพื้นที่ร้านค้าปลีก ที่แยกแบ่งเช่าทำเป็นร้านอาหารภายในสนามบิน และส่วนบริหารสต๊อกสินค้าซึ่งรวมจำหน่ายสินค้าต่างๆ ได้แก่ น้ำหอม กระเป๋า เป็นต้น&amp;quot;นายนิตินัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทอท.ได้ลงนามข้อตกลงคุณธรรมร่วมกับคณะผู้สังเกตการณ์ และผู้รับจ้างตามโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact : IP) ซึ่งทอท.ได้เสนอโครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิไปที่กรมบัญชีกลางกระทรวงการคลังให้มีการคัดเลือกเพื่อนำไปบรรจุในโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรมทั้งนี้มองว่าต้องการเจตนารมย์ในการดำเนินโครงการด้วยความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัยกล่าวว่าสำหรับโครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิที่ได้รับการคัดเลือกให้ลงนามสัญญาคุณธรรมมีทั้งหมด 4โครงการ 12 สัญญาวงเงินลงทุนรวม 1.2 - 1.3 แสนล้านบาทได้แก่1. โครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิระยะที่2 2.โครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นทางที่สามในสนามบินสุวรรณภูมิ 3.โครงการออกแบบก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่2และ4โครงการจ้างปรับปรุงระบบตรวจสอบวัตถุระเบิดและงานปรับปรุงระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม แม้ว่าโครงการออกแบบอาคารผู้โดยสารแห่งที่2จะมีมีการประมูลราคา 329 ล้านบาทซึ่งไม่ถึง 1.,000 บาทตามที่อยู่ในเกณฑ์ทั้งนี้ มองว่าโครงการดังกล่าว สังคมให้ความสนใจ หากเข้าร่วมโครงการ ก็จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นได้เนื่องจากผู้สังเกตการณ์ตามข้อตกลงคุณธรรมมาจากตัวแทนหลักหลายองค์กรและเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในหลายหลายด้านซึ่งจะเข้ามาสังเกตการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงสิ้นสุดสัญญา อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาทอทอได้ทำข้อตกลงคุณธรรมร่วมกับหน่วยงานต่างๆกว่า8องค์กร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21692</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิวตี้ฟรี, นิตินัย ศิริสมรรถการ, ประมูลสิทธิบริหารจัดการพื้นที่ปลอดภาษีอากร, ร้านค้าปลอดภาษีในสนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1685d3f05d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2018 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2018 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการสวดยับไม่เห็นด้วยประมูล Duty Free ผูกขาดรายเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการ สวดยับ ไม่เห็นด้วยเปิดประมูล Duty free แบบผูกขาดเอกชนรายเดียว มองได้รายได้ต่ำกว่าสนามบินอื่นทั่วโลก แนะคลังช่วยด้วยเรื่องจ่ายโบนัสพนักงาน


นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)เปิดเผยภายในวานเสวนา หัวข้อ &amp;ldquo;สุวรรณภูมิ สนามบิน 1 ใน 3 ของโลก&amp;hellip;ฝัน หรือ เป็นได้จริง ?ว่า

การดำเนินธุรกิจของบริษัท ท่าอากาศยานไทย (จำกัด)มหาชน หรือทอท.นั้นค่อนข้างสบายคล้ายเสือนอนกินเพราะไม่มีคู่แข่งขันและยังได้รับอานิสงค์จากการท่องเที่ยว ดังนั้นจึงส่งผลกระทบต่อคุณภาพของสนามบิน เพราะถ้าเป็นธุรกิจแข่งขันคุณภาพบริการและรายได้จะไปด้วยกัน ดังนั้นรัฐบาลควรเปิดทางให้เอกชนรายอื่นเข้ามาบริหารสนามบินต่างๆภายในประเทศบ้าง


อย่างไรก็ตามทีดีอาร์ไอยังไม่เห็นด้วยกับการเปิดประมูล พื้นที่ปลอดภาษีอากร (Duty fee) ของสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งจะเปิดประกวดราคาเพียงสัญญาเดียวเพราะมองว่าเป็นการผูกขาดเอกชนจนทำให้ทอท.ได้รับรายได้กลับมาต่ำกว่าความเป็นจริง โดยปัจจุบันสนามบินสุวรรณภูมิมีรายได้จากกิจการดังกล่าวคิดเป็นเพียง 17% ของรายได้ทั้งหมด ถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยสนามบินทั่วโลกที่มีรายได้จากกิจการดังกล่าวราว 40%

&amp;nbsp;

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะสามารถก้าวไปสู่การเป็นสนามบินอันดับ 1 ใน 3 ของโลกได้ หากกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นเอาจริงเอาจัง นอกจาก ทอท.ที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงแล้ว สำนักงานการบินพลเรือน (กพท.)ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล ทอท.ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย


&amp;quot;ที่ต้องนำไปปรับปรุงต่อคือระบบการจ่ายโบนัส จำเป็นต้องผูกโยงกับการประเมินความพอใจของผู้ใช้สายการบินและผู้ใช้บริการจริง และเป็นผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่การประเมินรัฐวิสาหกิจที่ไม่ได้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง พร้อมทั้งสำนักงานการบินพลเรือนต้องออกหลักเกณฑ์ในการควบคุมราคาและการดำเนินงานต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานถ้าสิ่งเหล่านี้ทำไม่ได้ สุวรรณภูมิที่จะได้ 1 ใน 3 ของโลกก็คงเป็นแค่ความฝัน&amp;rdquo; นางเดือนเด่น กล่าว


นายต่อตระกูล ยมนาค ผู้แทนโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) กล่าวว่า &amp;ldquo;จากที่ฟังข้อมูลโอกาสที่สุวรรณภูมิเป็น 1 ใน 3 ของโลกเป็นศูนย์ ถ้า 1 ใน 10 นับว่าเป็นบุญถ้ายังบริหารจัดการในลักษณะนี้อยู่&amp;rdquo;การสร้างเทอมินอล&amp;nbsp; จากข้อมูลต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าผลที่ออกมาไม่มีประโยชน์ส่วนรวม โดยมองว่า 1.4 แสนล้านบาทถือว่าไม่แพงเกินไปสำหรับการสร้างเทอมินอล แต่จะแพงมากหากทำไปแล้วเกิด &amp;ldquo;กลียุคในสนามบิน&amp;rdquo; ที่ผ่านมา ทอท. ไม่สามารถตอบคำถาม หรือให้ข้อมูลได้เลย ตัวเลขที่บอกว่า 30 ล้านมาจากไหนไม่รู้ มีพื้นที่พลาซ่าใหญ่โตมโหฬาร โดยเชื่อว่าจัดทำมาเพื่อขายของทำกำไรเท่านั้นโครงการนี้ทำให้คนไทยตื่นรู้ และสู้ในสิ่งที่จะทำให้สูญเสียผลประโยชน์ของประเทศชาติ เก็บข้อมูลต่าง ๆ มาเปิดเผยให้สังคมได้รับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) สังเกตการณ์ในอย่างอิสระ และติดตามมาไปทุกเวที หากมีความผิดเกิดขึ้นจริง ผู้สังเกตการณ์จะเปิดเผยข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงเพื่อแสดงความจริงต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20264</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์, ต่อตระกูล ยมนาค, ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ร้านค้าปลอดภาษีในสนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc934b3b7278.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ค้าปลีก จี้ทอท.ยึดประโยชน์ชาติ เปิดเสรีร้านค้าดิวตี้ฟรีในสนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ชี้ทีโออาร์สนามบินสุวรรณภูมิฉบับใหม่ ควรคำนึงถึงประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก กระทุ้งรัฐเปิดกว้างการทำดิวตี้ฟรี ดันเมืองไทยสู่การเป็นสวรรค์แห่งการช้อปปิ้ง และสร้างเม็ดเงินในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิ &amp;nbsp;อุ่นใจ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า การปรับเปลี่ยนรูปแบบสัมปทาน โครงสร้างการกำกับดูแล รูปแบบการส่งมอบสินค้าปลอดอากร และระยะเวลาการได้รับสัมปทานที่จะใช้ในประเทศไทย จะช่วยให้เกิดการแข่งขันที่ดีขึ้น และขับเคลื่อนผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกในสนามบินให้สร้างแนวคิดการค้าปลีกใหม่ รวมถึงยกระดับมาตรฐานการเสนอขายสินค้าและบริการ ส่งผลให้ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากสินค้าที่หลากหลายกว่าเดิม ราคาที่แข่งขันได้ และบริการที่ดีขึ้น
ขณะที่จากการให้สัมภาษณ์ของผู้ว่าการท่าอากาศยาน ระบุว่าสัมปทานสนามบินสุวรรณภูมิ กำลังอยู่ระหว่างทีโออาร์ ซึ่งจะผนวกรวมพื้นที่เทอร์มินอลหนึ่งที่จะหมดอายุสัมปทานในปี 2563 และเทอร์มินอลสอง ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในปลายปี 2563 และสถานีแซทเทอร์ไลท์แล้วเปิดประมูลให้ผู้รับสัมปทานรายเดียวแบบเดิมคือ Master concession เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการบริหารจัดการของ ทอท. มองว่าไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง การท่าฯควรคำนึงถึงผลประโยชน์ชาติเป็นอันดับหนึ่ง การบริหารจัดการไม่ควรมาเป็นข้ออ้างหรือเงื่อนไขการประนีประนอมผลประโยชน์ของชาติ การบริหารจัดการเป็นเรื่องฝีมือของผู้บริหารที่จะต้องสร้างผลประโยชน์ชาติสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทีโออาร์ฉบับต่อไปควรเน้นผลประโยชน์ที่รัฐจะได้ การทำดิวตี้ฟรีต้องเปิดกว้าง อย่างในต่างประเทศบางแห่งแบ่งตามหมวดที่ผู้ประกอบการนั้นๆ มีความถนัด จึงอยากให้ทีโออาร์ฉบับใหม่ต่อประเทศชาติมากที่สุด เราไม่ควรประนีประนอมกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ และผลประโยชน์ของนักท่องเที่ยวที่จะได้รับด้วย ความฝันของรัฐบาลที่จะผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสวรรค์แห่งการช้อปปิ้ง หรือ Thailand Shopping Paradise คงไม่ไกลจากความเป็นจริง ขณะเดียวกัน AOT ก็จะเป็นสมบัติชาติที่สร้างรายได้ให้ประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo; นายวรวุฒิ &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยมีร้านค้าในลักษณะ VAT Free แต่ไม่เต็มรูปแบบ ร้านค้าในไทยถูกกำหนดให้เป็นร้านค้า VAT Refund for Tourist ซึ่งผู้บริโภคจะต้องนำเอกสารไปขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่จุดให้บริการในสนามบิน เมื่อได้รับคืนนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้จ่ายในสนามบินมากนัก เพราะมีเวลาช้อปปิ้งเหลือน้อย แต่หากต้องการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในการจับจ่าย ก็สามารถกำหนดให้ร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ VAT Free Shop โดยกำหนดให้ร้านค้าขายสินค้าในราคาไม่รวม VAT หรือ ถ้าขายในราคารวม VAT นักท่องเที่ยวก็สามารถขอคืน VAT ได้ในวันที่ซื้อ ณ จุดขายทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ภาครัฐก็ต้องส่งเสริมให้มีดำเนินการทำธุรกิจร้านค้าปลอดอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มในเมืองได้อย่างเสรี โดยเฉพาะจังหวัดที่มีศักยภาพการท่องเที่ยว รวมทั้งอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าดังกล่าว โดยเพียงแสดงเอกสารตามกฎระเบียบของกรมศุลกากรที่จุดบริการภายในบริเวณสนามบิน เหมือนหลายๆ ประเทศในทวีปยุโรป หากภาครัฐสามารถเพิ่มมาตรการส่งเสริมให้มีเปิดร้านค้าปลอดอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มในเมือง (Duty &amp;amp; Tax Free Down Town Shop) เพิ่มขึ้น และมีร้านค้าปลอดภาษี (VAT Free Shop) ระบบที่ร้านค้าสามารถคืนเงินภาษีให้กับนักท่องเที่ยวได้ทันที ณ จุดขายเปิดให้บริการอย่างทั่วถึง ก็จะเป็นแรงจูงใจนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและช้อปปิ้งในประเทศไทยเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;จากข้อมูลของ ททท. ระบุว่านักท่องเที่ยวที่มาประเทศไทยใช้จ่ายเงินวันละ 4,000 กว่าบาทต่อคน และใน 4,000 บาท ประกอบด้วยค่าโรงแรม ค่าอาหาร เป็นส่วนใหญ่ ในจำนวนนี้มีค่าช้อปปิ้ง 1,200-1,500 บาทเท่านั้น ควรเพิ่มโอกาสให้นักท่องเที่ยวมีทางเลือกจับจ่ายใช้สอยมากกว่าที่ควรจะเป็น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16862</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิวตี้ฟรี, ทีโออาร์ฉบับใหม่, ธุรกิจค้าปลีกในสนามบิน, ร้านค้าปลอดภาษีในสนามบิน, วรวุฒิ  อุ่นใจ, สมาคมผู้ค้าปลีกไทย, สุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8f448551565.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
